บทที่ 21 ความเสียใจตลอดชีวิต
เมื่อเห็นว่าฟางเสี่ยวเหมยเริ่มร้องไห้อีกครั้ง ยายป่านซุนก็แสดงท่าทีรำคาญ “ร้องไห้? นี่เธอทำเป็แต่ร้องไห้หรือไง? ร้องมากไปเด็กน้อยก็ไม่อยากไปเกิดใหม่หรอก แล้วแบบนี้หลานของฉันจะมาเกิดในท้องเธอได้ยังไง!”
ฟางเสี่ยวเหมยไม่สนใจคำพูดของยายป่านซุน เธอหันไปถามซางเฟยหว่านว่า “ฉันขอเจอลูกสาวสักครั้งได้ไหม? ฉันขอโทษ ฉันผิดเองที่ทำร้ายเธอ ฉันอยากขอโทษเธอต่อหน้า”
ยังไม่ทันที่ซางเฟยหว่านจะได้ตอบ ชาวเน็ตในห้องไลฟ์ก็เสนอวิธีแก้ปัญหาให้มากมาย
ผู้ใช้งาน : ฉันรู้วิธี! หยดเืจากปลายนิ้วลงในน้ำ จากนั้น ก็เอาน้ำไปป้ายบนกระจกเงา เดี๋ยวก็เห็นิญญาแล้ว!
ผู้ใช้งาน : ใช่ ๆ เมื่อก่อนมีชาวเน็ตคนหนึ่งใช้วิธีนี้เพื่อเห็นิญญาสุนัขที่ตายไปแล้ว!
ผู้ใช้งาน : ฉันก็จำวิธีนี้ได้นะ เคยลองทำตามดูแล้ว แต่ไม่เห็นแมวของฉันที่ตายไปเมื่อหลายปีที่แล้วเลย คิดว่ามันคงไปเกิดใหม่แล้วล่ะ
ซางเฟยหว่านจึงกล่าวว่า “วิธีหยดเืทาบนกระจกเงาใช้ได้ผลในเวลาสั้น ๆ ไม่เหมาะกับกรณีนี้หรอก ฉันจะบอกคาถาให้ ท่องตามนี้ในใจก่อนนอนติดต่อกันหลาย ๆ คืน เดี๋ยวลูกสาวคุณก็จะมาเข้าฝัน”
ซางเฟยหว่านท่องคาถาให้ทุกคนฟังผ่านทางห้องไลฟ์ พร้อมกับอธิบายว่า “ตอนท่องให้คิดถึงคนที่อยากเจอ ยิ่งรู้สึกจริงใจมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะฝันถึงเขาก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น”
“ค่ะ ฉันจำได้แล้ว ขอบคุณคุณซางเฟยหว่านมากเลยนะคะ รอฉันเจอลูกสาวก่อน แล้วฉันจะกลับมาขอบคุณอย่างจริงจังนะคะ” ฟางเสี่ยวเหมยกล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่แม่สามียังคงบ่นอยู่ข้าง ๆ ว่า “เจอตัวแล้วก็ขอโทษขอโพยเธอไปซะสิ จะได้รีบ ๆ ไปเกิดใหม่สักที หลานชายฉันจะได้มาเกิด...”
เสียงบ่นนั้นหายไปจากโสตประสาทของทุกคนก็ต่อเมื่อวิดีโอคอลถูกตัดไป
ผู้ใช้งาน : อ้าว จบแค่นี้เลยเหรอ ฉันยังจะได้ดูต่อไหมเนี่ย?
ผู้ใช้งาน : อยากรู้จังเลยว่าเด็กน่าสงสารคนนั้นจะได้เกิดใหม่หรือเปล่า อยากรู้ใจจะขาดอยู่แล้วเนี่ย แต่ไม่ยอมให้ดูต่อ ทำร้ายจิตใจกันชัด ๆ!
ผู้ใช้งาน : ฉันว่าเด็กคนนั้นตายแบบแปลก ๆ นะ ถ้าเป็เพราะแม่เขาละเลยจริง ๆ ทำไมเ้าของไลฟ์ถึงบอกว่า ความแค้นของเด็กมาจากพ่อกับยายของเขาล่ะ?
ผู้ใช้งาน : ใช่ ๆ ฉันก็คิดแบบนั้น คุณพี่หมอดูครับ สปอยล์หน่อยได้ไหม?
