พิมมาดา มีพี่สาวชื่อ พิมพา พิมพาตั้งครรภ์คลอดได้ลูกสาว แต่ก็เสียชีวิตหลังคลอด เนื่องจากสภาพร่างกายอ่อนแอ ส่วนพี่เขยชื่อคมกฤติ ไม่อาจเลี้ยงลูกสาวด้วยตัวคนเดียวได้ เนื่องจากเขาต้องทำงานเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ แม่ของพิมมาดาจึงขอร้องให้เธอย้ายไปอยู่ที่บ้านพี่เขย เพื่อช่วยเลี้ยงหลานสาวที่น่าสาว ชื่อแนนนี่ พอเวลาผ่านไป 5 ปี เด็กอายุได้ 5 ขวบ พี่เขยวัย 35 ปีของเธอก็ได้พลาดท่ามีอะไรกับเด็กสาวอายุ 18 ปี ครอบครัวฝ่ายหญิงเรียกร้องให้พี่เขยต้องรับผิดชอบ ทำให้แนนนี้กำลังจะมีแม่เลี้ยงในอนาคตชื่อว่าธารา
พิมมาดา ทำงานเป็โปรแกรมเมอร์ เธอสนิทกับแทนดี้ เพื่อนกระเทยหน้าตาดี วันนี้พวกเธอก็มาทานข้าวด้วยกัน เลยได้คุยกันถึงเื่พี่เขย
“เป็ไง พิม ได้ข่าวว่า พี่เขยเธอจะมีเมียใหม่ เห็นว่าเป็เมียเด็กด้วยนี่ยะ” แทนดี้กล่าว
“ฉันยังไม่เห็นหน้า แต่คิดว่าแนนนี่น่าจะชอบธารา เห็นว่าธาราเป็เด็กสาวสวยหน้าตาดีมาก” พิมมาดาเล่า
“อ้าว แล้วเธอล่ะ จะทำยังไง” แทนดี้สงสัย
“ว่าจะหาเื่มาเช่าอพาร์ทเม้นท์ข้างนอกน่ะ ปกติแม่ไม่ให้เช่าที่พักอยู่ เลยขอร้องให้ฉันไปอยู่บ้านพี่เขยเพื่อช่วยเลี้ยงหลาน แต่ตอนนี้คงอยู่ไม่ได้แล้วล่ะ ถ้าอย่างนั้นเธอช่วยอะไรฉันอย่างสิ” พิมมาดาขอร้อง
“ให้ช่วยอะไรยะ” แทนดี้ถาม
“แกล้งเป็แฟนฉันหน่อย ฉันจะได้หาข้ออ้างเื่ไปเช่าอพาร์ทเม้นท์อยู่น่ะ” พิมมาดากล่าว
“แล้วเขาจะเชื่อหรอ ฉันหน้าตาดีมาก ส่วนเธอแต่งตัวเฉิ่มใส่แว่นหนาเตอะซะขนาดนี้” แทนดี้วิจารณ์เพื่อนสาว
“เอ่อน่า ก็ถือว่าแฟนหนุ่มกำมะลออย่างเธอ หน้ามืดก็แล้วกัน” พิมมาดากล่าว
“ยอมช่วยก็ได้ แต่ฉันคิดค่าตอบแทนนะ” แทนดี้กล่าว
“ฉันไม่เกี่ยงเื่เงิน จะว่าไปเหมือนฉันซื้อผู้ชายมาแกล้งเป็แฟนยังไงก็ไม่รู้” พิมมาดากล่าว
“นั่นน่ะสิ เสียเงินทั้งที ทำไมไม่จ้างผู้ชายตัวจริงไปเลย แอบแซ็บได้ด้วย” แทนดี้กล่าว
“เลิกพูดเถอะ พรุ่งนี้เตรียมตัวเลยก็แล้วกัน แต่งตัวหล่อๆหน่อยนะเพื่อน” พิมมาดากล่าว
*****************************************
พิมมาดากลับมาถึงบ้านก็เกิดความวุ่นวายเกิดขึ้น อยู่ดีๆแนนนี่หลานสาวสุดที่รักก็ร้องไห้โวยวาย
“ไม่เอา ไม่เอา หนูไม่อยากได้แม่ใหม่ หนูอยากให้น้าพิมเป็แม่ของหนู ฮือฮือ” แนนนี่โวยวาย
“โถ่ลูก น้าธาราเขาใจดีนะลูกนะ ลูกเห็นเธอ ลูกต้องชอบแน่ๆเลย” คมกฤติกล่าว
*****************************************
พิมมาดายังไม่ทันเข้าไปในบ้าน เธอได้สอบถามแม่บ้านเสียก่อน
“เกิดอะไรขึ้นหรอคะ ทำไมแนนนี่งอแงอย่างนั้น” พิมถาม
“ก็คุณแนนนี่สิคะ เธอไม่อยากได้แม่เลี้ยงคนใหม่ เธออยากให้คุณมาเป็แม่ของเธอเสียมากกว่า” แม่บ้านกล่าว
“เื่นี้เองสินะ เดี๋ยวพิมจัดการเองค่ะ” พิมเดินเข้าในบ้านทันที
พิมเข้าไปกอดหลาน พร้อมกับพูดปลอบทัน “ไม่เอานะ ไม่ร้องนะคนดี แม่เลี้ยงใหม่ของหนูเป็คนใจดีนะคะ ยังไงหนูก็ต้องชอบเธอแน่ๆ”
“แต่หนูอยากให้น้าเป็แม่หนูนี่คะ” แนนนี่กล่าว
“ถึงน้าเป็แค่น้า แต่น้าก็รักหนูมากนี่คะ แล้วหนูไม่รักพ่อหรอคะ พ่อของหนูจำเป็ต้องมีคนดูแล ถ้าพ่อของหนูรักใคร หนูก็ควรรักคนนั้นด้วยสิคะ” พิมกล่าว
“แล้วทำไมพ่อเขาไม่รักน้าล่ะคะ” แนนนี่กล่าว
“อ้าวแล้วทำไมหนูถึงรักตุ๊กตาตัวโปรดล่ะคะ ซื้อเปลี่ยนให้หลายตัวหนูก็ยังรักตัวนั้นอยู่ดี” พิมใช้วิธีพูดเปรียบเทียบ
