มาร่าััละไออุ่นจากลมหายใจของเขาที่ลวกรดอยู่ตรงต้นคอที่เปิดเผยจากปอยผมที่ตัดไว้เป็ทรงบ๊อบสั้น บังเกิดความรู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจขึ้นมาที่ฮาร์ฟนั่งนับจํานวนครั้งที่เธอบอกปฏิเสธเขาไว้ทําไมนะ..ทําไมเขาจึงไม่ยอมรับรู้เสียที่ว่า ที่เธอทําเช่นนั้นเพราะอะไร
“มันเป็เพียงแค่ที่ว่าวันนี้ฉันไม่ว่างพอที่จะไปกับคุณเท่านั้น ไม่มีอะไรหรอก” เธอตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและมิได้หวั่นไหวกับคําพูดเป็เชิงประชดประชันของเขาเลยแม้แต่น้อย
ความเงียบเกิดขึ้นเป็ครู่มาร่ารู้ดีว่าฮาร์ฟกำลังต่อสู้กับความคิดของตัวเองอยู่ในใจว่าควรจะยื่นคำขาดกับเธอดีหรือไม่ แต่ในที่สุด แรงกระชับของอุ้งมือนั้นก็คลายลงพร้อมกับที่เขาถอยออกห่าง หัวเราะเบา ๆ อยู่ในลําคอ
“ผมก็รู้เหมือนกันนะ มาร่าว่าสําหรับคุณแล้วผมเป็อะไร” เขาเอ่ยขึ้น “กับผู้หญิงคนอื่น ๆ แล้วถ้าปฏิเสธ คําชวนของผมเป็ครั้งที่สองผมก็เลิกเลยแต่กับคุณแล้ว ผมก็ยังปล่อยให้ตัวเองทนฟังคําปฏิเสธของคุณอยู่ครั้งแล้ว ครั้งเล่าทั้งที่รู้ว่ามันไม่ได้อะไรขึ้นมาอยู่นั่นเอง”
“ฉันจะไปเอากุญแจบ้านมาให้” เธอตอบ
“นั่นน่ะเรอะที่คุณจะพูดกับผม” แม้น้ำเสียงจะขึ้งโกรธ แต่ก็ยังแฝงแววขบขันอยู่ “ดูเหมือนจะไม่มีอะไรมาทําลายความเ็าของคุณลงได้เลยนะ”
รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนเรียวปากแต่มาร่ามิได้ตอบในสิ่งที่เขาถาม เพียงแต่รู้สึกสงสัยว่าบางทีฮาร์ฟอาจจะรู้ในคําตอบแล้วก็ได้เธอเดินออกจากครัวเดินตรงไปยังห้องทํางานที่เก็บกุญแจไว้ในโต๊ะทํางานของพ่อ
“จะออกไปที่บ้านหลังเล็กหรือ” อดัมเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นลูกสาวหยิบกุญแจออกมา
“ฉันไม่ได้ไปหรอก ฮาร์ฟเขาจะไปถ่ายรูปเห็นว่าจะส่งไปให้คนที่เขาติดต่อมาจะเช่าบ้านน่ะ” เธอซ่อนเร้นความปราโมทย์ไว้ ขณะที่เธอถ่ายทอดความรู้นั้นให้กับผู้เป็บิดาเพราะรู้ดีว่าเขาไม่เคยเห็นด้วยกับการที่เธอจะให้เช่าบ้านหลังนั้นเลย
“อย่างนั้นหรอกหรือพ่อคิดว่ามันยังไม่เสร็จเสียอีก”
“เื่ซ่อมแซมน่ะทําเสร็จหมดแล้วเพียงแต่ยังหาเฟอร์นิเจอร์ใส่เข้าไว้ไม่เรียบร้อยเท่านั้นแต่ดูเหมือนคนที่เขาสนใจจะเช่าเขาไม่รังเกียจเื่นี้หรอก” มาร่าอธิบายแต่ขณะเดียวกันเธอมิได้เล่าให้เป็ผู้เป็บิดาได้รับทราบเื่การขึ้นค่าเช่าบ้านหลังนั้นให้แพงขึ้นกว่าเดิมมันเป็ความลับที่เธอ้าจะเก็บไว้ จนกว่าการเซ็นสัญญาจะเรียบร้อยลงแล้ว
“อย่างน้อยลูกก็ควรจะแน่ใจเสียก่อนก็แล้วกันว่าคนที่เขามาเช่าบ้านนั่นน่ะเขาเป็คนยังไง” อดัมอดเป็ห่วงลูกสาวไม่ได้ “มีเ้าของบ้านมากมายที่เขาไม่เคยเก็บค่าเช่าบ้านได้เลยแล้วก็ยังมีคนอีกเป็จํานวนมากที่ไม่เคยคิดจะให้ความดูแลเอาใจใส่ในทรัพย์สินของคนอื่น”
“ฉันไม่ได้้าคําแนะนําของคุณหรอกนะ อดัม”เธอตอบโต้ออกไปด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว “เื่นี้เป็เื่ที่ฉันจัดทําด้วยตัวเองมาโดยตลอดและอีกประการหนึ่งฉันก็ปกครองดูแลตัวเองมาั้แ่วันที่คุณเดินออกไปจากชีวิตของเราแล้ว”
ผู้เป็บิดาระบายลมหายใจยาวออกมา “พ่อไม่ได้คิดที่จะ...”