ผู้ใช้งาน : คุณหมอดู เมื่อกี้ผมจดคาถาไว้ด้วย ทำตามนี้จะฝันเห็นญาติที่ตายไปแล้วได้ใช่ไหมครับ?
ซางเฟยหว่านจึงรีบอธิบายว่า “อย่าทำแบบนั้นเลย ถ้าคนที่คุณอยากเจอไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ อาจจะลากสิ่งชั่วร้ายเข้ามาในฝันแทนก็เป็ได้นะ เรียกผีง่ายกว่าไล่ผีเยอะ”
ชาวเน็ตต่างก็นิ่งอึ้งไปตาม ๆ กัน
ซางเฟยหว่านกล่าวต่อ “ใครอยากรู้ตอนจบ พรุ่งนี้สามทุ่มเจอกันค่ะ เอาล่ะ มาดูดวงให้คนสุดท้ายกันดีกว่า”
ไม่นานนัก ผู้โชคดีคนสุดท้ายที่เชื่อมต่อเข้ามาในรายการก็ปรากฏตัวต่อหน้าทุกคน
เขาใช้ชื่อบัญชีว่า ‘สายน้ำดุจหัวใจ’ เป็ชายวัย 20 กว่าปี สวมเสื้อผ้าเรียบง่าย ผมเผ้าดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย
เขาคงไม่ได้คาดคิดว่าตัวเองจะเป็ผู้โชคดี จึงใช้เวลาสักพักกว่าจะตั้งสติได้ เมื่อเห็นตัวเองในกล้อง เขาก็รีบจัดผมอย่างลุกลี้ลุกลน ก่อนจะยิ้มทักทายเ้าของช่องอย่างเป็มิตร
ซางเฟยหว่านถามเขาตามธรรมเนียมว่า “คุณสายน้ำดุจหัวใจ คุณอยากจะถามอะไรคะ”
“ผมอยากจะคลายปมในใจให้แม่ครับ แม่ผมอายุ 70 กว่าแล้ว ท่านเกิดในครอบครัวคนเมือง แต่ต้องไปเป็ยุวชนในชนบท และลงหลักปักฐานที่นั่น ความเสียใจที่สุดในชีวิตของท่านคือการไม่ได้เรียนต่อมหาวิทยาลัย”
เขาถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะพูดต่อว่า “จริง ๆ แล้วตอนแม่ผมยังสาว ท่านขยันเรียนมาก ขนาดทำงานหนักมาทั้งวัน ตกกลางคืนก็ยังต้องอาศัยแสงจากตะเกียงน้ำมันก๊าดอ่านหนังสือ...”
ขณะที่เขาเล่า ทุกคนต่างจินตนาการเห็นภาพหญิงสาวคนหนึ่งกำลังตั้งใจศึกษาหาความรู้ท่ามกลางแสงไฟสลัวของตะเกียงน้ำมันก๊าดในบ้านไร่ชนบท...
ยุคสมัยนั้น พรากสิ่งสำคัญไปจากผู้คนมากมายเหลือเกิน
หลายคนต้องจากบ้านเกิดไป และไม่ได้หวนกลับมาอีกเลย...
แม่ของสายน้ำดุจหัวใจเป็ลูกสาวคนเดียว หลังจากไปเป็ยุวชนในชนบท เธอก็เฝ้ารอคอยที่จะได้กลับไปอยู่กับพ่อแม่ที่เมืองหลวง และทำหน้าที่ลูกที่ดีต่อท่าน...
โชคดีที่ไม่นานนัก การสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็กลับมาอีกครั้ง เปิดโอกาสให้กับนักเรียนนักศึกษาอีกหน
เพื่อคว้าโอกาสนี้ไว้ หญิงสาวที่มุ่งมั่นคนนั้นก็ทำงานหนักในตอนกลางวัน และศึกษาเล่าเรียนในตอนกลางคืน
ในที่สุดความพยายามของเธอก็สัมฤทธิ์ผล เธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยปักกิ่งได้ด้วยคะแนนอันยอดเยี่ยม
แต่ใกล้ถึงวันรายงานตัว เธอกลับพบว่า ใบตอบรับการเข้าเรียนของเธอนั้นหายไป...
