เคนโตะออกจากบ้านพร้อมกับกล่องใส่หมูปิ้งขนาดใหญ่ และนั่งแท็กซี่ไปที่นั่น
หลังจากจ่ายค่าแท็กซี่มหาโหดแล้วก็ตรงไปยังแผงขายของของตน เพื่อเตรียมตั้งร้านขาย
“เฮ้ พ่อหนุ่ม วันนี้มาช้านะ คนเริ่มมีแล้ว มาๆ เดี๋ยวลุงช่วยตั้งแผงนะ”
เสียงชายแก่คนหนึ่งดังมาจากด้านข้าง
“ขอบคุณครับลุงเริง ถ้าลุงไม่ช่วยมีหวังแย่จริงๆแน่เลย”
เคนโตะรีบขอบคุณลุงเริง ลุงแกเป็นเพื่อนบ้านในสลัมที่เขาเช่าอยู่ แถมยังตั้งแผงขายใส้อั่วอยู่ข้างๆกันอีกต่างหาก ในอดีตเคนโตะเคยช่วยค่าผ่าตัดให้แกอย่างไม่หวงแหนเงินทองที่หามาได้ยากเย็นของตัวเอง แกเลยติดค้างน้ำใจเขาอยู่มาก
“ไม่เป็นไร คนใกล้เรือนเคียงกันก็ต้องช่วยเหลือกันสิ ถ้าเราไม่ช่วยกันก็คงจะไม่มีใครมาช่วยเราแล้ว เห้อ”
ลุงเริงบ่นพลางทอดถอนใจ เขานั้นเลี้ยงลูกสาวแค่คนเดียว ภรรยาหนีอยู่กับผัวใหม่ตั้งแต่เมื่อ10ปีก่อน เขากัดฟันทนเลี้ยงลูกสาวคนเดียวเรื่อยมาเงินเก็บที่มีน้อยนิดก็ส่งเสียลูกเรียนหนังสือโรงเรียนดีๆ อีกทั้งปีนี้เธอก็อยู่ ม.6 กำลังจะสอบเข้ามหาลัย ค่าใช้จ่ายก็ยิ่งจะเยอะขึ้นเรื่อยๆ คิดแล้วนึกย้อนไปตอนเขาต้องเข้าโรงพยาบาลไปผ่าตัด ญาติสนิทไม่มีมิตรสหายก็ต่างไม่มีเงินกันทั้งนั้น ถ้าเคนโตะไม่ช่วยเขาไว้แล้ว ลูกสาวคงไม่มีทางหาเงินมาจ่ายค่ารักษาได้แน่ๆ
“นั่นสินะครับลุง ว่าแต่น้องดาเป็นยังไงบ้างครับตอนนี้ เห็นว่าจะเรียนหมอ?”
เคนโตะพูดถึงลูกสาวคนเดียวของลุงเริง น้องลดา เธอเป็นสาวน้อยที่มีใบหน้าอันงดงามที่ให้ภาพลักษณ์ขยันขันแข็งและสู้ชีวิต ไม่เคยบ่นกับโชคชะตาอันโหดร้ายที่ต้องมาอยู่แบบนี้ กลับกันนั่นเป็นแรงผลักดันให้เธอยิ่งตั้งใจเรียนเพื่อจะทำให้ครอบครัวเธอนั้นดีขึ้น ถ้าจะให้พูดถึงความงามของเธอนั้นอาจไม่สวยเท่านางแบบพวกนั้น แต่ว่ากริยาการกระทำและความเป็นตัวเธอนั้นล้วนทำให้คนอื่นอยากจะเอาใจช่วยเหลือเธอ
“อืมม ตอนนี้กำลังติวหนังสืออยู่กับเพื่อนๆแหละ ลุงคิดว่าแกคงเอาจริงเรื่องเรียนหมอ ลุงคงต้องทำงานให้หนักขึ้นซะแล้วสิ”
คิดไปก็ยิ่งทำให้ลุงเริงกดดันตัวเอง เพราะค่าใช้จ่ายมหาลัยของเธอนั้นมหาศาลมาก ถึงแม้จะสอบได้ก็เถอะ คนหาเช้ากินค่ำอย่างเขาจะไปหามาได้ยังไง? ยังมีหนี้สินจากภรรยาคนเก่าที่ทิ้งไว้ให้อีกหลายแสน แค่คิดถึงตรงนี้ก็พลันรู้สึกหดหู่แล้ว
“อย่าคิดมากไปเลยลุง น้องดาแกเป็นเด็กฉลาด แกคงจะสอบชิงทุนให้ได้แหละ อย่ากังวลไปเลย”
เคนโตะสังเกตเห็นความกังวลใจของลุงเริงได้ชัดเจน จึงพูดปลอบไป
“แต่ก็ยังต้องมีค่าใช้จ่ายอยู่ดี เห้อ เอาล่ะ มาทำมาหากินกันเถอะไอ้หนุ่ม เงินที่ติดเอ็งข้าก็ยังไม่ได้จ่ายคืน ไว้ก่อนละกันนะ”
