ตอนที่164 ไม่เจอกันนานเลยนะ
รุ่งเช้าณิชาตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นถึงแม้ว่าก่อนนอนหลับจะกระสับกระส่ายอยู่บ้าง ทว่าเธอสามารถนอนหลับพักผ่อนได้หลับลึกซึ่งช่วยให้ลูกน้อยในครรภ์ได้พักผ่อนไปด้วยเช่นกัน
เธอกินอาหารเช้าเสร็จแล้วรีบไปช่วยงานศิษย์พี่ใหญ่เนื่องด้วยมีภารกิจหลายอย่างที่ต้องกระทำอย่างเร่งด่วนไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือกหัวหน้าศิษย์สายในคนใหม่ คัดเลือกหัวหน้าแผนกต่อสู้และศาสตราวุธรวมทั้งเตรียมการเรื่องคัดเลือกศิษย์สายนอกรอบพิเศษในวันต่อมา ทั้งหมดมีแต่เรื่องเร่งด่วนที่เธอจำเป็นต้องช่วยเหลือทุกคน
“เหยาเหยาพี่ว่าน้องต้องไปตัดชุดใหม่ได้แล้วนะ ดูเหมือนว่าชุดจะคับเกินไปไหม?”
อู๋หมิงปิงพูดท้วงน้องสาวเมื่อเหลือบมองเห็นเธอเดินมาช่วยงานตนเองซึ่งเขาได้รับหน้าที่คัดเลือกหัวหน้าแผนกต่อสู้และศาสตราวุธอยู่ พอเห็นว่าหน้าท้องหญิงสาวโหญ่โตขึ้นผิดหูผิดตาจากเมื่อก่อนมากนักจึงกังวลว่าการใส่ชุดกางเกงของศิษย์สายในเหมือนเดิมอาจบีบรัดครรภ์มากเกินไปจึงพูดท้วงด้วยความไม่สบายใจ
ณิชายิ้มรับอย่างยินดีเพราะเธอสามารถสัมผัสปฏิกิริยาบางอย่างจากลูกน้อยในครรภ์ได้รวมทั้งสงสัยด้วยว่าเหตุใดครรภ์ตนเองจึงได้ใหญ่โตขึ้นพรวดพราดเช่นนี้ทว่าเธอตอบกลับพี่ชายอย่างไม่กังวลใจว่า
“ฉันมาถามเรื่องงานก่อนค่ะตั้งใจว่าจะไปแผนกบริหารเพื่อตัดชุดใหม่อยู่พอดีว่าแต่ตอนนี้พี่ชายปิงมีงานอะไรให้ฉันช่วยไหมคะ?”
เธอไม่อยากทำตัวเอาเปรียบใครโดยอ้างเรื่องการมีครรภ์เพราะคิดว่าหญิงมีครรภ์ย่อมสามารถทำงานหลายอย่างเพื่อช่วยเหลือคนอื่นได้อย่างแน่นอนรวมทั้งเธอมีความแข็งแกร่งเหนือกว่าทุกคนในสำนักนิรนามจึงไม่ต้องการนั่งนอนอยู่เฉยๆ
อู๋หมิงปิงยิ้มน้อยๆ ให้กับน้องสาวอย่างเข้าใจเขาพบว่าสายเลือดตระกูลเทียนมักมีอะไรหลายอย่างคล้ายคลึงกันจึงไหว้วานน้องสาวทันทีเมื่อเห็นว่าหญิงสาวยินดีช่วยเหลืองานตนเองว่า
“ก็ดี...มีงานหนึ่งที่เข้ามาพร้อมกันพอดีเหยาเหยาช่วยไปตรวจสอบหอตำราหน่อยสิ เพราะหลังจากเสร็จงานคัดเลือกศิษย์สายนอกแล้ว วันที่หนึ่งเดือนหน้านี้ก็จะเป็นการทดสอบคัดเลือกศิษย์สายใน ถึงเวลานั้นถ้ามีคนผ่านการทดสอบเข้าเป็นศิษย์สายในได้หลายคนอาจต้องให้น้องหาวิธีพาคนเข้าหอตำราให้มากที่สุด”
