ตอนที่ 83 กะแล้ว…ว่าเธอกับมันต้องคบกัน?
“พีท”
“ฝ้าย”
ชายหนุ่มและหญิงสาวสวมกอดกัน ด้วยอ้อมกอดที่แนบแน่น ร่างของพวกเขาแนบชิดกันโดยไม่มีช่องว่างใดๆ ให้แทรกผ่าน
อ้อมกอดนั้นแนบแน่นราวกับจะหยุดเวลาเอาไว้ในห้วงขณะเดียว เสียงหัวใจของพีทดังชัดในอก และตัวเขาก็สัมผัสได้ว่าจังหวะของฝ้ายกำลังสอดคล้องไปกับเขาไม่มีถ้อยคำใดเอื้อนเอ่ยออกมา แต่ความเงียบกลับเต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งกว่าคำพูดใด ๆ
หน้าอกที่นุ่มละมุนของฝ้าย ประทับตรึงเข้าที่หน้าท้องที่แข็งแรงของพีทอย่างไม่มีสิ่งใดกั้นกลาง ความใกล้ชิดที่เกินกว่าคำว่าเพื่อนทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สั่นไหวเล็กน้อย ราวกับหัวใจพยายามบอกความจริงที่ปิดซ่อนมานานทั้งสองไม่จำเป็นต้องพูดอะไรกัน
ความรู้สึกภายในของทั้งสองต่างรู้แล้วว่า พวกเขานั้นตกหลุมรักกัน…ซ้ำยังแอบรักอีกฝ่ายมานานแล้วด้วย แต่ทั้งหมดทั้งมวลที่ผ่านมา เป็นเพราะพวกเขาไม่กล้าข้ามเฟรนด์โซน ที่เกิดขึ้นนั่นเอง
“ฝ้ายทำได้แล้วสินะ ความฝันนั้น” พีทกอดหญิงสาวเอาไว้แน่น กลิ่นหอมๆ จากร่างกาย จากผมที่รวบเป็นหางม้า ประสานกับกลิ่นของเสื้อผ้าที่พีทคุ้นชินกับกลิ่นนี้มาหลายคืน มันทำให้พีทถึงกับเคลิบเคลิ้ม
“ต้องขอบคุณพีทนั่นแหละ” ฝ้ายสะอื้นเล็กน้อย แต่ก็แอบยิ้มอยู่ในใจ ที่ความรู้สึกที่เธอมีต่อพีทมานาน ในที่สุดมันก็ตรงกันเสียที
อะแฮ่ม…คือ “พี่ไม่ได้จะขัดอะไรหรอกนะ แต่ยังจะคุยงานกันต่อไหม?” พี่แพรและแชมป์เองก็หน้าแดงที่เห็นน้องชาย หรือ เพื่อนของตัวเอง กำลังพลอดรักกันต่อหน้าต่อตา แต่กระนั้นตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่ทั้งสองคนจะมาโรแมนติก พวกเขายังมีงานที่ต้องจัดการอยู่อีกมาก ดั่งเช่นจะขยายสาขา CPF ไปที่ไหนดี ในจังหวัดธาราบุรี
หลังจากสาขาในห้างธาราบุรี ประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี อีกทั้งตอนนี้กระแสในโซเชียลของเขาก็กำลังเพิ่มขึ้นมหาศาล สมควรแล้วที่จะลงหลักปักฐานในจังหวัดธาราบุรีให้มั่นคง
และคืบหน้าต่อไปยังสนามรบหลักอย่างจังหวัดกรุงเทพมหานคร ที่จังหวัดนี้คือจังหวัดศูนย์กลางแห่งเศรษฐกิจของประเทศไทย
พีทและฝ้ายผละออกจากกัน ต่างฝ่ายต่างหน้าแดง…ก่อนที่อีกหลายนาทีต่อมาการประชุมถึงจะสิ้นสุดลง
พีทและฝ้ายจูงมือกันออกไปเที่ยวเล่นที่สวนสาธารณะของมหาลัยในช่วงยามเย็น พวกเขาทั้งสองต่างหยุดลงที่ม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ ที่พวกเขาทั้งสองชอบนั่งกันเป็นประจำ หากแต่ที่ผ่านมาม้านั่งตัวนี้ พวกเขามานั่งในฐานะเพื่อน
