หญิงสาวหน้าตาสะสวยแบบแขกขาวแบบที่ไปแสดงเป็นางเอกหนังอินเดียได้เลย อายุของเธอน่าจะไม่เกินชั้นมัธยมปลาย เธอใส่เสื้อยืดแขนสั้นกางเกงยีนส์ คลุมทับด้วยเสื้อคลุมยาวแขนกุดทำด้วยหนังราคาแพง ถือกระเป๋าแฟชั่นใบโต ดูเผินๆ ก็เหมือนวัยรุ่นทั่วไป แต่ที่เตะตาน่าจะเป็สร้อยลูกประคำไม้เก่าๆ ที่เธอใส่ และสีผมของเธอที่ครึ่งหนึ่งเป็สีขาว ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็สีชมพู ซึ่งเกล้าเป็มวยเอาไว้
เธอทักสมิทธิ์ด้วยน้ำเสียงดังฟังชัด สีหน้าเรียบเฉย มือข้างหนึ่งเท้าสะเอวอย่างมั่นใจ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งชี้มาที่หน้าของสมิทธิ์
ทุกอย่างหยุดนิ่งชั่วขณะ ไม่ใช่บรรยากาศชวนโรแมนติกแบบการเจอกันครั้งแรกของพระเอกนางเอกอะไรแบบนั้น แต่เป็บรรยากาศกระอักกระอ่วนชวนสงสัยมากกว่า
คนที่เดินผ่านไปมาที่ได้ยินเสียงของหญิงสาวหยุดมองทั้ง 2 คนด้วยสีหน้าประหลาดใจ และต่างก็ถอยห่างเดินออกไปอย่างระมัดระวัง
สมิทธิ์หยุดอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะค่อยๆ หันหลังแล้วเดินออกมา
บ้า! ต้องเป็คนบ้าแน่ๆ ... เขาคิดในใจ
จู่ๆ คนที่ไม่รู้จักกันจะมาทักคำแรกว่าเป็คนมีองค์นี่ออกจะแปลกไปหน่อย ไม่สิ... แปลกมากๆ เลยล่ะ
“เดี๋ยวสิ! อย่าเพิ่งไป... เราเองก็เป็คนมีองค์เหมือนกับนายนั่นแหละ องค์เทพของเราบัญชาให้เรามาหานายตอนนี้ ที่นี่”
หญิงสาวะโดังขึ้นกว่าเดิม สมิทธิ์คิดว่าถ้าเขายังทำเป็ไม่สนใจ ยัยนี่ก็น่าจะยังไม่หยุดพูด
เขาหันหลังกลับไปหาหญิงสาวแปลกหน้าอย่างเอือมระอา กลั้นใจพูดออกไป
“นี่คนสวย จะจีบชั้นก็ช่วยดูมุกนิดนึง ที่นี่มันสยามสแควร์ ไม่ใช่ซุ้มหมอดูของเธอนะ”
หญิงสาวไม่ได้สนใจฟังที่สมิทธิ์พูด เธอหันไปพูดพึมพำกับตัวเอง สลับกับหยุดตั้งใจฟังเสียงอะไรบางอย่าง มือข้างหนึ่งปิดหูเอาไว้
สมิทธิ์มองอย่างเหลืออด ยัยนี่ท่าจะบ้าจริงๆ
“เธอทำอะไรของเธอน่ะ?” เขาถาม
หญิงสาวเอามือออกจากหู หันกลับมาตอบสมิทธิ์
“นายเป็คนเดียวที่สามารถแก้ไขเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้”
“เหตุการณ์เหรอ? เหตุการณ์อะไร?”
ยังไม่ทันที่สมิทธิ์จะได้รับคำตอบ รอบตัวของเขาก็เริ่มมืดลง
เขาเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ ไม่ปลอดภัย แต่ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ได้แต่มองสังเกตไปรอบๆ
ทั้งที่เป็่เย็น แต่แสงสว่างเริ่มหายไปอย่างรวดเร็ว บรรยากาศมืดมนเหมือนก่อนที่ฝนจะตก หรือกลางคืนในวันที่ไม่มีแสงจันทร์ ไม่เพียงแต่แสงอาทิตย์เท่านั้น ดูเหมือนแสงอื่นๆ ก็ถูกทำให้หายไปด้วย
ไฟส่องสว่างจากด้านในร้านค้า 2 ข้างทาง ค่อยๆ วูบดับลงตามลำดับ จนสถานที่ใจกลางเมืองแห่งนี้ดูเหมือนอยู่ในถ้ำมืด เสียงเพลงเบาๆ ที่เคยเปิดเงียบสนิท เหลือแค่เพียงเสียงโหวกเหวกโวยวายด้วยความตื่นใจากคนที่อยู่บริเวณนั้นเท่านั้น
“เป็ไปไม่...”