อู๋หมิงปิงถือโอกาสให้น้องสาวใช้ทักษะการเรียนรู้ที่แข็งแกร่งเพื่อใช้เวทมนตร์ขั้นสูงในการเปิดประตูต้อนรับศิษย์สายในเนื่องจากที่ผ่านมานั้นสามารถให้ศิษย์สายในเข้าไปได้เพียงห้าคนต่อวันเท่านั้น ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นจำนวนและระยะเวลาที่สั้นเกินไปในการศึกษาตำราจึงคิดว่าน้องสาวอาจมีวิธีการเพื่อเปิดประตูรับคนเพิ่มขึ้นได้
“เข้าใจแล้วค่ะฉันจะลองดูละกัน หวังว่าจะพบวิธีพาคนเข้าไปเพิ่มได้”
ณิชาพยักหน้ารับอย่างเข้าใจซึ่งเธอเห็นพ้องด้วยกับพี่ชายเหตุเพราะหากมีคนสามารถเข้าไปเรียนรู้ในหอตำราได้มากย่อมส่งผลให้มีคนแข็งแกร่งในสำนักนิรนามมากขึ้นเช่นกันจึงยินดีไปทำหน้าที่ที่ตนไม่แน่ใจว่าสามารถทำได้หรือไม่
จากนั้นณิชาบินตรงไปยังหอตำราในทันทีโดยก่อนหน้านั้นเธอเคยมาเอาเหรียญหยกที่ถูกเก็บซ่อนไว้ในหอตำราเธอพบว่าตนเองสามารถเข้าไปได้อย่างง่ายดายจึงคิดว่าอาจมีหนทางช่วยเหลือคนอื่นได้โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าการเปิดประตูหอตำราได้นั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหรียญหยกทั้งสามเหรียญนั้นโดยตรง
“ปล่อยดอกสี่วิญญาณไว้ที่นี่ไปก่อนแล้วกันไว้ว่าง ๆ ค่อยให้แผนกโอสถมาเอาไปปลูกแค่พอใช้งานได้”
ณิชาเหลือบมองสวนดอกสี่วิญญาณที่บานสะพรั่งตลอดเวลาหน้าหอตำราด้วยความรู้สึกหลากหลายเนื่องด้วยคุณประโยชน์ของมันก็มีเช่นกันหากเลือกใช้ให้เหมาะสมไม่ใช่แค่การทำเป็นพิษซึ่งเป็นการใช้ประโยชน์ด้านร้ายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
เธอหยุดยืนหน้าประตูหอตำราเพื่อพิจารณาด้วยความสนใจทว่าวันนี้เธอไม่ได้พกเหรียญหยกครบทั้งสามเหรียญมีแค่เหรียญหยกใหม่ที่มีเชือกหนังร้อยไว้โดยเธอสวมใส่คู่กับสร้อยจี้เพชรที่สามีอุตส่าห์ตั้งใจประดิษฐ์ขึ้นมาให้เธอเป็นการเฉพาะจึงสวมพวกมันไว้คู่กันด้วยความรู้สึกที่ดี
“มันเป็นเวทมนตร์ที่ไม่มีในตำราเวทมนตร์ขั้นสูงเลยแสดงว่าฉันคงฝืนทำได้เหมือนกับเจ้าสำนักตัวปลอมสินะ”