“เมื่อไรก็ได้ลุง ผมไม่รีบใช้” เคนโตะยิ้มให้กับลุงเริง สำหรับเขาเงินนั้นเหมือนไม่มีค่า ได้มาก็ใช้ไปไม่มีอะไรเสียหาย สำหรับเขาหาเช้ากินค่ำหักค่าใช้จ่ายค่านู่นค่านี่เหลือวันละ500บาทก็คุ้มแล้ว มีแค่ไหนก็กินแค่นั้น“ขอบคุณนะ ไอ้หนุ่ม”
ลุงเริงอดไม่ได้ที่จะขอบใจเคนโตะอีกครั้ง
พวกเขาคุยกันไม่นานนักรู้ตัวอีกทีคนก็เริ่มมากันแล้ว ถ้าเทียบกับการเป็นตลาดระดับล่างไปจนถึงกลางแล้ว ถือว่าตลาดนี้คึกคักมากทีเดียว คนส่วนมากที่มาจับจ่ายใช้สอยก็จะเป็นนักเรียนนักศึกษาที่มาหาของกินกันตอนค่ำ บ้างมาเดินกับเพื่อน บ้างมาเดินกับแฟน วิถีชีวิตแบบนี้ทำให้เคนโตะมองแล้วก็ยิ้มอยู่ในใจ
วันนี้ดูเหมือนคนจะคึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นวันศุกร์สุดสัปดาห์ทำให้แม้แต่กลับตลาดเล็กๆแห่งนี้คนก็ยังยิ่งพลุกพล่าน ทำให้ยอดขายที่ได้นั้นดีกว่าเดิมอยู่มาก เคนโตะคิดว่าวันนี้เป็นวันที่ดีจริงๆ...
แต่พอคิดแบบนั้นไม่ทันไร เรื่องวุ่นๆก็พลันมาหาเขาจนได้
“เห้ย! ไอ้แก่! เมื่อไรเงินที่ยืมพวกเราไปจะคืนมาวะ! หลายปีแล้วนะเว้ย! ถ้ามึงไม่คืนอย่างหาว่าพวกกูโหดร้ายนะ”
เสียงวัยรุ่นตะโกนกรรโชกก็ดังเข้ามาข้างหูของเคนโตะที่กำลังขายหมูปิ้งอยู่เขานั้นก็หันไปดูเหตุการณ์
ลุงเริงถูกล้อมไปด้วยวัยรุ่น3คน 2 คนร่างใหญ่ยัก 1 คนผอมแห้งมีรอยสักทั้งสองแขน แค่มองปราดเดียวก็รู้ได้เลยทันทีว่าไม่ใช่คนดีๆแน่
“ขอเวลาลุงหน่อยเถอะนะ ลูกสาวลุงกำลังจะเข้ามหาลัยแล้ว ลุงยังไม่มีเงินจะส่งลูกเลย เงินมากมายขนาดนั้นลุงจะมีปัญญาหาไปให้ได้ยังไง”
ลุงเริงอ้อนวอนกับชายร่างกำยำผมทอง จริงๆแล้วเขาเองไม่ได้เป็นคนไปกู้เงินนอกระบบกับพวกมันมาด้วยซ้ำ เป็นเมียเก่าเขาที่เล่นไพ่และแอบไปกู้เงินมาเยอะขึ้น เยอะขึ้นเรื่อยๆ จากไม่กี่พันกลายเป็นหลักหมื่น กลายเป็น 5 หมื่น พอถึงจำนวนที่ไม่สามารถจ่ายไหวเธอก็หนีไปหาผัวใหม่ ซึ่งจำนวนเงินขนาดนั้นมันใช่เงินที่ลุงเริงจะจ่ายไหวที่ไหนกัน ทุกวันนี้ก็ได้แต่จ่ายดอกให้มัน จนทบเงินต้นไปถึงหลักแสนแล้ว
“เห้ย! พูดงี้ได้ไงวะ ตอนยืมไม่คิด พอตอนคืนไม่อยากคืน ตอนยืมพวกข้าก็ให้ แต่พอตอนมาทวงกลับขอความเห็นใจอีก พวกกูไม่ใช่พ่อพระนะโว้ย! พวกกูก็ต้อทำมาหากินเหมือนกัน”
ชายหัวทองตะโกนใส่ลุงเริงอีกครั้ง
“แต่ลุงก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วจริงๆ นี่ เงินวันนี้ลุงขายได้ 1000 เป็นเงินติดตัวทั้งหมดของลุงแล้ว เอาไปก่อนเถอะ”
ลุงรีบคว้าเงินในกระเป๋าเอี๊ยมให้อย่างทุลักทุเล
“พันนึง! เวรเอ้ย! มึงติดกูตั้งเท่าไร แสนสอง! นี่มึงคืนพันนึง ดอกร้อยละ 20 ต่อเดือนนะเว้ย นี่มึงใช้ยังไม่ได้ร้อยละ 1 เลยไอ้เหี้ย!”
