ณ ที่แห่งหนึ่งในอาณาจักรลับ สถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยซากศพกระจายอยู่ทั่ว พวกมันมีลักษณะพิเศษเหมือนกันคือมีรูปร่างกายที่ถูกเจาะทะลุราวกับถูกแทงด้วยอาวุธหรือวิชาใดวิชาหนึ่งอย่างโหดร้าย ชายคนหนึ่งที่อยู่ใกล้จะสิ้นใจ เขาเป็ศิษย์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ปีศาจโลหิต มองไปที่ภาพตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง “นี้มันโหดร้าย... โหดร้ายเกินไป!” เขาพูดด้วยเสียงที่แ่เบาและสะท้านไหว
ชางเชียนที่กำลังนั่งย่างเนื้อัตัวใหญ่ด้วยเครื่องปรุงจากเกาหยวนที่ได้รับมา เธอพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย “โหดร้าย? นี่ไม่ใช่ความโหดร้ายอะไรเลย ข้าเคยเห็นพวกเ้า—พวกเ้าฆ่าคนในครอบครัวของข้า ปล้นทรัพย์สิน สังหารทุกคนในตระกูลของข้าอย่างสนุกสนาน สิ่งที่ข้าทำมันไม่ถึงเศษเสี้ยวของพวกเ้าเลย”
ขณะที่เธอกล่าวจบ ชายคนหนึ่งพุ่งเข้ามาหมายจะฟันเธอ ทว่าทันทีที่เขาเข้ามาใกล้ ร่างของเขาก็ถูกเจาะด้วยรูมากมายอย่างฉับพลัน เขาหลุดเสียงคร่ำครวญ “ทำไม... ทำไมพลังถึงได้แตกต่างกันขนาดนี้? ทั้งที่เราก็เป็นิพพานขั้น 9 เช่นกัน…”
ในซากปรักหักพังแห่งหนึ่งในอาณาจักรลับ พลังแห่งความมืดกำลังดูดกลืนทุกสิ่ง เสียงะโจากผู้ที่ตกอยู่ในความมืดดังขึ้น
" ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ "
“ข้าจะให้เ้าได้ทุกอย่าง ได้โปรด”
“ข้าคือลูกชายของกึ่งจักรพรรดินะ หากเ้าปล่อยข้าไปแล้วข้าให้เ้าทั้งหมดเลย ทรัพยากร..หรือ..”
“ข้ามาจากจากดินเแดนศักดิ์สิทธิ์ไม้เขียว เ้าอยากถูกตามฆ่ารึไงปล่อยข้าไปเดี๋ยวนี้…”
แต่เสียงของพวกเขาก็หายไปอย่างไม่หวนกลับมา พร้อมกับการดูดกลืนและกัดกินเนื้อของพลังแห่งความมืด ผู้คนไม่สามารถกรีดร้องออกมาได้เลยและได้แต่สาปแช่งอยู่ในใจแต่หวังเหอที่ไม่สนใจพวกเขาและทำให้พวกเขาถูกดูดกลืนอย่างทรมาน
ที่ป่าที่เคยอุดมสมบูรณ์ในอาณาจักรลับ ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยเปลวไฟที่ลุกโชน เผาไหม้ทุกสิ่งทุกอย่าง เสียงคำข่มขู่ของชายคนหนึ่งดังขึ้น
“ข้าคือพระบุตรศักดิ์สิทธิ์จากดินแดนศักดิ์...”
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ หอกไฟก็แทงทะลุร่างของเขาไป เสียงะโของศิษย์คนอื่นก็ดังขึ้น
“พระบุตรศักดิ์สิทธิ์!”
