แม้จะชินบ้างแล้วว่าดาวนี้เปลี่ยนไปจากที่ข้าเคยรู้จักแต่คำบอกเล่าเกี่ยวกับผู้อารักษ์จากออซก็ทำข้าอึ้งได้อีก
พวกมันคือเหล่าสัตว์วิเศษที่ตั้งชุมชนกันอยู่ทางทิศตะวันออกห่างจากกำแพงแก้วราวหนึ่งพันก้าว ผู้อารักษ์มีภูมิปัญญาหลายอย่างคล้ายมนุษย์ ทั้งอาวุธเสื้อผ้า ภาษา มีสิ่งปลูกสร้างเป็ที่อยู่อาศัยแบบครอบครัว ทำหน้าที่ดูความเรียบร้อยโดยรวมของกำแพงแก้วและอารักขาวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่ใจกลางชุมชนออซบอกว่ามันเป็อาคารสูงสามชั้น แต่ละชั้นสูงประมาณช้างสองเชือกยืนต่อตัวกัน เ้ากระต่ายเคยเข้าไปแค่ชั้นแรกเพื่อร่วมพิธีสรรเสริญเทพผู้พิทักษ์
ที่น่าสนใจคือชั้นสองมันเป็ที่อยู่ของแม่มดหัวหน้าผู้อารักษ์ สัตว์วิเศษที่เชี่ยวชาญศาสตร์เวททุกแขนง แม่มดเป็พวกเก็บตัวนาน ๆ จะโผล่หน้ามาให้เห็นสักที มันเก็บซ่อนความลับเกี่ยวกับวิหารไว้มากมาย และยังเป็ผู้เดียวที่สามารถอนุญาตให้มีการเข้าออกกำแพงแก้วได้ส่วนชั้นสามเป็ปริศนา ออซไม่แน่ใจว่าเป็ชั้นว่างหรือไว้เก็บของ
“เ้ารู้เื่นั้นได้ไงที่ว่าแม่มดมีสิทธิ์อนุญาตให้ใครก็ตามเข้าออกกำแพงแก้วได้” ข้าเลิกคิ้ว
“พวกสัตว์วิเศษตัวอื่นบอกข้าแต่ไม่รู้หรอกนะว่าจริงไหม ง่ำ ๆ” ออซในร่างกระต่ายตอบพลางเคี้ยวลูกมัลเบอร์รี่ “อ้อ! ว่ากันว่าแม่มดอายุมากกว่ากำแพงแก้วอีกนะ นางอาจจะเป็หนึ่งในผู้ร่วมสร้างกำแพงแก้วกับท่านไอโรนางมีความสามารถในการควบคุมมานาระดับาาภูตทำให้คงสภาพความอ่อนเยาว์ในร่างกายได้ยาวนาน ซึ่งน่าจะจริงนะ นางดูทรงพลังมีความรู้มหาศาล แต่ก็ไม่ได้แก่ไปกว่าข้าในร่างครึ่งมนุษย์เลย”
าาภูตที่ออซว่าคือการจัดลำดับความสามารถเวทมนตร์ระดับเริ่มต้นคือผู้กล้า ถัดมาคือจอมปราชญ์ ตามด้วยาาภูต และสูงสุดคือเทพดวงดาว ก่อนข้าจะลงมาจุติมีผู้กล้ากับจอมปราชญ์อยู่กันเกลื่อนดาวดวงนี้พวกาาภูตมีไม่เท่าไหร่ และเทพดวงดาวก็ปรากฎตัวครั้งล่าสุดเมื่อพันปีก่อนเห็นจะได้
