เช้าวันจันทร์
วันทำงานเดินทางมาถึง
“ฮื้อออยย” เสียงบิดี้เีของฉันที่กำลังนอนพลิกตัวไปมาหลายตลบหยิบนาฬิกาที่ตั้งบนหัวเตียงนอนมามองดูเวลา
“7 โมงกว่าแล้วเหรอ”เสียงงัวเงียพูดคนเดียว นาฬิกาเรือนนั้นถูกวางลงที่เดิม ฉันรีบลุกจากเตียงนอนหยิบคว้าผ้าขนหนูที่แขวนบนราวเดินเข้าไปในห้องน้ำอาบน้ำแต่งตัวไปทำงานในเวลาสาย
เวลา 8 โมงกว่าฉันมาถึงที่โรงงานถือว่าเป็การมาทำงานสายครั้งแรกของฉันั้แ่ก้าวเข้ามาเป็สาวโรงงานฉันอดทนทำงานเพื่อรอเวลาพักกลางวัน
โรงอาหาร
“เมื่อเช้าผมไม่เห็นแพรเลยมองหาตั้งนาน อยากเห็นหน้า” เพื่อชายคนหนึ่งในกลุ่มของปกป้องถามขึ้นมา ระหว่างที่ฉันมานั่งทานอาหารกลางวันร่วมกับพวกเขา
“เมื่อเช้าแพรมาทำงานสายน่ะ” ฉันบอกพวกเขาและยิ้มเม้มปากด้วยความเขินอาย
“ไม่เท่าไหร่ก็มาสายแล้วต่อไปคงลางานบ่อยขึ้น” เสียงพูดลอยๆ ของเขา แต่ไม่ได้มองมาที่ฉัน
“ต่อไปคงไม่ได้ลางานบ่อยแน่นอนเพราะวันนี้ฉันจะลาออกจากงานแล้ว” ฉันพูดเสียงแข็ง ถึงสายตาของเขาจะไม่ได้มองมาที่ฉันมันก็ไม่ยากที่จะรู้ตัวว่าเขากำลังพูดเหน็บฉันอยู่
“เอ้า จริงเหรอต่อไปก็คงไม่ค่อยเจอหน้ากัน” ผู้ชายในกลุ่มคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยเสียงผิดหวัง
“งั้นผมขอเบอร์โทรของแพรไว้ได้หรือเปล่า” ชายคนดังกล่าวถามขึ้นมาต่อจากเดิม
“ได้สิ” ฉันยิ้มตอบรับก่อนจะรับโทรศัพท์มือถือเครื่องที่เขายื่นให้มากดเบอร์ตัวเองให้ตามที่เขาขอ
เวลาเลิกงานมาถึง
ชั่วโมงสุดท้ายในการทำงานของฉันมาถึง เมื่อเขียนใบลาออกและสิ้นสุดการทำงานในวันนี้ทันที
“แพร เดี๋ยวเย็นนี้พวกเราจะไปเลี้ยงส่งแพรกันนะ”เพื่อนที่โรงงานของฉันบอกกล่าวขณะที่พวกเรากำลังเดินออกมาสแกนบัตรในเวลาเลิกงาน
“ได้สิไปที่ไหนล่ะ” ฉันตอบรับและถามกลับไป
“ไปร้านโต๊ะบาร์ ก็แล้วกันเนอะเดี๋ยวชวนคนอื่นๆ ไปด้วย”
“ก็ดีนะ ถ้างั้นพวกเรานัดเจอกันที่ร้านโต๊ะบาร์เลยก็แล้วกันเนอะ”ฉันพูดกับเพื่อนของเธออย่างเป็มิตร
.ร้านโต๊ะบาร์.