ในยุคปัจจุบัน แม้การทำใบตอบรับเข้าเรียนหายจะเป็เื่ยุ่งยาก แต่ก็ยังมีวิธีแก้ไขได้ เช่น การติดต่อขอใบแทนจากทางมหาวิทยาลัย เป็ต้น
ทว่าในยุคหลายสิบปีก่อน การสื่อสารยังไม่พัฒนา แม้กระทั่งโทรศัพท์ก็ยังไม่แพร่หลาย การทำใบตอบรับหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน่ใกล้เปิดเทอม ย่อมหมายถึงการพลาดโอกาสเข้าเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยไปแล้ว
แม่ของเขาจึงพลาดโอกาสเข้าเรียน พลาดโอกาสกลับไปใช้ชีวิตในเมือง และนั่นคือความผิดพลาดที่ฝังอยู่ในใจเธอไปชั่วชีวิต...
“หลังจากนั้น แม่ของผมก็แต่งงานกับพ่อ และใช้ชีวิตเป็ชาวนาอยู่ที่หมู่บ้านมาตลอดชีวิต” ชายหนุ่มเล่าด้วยความเสียดาย “ผมมักจะคิดว่า ถ้าแม่ได้เรียนมหาวิทยาลัย กลับไปอยู่ที่เมืองหลวง ชีวิตของเธอจะเป็ยังไงกันนะ”
“บางทีเธออาจเป็อาจารย์มหาวิทยาลัยที่ทุกคนเคารพ หรือเป็แพทย์ที่ช่วยชีวิตผู้คน พอเกษียณก็คงใช้ชีวิตในบั้นปลายอย่างสุขสบายเหมือนผู้สูงอายุในเมืองเขา ไปเต้นรำที่ลาน หรือออกท่องเที่ยวเป็ครั้งคราว”
“ไม่น่าเป็แบบนี้เลย ลำบากมาทั้งชีวิต แม้แต่ตอนป่วยก็ได้แต่รอความตายอยู่ในเมืองเล็ก ๆ แบบนี้”
“แม่ของผมปิดปากเงียบเื่เมื่อหลายสิบปีก่อนมาโดยตลอด จนกระทั่งปีที่แล้ว สุขภาพท่านแย่ลง ถึงได้มาเล่าเื่นี้ให้ผมฟัง ผมเพิ่งรู้ว่า แม่ผู้แสนธรรมดาของผม เคยสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศได้!”
“ถึงแม้ตอนนี้ท่านจะบอกว่าเป็เื่ของโชคชะตา แต่ผมก็ดูออกว่าท่านเสียดายมาก ใครจะไม่เสียดายล่ะ เมื่อชีวิตต้องพลิกผันไปขนาดนี้”
“คุณซางเฟยหว่าน คุณพอจะช่วยตามหาสิ่งที่หายไปเมื่อหลายสิบปีได้ไหม”
ซางเฟยหว่านได้ยินดังนั้นจึงตอบไป “ได้ ฉันขอดูหน้าของคุณแม่คุณหน่อย ขอดูตัวจริงหรือไม่ก็รูปถ่าย”
สายน้ำดุจหัวใจรีบค้นหารูปถ่ายเก่า ๆ ในบ้าน
หญิงสาวในรูปถักเปียสองข้าง ยิ้มหวาน บริสุทธิ์ น่ารัก ข้าง ๆ เธอมีชายหนุ่มหน้าเหลี่ยมยิ้มอย่างจริงใจ
“นี่รูปพ่อกับแม่ตอนแต่งงานครับ แม่ผมสวยไหมครับ สมัยนั้นท่านเป็สาวที่สวยที่สุดในกลุ่มยุวชนที่ลงไปทำงานในชนบทเลยนะ”
ซางเฟยหว่านมองทะลุผ่านใบหน้า มองเห็นชะตาชีวิตอันผกผันของหญิงสาว
“สายน้ำดุจหัวใจ ฉันจะดูดวงให้คุณฟรีก็แล้วกัน ถือว่าช่วยเติมเต็มความกตัญญูของคุณ ส่วนเื่ราวความจริงทั้งหมด คุณจะบอกแม่ของคุณหรือไม่ก็ตัดสินใจเอาเอง”
ฐานะทางบ้านของสายน้ำดุจหัวใจไม่ได้ดีนัก หากไม่ต้องจ่ายค่าครู เขาก็ยินดีเป็อย่างยิ่ง จึงรีบตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณมากครับคุณซางเฟยหว่าน ถ้าผมรู้ความจริง ผมจะบอกแม่แน่นอนครับ”
ซันเฟยหวานจึงตอบว่า “ไปที่ต้นไทรในสวนบ้านเก่าของคุณสิ ขุดดูใต้ต้นไม้ คำตอบที่คุณ้าอยู่ในนั้น”