“ก็หนูรักตัวนี้นี่คะ” แนนนี่กล่าว
“นั่นไง ก็เหมือนกันไง หนูไม่อาจบังคับให้พ่อมารักน้าได้นะคะ เพราะพ่อหนูมีคนที่รักอยู่แล้ว” พิมอธิบาย
“ค่ะ หนูเข้าใจแล้ว” แนนนี่กล่าว
“เก่งมาก แนนนี่” พิมกอดหลานและปลอบให้หลานไม่งอแงได้สำเร็จ
พอแนนนี่เงียบ ไม่ร้องแล้ว พิมมาดาก็หันไปหาพี่เขยพร้อมกับพยักหน้าให้ เพื่อให้พี่เขยเข้ามาหาลูกสาว
*****************************************
วันถัดมา พี่เขยได้พาธารามาหาลูกสาวของเขา เพื่อให้ทั้งสองคุ้นเคยกันไว้ แต่ทว่าธารากลับเป็คนหน้าไหว้หลังหลอก ต่อหน้าคมกฤติ เธอก็ดีต่อแนนนี่ แต่ลับหลังกลับข่มขู่ให้เด็กเชื่อฟังแต่โดยดี ทำให้แนนนี่ยิ่งไม่อยากมีแม่เลี้ยงใหม่คนนี้จริงๆ
แต่ที่ทำให้แนนนี่รู้สึกผิดหวังก็คือ คุณน้าพิมมาดากลับพาแฟนหนุ่มที่ชื่อแทนมาแนะนำให้รู้จักด้วย พร้อมกับบอกว่าจะย้ายออกไปอยู่อพาร์ทเม้นท์ ทำให้แนนนี้รู้สึกเหมือนขาดที่พึ่งทันที
พิมมาดาเลี้ยงหลานมาั้แ่ยังเล็กๆ เธอมองออกว่าเด็กรู้สึกทุกข์ใจ และสังเกตเห็นหลานสาวมีรอยแดงเป็จ้ำที่แขน เหมือนมีใครไปบีบแขนเด็ก ในใจอยากรีบถามหลานตรงๆ แต่ตอนนี้เธออยู่ต่อหน้าพี่เขยและธารา ก็เลยยังไม่พูดอะไรออกมา
“คุณน้าไม่ต้องย้ายไม่ได้หรอคะ” แนนนี่กล่าว
“ถึงน้าย้ายออกไปแล้ว น้ายังสามารถมาเยี่ยมหนูได้นะคะ น้าสัญญา น้าจะมาเยี่ยมบ่อยๆ ว่าแต่แขนหนูไปโดนอะไรมา ทำไมมีรอยช้ำแบบนี้” พิมจับแขนแล้วถามเด็กน้อย
“คือหนู” แนนนี่มองไปที่ธารา แต่เธอไม่กล้าพูดออกมา เพราะโดนข่มขู่ เลยว่า “หนูล้มค่ะ”
“แนนนี่ไม่ได้โกหกน้าใช่มั้ยคะ” พิมถามย้ำ
“แนนนี่ไม่ได้โกหกค่ะ” แนนนี่จำใจตอบ
พิมมาดาได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ แต่เธอไม่อาจอยู่ที่บ้านพี่เขยได้อีกแล้ว เพราะเขากำลังแต่งงานใหม่ ก็เท่ากับว่าพิมมาดาเป็คนอื่นไปสำหรับเขาไปเสียแล้ว เธอจึงให้แทนดี้ไปช่วยเก็บของเพื่อย้ายออกจากบ้านหลังนั้นทันที
*****************************************
เหตุการณ์มันยิ่งแย่ไปกว่าเดิม เพราะอยู่ดีๆ นายสบชัยก็มาที่บ้านของคมกฤติ พร้อมกับอ้างว่าตนเป็พ่อแท้ๆของแนนนี่ และจะพาแนนนี่ไปอยู่ด้วย แต่คมกฤติไม่ยอม นายสบชัยจึงเรียกร้องให้มีการตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์ความเป็พ่อเป็ลูก
เมื่อแนนนี่ทราบข่าว ทำให้เด็กน้อยอย่างเธอเครียดหนัก ไม่รู้จะทำยังไง นอกจากเธอจะไม่ได้พิมมาดาเป็แม่แล้ว เธอยังต้องกลับไปอยู่กับสบชัย พ่อผู้ซึ่งไม่คุ้นเคยอีก
*****************************************
แนนนี่อยากได้ครอบครัวเดิมๆของเธอกลับคืนมา เธอไม่อยากมีครอบครัวใหม่จริงๆ ด้วยความเป็เด็ก เธอเคยได้ยินยายเล่านิทานให้ฟังถึงเรือนกาญจนา เห็นบอกว่าถ้าเดินทางไปในป่าแห่งนั้นแล้วเจอเรือนสีทอง เธอจะขออะไรก็ได้ แนนนี่วัยแค่ 5 ขวบเท่านั้น เธอจะไปเรือนหลังนั้นได้อย่างไร
ไวเท่าความคิด อยู่ดีๆแนนนี่ก็เห็นผู้หญิงสาวคนหนึ่งเธอถือตะเกียงโบราณ แล้วยิ้มให้กับเด็กสาว ผู้หญิงคนนั้นกวักมือเรียกเด็กน้อยให้เดินตาม ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เด็กน้อยได้เดินติดตามผู้หญิงคนนั้นไป จนกระทั่งก็ได้เห็นเรือนกาญจนาจริงๆ
“พี่สาวเป็ใครคะ ทำไมพาหนูมาที่นี่” แนนนี่ถาม