“รู้การจัดลำดับความสามารถทางเวทมนตร์ของพวกมนุษย์ด้วยแฮะไม่ธรรมดา” ข้าพึมพำ “ว่าแต่แม่มดที่ว่าเป็สัตว์อะไรล่ะออซ”
“ไม่รู้นะ บ้างก็บอกนางเป็ลิงชิมแปนซีบ้างก็บอกว่าเป็นกยูง แต่ข้าไม่เคยเห็นนางกลับคืนร่าง แถมยังชอบใส่เสื้อผ้ามิดชิดปิดร่างกายไว้ไม่เห็นอวัยวะที่เป็คอร์พลังเวทเลย”
“อืมเข้าใจได้ ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร” ข้าลูบคาง “เ้าไปส่งข้าได้ไวสุดเมื่อไหร่”
ผู้ถูกถามนิ่งคิด “ไวสุดก็ตอนนี้ข้าเปิดโพรงกระต่ายไปที่ที่เคยไปได้แม้จะไกลแค่ไหน แต่เ้าล่ะลิมุน เดินคล่องแล้วเหรอถึงอยากจะไปผจญภัยพวกผู้อารักษ์ไม่ชอบสัตว์แปลกหน้า พวกเขาทื่อตรง ไม่ชอบให้ใครจุ้นจ้านเจอกวางเด็กอวดดีแบบเ้าไปยั่วโมโหจะตะเพิดกลับเอานะ”
“ก็ให้เ้าไปส่งไงบอกว่าข้าคือกวางของพระเ้าที่พวกเขารอ” ข้าชี้นิ้วมายังอกตัวเอง
“สัตว์ที่รู้เื่นั้นมีแค่ข้าแล้วก็พวกผู้อารักษ์ระดับสูงทั้งสี่ เราไปถึงที่พักพวกเขาเลยไม่ได้หรอกลิมุน ยังไงก็ต้องผ่านยามเฝ้าประตูกับสัตว์ในชุมชนก่อนซึ่งพวกนั้นจะว่าดีก็ดี จะว่าน่ารำคาญก็ใช่ ข้ากังวลความปลอดภัย...ของพวกเขานะไม่ใช่ของเ้า ไอ้กวางอันธพาล พวกเขาแข็งแกร่ง แต่ภายในอ่อนไหวมาก ทำใครเจ็บที่เหลือก็จะแค้นไปด้วยระหว่างอยู่นั่นเ้าอาจไม่ปลอดภัย”
ข้าอยากบอกว่าไม่ได้สนใจเท่าไหร่นักแต่เพราะกลัวว่าออซจะไม่ยอมไปส่งเลยต้องกล้ำกลืนความอวดดีลงไปก่อนจะทำตาเป็ประกายและสีหน้าเป็มิตรให้ไอ้กระต่ายชื่นใจ
“ได้สิออซ”ข้ายิ้มตอบ ก่อนจะคืนร่างเป็กวาง “ข้าก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร เ้าน่าจะรู้กะอีแค่ไปหาผู้อื่นอย่างมีไมตรีจิตทำไมจะทำไม่ได้”
“เอิ่ม...เ้าว่างั้นข้าก็เชื่อ...แล้วกันนะ”ออซบอกทั้งที่แววตาไม่ไว้ใจ “งั้นไปกัน ออกเดินทาง โย้ว!”
