### ชีวิตรัก...นักข่าว###
ด้วยสัญชาตญาณ
เช้าวันทำงานสายลมเย็นพัดผ่าน สุดสดชื่น สองน้า-หลาน ออกจากบ้านนั่งสามล้อถีบไปด้วยกัน น้าแก้วก็ชายตามอง
หลานตัวเองยิ้มนิดๆ และถามว่า
น้าแก้ว – วันนี้มีทำงานข้างนอก หรือเปล่า
เรนิตา - ยังไม่รู้เลยน้าแก้ว ต้องรอพี่จุ้ย บอกอีกที
“งั้นถ้าหาก วันนี้ไม่ได้ไปไหนโทรศัพท์มาบอกน้าที่ห้องพักครู ก่อน 4 โมงเย็นนะ เผื่อจะชวนไปซื้อของด้วย
“อืม ได้ๆ ถ้าบ่าย 3 โมงไปแล้วไม่มีงานอะไร เดี๋ยวหนูโทรบอก
พอถึงป้ายรถประจำทาง น้าแก้วก็เดินทางต่อไปโรงเรียน ส่วนเรนิตายังยืนอยู่รถอยู่ที่ท่ารถ คล้อยหลังไม่ถึง 10 นาที
มีมอเตอร์ไซค์คันนึงขับมาเรียบๆทางเท้า เรียก
คิมหันต์ – เร เร
เรนิตา - อ้าว ! พี่คิมไหนผ่านมาแถวนี้
“อ้อ บ้านพี่อยู่ไม่ไกล ห่างไปแค่ 3กม.” “วันนี้เข้าที่ทำงานมั้ย มา ขึ้นรถเลย”
(พยักหน้าตอบรับ) “อ่อ ค่ะ ! อย่าเร็วมากนะ เดี๋ยวหัวฟู”
จังหวะที่เรนิตา ก้าวขาขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ มีรถเก๋งคันนึงขับตามหลังมา คนขับในรถสังเกตเห็นแม้ว่าเรนิตาจะปล่อย
ผมสลวยและใส่ที่คาดผมไว้แต่ก็จำเธอได้แม้ว่าจะเห็นแค่ด้านข้างของใบหน้าก็ตามจากนั้นรถเก๋งก็ขับตามมอเตอร์ไซค์ของ
คิมหันต์ไปเรื่อยๆทิ้งระยะห่างเพียงขับตามได้ทัน
##########
คิมหันต์ขี่มาอยู่ดีๆพอเจอคนข้ามถนนกะทันหัน เลยเบรกรถแรงนิดนึง ทั้งตัวของเรนิตาเลยชนเข้าที่หลังคิมหันต์อย่างจัง
คิมหันต์ เอียงหน้ามานิดๆ และหันกลับไปยิ้มน้อยๆ เรนิตาก็ก้มหน้าอมยิ้มเขินๆเพราะรู้ว่าส่วนใดของร่างกายที่ชนเข้าหลังคิมหันต์เมื่อครู่
ช่างภาพหนุ่มขี่มาอีกซักพักก็จอดรถเทียบทางเท้า ทั้งสองคนเดินไปซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้ง ไว้กินเป็อาหารเช้า ขณะที่รถเก๋ง
ซึ่งขับตามมาก็จอดเข้าข้างทาง และคนขับก็จะเดินไปที่รถเข็นขายหมูปิ้งเช่นกัน
คิมหันต์- เร เอาหมูปิ้งกี่ไม้
เรนิตา– งั้นเดี๋ยว เดินไปดูด้วย เผื่อซื้อฝากหัวหน้าจุ้ย
นักข่าวสาวเดินไปโดยไม่ทันสังเกต เป็จังหวะเดียวกับแม่ค้ารถเข็นอีกร้านนึง กำลังจะเอาน้ำร้อนเททิ้งลงท่อคนขับรถเก๋ง
ที่กำลังเดินตามมานั้น เห็นว่าน่าจะเกิดอันตรายกับเรนิตาแน่เลยรีบสาวเท้าเข้าไปผลักเรนิตาให้พ้นวิถีของน้ำ ทำให้น้ำร้อนลวกเข้า
ที่บริเวณขา่น่องข้างซ้ายพอสมควรส่งผลให้เกิดรอยแดงพองหลายจุด แม้จะใส่กางเกงผ้าขายาว ก็ไม่ช่วยทุเลาความแสบร้อน