“พี่ชื่ออุไรค่ะ เห็นหนูอยากจะขอพรไม่ใช่หรอคะ” อุไรกล่าว
“ใช่ค่ะ หนูอยากขอให้พ่อของหนูคือคมกฤติ และแม่ของหนูคือพิมมาดาค่ะ” แนนนี่กล่าว
“พรของหนูจะเป็จริงได้ หนูจะต้องอดทนทำตามที่แม่บ้านสั่งให้ครบสิบวันค่ะ หากครบแล้วถึงจะขอพรนั้นได้ แต่หนูห้ามไปบอกใครถึงเื่เรือนกาญจนาเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นหนูจะพบแต่ความโชคร้ายนะคะ” อุไรกล่าว
“ได้ค่ะ หนูจะทำตามที่พี่สาวบอกทุกอย่าง” แนนนี่กล่าว
“งั้นตามพี่เข้าไปข้างในค่ะ” อุไรจูงมือเด็กเดินเข้าไปในเรือนกาญจนา
“สวัสดีจ้ะ หนูแนนนี่ ฉันคือญินดา เป็แม่บ้านของที่นี่จ้ะ” ญินดาแนะนำตัว
“คุณป้า รู้จักหนูด้วยหรอคะ” แนนนี่สงสัย
“ใช่ ที่มีกฎเหล็กก็คือตลอด 10 วันหนูห้ามร้องไห้เด็ดขาด และนั่นเพื่อนๆของหนู หนูเข้าไปเล่นกับพวกเขาสิจ้ะ” ญินดา
แนนนี่มองไปเห็นเด็กชาย 2 คน เด็กหญิง 3 คน กำลังเล่นลิงชิงบอลกันอยู่ แนนนี่จึงเข้าไปเล่นด้วย แต่แล้วเด็กพวกนั้นกลับเกเร หาเื่แกล้งแนนนี่ โดยเฉพาะเด็กผู้ชาย ชอบขว้างบอลใส่แนนนี่ ทำแนนนี่เจ็บตัว โดนหัวบ้างโดนท้องบ้าง
แต่ทว่าอุไรกลับแอบให้ความช่วยเหลือเด็กน้อย แนนนี่เกือบจะร้องไห้ แต่พอเห็นหน้าตลกๆของอุไร เธอก็ยิ้มขำ และหยุดร้องทันที วันนี้แนนนี่ได้เล่นการละเล่นหลายอย่าง เช่น โยนลูกบอลเข้าตะกร้าบ้าง เตะบอลบ้าง จนกระทั่งเธอเหนื่อย แม่บ้านจึงยกข้าว ขนมและน้ำดื่มมาให้พวกเด็กๆทาน และให้ไปพักผ่อน
เข้าสู่วันที่สอง วันนี้แม่บ้านผู้ซึ่งเป็คนยุคเก่า เธอพาเด็กๆเล่นการละเล่นพื้นบ้าน ั้แ่ มอญซ่อนผ้า เล่นตี่จับ เล่นซ่อนหา รีรีข้าวสาร เดินกะลา กาฟักไข่ งูกินหาง แม้กระทั่งม้าก้านกล้วย
แนนนี่ไม่เคยได้เล่นแบบนี้มาก่อน เพราะในยุคปัจจุบัน ลูกหลานเล่นแต่เกมในมือถือ iPad แต่การละเล่นในวันที่สองทำให้แนนนี่เหนื่อยทั้งวัน จนเพลิน
เข้าสู่วันที่สาม วันนี้เปรียบเสมือนวันกีฬาสี มีทั้งแข่งชักเย่อ วิ่งกระสอบ งัดข้อ วิ่งเปรี้ยว เป่ายาง ซึ่งส่วนใหญ่แนนนี่ก็แพ้ เพราะเธอไม่ค่อยได้เล่นเกมต่างๆเหล่านี้สักเท่าไหร่
วันที่สี่เป็วันใสๆ ซึ่งเป็การละเล่นของเด็กผู้หญิง แนนนี่ต้องเล่นะโเชือก และะโยาง แต่ทว่าเด็กน้อยพลาดสะดุดเชือกและล้มหัวเข่าถลอก แนนนี่เบะปาก เกือบจะร้องไห้ แต่เพื่อนๆเริ่มสงสาร เลยจี้เอวให้เธอจักจี้และหัวเราะออกมา จะได้ไม่ต้องร้องและไม่ผิดกฎ
แม่บ้านเริ่มใจอ่อนเลยรีบเข้ามาทำแผลให้แนนนี่ แนนนี่ในตอนนี้เธอเริ่มรู้จักอดทนต่อความเ็ปได้บ้าง และเห็นว่าเด็กที่แกล้งเธอในวันแรกๆ เริ่มมีน้ำใจกับเด็กน้อยมากขึ้นแล้ว นับว่าเป็มิตรภาพในวัยเด็กน้อยนั่นเอง
วันที่ 5 เป็วันของเด็กผู้หญิงจริงๆ เด็กผู้ชายสองคนต้องอดทนเล่นขายของ เล่นตุ๊กตา และเล่นพ่อแม่ลูก และแม่บ้านเองก็ช่างส่งเสริมเสียจริงๆ เธอไปหยิบเสื้อผ้าเด็กผู้หญิงมาให้เด็กผู้ชายใส่ด้วย
วันที่ 6 เป็วันแห่งการเรียนรู้ ญินดาพาเด็กๆวาดรูประบายสี อ่านนิทานให้ฟัง
วันนี่ 7 เป็วันพัฒนาชุมชน เด็กๆจะต้องไปเก็บขยะ ทำความสะอาดภายในเรือนกาญจนา แม่บ้านสอนให้รู้จักจัดของเล่นให้เป็ระเบียบ
วันที่ 8 แม่บ้านจัดให้ภายในเรือนเป็เหมือนสวนสนุก ที่มีทั้งชิงช้า์ ม้าหมุน รถไฟ สไลเดอร์ ฯลฯ
