ตอนที่ 3 กลับมารับโทษ (1)
พอคิดถึงตรงนี้แล้ว ความช่วยเหลือแรกที่กู้เชียนเสวี่ยนึกถึงก็คือเ้ากรมกู้ เพราะอย่างไรเ้าของร่างเดิมก็เป็บุตรสาวของเ้ากรมกู้ “ท่านพ่อ ช่วยลูกด้วย!”
นางไม่รู้หรอกว่าตำแหน่ง ‘เ้ากรม’ ในเวลานี้จะมีน้ำหนักมากแค่ไหน ถึงแม้ว่าการแสดงออกเมื่อครู่นี้จะดูทำอะไรไม่ได้สักอย่าง แต่ในเมื่อมีหน้าเชิญเชื้อพระวงศ์มาร่วมงานเลี้ยงได้ อีกทั้งลี่อ๋องเองก็ไม่ได้ซักไซ้เอาความกับเ้ากรมกู้ให้รับผิดชอบทันทีแบบนี้ แสดงว่าฐานะตำแหน่งของเขาคงไม่ได้ต่ำแน่ๆ
นาง้าเวลาเรียบเรียงความคิดในการเอาตัวรอด จะมาตายไปโดยที่ไม่รู้เื่รู้ราวไม่ได้เด็ดขาด
แต่ทว่าเ้ากรมกู้อยากจะสลัดปัญหาแก้ยากนี่ออกจากมืออย่างชัดเจน “หญิงชั่วร้าย เ้ายังจะพูดอะไรได้ เหตุใดยังไม่ตามลี่อ๋องไปอีก จะรอให้ถูกทำโทษก่อนหรืออย่างไรกัน”
“…” กู้เชียนเสวี่ยอยากจะด่าพ่อตัวเองจริงๆ ภาพลักษณ์ภายนอกของเ้ากรมกู้ก็ดูสง่าผ่าเผยอยู่หรอก แต่กลับไม่คิดถึงครอบครัวเลยสักนิดเดียว
กู้เชียนเสวี่ยมองไปทางลี่อ๋อง กัดปากแน่น แววตาเต็มไปด้วยความฉุนเฉียวไม่ยอมรับอะไรง่ายๆ นางอยากจะลองสู้กันให้ตายไปข้าง
ถ้าหากนางเดาไม่ผิดละก็ ความลับของลี่อ๋องที่นางไปล่วงรู้เข้าก็คือ...เขาแกล้งป่วยไงล่ะ!
ไม่ผิดแน่ ลี่อ๋องประกาศไปทั่วว่าตัวเองร่างกายอ่อนแอ แต่ในความเป็จริงชีพจรเต้นเป็จังหวะชัดเจน เมื่อก่อนนางก็ไม่เคยััได้ถึงชีพจรที่มีแรงเต้นได้ขนาดนี้มาก่อน ต่อให้เป็นักกีฬาก็ไม่แข็งแรงขนาดนี้ด้วยซ้ำ แล้วลี่อ๋องจะอ่อนแอได้อย่างไรกัน
แล้วทำไมต้องแกล้งป่วยด้วยล่ะ
ลี่อ๋องจะแกล้งป่วยหรือไม่แล้วเกี่ยวอะไรกับนางกัน หรือเพราะด้วยเหตุนี้ นางถึงต้องตายอย่างนั้นหรือ
กู้เชียนเสวี่ยโกรธสุดขีด จ้องมองไปที่ลี่อ๋องด้วยความฉุนเฉียว กัดฟันด้วยความเคียดแค้น ใช้สายตาบอกกับเขาว่า ‘เป็คนก็อย่ามาบีบบังคับคนอื่นให้มาก ไม่อย่างนั้นก็สู้กันตายไปข้าง’
พอได้รับสายตาแบบนั้นของกู้เชียนเสวี่ยแล้ว ลี่อ๋องก็ตะลึงไปเล็กน้อย ตามมาด้วย มุมปากเม้มแน่นที่ค่อยๆ ยกโค้งขึ้นบางๆ ราวกับพระจันทร์เสี้ยวที่ลอยขึ้น รอยยิ้มนั่นเหมือนกับกำลังครุ่นคิด แต่ความอำมหิตในแววตายังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง
“ลูกหญิง!”
“ลูกหญิงของข้า!”
“ลูกหญิงที่แสนน่ารักงดงามและสุภาพเรียบร้อยของข้า...”
กู้เชียนเสวี่ยได้ยินแค่เพียงเสียงแหลมสูงของสตรีที่กำลังร้องไห้อาลัยอาวรณ์เหมือนกับเพลงระบำสลับแสดงตงเป่ย[1] ดังมาไกลๆ จากด้านท้ายของกลุ่มคน ร้องห่มร้องไห้อย่างกับผีสาง ทำเอาแสบแก้วหูสุดๆ
เป็มารดาเ้าของร่างเดิม จ้าวซื่อ![2]
เมื่อกู้เชียนเสวี่ยได้รับความทรงจำที่เกี่ยวกับมารดาเ้าของร่าง ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเข้าหากัน
ถูกต้อง คนที่มาคือจ้าวซื่อมารดาแท้ๆ ของกู้เชียนเสวี่ยในชาตินี้...จ้าวรั่วหลาน
อย่ามองว่าชื่อของจ้าวซื่อไพเราะน่าฟังเชียว ในความเป็จริงแล้วนางแต่งตัวแต่งหน้าหลากสี รูปร่างอ้วนท้วน ความคิดความอ่านก็ธรรมดา สะเพร่าเกินใคร หากไม่ใช่เพราะจ้าวหย่วนเจิงบิดาของนางที่เป็ถึงผู้บัญชาการทหารสูงสุดเจิ้นหย่วน นางก็ไม่มีทางได้แต่งเข้าตระกูลกู้แน่ และคงไม่มีทางอยู่ในตำแหน่งนายหญิงมาได้หลายปีเช่นนี้
ถึงแม้ว่าตำแหน่งนายหญิงจะเป็แค่ในนามก็ตามที
ยังไม่ทันที่กู้เชียนเสวี่ยจะเงยหน้ามอง ก็ได้กลิ่นหอมจนฉุนเตะจมูกเสียแล้ว จากนั้นก็ได้เห็นร่างกลมอ้วนท้วนหลากสีกำลังพุ่งตัวด้วยความเร็วหนึ่งร้อยหมี่[3]มาทางนาง
กู้เชียนเสวี่ยอดไม่ได้ที่จะกระตุกมุมปาก...ช่างเป็คนอ้วนที่ปราดเปรียวเสียจริง
ความคิดถัดไปยังไม่ทันจะได้ก่อตัว จ้าวซื่อก็พุ่งตัวเข้ามาเสียแล้ว คว้าเอาร่างผอมบางของกู้เชียนเสวี่ยเข้าไปกอด “ลูกหญิง ลูกหญิงที่น่าสงสารของข้า เหตุใดเ้าถึงได้ไปก่อเื่กับลี่อ๋องได้เล่า แต่ลูกหญิงมิต้องกลัวไป เดี๋ยวแม่จะเขียนจดหมายไปหาท่านตาของเ้า มีท่านตาของเ้าคอยสนับสนุน พวกเราก็มิต้องกลัวอันใดแล้ว”
“...” กู้เชียนเสวี่ยไร้คำพูด นางค่อยๆ ดันร่างอ้วนท้วนของจ้าวซื่อออก จากนั้นก็ชี้นิ้วไปข้างหน้า
ลี่อ๋องยังอยู่ตรงนั้นนะ มารดาไร้เดียงสาของเ้าของร่างเดิมะโออกมาแบบนี้เลยหรือ เรียกได้ว่าโคตรซวย!
ก่อเื่ไปแล้ว มาถึงก็กล่าวอ้างถึงบิดาของตนเอง ยิ่งไปกว่านั้นคนที่มีเื่ด้วยก็คือชินอ๋องที่แสนสง่าผ่าเผยน่าเกรงขาม แบบนี้ไม่เรียกโคตรซวยแล้วเรียกว่าอะไร
จ้าวซื่อที่ได้กู้เชียนเสวี่ยเตือนสติ ก็หันกลับไป เห็นลี่อ๋องที่อยู่ท่ามกลางกลุ่มผู้ติดตามกำลังมองนางอย่างไม่แยแส นางพลันแข็งทื่อ เครื่องหน้าอวบกลมกลายเป็ตัวอักษร ‘囧’
กลุ่มคนเงียบเป็เป่าสาก ต่างก็ตื่นตระหนกใ
เชิงอรรถ
^ เพลงระบำสลับแสดงตงเป่ย เป็นประเภทของการแสดงพื้นบ้านจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน^ จ้าวซื่อ หมายถึง สตรีสกุลจ้าว ซื่อ แปลว่านามสกุล ใช้เรียกต่อท้ายสกุลเดิมของหญิงที่แต่งงานแล้ว บางครั้งอาจเรียกสกุลของสามีนำหน้าสกุลเดิมของภรรยาด้วย^ 1 หมี่ เท่ากับ 1 เมตร