ร้านแห่งนี้เป็ร้านเหล้ามีดนตรีสดนักร้องเสียงเพราะมากใครต่างก็นิยมมาเที่ยวหรือสังสรรค์ที่ร้านนี้อยู่บ่อยๆ
“แพร ทางนี้ๆ” เสียงเพื่อนสาวคนหนึ่งะโเรียกฉันพร้อมยกมือกวักเรียกให้เดินไปโต๊ะที่พวกเขาทั้งหลายมาเปิดนั่งก่อนแล้ว
“อ่” ไม่ทันจะได้พูดจบประโยค ฉันก็ต้องยิ้มค้างและหยุดพูดเมื่อสายตาเหลือบมองไปเจอเขานั่งร่วมโต๊ะอยู่ ฉันรีบดึงสายตากลับมาและหันมองไปพูดกับเพื่อนที่กวักมือเรียกฉัน
“มานานหรือยัง” ฉันดึงขยับเก้าอี้ตัวที่ว่างอยู่ออกมาซึ่งมันดันตั้งอยู่ติดกับเก้าอี้ตัวที่เขานั่งพอดิบพอดีสายตาของฉันแอบชำเหลืองมอง ปลายลูกตาของฉันแอบมองดูเขาด้วยตัวที่แข็งเกร็งไปหมด
ชุดที่ฉันใส่มาเที่ยวในค่ำคืนนี้เป็กระโปรงตัวสั้นปิดแก้มก้นฉันแทบจะไม่มิดเสื้อยืดคอกลมสีดำแนบไปกับตัวมองด้านหน้าดูเรียบร้อยแต่ด้านหลังนั้นลึกเว้าลงไปถึงบั้นเอว
ปกป้องชำเลืองสายตามองมาที่แผ่นหลังของฉันคิ้วของเขาขมวดแสดงท่าทีไม่ชอบใจเมื่อเห็นชัดๆ ว่าชุดที่ฉันใส่มานั้นมันโป๊เกินไป
“ใส่อย่างกับมาอ่อย” เสียงบ่นพึมพรำของเขาแก้วเหล้าในมือกระดกเข้าไปในลำคอจนหมดแก้ว
ฉันก็มีสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคนั้นแว่วมาเข้าหูฉันขยับตัวก่อนจะหันหน้าเล็กน้อยมองไปที่เขาสายตาของฉันเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูกเลยทำทีมองค้อนเขาไปหนึ่งที
บรรยากาศสนุกสนาน ตอนนี้เสียงดนตรีเป็จังหวะแดนซ์เปิดดังขึ้นตอนนี้เป็เวลาห้าทุ่มกว่า แพรวนิด สาวสวยเ้าของงานเลี้ยงส่ง ที่ใครก็มองว่าเธอช่างสวยสะดุดตาั้แ่วันแรกที่ไปทำงานรวมถึงเพื่อนชายในกลุ่มของ ปกป้อง ก็เช่นกันเพื่อนหนุ่มในกลุ่มของเขาเดินเข้ามายืนใกล้กับฉัน ต่อหน้าต่อตาของเขา แขนข้างหนึ่งของเพื่อนชายวางพาดจับหลังเก้าอี้ตัวที่ฉันนั่งอยู่ข้อศอกข้างหนึ่งค้ำไว้บนโต๊ะด้วยความเมา เพื่อนชายของเขาขยับเข้ามายืนใกล้ชิดฉันมากขึ้นและพยายามลุ่มล่ามขยับตัวเข้ามาติดฉันเรื่อยๆ
[แพรวนิด]
“ไม่คิดจะห้ามเพื่อนตัวเองหน่อยหรือยังไงกัน”ฉันคิดในใจเมื่อมองดูเขาทำเป็มองไปทางอื่นไม่สนใจ
จังหวะที่ฉันเหลือบสายตาไปทางเขาเขาก็ไหวตัวทันทำเป็เมินและมองไปทางอื่น แต่เวลาเผลอตาของฉันเขาก็แอบมองดูฉันด้วยสีหน้าไม่พอใจเช่นกัน
“ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”เห็นท่าจะไม่ดีฉันรีบลุกขึ้นยืนผลักตัวเพื่อนชายคนดังกล่าวถอยห่างออกไปและรีบเดินไปทางห้องน้ำด้วยความรีบร้อน
“อยากจะกรี๊ด” ฉันบ่นคนเดียวด้วยความหงุดหงิดระหว่างเดิน
ขวับ! แขนของฉันถูกมือของใครบางคนดึงจากฝั่งทางด้านหลังของฉัน
“คุณ” เสียงใอุทานออกมาเมื่อตัวของฉันถูกดึงให้หันกลับมาฝั่งตรงข้ามด้วยแรงจากมือของปกป้อง
“มีอะไร” ฉันทำเสียงหงุดหงิดด้วยความใเล็กน้อยกล่าวถามขึ้นมา
“แต่งตัวมาแบบนี้อยากจะอ่อยผู้ชายหรือเปล่า” เสียงเมาๆของเขากำลังถามคำถามที่จ้องหาเื่ฉันอยู่
หึ ฉันสะบัดข้อมือตัวเองออกจากมือของเขา
“มาเที่ยวก็ต้องแต่งตัวแบบนี้เป็เื่ปกตินะ”เสียงยียวนพูดตอบโต้กลับไป
“อย่ามาใช้น้ำเสียงกวนประสาทผม”เขากอดดึงเอวของฉันเข้ามา เสียงกระซิบพูดใกล้กับริมฝีปากของฉันไออุ่นนั้นแตะััผิวปากของฉันทำให้ฉันรู้สึกมวนไปทั่วท้องน้อยตัวเอง
อึก เขากอดรัดเอวบางๆของฉันแน่นขึ้นกว่าเดิมเมื่อสายตาของฉันนั้นกำลังท้าทายอารมณ์ของเขาอยู่
“ถ้าฉันจะอ่อยใครมันก็สิทธิ์ของฉันไม่ใช่เหรอคะ คุณลืมไปหรือเปล่า ประโยคที่พูดออกมาเมื่อคืน”แววตาท้าทายสีหน้าเย้ยหยัน มุมปากยิ้มยกขึ้นเสียงหัวเราะชอบใจแว่วในลำคอของฉันพูดออกมาต่อหน้าชายหนุ่มที่กอดเอวฉันไว้เสียแน่นจนแทบจะหายในไม่ออก
ด้วยความสูงของฉันที่อยู่ในระดับแผ่นอกของเขาปลายเท้าสองข้างของฉันเขย่งขึ้นจนริมฝีปากสามารถจูบประกบไปที่ริมฝีปากของเขาได้
จ๊วบ เสียงจูบของฉัน “โอเคมั้ยคะ คู่นอน”เสียงพูดกวนประสาทเน้นน้ำเสียงของฉันนั้น พูดใส่หน้าเขาเมื่อก่อนจะแกะมือของเขาออกและหมุนตัวเพื่อเดินหนี
“จะไปไหน” เขาดึงกระชากตัวฉันกลับมากอดไว้จากด้านหลังเสียงดุเข้มของปกป้องพูดดังขึ้นข้างหูฟังแล้วไม่รู้สึกหวาดกลัวแต่กลับรู้สึกเสียวท้องน้อยไปหมดไม่นานเพื่อนคนหนึ่งที่เดินมาทางนี้ก็บังเอิญเห็นเราสองคนยืนตัวติดกันเขาจึงผลักตัวฉันออกมาอย่างกระทันหัน
“ทำอะไรกันเหรอ”เพื่อนคนนั้นถามขึ้นด้วยความสงสัย
“เปล่าหรอก สงสัยฉันจะเมาเลยเดินเซปกป้องมาพยุงไว้ได้ทันพอดี” ฉันตอบปัดออกไปตามความประสงค์ของเขาที่บอกว่าห้ามแสดงตัวว่ามีความสัมพันธ์กัน
“อ้าว เหรอ เดินไหวมั้ย ป่ะฉันพาเดินกลับโต๊ะ” เสียงเพื่อนคนดังกล่าวก็ยานคางด้วยความเมาเช่นกัน
***