วันที่ 9 เป็วันธรรมะธัมโม แม่บ้านพาเด็กๆสวดมนต์ นั่งสมาธิ อีกทั้งสอนวิธีการกราบการไหว้ ถือเป็การฝึกมารยาทไปในตัว
และแล้วก็ถึงวันที่สิบเสียที วันนี้แม่บ้านปล่อยให้เด็กๆเล่นและคุยกันตามสบาย เพราะเป็วันสุดท้ายที่แนนนี่จะได้อยู่กับเพื่อนทั้งห้าคนนี้
แนนนี่สงสัยว่าทำไมเด็กๆถึงอยู่ที่นี่แล้วพ่อแม่ไปไหนแล้ว เลยว่า “แล้วพวกเธอไม่มีพ่อแม่หรอ ทำไมถึงได้อยู่ที่นี่ล่ะ”
จริงๆแล้วเด็กๆเหล่านี้เป็เพียงดวงิญญาเท่านั้น แต่เมื่อครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ พวกเขาเป็เด็กกำพร้า เลยพูดว่า “พวกเราเป็เด็กกำพร้า ไม่มีพ่อแม่หรอก”
“จริงๆฉันก็กำพร้าแม่ แต่โชคดีที่มีพ่อกับน้า ฉันจึงรู้สึกอบอุ่นกับครอบครัวเดิม” แนนนี่กล่าว
“พวกเราดีใจด้วยนะ ที่เธอไม่ต้องมารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอย่างพวกเรา จริงๆพวกเราเป็เด็กขาดความรัก ความอบอุ่นน่ะ”
“แต่แม่บ้านก็เลี้ยงพวกเธอเป็อย่างดีนี่” แนนนี่กล่าว
“ที่เราหมายถึง ก็คือในตอนที่พวกเรายังมีชีวิตอยู่”
“อ้าว ตอนนี้พวกเธอเป็อะไร เป็ผีหรอ” แนนนี่กล่าว
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ แต่พวกเราไม่ใช่ผีน่ากลัวนะ อย่ากลัวพวกเราเลย”
“ฉันไม่กลัวหรอก แต่ตลอดสิบวันนี้ขอบคุณมาก ฉันดีใจที่ได้มีเพื่อนดีๆอย่างพวกเธอ” แนนนี่กล่าว
“พวกเราดีใจด้วยที่แนนนี่อยู่ครบกำหนดสิบวัน และกำลังจะได้รับพรนั้น”
สักพักอุไรก็ปรากฏตัว “ถึงเวลาแล้วจ้ะแนนนี่ ได้เวลากลับบ้านแล้วนะ” อุไรกล่าว
“ลาก่อนนะเพื่อนๆ” แนนนี่โบกมือ Bye Bye
ก่อนที่แนนนี่จะเดินออกไปจากบ้าน อุไรก็ให้เด็กน้อยขอพร และเธอก็ร่ายมนตร์ทันที
“ฉันร่ายมนตร์ให้หนูแล้วนะ อะนี่มือถือและจดหมาย จงนำไปให้พ่อของหนูซะ แล้วทุกอย่างจะสมใจหนู” อุไรกล่าวพร้อมกับยื่นของให้
เด็กน้อยรับของมาเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกง แล้วเธอก็ฟื้นขึ้นมาและพบว่า
*******************************************************************************************************************************************
ณ โรงพยาบาล
“ลูกพ่อฟื้นแล้ว เป็อย่างไรบ้างลูก” คมกฤติเดินเข้ามาหาลูกด้วยความเป็ห่วง
“พ่อขา พ่ออย่าทิ้งหนูนะคะ หนูไม่อยากมีพ่อใหม่ค่ะ” แนนนี่กล่าว
“พ่อสัญญา พ่อจะปกป้องหนูเอง พ่อไม่ยอมยกหนูให้ใครเด็ดขาด” คมกฤติกล่าว
คมกฤติกอดลูกสาวดั่งแก้วตาดวงใจ
“แล้วน้าพิมล่ะคะ น้าอยู่ที่ไหน ทำไมน้าไม่ได้อยู่ที่นี่กับแนนนี่” แนนนี่กล่าว
“น้าเขามีงานด่วนที่ต่างจังหวัดครับ พ่อโทรบอกน้าแล้ว วันพรุ่งนี้เขาจะรีบเดินทางกลับมาหาหนูนะ” คมกฤติกล่าว
“พ่อคะ หนูมีของจะให้พ่อค่ะ” แนนนี่เพิ่งนึกได้
แนนนี่ควักมือถือและจดหมายในกระเป๋ากางเกงส่งให้คมกฤติทันที
“มันคืออะไรครับแนนนี่” คมกฤติรับของมาอย่างแปลกใจ
“คุณพ่อดูเองเถอะนะคะ หนูก็ไม่รู้เหมือนกัน” แนนนี่กล่าว
เนื่องจากวันพรุ่งนี้คมกฤติต้องไปทำงานแต่เช้า แม่ของพิมจึงอาสามานอนเฝ้าหลานให้ ดังนั้นคมกฤติจึงกลับบ้านไปพร้อมกับของปริศนานั่น
*****************************************
คมกฤติกลับมาบ้านและดูของปริศนาที่แนนนี่นำมาให้ ทำให้เขารู้ความลับทั้งหมดทันที