โครม! มันตะคอกพร้อมกับถีบไปที่แผงขายใส่อั่วของลุงเริง ทำให้สินค้าเละเทะกระจาย
ผู้คนหลายคนพากันถอยมองรอบๆเป็นไทยมุง แต่แทบไม่มีใครกล้าหยิบมือถือมาถ่าย เพราะพวกนี้มันอยู่ในแกงค์ที่มีอิทธิพลที่สุดในแถบนี้ แก๊งค์เสือดำ จากรอยสักของพวกมันมีรูปเสือดำกันทุกคน ทุกคนระแวกนี้ย่อมไม่กล้าแหยมกับพวกมัน
“ได้โปรด ได้โปรด ลุงขอล่ะ ลุงไม่มีจริงๆ ขอเวลาให้ลุงหน่อยเถอะ”
ลุงเริงได้แต่คุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตาจากพวกมัน ไม่มีทางเลือกมากสำหรับเขานัก จะหนีไปก็ไม่ได้ แก๊งค์เสือดำมีอิทธิพลมากนัก แถมยังมีลูกสาวของเขาอีก ทางเลือกเดียวคือกัดฟันทนขอความเมตตาจากพวกมัน
“อืมม เห็นแบบนี้กูก็มีจิตใจดีอยู่เหมือนกัน ในเมื่อมึงขอแบบนี้ กูก็มีทางเลือกให้”
ชายร่างใหญ่หัวทองยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
“ว่ามา ว่ามาเลย อะไรก็ได้ลุงจะทำทั้งนั้น!”
ลุงเริงพูดออกด้วยความดีใจ เมื่อได้ยินว่ามีทางเลือกให้เขา แต่เคนโตะกลับหรี่ตาแคบลงและจ้องไปที่มันอย่างเงียบๆ
“ได้ข่าวว่าลูกสาวมึงสวยหนิ? หัวหน้ากูก็ค่อนข้างสนใจนังนั่นอยู่พอดี ให้มันมาขัดดอกกับลูกพี่กูสิ พอให้ทำงานในคลับซักปีสองปี เอาเป็นว่าหนี้หายกัน”
ชายผมทองยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
ไอ้เวรนี่ กะแล้วเชียว เคนโตะยิ้มเผยยิ้มเย็นออกมา เขากำลังคิดอยู่ว่ามันมาทำแบบนี้ทำไม ก่อนอื่นมันควรรู้มานานแล้วว่าลุงเริงไม่มีเงินก้อนใหญ่ ถ้าให้เป็นประโยชน์ที่สุดคือคอยกินดอกและพอกทบเงินต้นไปเรื่อยๆ มันมาขู่เอาเงินแบบนี้ล้วนไร้ประโยชน์ แน่นอนว่ามันต้องมีแผนการแน่ เข้าเผยยิ้มออกมาอย่างน่ากลัวก่อนที่จะก้าวออกไปแต่ก่อนหน้านั้นลุงเริงก็กระโจนออกไปซะก่อน
“ได้โปรด ฮึก ได้โปรดเถอะ เรื่องนี้ลูกสาวลุงไม่เกี่ยวด้วย ถ้าจะทำอะไรก็ทำให้ลุงเถอะ มีอะไรก็ลงที่ลุง! จะฆ่าจะอะไรลุงก็ได้ แต่อย่าลากลูกสาวลุงไปเกี่ยวด้วยเลย!”
“ไอ้แก่เหี้ยนี้ อย่ามาเกาะขากู!”
ผลั่ก! ชายหัวทองกระแทกเขาใส่รุงเริง ที่กระโดดไปเกาะขาชายหัวทองและร้องไห้อ้อนวอนแต่ดูเหมือนจะทำให้ชายหัวทองหัวเสียมากขึ้น
กางเกงตัวใหม่นี้มันพึ่งซื้อมาราคาหลักหมื่น ดันโดนมือสกปรกของไอ้แก่นี้เลอะได้ มันเตรียมจะบันดาลโทสะใส่รุงเริงด้วยการชกหมัดออกไปใส่ซ้ำอีกครั้ง
แต่ทันใดนั้นก็มีมืออันแข็งแรงมากำหมัดของมันไว้กลางอากาศ!--------------------------------------------------------------------------คอมเม้นติชมให้กำลังใจ ทำให้ผู้เขียนมีกำลังใจในการเขียนมากขึ้น ขอบคุณครับความเร็วในการเขียนของผู้เขียนก็จะพ้องกับอัตราการคอมเม้นของผู้อ่านนั่นแหละ หุหุ