แต่ทว่าวันนี้ทั้งสองที่แม้จะยังไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำใดๆ ออกมา ทั้งสองก็เข้าใจตรงกันแล้วว่า พวกเขากำลังคบกันอยู่
ทั้งสองจับมือกัน ในท่วงท่าประสานนิ้วเข้าหากัน มันเป็นสัญญาณของคู่รักที่สถานะใดก็ไม่อาจเลียนแบบได้พวกเขาไม่มีความเขินอายต่อกันเลย แม้จะเลื่อนสถานะจากเพื่อนเป็นแฟน ราวกับร่างกายและหัวใจของพวกเขามันเฝ้ารอเวลานี้จนสุกงอมแล้ว พอทุกอย่างมันถึงเวลาของมัน มันเลยทำให้ทั้งสองอยากที่จะแสดงความรักที่มีต่อกันออกมาอย่างเต็มที่นั่นเอง
“เหลือเวลาอีกนิดเดียวแล้วสินะ พวกเราสองคนก็ใกล้จะเรียนจบแล้ว” พีทพูดขึ้นมา แม้ตัวของเขาจะถือว่าเรียนจบไปแล้วครึ่งตัว หลังจากพรีเซนต์โปรเจกต์จบไปเรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับฝ้าย เธอนั้นไม่ได้มีโครงการหรือโปรเจกต์จบเหมือนกับพีท เธอยังต้องสอบ ยังต้องเข้าเรียนอีกหลายวิชาเพื่อที่จะจบหลักสูตรปริญญาตรี
และที่สำคัญไปกว่านั้น ด้วยความที่ระยะเวลาในการเรียนของประเทศไทยมันแตกต่างจากต่างประเทศอยู่พอสมควร ทำให้ทันทีที่ฝ้ายเรียนจบ เธออาจจะต้องรีบเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทต่อทันที
นี้คือจุดอ่อนที่เคยกล่าวไปแล้วว่า ตารางการเรียนของประเทศไทย ควรต้องเปลี่ยนแปลงและปรับระยะเวลาให้สัมพันธ์กับสากลได้แล้ว
ไม่เช่นนั้น นักเรียน นักศึกษาที่คิดจะเรียนต่อต่างประเทศ หรือจากต่างประเทศมาเรียนที่ไทย มันเกิดช่องว่างของเวลาที่ไม่สัมพันธ์กันนั่นเอง
“อืม~” ฝ้ายพยักหน้า เธอเองก็รู้สึกใจหายเหมือนกันที่เวลาที่จะได้ใช้ร่วมกันกับพีท มันเหลืออีกไม่เท่าไร ก่อนที่เธอจะต้องห่างจากเขาไปหลายปีเพื่อเรียนต่อในต่างประเทศ ซึ่งฝ้ายเองก็ไม่ได้คิดว่า ความรักทางไกลมันจะเป็นอุปสรรคสำหรับพวกเขาทั้งสองคน
อีกทั้งเธอก็ไม่รู้สึกกังวลเลย ที่หากวันหนึ่งพีทจะมีผู้หญิงคนอื่นเข้ามาในความสัมพันธ์นอกจากเธอเพียงคนเดียว
ตอนนี้สถานะของพีทไม่ได้เหมือนกับนักศึกษาทั่วๆ ไปอีกแล้ว วันนี้พีทได้ก้าวเท้าเข้าไปอยู่ในโลกของนักธุรกิจแล้ว ซึ่งในบางครั้งการทำธุรกิจ มันเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะต้องมีเรื่องของความสัมพันธ์เข้ามาเกี่ยวข้อง
และในโลกบลูสตาร์แห่งนี้ ในหลายๆ ประเทศก็เริ่มอนุญาตให้ชายและหญิง สามารถมีคู่ครองได้มากกว่า 1 คน