ความเป็จริงแล้ว คมกฤติเป็พี่ชายข้างบ้านของพิมพาและพิมมาดา เขาเห็นเธอทั้งสองเป็เหมือนน้องสาวของเขา แต่ด้วยพิมมาดาเป็คนลุยๆชอบทำกิจกรรม ออกชุมชนและออกค่ายบ่อยๆ เธอชอบชวนคมกฤติไปออกค่ายด้วยกัน การทำงานร่วมกันบ่อยๆทำให้คมกฤติแอบชอบพิมมาดา
แต่แล้ววันหนึ่ง พิมพาทำงานเป็ผู้ช่วยบริหาร ณ บริษัทแห่งหนึ่ง เพราะมีตำแหน่งใหญ่โต ทำให้นายสบชัยที่เป็เพียงพนักงานขนของ อยากที่จะจับเธอเพราะเห็นเธอรวย เขาพยายามจีบก็แล้ว แต่พิมพาไม่เคยสนใจสบชัยเลย ทั้งนี้เพราะเธอแอบชอบพี่ชายข้างบ้านอย่างคมกฤติอยู่ สบชัยเห็นว่าอาจจำเป็ต้องใช้กำลัง ทำให้คืนหนึ่งพิมพาที่ต้องเคลียร์งานในตอนดึก เลิกงานเธอเดินมาที่ลานจอดรถ แต่ถูกสบชัยฉุดไปข่มขืนและถ่ายรูปแบล็คเมล์ไว้
หนึ่งเดือนต่อมา พิมพารู้สึกเครียดเื่สบชัยมาก ตอนเย็นๆ เธอเดินเล่นที่สวนสาธารณะในสภาพที่เหม่อลอย และเดินไปได้สักหน่อยก็เป็ลมไป โชคดีที่คมกฤติวิ่งออกกำลังกายและมาเห็นพิมพาเข้า จึงรีบพาส่งโรงพยาบาลทันที
ในครั้งนั้นนี่เองที่คมกฤติรู้ว่าพิมพาท้อง ด้วยความเป็ห่วงเป็ใย เขาจึงสอบถามความเป็มากับพิมพา ซึ่งพิมพาก็ยอมเล่าเื่ทุกอย่างเกี่ยวกับสบชัยให้ฟัง
คมกฤติรีบแก้ปัญหาจ้างคนไปลอบทำร้ายสบชัยแล้วขู่เอาคลิปวีดีโอมาจากเขา จากนั้นเขาก็รับเป็พ่อของเด็กคนนี้ให้ พิมพาซึ้งน้ำใจของคมกฤติ เหมือนว่าเธอกำลังสมหวังในความรัก แต่แล้วในวันที่คมกฤติเมา ทำให้พิมพาได้รู้แล้วว่าคมกฤติแอบรักพิมมาดาอยู่
พิมพาเก็บความรู้สึกเสียใจไว้ในใจ ประกอบกับเธอเครียดเื่งาน ทำให้สภาพร่างกายอ่อนแอมาก และในวันที่คลอด เธอสามารถคลอดลูกสาวได้ปลอดภัยก็จริง และร่างกายเธอเองทนไม่ไหวอีกต่อไป ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์เธอก็เสียชีวิต
ทุกคนโศกเศร้าเสียใจกับการจากไปของพิมพา คมกฤติรับเป็พ่อของแนนนี่โดยที่เขายังไม่ได้แต่งงานกับพิมพาเลย ด้วยความที่เขา้าที่จะแต่งงานกับพิมมาดา และหาทางใกล้ชิดเธอ ดังนั้นจึงเป็คนไปขอร้องแม่ของพิมพา โดยอ้างว่าตนเลี้ยงลูกสาวคนเดียวไม่ไหว เพราะต้องเดินทางไปทำงานต่างประเทศบ่อยๆ จึงอยากให้พิมมาดามาช่วยเลี้ยงหลาน โดยให้ย้ายไปอยู่กับเขาด้วยกัน
ตลอดห้าปี ต่อหน้าพิมมาดา คมกฤติยังคงรักษาสถานะเป็พี่เขยที่แสนดีมาโดยตลอด แต่ลับหลังเขาพยายามกันผู้ชายที่มายุ่งกับพิมมาดาให้ออกไปจากชีวิตของเธอ คมกฤติก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าขนาดพิมมาดาแต่งตัวเฉิ่มแบบนี้ เธอยังคงมีคนมาจีบเรื่อยๆ
จนคมกฤติทนไม่ไหวจริงๆ จึงนัดกับพิมมาดามาคุยให้รู้เื่ ที่ห้องห้องหนึ่ง ที่อยู่โรงแรมใกล้ๆบ้าน
*****************************************
คมกฤติได้ย้อนนึกไปถึงเื่ราวเก่าๆ หลังจากนั้นก็อ่านจดหมายที่บอกให้เขาเปิดคลิปในมือถือดู
ทำให้เขารู้แล้วว่านี่เป็มือถือของพิมมาดา คมกฤติเปิดคลิปแรก ก็เป็บทสนทนาของพิมมาดากับแฟนที่ชื่อแทน
“โปรแกรมถ่ายคลิป ภาพชัดแน่หรอ แทนดี้” พิมมาดากล่าว
“นี่ไงก็ลองถ่ายเลย เดี๋ยวก็รู้เอง ว่าแต่เธอจะแอบไปถ่ายคลิปที่ไหนล่ะเนี่ย” แทนดี้ถาม
“ก็พี่เขยฉันน่ะ อยู่ดีๆก็นัดฉันไปคุยที่โรงแรม เธอว่ามันดูแปลกๆมั้ย ก็เลยว่าจะลองถ่ายคลิปเก็บไว้น่ะ เผื่อไว้เป็หลักฐาน” พิมมาดาแอบระแวงพี่เขยตัวเอง
“ไม่น่าเชื่อ ว่าเธอจะระแวงพี่เขยตัวเองอย่างนี้” แทนดี้กล่าว
“จริงๆพี่เขยก็เป็คนดี ฉันอาจระแวงไปเองก็ได้” พิมมาดากล่าว