แต่เสียงของพวกเขาก็ดังขึ้นไปอีกเมื่อไฟั์พุ่งเข้ามาเผาพวกเขาทุกคน
“อ๊าาาาาา”
“อ๊าา ข้าไม่อยากตายย”
ที่ถ้ำแห่งหนึ่ง ศิษย์คนหนึ่งะโ “แย่แล้ว รูปแบบกำลังจะพังแล้ว เราจะ...” เพียงชั่วพริบตาหัวของชายคนนั้นหลุดออกมา ส่วนคนที่เหลือไม่ทันได้ใ ก็ต้องพบกับความตาย อย่างไรก็ตาม มีคนหนึ่งกล่าว “เ้าพวกดินแดนศักดิ์สิทธิ์ปีศาจโลหิต พวกเ้าต้องไม่ตายดี” ชางิยิ้มและ มองไปที่ก้อนหินและฟันไป เจอกับชายคนหนึ่งคนนั้นคือเย่เฉิน นั้นเอง เขาส่งเสียงภายในมาว่า “พวกเรามาจากนิกายเดียวกัน” แต่ชางิไม่สนใจและจะฆ่าเย่เฉินทันที แต่หลงซี่เฉ๋าพาเย่เฉินหนีไปทันที ชางิยิ้มและไม่ตามไป เขาหันไปเห็นหญิงสาวสี่คน แต่เขาก็แกล้งปล่อยให้พวกเธอหลบหนีไปได้
ที่ทุ่งหญ้าแห่งหนึ่ง เหยียนหรู มีแผลเืออกตามตัวมากมาย อาการาเ็นางสาหัสมากและพื้นถูกย้อมไปด้วยของเืจากศพของศิษย์จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ปีศาจโลหิตเต็มทุ่งหญ้าจนทำให้หญ้าเปลี่ยนเป็สีแดง โมจุนเดินเข้ามาและใช้เืของศิษย์ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ปีศาจโลหิตสร้างดาบเืหมื่นเล่มที่พร้อมจะสังหารเหยียนหรู แต่อยู่ดีๆ ก็เกิดช่องโหว่ขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ เมื่อ เหยียนหรู เห็นเช่นนั้นจึงใช้รูปแบบเคลื่อนย้ายหนีไปทันทีและไปโผล่ที่ใจกลางของอาณาจักรลับ โมจุนยิ้ม
หลงปิงและผู้ติดตามของเขาที่ร่างกายเต็มไปด้วยเื พูดอย่างโกรธเกรี้ยว “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ปีศาจโลหิต พวกเ้าจงจำเอาไว้ให้ดี เมื่อข้าออกไป ข้าจะสังหารพวกเ้า” หลงเทิงบินตามมาและะเิการโจมตีด้วยวิชาหมัดปีศาจโลหิต หลงปิงพยายามป้องกันการโจมตี แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ทันใดนั้น ฟางฉินก็โผล่ออกมา พร้อมด้วยผู้ติดตามที่ร่างกายเต็มไปด้วยาแ เขาใเมื่อเห็นหลงปิงถูกตามล่าโดยดินแดนศักดิ์สิทธิ์ปีศาจโลหิต เช่นเดียวกัน พวกเขามองหน้ากันและพยักหน้าให้กัน พร้อมกับะเิการโจมตีสวนกลับไปที่ผู้ที่กำลังตามล่าทั้งคู่ ทำให้เกิดช่องโหว่ และพาผู้ติดตามมุ่งหน้าไปยังใจกลางของอาณาจักรลับ
บนยอดเขาแห่งหนึ่ง หวังหลินกำลังสร้างรูปแบบไม้เพื่อปกคลุมูเาทั้งลูก แต่ความพยายามของเขากลับไม่สามารถป้องกันลำแสงที่พุ่งเข้ามาได้ เขาพยายามป้องกันอย่างเต็มที่ แต่ลำแสงที่แหลมคมตัดแขนเขาออกไปในพริบตา หวังหลินยังคงอดทนและไม่สนใจอาการาเ็ของตัวเอง รีบหนีไปทันที ทิ้งคนอื่นๆ ไว้ที่นั่น ชายคนหนึ่งจากตระกูลหวังที่เห็นหวังหลินหนีไปได้ะโ ขอให้ช่วยพวกเขาด้วย แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบ ลำแสงบางอย่างก็ตัดชีวิตเขาทันที ผู้ที่เหลือจากตระกูลหวังรีบป้องกัน แต่ก็ไม่ทัน ทุกคนถูกลำแสงยิงเข้าทั่วทั้งร่างกาย และเสียชีวิตทั้งหมด