เนื่องจากอัตราการเกิดของประชากรที่ลดลง หลังจากที่หลายๆ ประเทศเผชิญกับเศรษฐกิจที่ย่ำแย่จนทำให้หลายๆ ครอบครัวจำกัดการมีลูก หรือบางคู่รักถึงขั้นไม่ยอมมีลูกเลยทีเดียว
ดังนั้นในบางประเทศจึงได้ออกกฎหมาย แต่งงานได้หลายคู่ครอง ขอเพียงฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง ไม่ว่าหญิงหรือชาย มีทรัพย์สินเกิน 1 ล้านเหรียญและได้รับการอนุญาตจากคู่ครองของตนเป็นลากลักษณ์อักษรและความยินยอมพร้อมใจจากทั้งสองฝ่าย ก็สามารถที่จะมีภรรยาหรือสามี คนที่ 2 ได้นั่นเอง
อย่างไรก็ตามกฎหมายนี้ยังไม่เกิดขึ้นที่ไทย แต่สังคมส่วนใหญ่ก็เริ่มเปิดรับกับการมีคู่ครองหลายคนได้แล้ว โดยเฉพาะนักธุรกิจระดับประเทศของไทย ที่เริ่มมีภรรยาหลายคน เพื่อแสดงออกถึงความร่ำรวยและทายาทที่จะสืบสกุล
ทั้งนี้ในก่อนหน้านี้พีทและฝ้าย ที่ผิดหวังจากการถูกนอกใจ พวกเขาก็เคยได้ยินถึงการมีคู่ครองหลายคนจากประเทศอื่นมาแล้ว แต่ที่มันทำให้พวกเขาต้องเลิกรากับแฟนเก่าของพวกเขาไป มันเป็นเพราะ พวกเขาไม่ได้ยินยอมกับสิ่งนี้และที่สำคัญ พวกเขาทั้งสองต่างถูกคบซ้อนและถูกปิดบัง และอีกสาเหตุสำคัญเลยการเงินของวัยรุ่นมีหรือที่จะมีเงินถึง 1 ล้านเหรียญที่เป็นข้อกำหนดแรก ถึงจะมีคู่ครองเพิ่มเติมได้นั่นเอง
พีทและฝ้ายต่างใช้เวลาร่วมกันอย่างคุ้มค่าในมหาลัย จนเริ่มมืด ทั้งสองเลยชวนกันกลับไปที่ร้าน
ซึ่งในระหว่างทางกลับนั่นเอง พีทและฝ้ายก็ได้บังเอิญเจอกับซัน ที่กำลังวิ่งไล่ตามง้อรุ่นน้องของฝ้ายอยู่พอดี
แน่นอนหลังจากที่รุ่นน้องรู้ว่าซันแอบนำรูปหลุดของเธอไปเผยแพร่ ในตอนแรกเธอก็แสร้งทำที เป็นให้อภัยกับซัน ก่อนที่จะฉวยโอกาสที่ซันเผลอ ลบรูปและคลิปของเธอทิ้งทั้งหมด รวมถึงทำลายมือถือของซันด้วยการเอามันไปทิ้งน้ำและเลิกกับซันทันที
ซันที่เสียทั้งฝ้าย ทั้งรุ่นน้องไป ต่างพยายามง้อทั้งสองคนอย่างสุดตัว กับฝ้ายนั้นซันนั้นรู้ดีว่าเป็นไปได้ยาก เพราะฝ้ายไม่น่าจะให้อภัยตัวเอง อีกอย่างซันเองก็รู้มาว่าฝ้ายจะไปเรียนต่อต่างประเทศในอีกไม่นานนี้แล้ว เนื่องจากไม่ใช่ความลับอะไร ที่ในคณะสาธารณสุขได้ประกาศผู้ที่ได้ทุน นั้นก็คือฝ้าย
ดังนั้นซันจึงเลือกที่จะไปตามง้อรุ่นน้องคนนี้ ที่น่าจะง้อได้ง่ายมากกว่า ซึ่งในขณะเดียวกัน ซันก็ได้เหลือบมาเห็นพีทและฝ้ายเดินมาคู่กันและที่น่าตกใจไปมากกว่านั้น คือทั้งสองกำลังกุมมือกันอยู่
ซันมองเห็นภาพนั้นแล้วพลันเลือดขึ้นหน้า มันโมโหมากที่เห็นพีทกับฝ้ายกำลังดูเหมือนคนคบกัน เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาที่มันคบกับฝ้าย มันรู้สึกแปลกๆ กับพีทมาโดยตลอดและก็เป็นไปตามสัญชาตญาณที่ซันคิดไว้ไม่มีผิด