ก่อนที่สมิทธิ์จะจบประโยค เขาแหงนมองขึ้นบนท้องฟ้าตามที่หญิงสาวปริศนาชี้ขึ้นไป สมิทธิ์อ้าปากค้างด้วยความใ กระเป๋าของเขาหลุดออกจากมือตกลงบนพื้น
“ดูสิ... ท้องฟ้ากำลังเกิดสุริยคราสแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน สุริยคราสที่เกิดขึ้นด้วยฝีมือของ คนมีองค์ เหมือนพวกเรา”
ท่าทางของหญิงสาวปริศนาดูไม่ค่อยแปลกใจนักกับสถานการณ์เหนือธรรมชาติที่กำลังเกิดขึ้น สีหน้าของเธอขณะที่พูดดูร่าเริงเสียด้วยซ้ำ
กลางท้องฟ้าที่เกือบมืดสนิทด้วยเมฆสีดำ เหลือเพียงช่องแสงเล็กๆ ที่กำลังจะปิดตัวลง ตรงกลางแสงอันน้อยนิดที่ยังเหลืออยู่นั้นปรากฏเงาเล็กๆ ลอยอยู่กลางอากาศ
“นั่นอะไรน่ะ?”
“นกเหรอ?”
“เครื่องบินเหรอ?”
“ไม่... นั่นซูเปอร์แมน!”
เสียงพูดคุยถกเถียงอย่างเซ็งแซ่จากคนที่มองขึ้นไปบนท้องฟ้า ไม่มีใครรู้ว่าเงานั้นคืออะไร แต่เมื่อเงานั้นเริ่มขยับ ก็พอดูออกว่าเป็รูปร่างของมนุษย์คนหนึ่ง แต่จะใช่ซูเปอร์แมนจริงๆ นะเหรอ…
เสียงหวีดเหมือนเสียงหอนของไมโครโฟนดังขึ้น แต่เสียงที่ดังจนปวดหูนั้นไม่ได้ออกมาจากลำโพงที่ไหนทั้งสิ้น
“โอ๊ย!” สมิทธิ์ร้องขึ้นอย่างเ็ป
“เสียงมันก้องอยู่ในหัว” หญิงสาวปริศนาได้ใช้มืออุดหูทั้ง 2 ข้างเอาไว้ แต่ดูเหมือนว่าจะป้องกันเสียงลึกลับที่ดังขึ้นไม่ได้
“ข้าคือ ซ่า... ซ่า... คราส ซ่า... ซ่า... คนทรงเทพแห่ง ซ่า... ซ่า... ความมืด” เสียงที่ทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นได้ยินขาดๆ หายๆ เหมือนเสียงที่เปิดจากสถานีวิทยุที่สัญญาณไม่ค่อยดี
“หา! คนทรงเทพแห่ง... อะไรนะ?”
“น่าจะความมืดนะ”
“ใช่ๆ ฉันก็เดาว่าความมืดนะ ่ท้ายได้ยินชัดเจนดีอยู่”
พนักงานสาว 3 คนที่ออกมาจากร้านขายเครื่องสำอางะโถกเถียงกันเหมือนอยู่ในผับที่เปิดเพลงดังๆ ขณะที่มือทุกคนกำลังอุดหูด้วยความทรมาน
“ซ่า... ซ่า... ข้อความนี้ถูกส่งไปให้มนุษย์ทุกคน ซ่า... ซ่า... โดยผ่านทางจิตโดยตรง สิ่งที่ข้า้าคือ ซ่า... ซ่า... ขอให้ฆาตกรหมู่คนทรงเมื่อ 10 ปีก่อนออกมาแสดงตัว ไม่อย่างนั้นภายใน... 8... นาที ซ่า... ซ่า... ข้าจะทำให้ทั้งโลกอยู่ในความมืดไปตลอดกาล ถึงตอนนั้นนอกจากข้าแล้ว ซ่า... ซ่า... ทุกคนจะต้องตาย ไม่มีเหลือ”
เมื่อเ้าของเสียงพูดจบ เสียงในหัวของทุกคนก็หายไปพร้อมกัน
แม้ว่าเสียงที่ได้ยินจะไม่ค่อยชัดเจน แต่ก็พอจับใจความได้ว่า ผู้ที่ส่งสัญญาณเสียงนี้ไม่น่าจะมาด้วยเจตนาดี และไม่น่าจะใช่ซูเปอร์แมนแน่