ณิชาจ้องมองประตูทางเข้าหอตำราสักพักหนึ่งจึงได้ข้อสรุปที่สร้างความกังวลใจให้เธอพอสมควรเนื่องจากพบว่าเป็นเวทมนตร์ที่ไม่มีการบันทึกไว้ในตำราเวทมนตร์ขั้นสูงที่เธอเคยได้อ่านจากชายชราอู๋หมิงฮั่นมาก่อนทำให้เธอเข้าใจได้ทันทีว่าอาจต้องใช้วิธีการเดียวกับอู๋หมิงกง
อย่างไรก็ตามณิชาจะได้ศึกษาในกาลข้างหน้าเมื่อเข้าสู่เจดีย์โบราณในหอตำราชั้นสองแล้วทว่าในเวลานี้เธอทำได้เพียงต้องใช้พลังปราณอันแข็งแกร่งเพื่อฝืนเปิดประตูค้างไว้ร่วมกับการใช้เวทมนตร์คงตัวเพื่อให้ประตูเปิดไว้ได้นานที่สุดซึ่งคาดว่าน่าจะสามารถเข้าสู่หอตำราได้ไม่เกินสิบคนแน่นอน
“สงสัยว่าฉันจะยั้งให้คนเข้าหอตำราได้มากที่สุดแค่สิบคนเหมือนแต่ก่อนกระมัง หากฉันมีโชควาสนาพอ อาจจะเลื่อนระดับสูงขึ้นแล้วเปิดประตูหอตำรารับคนได้มากกว่านี้”
ณิชาถอนหายใจอย่างไม่อยากยอมรับความจริงตรงหน้าเท่าใดนักเธอเกิดความมุ่งมั่นที่จะตามหาสมุนไพรหัวใจรากแก้วอีกครั้งเพื่อปรุงยาเพิ่มพลังปราณเนื่องจากยาหัวใจรากแก้วที่มีอยู่กับตัวนั้นเธอวางแผนที่จะมอบให้กับทีมเสือขาวและอาจมีศิษย์พี่บางคนที่ยังไม่ได้รับเพื่อที่อย่างน้อยทุกคนจะได้แข็งแกร่งขึ้นในเร็ววัน
จากนั้นเธอสื่อสารแจ้งพี่ชายตนเองด้วยน้ำเสียงแสดงความผิดหวังเล็กน้อยเพราะไม่สามารถช่วยเหลืองานของสำนักได้เมื่อเห็นว่าตนเองยังมีเวลาเหลืออยู่เพราะไม่ได้รับมอบหมายงานใดเป็นพิเศษจากเจ้าสำนักเธอจึงไปตัดชุดใหม่ที่แผนกบริหารก่อนที่จะบินไปหาสามีและทีมเสือขาวแทน
..........
ณิชาเหินตัวลงจอดในตำแหน่งหลังบ้านของชายชราหวังจ้านซึ่งได้รับที่อยู่มาจากสามีโดยเวลานี้มีชายหนุ่มหลายคนพักอยู่ในบ้านชายชราหวังจ้านและบ้านของเทียนเจียวโจวซึ่งอยู่ติดกันทำให้ดูมีผู้คนมากหน้าหลายตาพอสมควร
“ภรรยามาแล้ว.....เหนื่อยไหมครับ?”
จ้าวหลงที่ยืนชะเง้อรอภรรยาอยู่หลังบ้านเมื่อเห็นเธอบินลงจอดนิ่งแล้วจึงโผเข้ากอดด้วยความคิดถึง เขาสอบถามด้วยความห่วงใยพร้อมกับประคองใบหน้างามขึ้นสบตาตนเองเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกห่วงหาอาทรอย่างแท้จริง
“ไม่เหนื่อยค่ะ.....วันนี้ฉันว่างงานพวกคุณพร้อมเข้ารับการทดสอบหรือยังคะ?”