ในโถงแห่งหนึ่ง กงซวนและกัวฮั่นมองไปที่ผู้ติดตามของพวกเขาที่กลายเป็หินไปแล้ว พวกเขาพยายามโจมตีหญิงสาวคนหนึ่ง แต่การโจมตีของพวกเขาถูกทำลายโดยวิชาดาบโลหิตของนาง และการโจมตีของพวกเขาหายไปทันที แม้ว่าพวกเขาจะหลบได้แต่ก็ได้รับาเ็ การเห็นผู้ติดตามที่กลายเป็หินทำให้พวกเขารู้สึกเศร้า พวกเขาเห็นช่องโหว่จึงใช้ยันต์หลบหนีเพื่อหนีออกมาพร้อมกับผู้ติดตามบางส่วน มุ่งหน้าไปที่ใจกลางอาณาจักรลับ
ที่ทางออกซึ่งมีหยกรูปร่างแปลกประหลาดมากมายเกิดขึ้นรอบๆ ประตูมิติที่เป็ทางออก สิ่งเหล่านี้มีส่วนคล้ายกับมนุษย์ทั้งในเื่รูปร่างและท่าทาง—การโจมตี ความกลัว ความใ และความสิ้นหวัง ขณะที่หญิงสาวคนหนึ่งกำลังวาดรูป นั้นเอง ทันใดนั้น ชายชุดดำเดินเข้ามาและกล่าวว่า
“ตอนนี้ทุกคนที่เหลือรอดถูกต้อนให้ไปสู่ใจกลางอาณาจักรลับหมดแล้ว นายท่านสั่งมาว่าให้ท่านใช้รูปแบบเคลื่อนย้ายไปหานายท่านด้วย”
มูชูหยวนพยักหน้าแล้วจากไปทันที จากนั้นอีกสักพักเฉินเวยก็ปรากฏตัวขึ้นและชายชุดดำกล่าวกับเขาว่า
“นายท่านสั่งให้ท่านแอบซ่อนอยู่ที่นี่ก่อน และห้ามปล่อยคนเหล่าที่มีหน้าอยู่ในรูปนี้ไปโดยเด็ดขาด ส่วนคนที่ไม่ปรากฏอยู่ในรูปให้สังหารได้เลย”
ชายชุดดำส่งรูปภาพให้กับมูชูหยวน นางเห็นรูปภาพและยิ้ม ก่อนจะโบกมือให้ชายชุดดำออกไป
ที่ด้านนอกของดินแดนลับ ทุกคนเริ่มรู้สึกวิตกกังวลเนื่องจากหยกิญญาของศิษย์ของพวกเขาแตกกันอย่างต่อเนื่อง รวมถึงดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่สูญเสียหยกิญญาทั้งหมด และอาณาจักรลับถูกปิดกั้นทำให้คนภายนอกไม่สามารถเข้าไปได้ พวกเขาจึงไม่กล้าใช้กำลังเพื่อพังประตูมิติ กลัวว่าจะทำลายประตู
“ข้างในนั้นมันเกิดเื่บ้าอะไรขึ้น”
“คนจากตระกูลข้าตายหมดแล้วมันเกิดขึ้นได้อย่างไงกัน”
“ลูกชาย…ลูกชายของข้าาา”
ณ ใจกลางอาณาจักรลับ เสียงโจมตีและการไล่ล่าดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทันใดนั้นรูปแบบบางอย่างก็ปกคลุมพื้นที่ใจกลางอย่างน่าประหลาดใจ ทุกคนที่ถูกไล่ล่าและรอดชีวิตมารวมตัวกันที่นี่ เมื่อคนในรูปแบบเห็นว่าพวกที่ไล่ตามไม่สามารถเข้ามาในรูปแบบได้ พวกเขาก็โล่งใจและรีบรักษาอาการาเ็
ฟางฉินพูดขึ้นว่า “มีใครรู้จักพวกเวรนั้นบ้าง?” กัวฮั่นตอบว่า “ข้าก็ไม่แน่ใจ แต่พวกเขาสวมชุดของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ปีศาจโลหิต ทำไมเราไม่ลองถามคนที่มาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ปีศาจโลหิตตรงนั้นละ?”