“แต่ก็กันไว้ก็ดี อะ นี่ฉันให้” แทนดี้ยื่นที่ช็อตไฟฟ้าให้พิมเพื่อไว้ป้องกันตัว
“เล่นที่ช็อตไฟฟ้าเลยหรอ” พิมมาดากล่าว
“อ้าว ก็กันไว้เฉยๆไง” แทนดี้กล่าว
“อื้อ ขอบใจเพื่อนสาว จะว่าไปเธอแอบเอาที่ช็อตไฟฟ้าไปช็อตผู้ชายบ่อยๆหรือเปล่า” พิมมาดาล้อเพื่อนสาวเล่น
“พูดไปนั่น หน้าตาอย่างฉัน มีแต่คนเดินเข้ามาหาจ้า ไม่จำเป็ต้องบังคับใคร” แทนดี้กล่าว
“จ้า แม่คนหน้าตาดี” พิมมาดากล่าว
จากคลิปนี้ทำให้เขารู้แล้วว่าแทนเป็กระเทย ไม่ใช่แฟนของพิมมาดาจริงๆ
. *****************************************
คลิปที่สองเป็คลิปที่อยู่ภายในห้อง ที่โรงแรมนั่น ซึ่งก่อนที่คมกฤติจะเปิดคลิป เขาจำได้ว่าเขาไปพบลูกค้า และลูกค้าก็มอมเหล้าเขา ทำให้คมกฤติไปพบพิมมาดาที่ห้องห้องนั้นในสภาพที่เมามาย
“ทำไมพี่กฤติ เมาแบบนี้ล่ะคะ แล้วอย่างนี้จะคุยกันรู้เื่ได้ยังไงน่ะ” พิมมาดาบ่น
“พี่ไม่เมา อึ๊ก พี่คุยได้นะพิม” คมกฤติกล่าว
“แล้วพี่มีอะไรกับพิมหรอคะ ทำไมถึงต้องนัดในที่แบบนี้ด้วย มันไม่เหมาะสมนะคะ ” พิมมาดากล่าว
“พี่แค่อยากบอกว่า พี่รักพิม รักมานานแล้วด้วย พี่ไม่ได้มีอะไรกับพิมพาเลยนะ และพี่ก็ไม่ได้เป็พ่อแท้ๆของแนนนี่ด้วย พี่แค่รับผิดชอบเป็พ่อให้แนนนี่เฉยๆ พี่อุตสาห์วางแผนให้พิมมาเลี้ยงหลานให้ พิมจะได้ใกล้ชิดพี่ แต่พิมไม่เคยเห็นใจพี่เลย ทำไมพิมไม่ยอมรับความรู้สึกพี่บ้าง” คมกฤติเล่าจนหมดเปลือก
“พิมว่า พี่กฤติคงพูดไป เพราะเมาค่ะ เอาไว้พวกเรากลับบ้านกันเถอะนะคะ มาอยู่ในห้องในโรงแรมแบบนี้มันไม่เหมาะสมค่ะ” พิมมาดาเริ่มระแวงพี่เขยหลังจากรับรู้ความรู้สึก
คมกฤติไม่ยอม เขาเดินเข้าไปหาพิมมาดา พร้อมกับดึงเธอเข้ามากอดจูบ พิมมาดาพยายามดิ้น คมกฤติผลักน้องภรรยาไปที่เตียงและขึ้นคร่อมลวนลามเธอ
พิมมาดาทั้งร้องทั้งดิ้น และตีเขาอย่างบ้าคลั่ง เธอนึกไม่ถึงว่าพี่ชายที่แสนดีจะกล้าทำแบบนี้กับเธอ พิมมาดาพยายามไปหยิบที่ช็อตไฟฟ้าที่กระเป๋าถือทันที เธอสามารถหยิบมันออกมาได้ จึงรีบช็อตเขาทันที ทำให้คมกฤติสลบไปไม่ได้สติ
พิมมาดาลองเอานิ้วไปแตะที่ปลายจมูกพี่เขย พบว่าเขายังหายใจอยู่ เธอจึงรีบเก็บกระเป๋าและออกจากห้องนั้นทันที แต่ลืมมือถือไว้ที่ห้องนั้น
. *****************************************
มือถือยังคงอัดต่อไป เนื่องจากประตูห้องยังไม่ได้ล็อค สักพักก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินย่องเข้ามา เธอก็คือธารานั่นเอง เด็กสาววัย 18 ปี เธอไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบจัดฉากว่ามีอะไรกับคมกฤติ และเมื่อเขาฟื้นขึ้นมาก็พบว่า ตัวเองและธารามีสภาพเปล่าเปลือย ทั้งๆที่ทั้งสองก็ไม่ได้มีอะไรกัน
คลิปนี้จึงเป็หลักฐานสำคัญที่จะเอาผิดธารา และยกเลิกงานแต่งงานระหว่างเขาและเธอทันที ดังนั้นพรุ่งนี้เช้าเขาจึงรีบไปที่บ้านของธาราเพื่อคุยเื่นี้
“อะไรนะ คุณจะยกเลิกงานแต่งงานกับธารา นี่มันหมายความว่ายังไงกัน หรือคุณอยากถูกจับเข้าคุก” พ่อของธารากล่าว
“ลูกสาวคุณต่างหากที่ต้องถูกจับเข้าคุก นี่คลิปหลักฐานที่เธอจัดฉากว่าผมมีอะไรกับเธอ” คมกฤติเปิดคลิปวีดีโอให้ครอบครัวธาราดู
พ่อและแม่ของธารามองหน้ากัน ต่างพากันพูดขอร้องว่า “อย่าแจ้งจับลูกสาวพวกเราเลยครับ ลูกผมรู้เท่าไม่ถึงการณ์จริงๆ”