เราเข้ามาในมิติโพรงกระต่ายระหว่างนั้นข้าก็เรียบเรียงไปด้วยว่าต้องพูดเื่อะไรกับพวกผู้อารักษ์บ้างแต่ยังไม่ทันจะได้คำตอบเราก็มาโผล่หน้าประตูเหล็กขนาดใหญ่ที่มีอักขระเวทสลักไว้ด้านข้างของประตูเป็กำแพงสีขาวสว่างยาวสุดสายตา ข้าพินิจอักขระเวทบนประตู มันค่อนข้างซับซ้อนผุ้ทำต้องใช้ทักษะขั้นสูงในการร่าย ต่อให้เป็ข้าก็ต้องใช้เวลาพักใหญ่ในการแก้เงื่อนไขเวทนี่
“พวกเขารู้แล้วว่าเรามา”ออซชี้อุ้งเท้าไป้า เหยี่ยวดำตัวหนึ่งบินวนเหนือหัวเรา ก่อนจะร่อนลงมายืนประจันหน้า
“ออซ”เหยี่ยวทักทาย มันดูทั้งดีใจและระแวงที่ได้เห็นเ้ากระต่าย “ข้าไม่คิดว่าเ้าจะกลับมาอีกตอนนี้เ้าเป็ผู้พิทักษ์ที่ออกจากเขตป่าตัวเองสองรอบแล้วนะ”
“ฮ่าๆ ไดโน่ ข้าแค่ออกมาชั่วคราวเพื่อหาสหายมาพบเหล่าอารักษ์ชั้นสูงน่ะ” ออซทักกลับมันตีหลังข้าเบา ๆ ให้ทักทายเ้าเหยี่ยว แต่ข้าก็นิ่งเฉย “เอ่อ...อะแฮ่ม! ขอเข้าไปได้มั้ย ข้าเอาเขาไปฝากพวกชั้นสูงแล้วต้องรีบกลับ”
“นี่ไม่ใช่สถานรับเลี้ยงเด็กสหายหูยาว เขาเป็ใคร แล้วทำไมถึงต้องเจอกับอารักษ์ชั้นสูง” ไดโน่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ข้าดวงตากลมเล็กของมันฉายแววไม่ไว้วางใจขั้นสุด “บอกมาออซไม่งั้นข้าก็ให้ผ่านเข้าไปไม่ได้”
“เอิ่ม...มันค่อนข้างเข้าใจยากนะเอาเป็ว่าเมื่อสองปีก่อนตอนข้าจากไป พวกอารักษ์ชั้นสูงให้ข้าตามหาเ้ากวางนี่แล้วตอนนี้ข้าก็กลับมาพร้อมสิ่งที่พวกเขาขอแล้ว เราเลยต้องเข้าไปไง” ออซยิ้มแห้ง ๆ
“อารักษ์ชั้นสูงที่ขอเ้าคือท่านใดบอกชื่อมา” ไดโน่ยังคงไม่ยอมปล่อย
“ก็ท่านชิเอล่าเอ่อ...ท่านอารอน ท่านลิโอตัส แล้วก็นั่นด้วย...แม่มด” ออซตอบอึกอัก
“ข้าจะเชื่อได้ไงว่าเ้าพูดจริง”เ้าเหยี่ยวเดินวนรอบเรา
“ก็ไปตามท่านใดท่านหนึ่งออกมามั้ยให้เขาช่วยยืนยัน แหะ ๆ”เ้ากระต่ายลูบหัวตัวเอง
ไดโน่ส่ายหัว“พวกเขาไม่ค่อยว่างหรอก ่นี้เห็นว่ากำแพงเสียแหล่งพลังงานไปบางส่วนน่าจะเพราะมีรูปเคารพเสียหาย กำลังหาทางแก้ไข”
“อ้อป่าเราเองล่ะ ข้าเป็คนทำลายรูปปั้นไอ้กวางเหลืองนั่น” ข้าตอบนิ่ง ๆ “แล้วข้าก็จะทำลายที่นี่ด้วยถ้าเ้ายังถามเซ้าซี้ปล่อยข้ายืนตากแดดอยู่แบบนี้”
“ลิมุน!” ออซตวาดลั่น ตอนนี้ข้าแน่ใจแล้วว่ามันเกรงใจเ้าไดโน่อยุ่จริงๆ
ไดโน่ชะงักกึกมันถอยหลังไปเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนร่างเป็ครึ่งมนุษย์ในชุดยาวสีดำคาดเข็มขัดทองเหลืองประดับมณีทับทิมไว้กลางลำตัว มันมีใบหน้าเฉียบคมและดวงตาเล็กตี่ที่สำคัญคือกลางหลังมีปีกสีน้ำตาลประดับอยู่
“ออซเ้ากวางนี่พูดจริงเหรอ” ไดโน่เลิกคิ้วถาม
“เอ่อ...”ออซอ้ำอึ้งหนักกว่าเก่า
“จริงสิไม่ต้องรอเ้ากระต่ายนี่ตอบหรอก อยากให้ข้าพิสูจน์มั้ยล่ะ”ข้าเปลี่ยนร่างเป็ครึ่งมนุษย์บ้าง “ให้เราพบพวกอารักษ์ชั้นสูงแลกกับการที่เ้าไม่ต้องเสียประตูทางเข้าไปทั้งแถบ เอางั้นมั้ย?” ข้ากอดอก
“ไอ้ล่อนจ้อนอย่างเ้าข้าไม่เชื่อถือ”ไดโน่กอดอกบ้าง สีหน้ามันนิ่งงันราวกับไม่กลัวข้าจริง ๆ
“ได้!!” ข้าตวาดลั่น ก่อนจะหันไปทางกำแพง “Devine ofApocalypse...”