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนพุ่งความสนใจไปที่หญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังมีาแอยู่ “เ้ามอง อะไรกัน?” เหยียนหรูพูดขึ้นและพูดต่อ “ถึงข้าจะมาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ปีศาจโลหิต แต่ภายในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ปีศาจโลหิตกลับซับซ้อนและมีพลังหลายฝ่ายเหลือเกิน” ทุกคนไม่สนใจคำพูดของนางมากนักและ้าฆ่านาง แต่ฟางฉินพูดขึ้นว่า
“อืม ข้าดูจากแผลบนร่างกายเ้า เ้าคงจะเป็คนที่พวกมันอยากฆ่ามากที่สุดสินะ”
ทุกคนมองไปที่าแของนางและคิดบางอย่าง แต่ไม่ได้พูดอะไรกัน ในเกือบ 300 คนที่เหลือรอดออกมามี เย่เฉิน, จางซินเย่, กูชิงเสวี่ย, หลี่ตงหยู, และกวนเิเหยา กำลังรักษาาแอยู่ จางซินเย่รู้สึกเสียใจอย่างมากที่ศิษย์คนอื่นๆ เสียชีวิต และคิดถึงน้องชายและน้องสาวของนาง เย่เฉินปลอบนางด้วยคำพูดที่อ่อนโยน หลี่ซินหยวนที่ได้รับาเ็สาหัสกำลังรักษาอาการาเ็อยู่ นางสงสัยว่าทำไมทุกคนถึงเหมือนถูกต้อนให้เข้ามาที่ใจกลางอาณาจักรลับแบบนี้ นางสงสัยทุกอย่าง แต่มีอาวุธจักรพรรดิอยู่จึงไม่รู้สึกกลัวมากนัก
หลงปิงรู้สึกเศร้ามากเนื่องจากผู้ติดตามของเขาเสียชีวิตจำนวนมาก เขาสัญญาว่าจะแก้แค้นให้พวกเขาทุกคนและกำลังจะโจมตีเพื่อสังหารเหยียนหรู แต่ทันใดนั้นพลังมหาศาลก็พุ่งออกมา ิญญาดวงหนึ่งก็ปรากฏขึ้น ทุกคนมองไปยังิญญานั้นอย่างสนใจ มันคือปาจื้อ และเขาพูดว่า
“ข้าแค่จะหาผู้สืบทอด ไม่นึกว่าจะกลายเป็การสังหารหมู่ขนาดนี้ เอาละ พวกเ้ามารวมกันที่นี่”
ขณะที่พวกเขากำลังใอยู่ ทันใดนั้นก็มีอีกสองคนเดินเข้ามาด้วยอาการาเ็สาหัสเช่นกัน นั่นคือเจียงหยุนและมูชูหยวน จางซินเย่รีบเข้ามาหาพวกเขาเพื่อสอบถามอาการาเ็ แต่เจียงหยุนไม่ได้ตอบอะไร ทำให้จางซินเย่โกรธมากและคิดในใจ “ศิษย์น้องเย่เฉินดีกว่าเ้ามาก ไอ้คนหยิ่งยโส” อีกสองคนที่เดินเข้ามาคือ ชุ่ยเมิ่งที่มาพร้อมกับเซียวเฉินโดยที่ไม่มีอาการาเ็ใดๆ และ ปาจื้อยิ้มและพูดว่า
“เอาละ น่าจะไม่มีใครเหลือตกอยู่ข้างนอกแล้ว”
รูปแบบบางอย่างถูกสร้างขึ้นทันที ทุกคนกำลังได้รับการรักษาและอาการาเ็กำลังจะหายดี ปาจื้อพูดว่า
“ข้าขอแนะนำตัวก่อน ข้าชื่อว่าเย่หยุน เคยเป็คนที่แข็งแกร่งมากๆ มาก่อน แต่เื่นั้นไม่สำคัญ”
ชุ่ยเมิงใและมองไปที่ิญญาที่อ้างตัวว่าเป็เย่หยุนทันทีและนางคิดในใจว่า “นี้อาจจะเป็จักรพรรดิะเมฆาใช่หรือเปล่านะ”