ณิชายิ้มน้อย ๆให้สามีด้วยความอบอุ่นหัวใจ เธอตอบกลับเขาตามจริงพลางถามถึงการเตรียมตัวของสามีและทีมเสือขาว
หญิงสาวพลันเหลือบมองเห็นหยางจวินเดินออกมาจากบ้านพอดีเขาหยุดชะงักครู่หนึ่งก่อนเดินเข้ามาทักทายเธออย่างเป็นธรรมชาติว่า
“สวัสดีเหยาเหยาไม่เจอกันนานเลยนะ ครรภ์ใหญ่ขึ้นผิดหูผิดตาเลย”
หยางจวินพูดท้วงณิชาด้วยความแปลกใจเนื่องด้วยอายุครรภ์ของหญิงสาวยังไม่มากนัก ทว่าครรภ์ดูใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมากนักทั้งที่อีกฝ่ายยังอยู่ในชุดกางเกงที่คับแน่นพอสมควร
ณิชาเห็นว่าหยางจวินคงทำใจเรื่องของตนเองได้แล้วจึงตอบกลับเขาอย่างผ่อนคลายว่า
“นั่นสิคะฉันก็แปลกใจเหมือนกัน เมื่อวานยังเล็ก ๆ อยู่เลยแต่เมื่อเช้าดันโตขึ้นจนฉันก็สงสัยเหมือนกันค่ะแต่ลองตรวจตัวเองแล้วก็ไม่พบผิดปกติอะไร”
เธอรู้สึกยินดีที่ชายหนุ่มสามารถทำใจยอมรับเรื่องราวระหว่างตนเองและสามีได้จึงรู้สึกผ่อนคลายในการวางตัวและสื่อสารกับเขา
“สงสัยลูกคงอยากหาพื้นที่วิ่งเล่นกระมังครับ”
จ้าวหลงพูดเสนอความคิดเห็นแบบขำขันถึงแม้ว่าครรภ์ใหญ่ขึ้นแต่เมื่อไม่มีภาวะแทรกซ้อนหรือความผิดปกติใดย่อมทำให้เขาคลายความกังวลไปโดยอัตโนมัติ
จากนั้นจ้าวหลงสอบถามภรรยาด้วยความคาดหวังว่า
“ภรรยาครับ พวกเราไปเยี่ยมอาเทียนด้วยกันดีไหม? ตอนนี้อาเทียนพักฟื้นอยู่ที่บ้านมีพวกเสี่ยวถิงกับเสี่ยวตันคอยดูแลอยู่”
ณิชาตาเป็นประกายอย่างยินดีเพราะเธอตั้งใจที่จะไปพบญาติตนเองที่เหลืออยู่อีกหนึ่งคนนอกจากพี่ชายจึงตอบรับคำชวนของสามีทันทีว่า
“ไปสิคะฉันก็อยากทักทายลุงเหมือนกันค่ะ”
ณิชาใช้พลังจิตตรวจสอบบ้านของชายชราหวังจ้านและบ้านของเทียนเจียวโจวแล้วพบว่าทีมเสือขาวต่างพากันนั่งฝึกฝน
อย่างขะมักเขม้นซึ่งเธอรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างยิ่งจึงคิดว่าพวกเขาน่าที่จะสามารถฝึกฝนจนผ่านการทดสอบเป็นศิษย์สายในได้เร็ววัน
เมื่อจ้าวหลงและณิชาเดินเคียงคู่ไปด้วยกันที่บ้านของเทียนเจียวโจวโดยมีสายตาคู่หนึ่งมองตามแผ่นหลังของคนทั้งคู่อย่างมีความหมายซึ่งหยางจวินตั้งปฏิญาณไว้ก่อนแล้วเกี่ยวกับตัวณิชาซึ่งเขายังคงมุ่งมั่นต่อไป
..........
จ้าวหลงและณิชาเดินเข้าไปหาชายวัยกลางคนที่กำลังนั่งจิบชาอยู่หลังบ้านโดยมีเจียงเว่ยถิงช่วยผ่าฟืนให้อย่างเต็มใจเหตุเพราะเขาอยากผ่าฟืนระบายความเครียดที่ตนพ่ายแพ้พนันเพื่อนร่วมทีมเนื่องจากมีการพนันขันต่อระหว่างตนกับเพื่อนอีกสามคน นั่นคือ กวางคุน หยวนลี่หยางและโหวเส้าเฟิง โดยทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าวันนี้ณิชาจะมาหาจ้าวหลงอย่างแน่นอน
เมื่อณิชาเหินตัวลงจอดหลังบ้านของชายชราหวังจ้านหยวนลี่หยางที่พักอยู่ในบ้านของชายชราหวังรีบวิ่งมาบอกเพื่อนในบ้านของเทียนเจียวโจวทันทีทำให้เจียงเว่ยถิงผู้แพ้พนันกับเพื่อนต้องทำงานชดใช้ตามเงื่อนไข
“เฮ้!...เสี่ยวถิง ทำไมนายขยันนักเล่า?”