“ฉันรู้ว่าที่คุณคิดจะทํามันคืออะไร” มาร่าขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “คุณอาจจะอยู่อาศัยในบ้านหลังนี้ก็จริงแต่คุณไม่มีทางที่จะมาควบคุมการดําเนินชีวิตฉันเหมือนอย่างที่คุณเคยควบคุมการดําเนินชีวิตของแม่มาแล้วหรอก”
เธอหันหลังเดินกระแทกเท้าออกไปจากห้อง ฮาร์ฟยังคงรออยู่ในครัวเขาหันหน้ามามองเมื่อเธอเดินกลับเข้าไปแต่มาร่าไม่แยแสกับสายตาที่มองมาอย่างจะโลมเลียม ซึ่งทําให้เขาต้องสูดลมหายใจลึก ๆเพื่อที่จะสงบสติอารมณ์ไว้ให้มั่น
“นี่ค่ะ กุญแจ” เธอส่งให้เขา
เขามองดูมันอยู่เป็ครู่ ก่อนที่จะเอื้อมมารับ
“เดี๋ยวพอเสร็จแล้วผมจะเอามาคืนให้ คงไม่นานหรอก”
“ค่ะ” มาร่าตอบสั้น ๆทั้งที่รู้ว่าเขาอยากจะให้เธอพูดอะไรให้มากกว่านั้น
“คุณแน่ใจหรือว่าไม่เปลี่ยนใจไปกับผม” ฮาร์ฟยังไม่ละความพยายาม
“ผมก็คิดอยู่แล้วว่าคุณต้องเป็อย่างนี้”รอยยิ้มหมอง ๆ ปรากฏขึ้น “แล้วพบกันนะ”
“ค่ะ สวัสดีนะ ฮาร์ฟ”
“แล้วคุณก็ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเื่บ้านหรือนายซินแคลร์ บูคาแนน นั่นหรอกนะ ผมจะดูแลให้เรียบร้อย เองให้คุณได้ทําสัญญาที่เป็ประโยชน์ที่สุด ถ้าไม่ดีจริงก็บอกเลิกไปเลย”
เมื่อฮาร์ฟออกจากบ้านไปแล้ว มาร่าก็ยังอ้อยอิ่งอยู่รู้ดีว่าการตัดสินใจในครั้งนี้จะต้องเป็ของเธอแต่เพียง ผู้เดียวเธอจะไม่ยอมตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของฮาร์ฟ หรือเงินจํานวนนั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งจะต้องไม่ใช่อิทธิพลของอดัมผู้เป็บิดาอย่างเด็ดขาด
อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา ฮาร์ฟได้โทรศัพท์มาหามาร่าบอกให้เธอได้รับรู้ไว้ว่า ซินแคลร์ บูคาแนนมีความสนใจที่จะเช่ากระท่อมเล็กหลังนั้นมาก และอีก 2-3 วันฮาร์ฟก็มาที่บ้านไร่พร้อมด้วยเอกสารรับรองฐานะของบูคาแนน
“ดูนี่สิ เราตรวจสอบเื่ราวของเขามาหมดแล้วนะ”ฮาร์ฟเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่บอกถึงความมีชัยมาร่ารับเอกสารทั้งหมดไปอ่านดู “เขาไม่เพียงแต่จะเป็บุคคลที่มีประวัติเยี่ยมเท่านั้นผมเองยังถึงกับไม่สบายใจเลย ที่ไปสอบสวนเกี่ยวกับเื่เครดิตของเขาเข้า”
มาร่าพิจารณาข้อความในเอกสารเ่าั้อยู่เป็ครู่พยายามจะมองหาข้อผิดพลาดหรือจุดที่จะตําหนิได้ แต่ก็หาไม่พบถึงกระนั้นก็ยังไม่อาจสลัดความรู้สึกอึดอัดใจอย่างไรพิกลออกไปได้
“ดูเหมือนคุณจะพูดถูกนะ” ในที่สุดเธอจําเป็ต้องคล้อยตามแม้ว่าจะไม่ค่อยมั่นใจนัก
“เอ...อันที่จริงคุณน่าจะกระตือรือร้นมากกว่านี้อีกสักหน่อยนะ”ฮาร์ฟพูดขรึมๆ “นี่นะมันเป็เื่ของความสําเร็จเชียวนะมาร่า มันน่าเชื่อเลยว่าคุณจะได้รับข้อเสนอที่วิเศษขนาดนี้ ทั้ง ๆที่กระท่อมนั่นมันก็นิดเดียวผมไม่เห็นมันจะเสียหายอะไรตรงไหนเลยถ้าคุณจะแสดงความดีใจออกมาบ้าง”