“กะไว้แล้วว่า เธอต้องคบกับมันเข้าสักวัน!” ซันเดินเข้ามาชี้หน้าด่าฝ้าย ราวกับกำลังจะโยนเรื่องที่มันนอกใจฝ้าย ว่าเป็นความผิดของฝ้ายอย่างไรอย่างนั้น
“อย่ามาหาเรื่องซัน ฝ้ายกับซันเลิกกันไปแล้วและตัวของซันเองก็มีรุ่นน้องอยู่แล้ว ฉะนั้นต่างคนต่างอยู่เถอะ” ฝ้ายตอบ ก่อนจะจูงมือพีทไปอีกทาง แต่กลับถูกซันใช้มือหยุดไว้
“ฉันยังพูดไม่จบใครก็ห้ามไปไหน!” ซันบีบมือฝ้ายอย่างแรงจนมีรอยแดงเกิดขึ้นที่ข้อมูลของฝ้าย
และพีทที่เห็นดังนั้น จึงผลักหน้าอกซันให้ออกห่าง “ตอนนี้ฝ้ายเป็นแฟนฉัน แกไม่มีสิทธิ์มาโดนตัวเธอ!” พีทผลักซันอย่างแรงและซันเองก็ดูจะสู้แรงพีทไม่ได้อยู่แล้ว แต่กระนั้นก็ไม่หมายความว่าซันจะเลิกตอแยพวกเขาทั้งสองคน
“พวกแกเองก็แอบคบกันและนอกใจฉันเหมือนกันนั่นแหละ ถ้าเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้มาคบกันล่ะ ก็เพราะตลอดมาพวกแกแอบคบกันมาโดยตลอดนะสิ” ซันยังคงปากดีไม่เลิก ซึ่งเสียงตะโกนของซัน ก็ดังพอที่จะทำให้คนหันมองมาทางพวกเขา
“พีทไปเถอะ อย่าได้สนใจคนแบบนี้เลย” ฝ้ายไม่อยากให้พีทมีเรื่อง กลัวว่าพีทจะเสื่อมเสียชื่อเสียงและภาพลักษณ์ จนส่งผลกระทบกับร้านและแอปพลิเคชันต่างๆ ที่เป็นธุรกิจของพีท
แต่กระนั้นในระหว่างที่พีทกับฝ้ายจะเดินจากไป ซันก็ได้แอบคว้าถอนไม้ที่ตกอยู่ริมทาง หมายจะตีใส่พีทที่ไม่ทันได้ระวังตัว ซึ่งทันใดนั้นระบบของพีทก็พลันทำงานตอบโต้กลับไปในอัตโนมัติเพื่อป้องกันตัว
หวืด~! กิ่งไม้ขนาดใหญ่ฟาดลงมาใส่พีทที่หันหลังอยู่ แต่ในชั่วพริบตาพีทที่ถูกระบบสั่งให้ตอบโต้ฉับพลันเพื่อป้องกันตัว ก็หันหลังกลับและใช้ลูกเตะ ถีบซันออกไป
‘พลั่ก!!’
แรงถีบนี้ทำเอาซันถึงกับกลิ้งถลา ม้วนหลังไปเกือบ 2 ครั้ง มันนอนโอดโอยอย่างหมดสภาพ ท่ามกลางมือถือหลายสิบเครื่องที่ยกขึ้นมาถ่ายภาพที่เกิดขึ้นไว้
ฝ้ายรีบพาพีทออกจากที่ตรงนั้นทันที เพราะกลัวว่าพีทจะถูกกล่าวหาว่า ใช้กำลังทำร้ายคนอื่นๆ และอาจส่งผลให้เขาเสียประวัติได้
หากแต่ซันนั้นกลับชี้มือ ชี้ไม้ จะร้องก็ร้องไม่ออก เพราะลูกถีบของพีททั้งแรง ทั้งจุก มันพยายามปัดป่ายมือไปมาจนกลายเป็นภาพที่น่ารังเกียจ ก่อนที่มันจะถูกบันทึกภาพไว้ด้วยมือถือหลายสิบเครื่องที่เห็นเหตุการณ์
แน่นอนภาพและวิดีโอได้ถูกอัปโหลดลงตามสื่อโซเชียล หากแต่ที่มันน่าแปลก ท่ามกลางลูกถีบที่สวยงาม ภาพวิดีโอที่ถ่ายโดยมือถือที่ดูที่สุดอย่าง Uphone 4s กลับไม่สามารถโฟกัสหน้าของคนที่ถีบเอาไว้ได้เลย