“หนูก็แค่อยากได้เงินเท่านั้นค่ะ หนูเห็นพี่รวย คิดเพียงแค่ว่าอยากสบายเลยทำไปอย่างนั้น” ธารากล่าว
“ต่อไปอย่าทำอะไรแบบนี้อีกนะครับ งั้นผมขอตัว” คมกฤติออกมาจากบ้านของธารา
. *****************************************
คมกฤติได้ข่าวว่าพิมมาดา เดินทางมาถึงกรุงเทพฯแล้ว ตอนนี้เธออยู่ที่อพาร์ทเม้นท์เรียบร้อยแล้ว เขาเคาะประตูห้องเธอ หลังจากสืบได้ว่าหญิงสาวพักอยู่ที่นี่
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
คนมาเปิดประตูก็ติดกิ๊บซะน่ารักเชียว “เอ่อ คือ คือ ทำไมพี่กฤติถึงมาที่นี่ได้ล่ะฮะ” แทนดี้ใที่เห็นคมกฤติ
“ใครหรอ แทนดี้” “ว๊าย พี่กฤติมาที่นี่ได้ยังไงคะ” พิมมาดาใเพราะเธอไม่เคยบอกที่อยู่กับพี่เขย
“พี่มีธุระจะคุยกับพิม แทนดี้ออกไปก่อนได้มั้ย” คมกฤติกล่าวอย่างเครียดๆ
“ฮะ ฮะ ตามสบายเลยนะฮะ” แทนดี้รีบออกไปจากห้องทันที
“เฮ้ย แทนดี้ เดี๋ยวสิ” พิมมาดาเรียกเพื่อนสาว
คมกฤติเข้ามาในห้องของพิมอย่างน่าตาเฉย พร้อมกับล็อคประตูห้องอย่างดี
“พี่มีอะไรหรือเปล่าคะ แล้วแนนนี่เป็ยังไงบ้าง” พิมมาดาเอาเื่หลานสาวมาอ้าง
“แนนนี่ดีขึ้นแล้ว คุณแม่ของพิมพาพาหลานกลับบ้านพี่ไปแล้ว ไม่ต้องมาเปลี่ยนเื่พิม พี่รู้เื่ทั้งหมดแล้ว” คมกฤติกล่าว
“เื่อะไรงั้นหรอคะ” พิมมาดาทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้
“อย่าทำไขสือ ในเมื่อคืนนั้นที่โรงแรม พี่ก็ได้สารภาพกับพิมทุกอย่าง แต่พิมแสดงละครเก่งมาก แกล้งทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้” คมกฤติพูดอย่างเอาเื่
“พี่กฤติ อาจเข้าใจอะไรผิดก็ได้นี่คะ” พิมมาดายังคงพูดถ่วงเวลา
คมกฤติเดินเข้าไปหาพิม แต่พิมเดินถอยหลัง เธอยังคงแกล้งทำเป็ไม่รู้เื่ จนคมกฤติแกล้งเข้าไปกอดเธอ เธอจึงเผยตัวทันที
“หยุดได้แล้วนะคะ พี่กฤติ ในเมื่อพี่จำได้แล้ว ก็อย่ามายุ่งกับพิมอีก” พิมมาดายังคงโกรธเื่ในคืนนั้น
“ตลอด 5 ปีที่พี่ทำดีกับพิม พิมยังไม่เห็นใจพี่อีกหรอ ต้องบีบให้พี่เผยตัวแบบนี้ใช่มั้ย พิมถึงจะยอมเปิดใจน่ะ” คมกฤติกล่าว
“อย่าเข้ามานะคะ พี่กฤติ ไม่งั้นพิมจะแจ้งตำรวจ” พิมเดินถอยหลังจนชนกับกำแพง
“เอาล่ะ คืนนั้นพี่อาจทำไปเพราะเมา แต่นั่นเป็เพราะพี่รักพิมจริงๆ และพี่จะไม่พูดถึงเื่คืนนั้นอีก มาพูดถึงเื่แนนนี่ดีกว่า” คมกฤติรีบเปลี่ยนเื่เพราะเห็นตอนนี้พิมกลัวตนอยู่
“แนนนี่ทำไมหรอคะ” พิมกล่าว
“สบชัยเป็พ่อแท้ๆของแนนนี่ และในเมื่อพี่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับแนนนี่ พี่ก็คงต้องปล่อยเด็กไป” คมกฤติกล่าวเป็จริงเป็จัง
“อย่านะคะพี่กฤติ สบชัยเขาไม่ได้รักแนนนี่จริงๆ ที่เขายอมรับเด็กก็เพราะอยากได้สมบัติที่พี่พิมพามอบให้แนนนี่เท่านั้น พี่อย่าปล่อยแนนนี่ไปนะคะ พิมขอร้อง” พิมเข้ามาจับแขนของคมกฤติ
“แล้วจะให้พี่ทำยังไง ในเมื่อถ้าเขาพิสูจน์ผลตรวจดีเอ็นเอ ยังไงสบชัยก็ชนะความอยู่ดี” คมกฤติกล่าว
“งั้นพี่กฤติก็หาทางช่วยแนนนี่สิคะ พี่เป็คนฉลาด ยังไงก็คงมีวิธีช่วยแนนนี่ได้แน่” พิมมาดากล่าวอย่างมีหวัง
“พี่มีวิธี แต่มันอยู่ที่ว่าตัวพิมจะร่วมมือมั้ยเท่านั้น” คมกฤติกล่าว
“วิธีอะไรหรอคะ” พิมมาดากล่าว
“ยอมเป็เมียพี่สิ พิม” คมกฤติกล่าวแผนอย่างสั้นๆ ให้เธอปะติดปะต่อเอง
“หมายความว่ายังไงน่ะพี่กฤติ ใครจะไปยอม” พิมมาดากล่าว