“ฉันรู้...เื่ที่ว่าตัวเองเป็คนโชคดีน่ะ”มาร่าตอบ ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ค่อย ๆบรรจงพับเอกสารในมือใหเรียบร้อยก่อนจะสอดกลับเข้าไว้ในซอง “แต่ฉันคิดว่ามันจะเป็การฉลาดกว่านะที่จะแสดงความดีใจตอนที่ได้เห็นลายเซ็นของเขาในสัญญาเช่าเสียก่อน”
“ก็ต้องทั้งลายเซ็น ทั้งเช็คค่าเช่าั้แ่เดือนแรกถึงเดือนสุดท้ายนั่นแหละ อย่าลืมสิ” ฮาร์ฟพูดเป็เชิงเตือน
“ฉันไม่ลืมหรอก” เธอตกปากรับคํา
“เอาละ และสําหรับตอนนี้” เขาล้วงลงไปในกระเป๋าด้านในของเสื้อนอกดึงซองเอกสารอีกซองหนึ่งออกมา “คุณเซ็นชื่อลงในสัญญาเช่านี้เสียก่อนผมจะได้ส่งไปให้บูคาแนนเซ็นต่อ”
เขาคลี่เอกสารสัญญาเช่าซึ่งเป็แบบฟอร์มตัวพิมพ์เรียบร้อยลงบนโต๊ะในครัว พร้อมกับส่งปากกาให้มาร่าเธอหยิบขึ้นมาอ่านอย่างละเอียด ก่อนที่จะเซ็นชื่อลงตรงเส้นที่ฮาร์ฟชี้ให้เมื่อเรียบร้อยแล้วมาร่าก็รู้สึกสบายใจที่ตัวเองได้ตัดสินใจครั้งสําคัญนี้ไปได้เสียทีแต่มันก็ออกจะเป็เื่ที่น่าหัวเราะเยาะอยู่ทั้งนี้เพราะมันก็เป็เพียงแค่สัญญาเช่าบ้านธรรมดา ๆมิได้มีความสลักสําคัญถึงขั้นที่จะมาเปลี่ยนแปลงวิถีทางในชีวิตสักหน่อย
“ทําไมถึงสีหน้าเป็ทุกข์นักล่ะ” ฮาร์ฟถามล้อ ๆ “มันก็เป็เพียงแค่เซ็นชื่อลงไว้ในเอกสารอย่างเป็ทางการเท่านั้น”
“ฉันไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรอย่างที่คุณคิดหรอกน่า”เธอปฏิเสธทันที
และเช่นที่ฮาร์ฟได้กล่าวไว้ภายหลังจากที่ได้ส่งสัญญาเช่าฉบับนั้นไปให้ซินแคลร์ บูคาแนน เซ็นแล้ว ในซองเอกสารที่ส่งกลับมามีทั้งสําเนาคู่ฉบับ ซึ่งมีลายเซ็นของเขาอยู่อย่างเรียบร้อยพร้อมด้วยเช็คใบหนึ่ง ตอนที่เขาเอามาส่งให้เธอที่บ้านมาร่าพอจะเดาเหตุผลที่ทําให้เขามาหาเธอได้จากสีหน้าของฮาร์ฟนั่นเอง
“เอ้า...ได้แล้ว” เขาส่งซองมาให้สีหน้าบอกความปลื้มอยู่มาก “เรียบร้อยทุกอย่าง”
มาร่ารับซองนั้นมาเปิดออก ดึงเอกสารภายในออกมามองดูลายเซ็นที่ปรากฏอยู่บนบรรทัด ‘ผู้เช่า’ เหมือนจะให้แน่ใจว่าเขาได้เซ็นมาแล้วจริงๆ มีแคชเชียร์เช็กอีกหนึ่งใบแนบมากับสัญญาฉบับนั้นด้วย มาร่ามองดูจํานวนเงินและแล้วก็ต้องหันไปเลิกคิ้วเป็เชิงถามฮาร์ฟว่า
“เอ๊ะ ฉันว่าจํานวนเงินที่มันไม่ถูกต้องนะมันมากกว่าค่าเช่าตั้งแยะ” เธอมีสีหน้างนงง
“ผมรู้แล้วละ” ฮาร์ฟตอบไปตามความจริงชี้นิ้วไปยังแผ่นกระดาษที่เธอถืออยู่ “มีจดหมายอยู่อีกฉบับไงล่ะเื่ของเื่มันก็คือว่า คุณบูคาแนนนะเขาจะขับรถมาถึงที่นี่ค่ำวันศุกร์เขาก็เลยเขียนรายการเสบียงกรังที่้ามาด้วยเพราะฉะนั้นเขาถึงได้เพิ่มเงินมาให้เป็พิเศษเพื่อที่คุณจะได้จัดซื้อพวกเครื่องกระป๋องต่าง ๆ แล้วก็เป็ค่าตอบแทนที่คุณต้องลําบากในการจัดซื้อของต่าง ๆ นั่นให้เขาด้วย”