ภาพในวิดีโอเห็นแค่โครงหน้าของชายหนุ่มที่ดูหล่อเหลาเท่านั้น แต่รายละเอียดบนใบหน้ากลับมีบางอย่างมาเบลอมันเอาไว้ จนไม่รู้ว่าเป็นใคร แม้จะมีผู้เข้าชมคลิปวิดีโอนี้กว่า 1 ล้านวิว รวมกับคลิปต่างๆ ที่ถ่ายจากมุมอื่นๆ
แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครรู้ว่าชายหน้าตาดีที่ถีบคนที่ลอบทำร้ายจากด้านหลังจนกระเด็น นอนกลิ้งเป็นลูกขนุนนี้เป็นใคร
ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณ เอไอ.อัลฟ่าของพีทอีกครั้ง เพราะมันได้แจมคลื่นความถี่ในโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องที่กำลังถ่ายวิดีโอ ให้เบลอหน้าของเจ้านายมันอย่างสมบูรณ์แบบ
พีทและฝ้ายกลับมาถึงร้าน โดยที่ไม่รู้เลยว่า คลิปวิดีโอของเขากำลังแพร่กระจายจนกลายเป็นไวรัล ไปทั่วอินเทอร์เน็ต ภาพลูกเป็ดนอนกุมท้องร้องโอดโอยกลายเป็น ภาพที่ซัน ไม่กล้าที่จะออกไปไหน
หน้าของซันแผ่หลา อยู่ในช่อง ‘Youlike’ ที่มีผู้ติดตามกว่า 5 ล้านคน ซึ่งแม้มหาลัยธาราบุรีจะเป็นมหาลัยเล็กๆ แต่มันก็ทำให้ซันกลายเป็นที่ถูกจดจำได้อย่างรวดเร็ว
“ซันแกไปทะเลาะกับใครมา ถึงได้มีหน้าแกโผล่ไปทั่ว Ibook เลย?” ในขณะที่ซันกำลังหลบซ่อนตัวเองอยู่ในห้องพัก หลังจากใบหน้าของตัวเอง กลายเป็นที่หัวเราะเยาะในเน็ต โทรศัพท์เครื่องใหม่ที่ซันซื้อมาก็มีเบอร์หนึ่งโทรเข้ามา
มันคือ ‘ดาว’ แฟนเก่าของพีทนั่นเอง ดาวโทรมาหาซันเพราะสงสัยบางอย่าง แม้เธอจะไม่เห็นหน้าคนที่เป็นคนถีบซันจนมีสภาพดูไม่จืด แต่เธอนั้นจดจำได้ร่างๆ ว่า นั้นคือพีท แฟนเก่าของเธอนั่นเอง “ไอ้เวร แกไปมีเรื่องกับพีทของฉันใช่ไหม?” ดาวถามด้วยน้ำเสียงดุๆ
“เฮ้อ! ของแกนะเหรอดาว…แสดงว่าไม่รู้อะไรเลยสินะ ไอ้พีทตอนนี้มันกำลังคบอยู่กับฝ้ายนู้นแล้ว อีโง่!” ซันด่าดาวกลับไปเช่นกัน หลังจากที่ถูกดาวด่าก่อนในตอนแรก
“. . .” พอได้ยินจากปากของซันว่า พีทกำลังคบอยู่กับฝ้ายแล้ว ดาวก็นิ่งอึ้งไปเลย จะบอกว่าเธอช็อกก็ไม่ถูก เพราะที่ดาวนิ่งไป มันเกิดจากความโกรธ ที่มันทำให้ดาวถึงกับโกรธจนตัวสั่นเลย
ดาวนั้นอยากที่กลับไปคบกับพีท! และตอนนี้เองเธอก็กำลังจะสลัดพี่เอก ไปให้พ้นๆ ด้วย
ฉะนั้นพอได้ยินว่าพีทกำลังคบอยู่กับฝ้าย มันเลยทำให้ดาวโมโหจนแทบจะกรีดร้องมันออกมา!
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
ไรท์ใจดีอีกแล้ว วันนี้มีตอนแถมนะครับ เจอกันตอน 2 ทุ่มจ้า
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy