เช้ามืดก่อนที่ตระกูลหลงกับตระกูลหวงจะประกาศา ภายในโถงเ้าตระกูลหวัง ทุกคนกำลังมีสีหน้าที่เคร่งเครียด ทุกคนกำลังประชุมหารือเื่การรับมือ ตระกูลหลงกับตระกูลหวง โดยเฉพาะหวังกังกับฉินเพ่ยนั่งเงียบด้วยความกะวนกะวายใจเื่ที่หวังเฟยหลงที่ไม่รู้ว่าเป็ตายร้ายดีอย่างไร
“ เ้าตระกูล หากตระกูลฉู่ไม่ช่วยพวกเรา พวกเราจะไม่สามารถรับมือทั้งสองตระกูลได้ ”
“ ตอนนี้พวกเราจะอพยพก็ไม่ทันแล้ว คือว่าไม่เกินหน่งชั่วยามพวกมันคงมาถึงหน้าประตูหมู่บ้าน!! ”
“ ท่านได้ข่าวเื่หวังเฟยหลงหรือยัง หากเขายังอยู่ก็สามารถขอความช่วยเหลือไปที่สมาคมการค้าทมิฬได้ อย่างไรเขาก็คือแขกกิตติมศักดิ์ของสมาคม ”
ระหว่างที่พวกเขากำลังถกเถียงปัญหาต่างๆกันอย่างเปล่าประโยชน์ หน่วยค้นหาที่หวังกังส่งไปค้นหาร่องรอยของหวังเฟยหลงกลับมาพร้อมด้วยสีหน้าไม่สู้ดี พวกเขาหยุดเถียงกันและรอรายงานของชายคนนั้น
“ มารายงานผลการค้นหาขอรับ เอ่อ….คือว่า พบร่องรอยการต่อสู้…จริงๆต้องบอกว่าเป็ร่องรอยของคุรชายใหญ่ถูกทำร้ายฝ่ายเดียวมากกว่า ร่องรอยไปสุดสิ้นที่อาณาเขตสัตว์อสูรระดับ 3 ขอรับ ส่วนนี่คือโล่ของคุณชายใหญ่ขอรับ ”
เขารายงานด้วยน้ำเสียงอ้ำๆอึ้งๆ พร้อมกับยื่นโล่ของหวังเฟยหลงที่เขาทำหลุดไว้ตอนที่หนีหวังเข่อซิง สีหน้าของคนอื่นๆถอดสี ตอนนี้ความหวังของพวกเขาถูกทำลายไปแล้ว พวกเขาไม่คิดเลยว่าหวังเฟยหลงจะตายไปแล้วจริงๆ ฉินเพ่ยหน้าตาไหลรินออกมาไม่หยุด เธอร้องไห้โห่เสียงดัง ส่วนหวังกังกำหมัดแน่น ทุบไปที่โต๊ะอย่างแรง พร้อมกับน้ำตาที่คลอ
“ ข้าหวังกัง!! ขอประกาศ ณ ที่นี้ว่า ข้าหวังกัง จะทำากับพวกมันและจะตัดหัว หวังเข่อซิง ให้ได้ แม้ว่าต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม…ใครที่้าไปก็ขอให้ไปได้เลย จะไม่ถือว่าทรยศตระกูลแต่อย่างไร ข้าหวังกังจะไม่สั่งให้ใครไปตาย แต่หากใครอยู่ถ้าจะจดจำชชื่อคนนั้นไว้ชั่วชีวิต!! ”
“ … ”
คำพูดของหวังกังนั้นะเืใจพวกเขามาก ภายในห้องคือเหล่าผู้าุโของตระกูล และเหล่านักรบชั้นยอดของตระกูล เนื่องจากความแข็งแกร่งของหวังเฟยหลง รวมถึงเส้นสาย ทำให้พวกเขารู้สึกเสียดายมาก เพราะอย่างไรหากหวังเฟยหลงโตขึ้นและได้เป็เ้าตระกูล เมื่อนั้นตระกูลพวกเขาจะรุ่งโรจน์เป็อย่างมาก ถึงจะน่าเสียดายแต่หวังเฟยหลงก็ตายไปแล้ว พวกเขาบางคนก็รู้สึกว่าไม่ควรเอาชีวิตไปทิ้งในเมื่อก็เห็นกันอยู่ว่าไม่มีความหวังแล้ว
ภายใน 10 นาที ครึ่งหนึ่งของผู้าุโได้ออกไปจากตระกูล และเริ่มอพยพไปที่อื่นทันที เหลือไว้อีกครึ่ง พวกเขาล้วนมีความสัมพันธ์อันดีกับหวังกังและฉินเพ่ย หวังกังมองไปยังคนเ่าั้ด้วยสายตาซาบซึ้ง เขาคารวะผู้าุโเหล่านี้ที่ร่วมเป็ร่วมตายกับเขา
“ ข้าหวังกัง ต่อให้ตายก็จะไม่มีวันลืมวันนี้ที่พวกท่านทำเพื่อ ข้า และตระกูลหวังแน่นอน ”
“ ข้าเห็นเ้ามาแต่เล็กแต่น้อย เื่แค่นี้นับเป็อันใดกัน อีกอย่างพวกเราก็แก่กันแล้ว จะให้หลบหนีอย่างไร้ศักดิ์ศรี ขอตายเสียดีกว่า ”
“ ใช่แล้ว พวกข้าจะไปไหนกันได้ พวกเราเหล่าผู้าุโมีหน้าที่ปกป้องอนาคตของตระกูลกันทั้งนั้น!! ”
จากนั้นหวังกังและผู้าุโคนอื่นๆก็ได้ให้คนในครอบครัว ที่ไม่สามารถต่อสู้ได้หลบหนีออกไป เพราะสิ่งที่รอพวกเขาอยู่คือความตาย ในความคิดของพวกเขา ลูกหลานก็คืออนาคตของตระกูล ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ไหน ตระกูลหวังก็จะอยู่ที่นั้นเช่นกัน
“ ข้าจะไม่หนีไปไหน ข้าจะร่วมเป็ร่วมตายกับท่าน ”
“ ไม่ได้หรอก เ้าจำเป็ต้องพาองค์หญิงน้อยของเราหนีไป!! ”
“ แต่… ”
“ ไม่มีแต่ เ้าจำเป็ต้องเลี้ยงดู และดูแลซูซ่านให้ดี แม้ว่าข้าจะไม่สามารถเห็นนางเติมโตได้อีก แต่ข้าเชื่อว่านางจะต้องเติบโตขึ้นมาได้ดีแน่นอน ส่วนเ้า เ้าต้องดูแลตัวเองดีๆ ”
ทั้งสองกอดกันอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่ฉินเพ่ยจะพาหวังซูซ่านหลบหนีไป เมื่อนางรู้เื่นางก็ร้องไห้ที่จะอยู่ช่วยบิดานางสู้แต่ฉินเพ่ยหาได้ยอมไม่ ทำให้นางสลบและพาตัวนางไป รีบออกเดินทาง ทั้งสองจากกันด้วยน้ำตา
หนึ่งชั่วยามผ่านไป ตอนนี้ตระกูลหวังเหลือเพียง หวังกัง เหล่าผู้าุโ กองกำลังของตระกูลหวัง ยังมี ตงหยางกับเซียงหลานด้วย แม้พวกเขาจะเป็เพียงผู้ติดตามของหวังเฟยหลง แต่หวังเฟยหลงเห็นคุณค่าพวกเขา และเพราะการติดตามหวังเฟยหลงทำให้พวกเขาแข็งแกร่ง มีคุณค่ามากขึ้น พวกเขาจึงเลือกที่จะไม่ไปไหน แต่หากเปรียบเที่ยงกับกองกำลังเดิมแล้ว กองกำลังของตระกูลหวังลดลงไปกว่าครึ่งเนื่องจากมีคนที่เลือกที่จะอพยพไปยังที่อื่น และยังมีคนอื่นๆที่กลับมารวมกับตระกูลไม่ทันเนื่องจากไปทำภารกิจของตระกูล
พวกเขาทั้งหมดยืนอยู่หน้าประตูหมู่บ้าน ตอนนี้เองที่กองกำลังขนาดใหญ่กว่าพวกเขา 4 เท่าก็อยู่ในสายตาพวกเขา พวกเขากำหมัดแน่นเต็ฒไปด้วยความโกรธ แม้พวกเขาจุสู้จนตัวตายก็ไม่อาจเปลี่ยนผลลัพธ์ใดๆได้ แต่ที่พวกเขาโกรธกว่าคือ การทรยศของหวังเข่อซิง ที่เป็ถึงผู้าุโแต่กลับเลือกทรยศและร่วมมือกับคนนอกเพื่อทำลานตระกูลตัวเอง
ไม่นานกองกำลังขนาดใหญ่ก็มาหยุดตรงหน้า กองกำลังขนาดใหญ่นี้แบ่งออกเป็สองกองกำลังและมีชายแก่สองคนเดินนำอยู่ข้างหน้าอย่างชัดเจน ตามด้วยชายแก่อีกคนหนึ่งที่เดินตามหลังพวกเขา สองคนนั้นไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็ เ้าตระกูลหลงและเ้าตระกูลหวง และชายแก่ที่ตามหลังไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็ หวังเข่อซิง พวกเขาทั้งสามมองหวังกังด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“ หวังกัง ไม่คิดเลยว่าเ้าจะ ตัดสินอย่างอยุติธรรม แม้จะเป็ลูกของเ้าก็ตาม ”
“ …พวกเ้ารู้ดีว่าเป็พวกเ้าที่วางแผนทำร้ายลูกค้า และไอคนทรยศนั่นอีกคน ”
“ เื่ของรุ่นเยาว์ พวกข้าไม่ยุ่งเกี่ยว แต่เ้ากับลูกชายของเ้า อำมหิตปล่อยให้ลูกของเ้าทำร้ายผู้อื่นถึงขั้นพิการ โดยการใส่ร้ายผู้อื่นข้อหาฏ ทรยศ ”
“ ก็เพราะพวกเ้าไม่ใช่หรือไงที่บอกให้ลูกหลานตัวเองทำ และนี้มันเป็เื่ภายในตระกูล หาใช่เื่ที่คนนอกอย่างเ้าต้องเข้ามายุ่งไม่!? ”
“ ที่ข้าต้องเข้ามายุ่งเพราะ ผู้าุโหนึ่งแห่งตระกูลหวังร้องขอให้พวกข้าช่วยกันทวงความยุติธรรมให้…ใช่หรือไม่ ผู้าุโหนึ่ง ”
“ ใช่แล้ว!! พวกเ้ากล่าวโทษ ข้ากับลูกข้าทรยศ ทั้งๆที่ผ่านมาข้าพยายามดูแลตระกูลมาขนาดไหน…นอกจากหวังกังและครอบครัวมัน หากคนอื่นๆไม่อยากยุ่งเกี่ยวให้ถอยหลังออกไป วันนี้ข้าจะลงโทษเ้าตระกูลเผด็จนี้ และข้าจะเป็คนดูแลตระกูลเอง ข้าจะทำให้ตระกูลเรายิ่งใหญ่ และไม่มีทางเผด็จการเยี่ยงหวังกังและครอบครัวมัน ”
สิ้นสุดคำพูดของหวังเข่อซิง ตระกูลหวังที่เหลือไม่มีใครขยับไปไหนทั้งสิ้น ทุกคนไม่ใช่คนโง่ พวกเขารู้ความจริงทุกอย่าง ไม่มีใครเชื่อคำพูดเพ้อเจ้อของหวังเข่อซิง และยิ่งไม่มีใครเชื่อหวังเข่อซิงที่ทรยศตระกูลด้วยการร่วมมือกับคนนอก จะสามารถนำพาตระกูลไปได้ดี
“ หวังเข่อซิง เ้าคิดว่าคนอื่นๆกินหญ้าหรือยังไง?? ต่อให้พวกข้าตายข้าก็จะลากคนทรยศอย่างเ้าไปลงนรกด้วยให้ได้ ”
“ เพราะเ้าโลภมาก อยากเป็เ้าตระกูลเองถึงขึ้นต้องทรยศตระกูลด้วยการร่วมมือกับคนนอกเพื่อทำลายตระกูลตัวเอง เ้าคิดจริงๆหรือว่าเ้าจะสามารถเป็เ้าตระกูลได้!? อย่าฝันไปเลย ”
“ งั้นหรอ เช่นนั้นพวกเ้าก็ตายซะเถอะ!? ”
เหล่าผู้าุโของตระกูลหวังต่างก็ด่าทอหวังเข่อซิงและหมายจะสังหารเขาทั้งสิ้น หวังเข่อซิงไม่ได้รู้สึกโกรธกับคำด่าเ่าั้ เขาหัวเราะอย่างชอบใจ ทั้งสองฝ่ายเตรียมตัวที่จะปะทะกัน แต่ก่อนที่จะได้เคลื่อนไหว ก็ได้มีกองกำลังที่สามปรากฏให้เห็น จากสายตามีขนาดราวๆครึ่งหนึ่งของฝ่ายสองตระกูลรวมกัน ทำให้ทั้งสองฝ่ายมองด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เพราะไม่รู้ว่ากองกำลังที่สามจะเข้าร่วมกับฝ่ายไหน
สำหรับตระกูลหวัง พวกเขาอาจจะตายเร็วขึ้น ดิ้นรนได้ไม่มาก และพวกเขาเล็งที่จะลากคนบางคนให้ตกตายไปด้วย แต่สำหรับฝ่ายหวังเข่อซิง หากกองกำลังนี้เข้าร่วมกับตระกูลหวัง พวกเขาอาจจะชนะ หรือไม่ก็แพ้ ถึงชนะได้ก็ต้องสูญเสียเป็อย่างมาก เ้าตระกูลทั้งสองจึงหน้าถอดสี ได้แต่หวังว่ากองกำลังที่สามจะเข้าร่วมกับพวกเขา จนเดินมาหยุดระหว่างทั้งสองกองกำลัง ชายแก่คนหนึ่งเดินออกมา พร้อมมองทั้งสองฝ่าย
“ ไม่คิดเลยว่าตระกูลฉู่ก็อยากเข้าร่วมการลงโทษเ้าตระกูลหวังผู้โเี้อำมหิต ”
“ เอาอย่างนี้เป็ไง หากท่านช่วยพวกเรา เราจะยกส่วนอื่นๆของตระกูลหวังให้ พวกเรา้าแค่เหมืองเหล็กเท่านั้น ”
ทุกคนมองไปยังกองกำลังที่มาใหม่ พวกเขาไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็กองกำลังตระกูลฉู่ ผู้อยู่เป็กลาง แต่เหมือนว่าตอนนี้พวกเขาจะไม่เลือกการอยู่เป็กลางอีกแล้ว ฝั่งตระกูลหวังต่างก็โกรธแค้น พวกเขาคิดว่าตระกูลฉู่เลือกที่จะเข้าร่วมกับสองตระกูล พวกเขาก่นด่าอยู่ในใจ
“ ตระกูลหวังอำมหิต!? ไม่หรอก ฝ่ายที่อำมหิตคือพวกเ้ามากกว่า หวงเปา หลงเฮาหลิน พวกเ้าอยากได้เหมืองเหล็กถึงขนาดต้องหาข้ออ้างมาทำลายตระกูลคนอื่น พวกเ้าคงไม่คิดว่าคนอื่นจะโง่เชื่อข้ออ้างโง่ๆนั่นหรอกใช่หรือไม่? ”
“ สุดท้ายเ้าก็เลือกที่จะเข้ามายุ่งเกี่ยวเื่ของผู้อื่นแทนที่จะมองอยู่เฉยๆงั้นหรือ? ฉู่หลินเยา เ้าต้องคิดเื่นี้อย่างจริงจังและการสูญเสียของเ้าด้วยนะ!! ”
“ สารเลวอย่างพวกเ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือไงว่าหากเ้าจัดการกับตระกูลหวังเสร็จเดี๋ยวก็มาจัดการตระกูลฉู่พวกข้าต่อ!? ”
“ งั้นหรือ? เอางั้นก็ได้ แต่เ้าคิดว่าจะสู้กับพวกข้าได้ไหมละ ”
ด้วยคำพูดของ ฉู่หลินเยา เ้าตระกูลฉู่ที่นำกองกำลังมาด้วยตัวเองนั้น ทำให้สีหน้าของคนตระกูลหวัง มีความหวังขึ้นมา โดยเฉพาะหวังกัง มันหมายความว่าพวกเขามีโอกาชนะแล้ว แม้ว่าจะรวมกองกำลังกันแล้วฝ่ายเขามีจำนวนที่น้อยกว่า แต่หากเด็ดหัวเ้าตระกูลทั้งสองและหวังเข่อซิงได้พวกเขาจะเป็ฝ่ายชนะ
“ ฉู่หลินเยา ข้าเห็นว่าท่านไม่ตอบกลับ นึกไม่ถึงว่าท่านเลือกที่จะช่วยพวกเราตระกูลหวัง ”
“ มันคือสิ่งที่ข้าต้องทำ หากตระกูลหวังถูกทำลาย ต่อไปก็จะเป็คราวพวกข้า!! แต่เ้าอย่าเพิ่งดีใจนัก ต่อให้ข้ามาช่วยมันก็ไม่ง่ายที่จะผ่านพ้นาครั้งนี้ไปได้ง่ายๆ ”
“ ข้าเข้าใจ แค่พวกท่านมาช่วยก็ดีใจมากแล้ว หากสามารถผ่านาครั้งนี้ไปได้ด้วยดี ข้าหวังกังจะต้องตอบแทนพวกท่านตระกูลฉู่ อย่างแน่นอน ”
“ พวกเ้าอย่าได้ใจไป อย่างไรเสียพวกเ้าก็ไม่อาจเอาชนะพวกข้าได้อยู่ดี!! ส่วนตระกูลฉู่เตรียมตัวรับผลที่ตามมาของเื่ในครั้งนี้ให้ดีแล้วกัน…อย่าให้เหลือรอดไปแม้แต่คนเดียว!!!! ”
“ ไปเด็ดหัวเ้าคนทรยศนั่นมาซะ!!! ”
ทั้งสองฝ่ายต่างก็พุ่งเข้าใส่กันอย่างบ้าระห่ำ ทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่มีใครยอมใคร ด้วยขนาดการต่อสู้หลายร้อยคนมันเหมือนกับสนามรบขนาดย่อม ตอนนี้เืเริ่มไหลนองเต็มพื้น ไม่รู้ว่าศพใครเป็ศพใคร ส่วนเ้าตระกูลทั้งสี่ต่างก็ปะมือกันอยู่ตรงกลางสนามรบโดยที่ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่ง เพราะเ้าตระกูลทั้ง4 ต่างก็อยู่ในระดับกำเนิดปราณ ส่วนเหล่าผู้าุโจะอยู่ในระดับกลั่นปราณ และคนอื่นๆไล่ลงมาเรื่อยๆ เพียงแต่พวกเขาไม่รู้ว่ามีตัวแปรที่ไม่คาดคิดอยู่
การต่อสู้แบ่งออกเป็สองคู่ คู่แรกคือฉู่หลินเยาต้องสู้กับหลงเฮาเหลิน แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ระดับเดียวกันแต่มันมีความต่างเื่ วรยุทธ์ ความชำนาญ อุปกรณ์ ที่เป็ส่วนเสริมที่ต่างกัน แม้ทั้งคู่จะเป็เ้าตระกูลเหมือนกัน แต่ฉู่หลินเยาได้เปรียบมากกว่าเล็กน้อย ฉู่หลินเยามีความชำนาญในวรยุทธ์ที่มากกว่า
“ หลงเฮาเหลิน เ้าควรยมแพ้เสียตอนนี้!! จะได้ไม่ต้องมีใครสูยเสียกันไปมากกว่านี้ ”
“ ฉู่หลินเยา ข้ายอมรับว่าเ้าแข็งแกร่งกว่าข้า…แต่มันก็เท่านั้น เ้าคิดว่าพวกข้าจะเริ่มการต่อสู้ที่รู้ว่าจะแพ้หรือไง? ”
“ พวกเ้ามีแผน? มารอดูกันว่าเ้าจะทนไปได้จนกว่าแผนของเ้าจะสำเร็จหรือเปล่า!! ”
จากการปะทะกันที่ผ่านมาแม้ว่าจะเหนือกว่าแต่มันก็เล็กน้อยเท่านั้น ไม่อาจเอาชนะหลงเฮาเหลินได้อย่างรวดเร็วขนาดนั้น ยังต้องไล่ต้อนและใช้เวลาอีกมากกว่าจะเอาชัยมาได้ ส่วนคู่ที่สองคือหวังกังต่อสู้กับหวงเปา เมื่อดาบของหวังกังปะทะกระบี่ของหวงเปา เขาก็ต้องประหลาดใจกับความแข็งแกร่งของหวังกัง
“ บัดซบ!! ไหนหวังเข่อซิงมันบอกว่าเ้าอยู่ระดับกำเนิดปราณระยะต้น!? ”
“ เ้าคิดว่าข้าไม่สามารถแข็งแกร่งขึ้นได้หรือไง? ”
“ ช่างเป็เ้าตระกูลหนุ่มที่มีอนาคตจริงๆ ขนาดเสียเวลเปล่าๆไปหลายปียังทะลวงระดับได้อีก อายุไม่ได้มากขนาดนั้นแต่ก็มาถึงกำเนิดปราณระยะกลางได้แล้ว แต่เ้าที่เพิ่งจะทะลวงขึ้นมาสู้ข้าที่อยู่มาหลายปีไม่ได้หรอก!!...ถึงจะน่าเสียดายแต่วันนี้เ้าต้องตายเท่านั้น!!”