“ลิมุนใจเย็นน่า เรายังคุยกับเขาได้” ออซเปลี่ยนร่าง แล้วทำท่าจะเข้ามาปิดปากข้าแต่ก็โดนผลักออก
“Big bang!!” ข้าร่ายเวทคำสุดท้าย ตอนนั้นเองที่ฟ้ามืดลงทันตาสายลมพัดกระหน่ำจนใบไม้ปลิวไปทั่ว เหนือกำแพงปรากฎลูกบอลพลังงานสีขาวและสีดำ มันค่อยๆ เคลื่อนเข้าหากันช้า ๆ แรงบีบอัดมหาศาลทำให้ผิวกำแพงมีรอยแตกร้าวเล็กน้อยก่อนจะลามใหญ่โตเหมือนผืนดินแห้งแล้ง เสียงฮือฮาด้วยความใดังมาจากด้านใน
ข้ายืนยิ้มมองผลงานที่กำลังจะเสร็จด้วยความภาคภูมิใจและวินาทีนั้นเองที่ก้อนพลังงานทั้งสองหายวับไปในอากาศ รอยแตกร้าวบนกำแพงค่อย ๆคืนสภาพ และสภาพอากาศแปรปรวนรอบ ๆ ก็จางหายไป
“ฮะ?อะไรน่ะ” ข้าสะดุ้งโหยง “ฝีมือเ้าหรอ ไอ้นกปากเหลือง”
ไดโน่คิ้วกระตุก“สามหาวสิ้นดี อย่าคิดว่าใช้เวทมนตร์ระดับสูงได้แล้วจะเหนือกว่าใครเขาเชียว...แต่นั่นไม่ใช่ฝีมือข้าทางเข้าชุมชนผู้อารักษ์เชื่อมโยงกับกำแพงแก้ว หากกำแพงแก้วเจ็ดชั้นยังอยู่ดีกำแพงของเราก็จะไม่มีวันแตกสลาย” เ้าเหยี่ยวถอดเข็มขัดออกมันกลายสภาพเป็ดาบสีทองเหลืองคมกริบ ไดโน่ชี้มันมาที่คอข้าท่ามกลางความใของออซ
“ลิมุนเ้ากำลังจะทำเสียเื่ ขอโทษไดโน่ซะ” กระต่ายบีบไหล่ข้าแน่น
“ข้าไม่ชอบการอ้อมค้อมนี่นามัวแต่รอไอ้เหยี่ยวนี่สอบสวนเราไม่ได้ไปไหนกันพอดีถ้าแสดงพลังให้ดูเผื่อจะเชื่อว่าข้าพิเศษจนพวกระดับสูง้าตัวไง” ข้าเถียงกลับ
“เ้าพิเศษจริงกวางน้อยแต่เป็ในฐานะผู้บุกรุกที่ต้องคุมตัว” ไดโน่กล่าว มันกางปีกออก แผ่พลังมานามหาศาลออกมาจากร่างกาย