ปาจื้อพูดต่อว่า “พวกเ้าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะสืบทอดมรดกของข้า แต่ข้าจะบอกอะไรให้พวกเ้าบางอย่าง ในอีก 11 เดือนข้างหน้า โลกนี้จะเปลี่ยนแปลงไปมาก ทุกสิ่งทุกอย่างจะพัฒนาขึ้นทั้งทรัพยากร อาวุธ ยา และระดับพลังิญญาก็จะเพิ่มขึ้นมาก พวกเ้าแค่รู้ไว้ว่ายิ่งพวกเ้าควบคุมทรัพยากรหรือพื้นที่มากเท่าไหร่ เมื่อโลกเกิดการเปลี่ยนแปลง มันจะช่วยให้พวกเ้าแข็งแกร่งมากขึ้นในโลกใหม่ที่กำลังมา”
ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นใมาก และเก็บคำพูดของเย่หยุนมาคิด พวกเขาคิดว่าจะนำไปบอกกับสังกัดของตนเองเพื่อรับทรัพยากรมหาศาล แต่ในขณะที่พวกเขากำลังคิดกันอยู่ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นว่า
“เอาละ ข้าพูดมากเกินไปแล้ว ถึงเวลาหาผู้สืบทอดแล้ว” รูปแบบบางอย่างครอบคลุมพวกเขาทั้งหมด ทุกคนเหมือนตกอยู่ในโลกแห่งภาพลวงตาบางอย่าง และมีคู่ต่อสู้ขึ้นมาต่อหน้าพวกเขาแต่พวกเขาทุกคนพ่ายแพ้อย่างง่ายดาย โดยทุกคนในภาพลวงตาถูกตัดมือหรือชิ้นส่วนบนร่างกายออก และตื่นขึ้นมาจากภาพลวงตาทันที เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นว่า
“พวกเ้าไม่ผ่านการทดสอบ”
ฟางฉิน, หลงปิง, และคนอื่นๆ ลืมตาขึ้นและพบว่าเหลือเพียง 3 คนเท่านั้น ได้แก่ เจียงหยุน, เซียวเฉิน, และชุ่ยเมิ่ง และเสียงของปาจื้อก็ดังขึ้นว่า “พวกเ้าที่ลืมตาขึ้นเชิญออกไปได้” ฟางฉิน้าพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ถูกส่งออกไปนอกอาณาจักรลับทันทีรวมถึงคนอื่นๆ ด้วย
ทุกคนและผู้าุโที่รออยู่ต่างใเมื่อเห็นว่ามีคนวาร์ปออกมาจากอาณาจักรลับและรีบมองหาเ้าหน้าที่ของตนเอง แต่ไม่มีใครกล้าถามเนื่องจากแต่ละคนที่ออกมามาจากกองกำลังระดับสูงในดินแดนเทียนหยวนทั้งนั้น จากนั้น ชุ่ยเมิ่งลืมตาขึ้นและมองไปรอบๆ ว่า “นี้ข้าอ่อนแอกว่า 2 คนนั้นงั้นเหรอ?” และนางก็ถูกส่งออกมาทันที
เมื่อคนบางกลุ่มเห็นนางออกมาแล้วไม่มีใครรู้จักนางก็มีคนคนหนึ่ง้าถามนางด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธว่า
“ยัยหนู เกิดอะไรขึ้นข้างในรีบบอกมาก่อนที่ข้าจะจับเ้าเพื่อค้นหาจิติญญา”
แต่ทันใดนั้นชายคนนั้นก็กลายเป็หมอกเืไปทันทีพร้อมชายกลุ่มหนึ่ง “คารวะคุณหนู”
หญิงแก่ถามขึ้น “ท่านได้รับาเ็ตรงไหนรึเปล่าให้ข้าตรวจสอบดูไหม”
ชุ่ยเมิงตอบ “ข้าไม่เป็ไร”
ทันใดนั้นก็มีอีกสองคนถูกส่งออกมาคือ เซียวเฉินที่ดูทรงพลังขึ้น และเจียงหยุนที่ร่างกายเต็มไปด้วยเืและใกล้ตาย มูชูหยวนรีบเข้ามาช่วยเหลือเขาทันที ทันใดนั้นมีคนถามเซียวเฉิน “เ้าหนู เ้าพอจะบอกได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นข้างในนั้น?”
เซียวเเฉินพยักหน้าพร้อมเล่าเหตุการณ์ทั้งหมด ทั้งการสังหารหมู่ของกองกำลังปริศนาและการทดสอบเพื่อสืบทอดมรดก รวมถึงสิ่งที่จะเกิดกับโลกใบนี้ในอนาคต