“พี่รู้ว่าพิมเป็คนฉลาดแต่แกล้งโง่ อย่าทำเป็ไม่รู้ ว่ามันคือแผนอะไร วันพรุ่งนี้สบชัยก็จะมารับตัวแนนนี่ไปตรวจดีเอ็นเอแล้ว พิมลองคิดดูเองก็แล้วกัน พี่ไปก่อนนะพิม” คมกฤติเดินไปเปิดประตูห้อง
แทนดี้รออยู่หน้าห้อง เห็นประตูเปิดก็ได้แต่ยิ้มให้กับพี่กฤติ
พิมมาดากัดปาก เธอไม่รู้ว่าจะทำตามแผนของเขาดีหรือไม่ ได้แต่เก็บไปนอนคิดทั้งคืน
. *****************************************
เมื่อถึงเวลานัดหมาย สบชัยก็ช่างมาตรงเวลาเสียเหลือเกิน
“พร้อมหรือยังครับ แนนนี่ ไปโรงพยาบาลกับพ่อนะครับ” สบชัยพูดจาดีๆกับลูกสาว
“ผลพิสูจน์ยังไม่ออก อย่าเพิ่งเรียกตัวเองอย่างนั้นสิครับ” คมกฤติกล่าว
“ผลมันแน่อยู่แล้ว จริงๆไม่ต้องตรวจเสียด้วยซ้ำ” สบชัยกล่าวอย่างมันใจ
แนนนี่กอดคมกฤติเสียแน่น เธอไม่อยากไปตรวจกับพ่อสบชัยเลยจริงๆ เด็กน้อยพยายามภาวนาขอให้ปาฏิหาริย์มีจริง
สบชัยพยายามจะเข้ามาอุ้มแนนนี่ แต่แนนนี่เบี่ยงตัวหนีแล้วรีบไปหลบหลังพ่อคมกฤติทันที
“ฮือฮือ แนนนี่ไม่ไป แนนนี่ไม่ไป” แนนนี่ร้องไห้งอแง
“อย่าดื้อกับพ่อสิ มานี่เดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นพ่อตีจริงๆด้วย” สบชัยเริ่มตะคอกลูกสาว
“คุณจะมาตีลูกสาวฉันไม่ได้นะคะ” พิมมาดารีบห้ามปราม
“หมายความว่ายังน่ะ พิมมาดา แนนนี่จะเป็ลูกสาวเธอได้ยังไง” สบชัยงง
พิมมาดาเดินเข้าไปกอดแนนนี่และอุ้มเธอ พร้อมกับพูดว่า “แนนนี่ไม่ใช่ลูกสาวของพี่พิมพาค่ะ แต่เธอเป็ลูกแท้ๆของฉันกับพี่กฤติ”
“ว่ายังไงนะ ไม่จริง ตอนนั้นเธอยังเรียนมหา’ลัยอยู่เอง จะมีลูกได้ยังไง” สบชัยกล่าว
“ฉันกับพี่กฤติแอบได้เสียกันจนมีลูกสาวชื่อแนนนี่ ใน่นั้นพี่สาวฉันก็คลอดใน่เวลาใกล้เคียงกัน แต่เธอคลอดลูกแล้วเสียชีวิต ส่วนฉันยังอยู่ในวัยเรียนไม่อยากเป็ขี้ปากชาวบ้าน เลยรีบสวมอ้างว่ามาแนนนี่เป็ลูกพี่พิมพา เพราะเหตุนี้พี่กฤติจึงยอมรับเป็พ่อ เพราะยังไงเขาก็เป็พ่อแท้ๆของแนนนี่อยู่แล้ว แต่ให้ปล่อยข่าวว่าแนนนี่เป็ลูกสาวของพี่กฤติกับพิมพา เพื่อปกป้องชื่อเสียงของฉันไง” พิมมาดายอมโกหก
“ฉันไม่เชื่อ ฉันจะพาแนนนี่ไปตรวจเดี๋ยวนี้แหละ” สบชัยจะเข้ามาแย่งลูก แต่พิมหลบ
“คุณไม่มีสิทธิ์นะคะ ในเมื่อฉันเป็แม่ และฉันก็ไม่ยอมอนุญาตให้เด็กไปกับคุณด้วย กรุณาออกไปจากบ้านสามีฉันเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะเรียกตำรวจ ข้อหาบุกรุก” พิมมาดากล่าว
“ผมไปก็ได้ ฝากไว้ก่อนเถอะ” สบชัยกล่าว
คมกฤติยิ้มสมใจที่รู้ว่าพิมมาดาเข้าใจแผนการของเขาทุกอย่าง ถึงว่าที่แท้เธอก็รู้ทันเขา แต่แกล้งทำเป็เฉยและทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ เขาไม่คิดเลยเขาจะได้มาจีบผู้หญิงฉลาดแบบนี้
คมกฤติเข้าไปหาพิมและแนนนี่ เขาหอมแก้มพิมทันที พิมไม่อาจหลบหรือใช้มือปัดป้องได้ เพราะเธอกำลังอุ้มแนนนี่อยู่
“หยุดเดี๋ยวนี้นะคะ พี่กฤติ อย่าถือโอกาสสิคะ” พิมมาดาเริ่มโวย
คมกฤติเลิกแกล้งพิม แล้วมาอุ้มแนนนี่แทน เขาพาลูกสาวและพิมไปจดทะเบียนสมรส และรีบรับแนนนี่เป็บุตรสาวทันที
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ได้แต่งงานกัน แนนนี่ได้เป็ลูกของคมกฤติและพิมมาดาสมใจเสียที ครอบครัวของแนนนี่กลับมาอบอุ่นอีกครั้ง เป็ไปตามพรของเรือนกาญจนา
จบบทที่ 7