จ้าวหลงเอ่ยกระเซ้าลูกน้องอย่างนึกขำขันเหตุเพราะเขาพอจะวิเคราะห์ท่าทางผิดปกติทั้งหลายของลูกน้องที่มีการซุบซิบกันได้จึงคาดเดาได้ว่าการที่อีกฝ่ายทำตัวขยันขันแข็งเช่นนี้ย่อมเกี่ยวข้องกับภรรยาตนเองอย่างแน่นอน
เจียงเว่ยถิงที่แต่เดิมยินยอมก้มหน้ารับการลงโทษในการแพ้พนันแต่โดยดีพลันเงยหน้าขึ้นแล้วตอบกลับจ้าวหลงด้วยน้ำเสียงหดหู่ว่า
“โธ่! เจ้านายครับ อย่าเยาะเย้ยผมนักเลย คงมีแค่ผมคนเดียวกระมังที่คาดเดาอะไรไม่ได้เลย”
เขาไม่ได้เข้าร่วมภารกิจที่ประเทศซาอุดิอาระเบียด้วยจึงไม่ได้รับรู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายและณิชานั้นเป็นอย่างไร ทั้งนี้เพื่อนร่วมทีมทั้งสามคนต่างปิดเงียบโดยมีเพียงคำกล่าวกำกวมที่เขาไม่เข้าใจทำให้เขาไม่สามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างแม่นยำจึงพ่ายแพ้พนันเช่นนี้
“แล้วไปตกลงอะไรกับพวกเสี่ยวคุนละ?” จ้าวหลงถามลูกน้องด้วยความอยากรู้
พลันมีเสียงตอบจ้าวหลงจากกวางคุนที่เดินออกจากบ้านของเทียนเทียนโจวพร้อมด้วยน้ำสมุนไพรมาเสิร์ฟเจ้านายอย่างเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า
“ไม่มีอะไรหรอกครับเจ้านายพวกเราแค่พนันเล็ก ๆ น้อย ๆ พอมีสีสันเท่านั้นแหละ จริงไหมเสี่ยวถิง?”
กวางคุนวางแก้วน้ำสมุนไพรบนโต๊ะรับแขกที่มีเทียนเจียวโจวนั่งจ้องมองจ้าวหลงและณิชาด้วยตาเป็นประกายอย่างมีความสุขอยู่เขาไม่สามารถบอกกล่าวเรื่องที่พนันกันได้เพราะเกรงว่าเจ้านายจะหมั่นไส้แล้วไล่ต่อยเตะพวกเขาเนื่องด้วยเวลานี้จ้าวหลงแข็งแกร่งมากกว่าเดิมหลายเท่านัก
เจียงเว่ยถิงที่ถูกสายตากดดันจากเพื่อนให้ตอบอย่างที่ควรตอบโดยไม่พาดพิงไปถึงนายหญิงทำให้เขาลอบถลึงตากลับคืนให้เพื่อนก่อนตอบเจ้านายอ้อม ๆ ว่า
“ใช่ครับแค่หาอะไรทำที่มันสนุก ๆ เท่านั้นเอง หวังว่าไปสมัครเป็นศิษย์สำนักนิรนามแล้วจะมีเรื่องให้ผมตื่นเต้นบ้างนะครับน่าเสียดายที่ไม่ได้ร่วมภารกิจช่วยเหลือรัชทายาทด้วยไม่งั้นผมคงมีประสบการณ์มากกว่านี้”
เจียงเว่ยถิงถือโอกาสพูดเหน็บกวางคุนอย่างอดไม่ได้เหตุเพราะมีแค่เขาและหลีจยงเท่านั้นที่ถูกเพื่อนปิดบังความลับบางอย่างไว้ซึ่งความลับดังกล่าวยิ่งทำให้เขาอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น