แต่อย่างใดเธอร้องด้วยความเ็ป
ณาดา-โอ้ย ! แสบ แสบ
เรนิตา – อุ๊ย! เอ๊ะนี่ คุณณาดา ใช่ไม๊ค่ะ
“โอ๊ย! ซี๊ดส์ อ่อหนูคือ
“อ่อหนูชื่อ เรนิตา ค่ะ ที่เคยไปงานเปิดร้านอาหาร”
“อ้อชั้นจำได้ละ โอ้ย ! แสบร้อนขาจัง”
“หูย! ขาพองแดงมากเลย แล้วนี่คุณณาดา มาทำอะไรแถวนี้ค่ะ”
“อ้อแค่จะแวะมาซื้อของกิน ไปฝากคนงานหน่อย ไม่คิดว่าจะเจอหนู”
“ต้องขอบคุณ นะค่ะที่ช่วยหนู”
“อืมไม่เป็ไรหรอก โอ๊ย ! แสบผิวจัง”
ระหว่างที่ผู้หญิงวัย23 และวัย 46 คุยกัน ก็มีพลเมืองดีแถวนั้นช่วยเหลือเบื้องต้น และพาคุณณาดาไปรักษาแผลที่
โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดจากนั้นคิมหันต์และเรนิตา ก็ขี่มอเตอร์ไซค์ตามไปเพื่อดูอาการ
##########
เรนิตา “หนูต้องขอบคุณคุณณาดาอีกครั้งนะค่ะ ไม่รู้จะตอบแทนยังไง”
ณาดา – (ส่ายหัวเล็กน้อย ส่งแววตายิ้มๆ) แล้วนี่หนูไม่ต้องไปทำงานหรอกเหรอ
“อ่อ หนูแจ้งหัวหน้าไปแล้วค่ะ ว่าจะเข้าไปสายๆหน่อย” “อ้อ แล้วคุณณาดา จะให้หนูบอกใครที่ร้านอาหารไว้มั้ยว่าเจออุบัติเหตุ”
(นึกคิดซักพัก) “อืมงั้นโทรแจ้งตามเบอร์นี้นะ”
(ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด) ฮัลโหล ครับ
เรนิตา – สวัสดีค่ะ คุยสายกับใครอยู่ค่ะ
คมเพชร – (น้ำเสียงเข้ม) อ่า ผมคมเพชรพูด มีอะไรเหรอ
“พอดี คุณณาดา เจอน้ำร้อนลวกค่ะตอนนี้อยู่โรงพยาบาล”
“อ้าวเหรอ เป็ไรมากมั้ย ยังเดินได้อยู่มั้ย”(ตอบแบบน้ำเสียงเรียบเฉย)
“คิดว่า พอได้นะค่ะ แต่คงเดินไม่คล่องไม่สะดวกเท่าไร น่าจะมีคนมาพากลับบ้าน เย็นนี้”
“แต่ผมคงไม่ว่าง ติดธุระตอน่บ่ายถึงเย็นพอดีเดี๋ยวจะให้คนงานที่ร้านไปรับละกัน อึ่ม แค่นี้ ก่อนนะ”
“อ่อ ค่ะ ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ”
พอณาดาทราบจากเรนิตา ว่า คมเพชร ไม่ได้มารับตัวเธอกลับบ้าน ด้วยเหตุผลอะไรก็ตามเธอก็ละสายตาจากเรนิตา
ไปมองทางอื่น ถอนหายใจเบาๆ เหมือนเริ่มเข้าใจแล้วว่า คมเพชรจะทำตัวเฉยชากับเธอมากขึ้นไม่ค่อยใส่ใจ เหมือนตอนเป็สาววัยรุ่น
เรนิตาสังเกตสีหน้าคุณณาดาที่เรียบเฉย ดูมีกังวล เลยกวักมือเรียกคิมหันต์ ที่ยืนดูพยาบาลปฐมพยาบาลให้คุณณาดา
มาพูดคุยใกล้ๆ ไม่ให้คุณณาดารู้ว่า จะคุยอะไรกัน
เรนิตา– นี่พี่คิม
คิมหันต์– อะไรหรอ
“เดี๋ยวเราเข้าไปทำงานกัน แล้วเลิกงาน พี่คิม มาพาคุณณาดากลับบ้านให้ทีนะ”
“อ่อได้สิ อ้าวแล้ว ตอนเย็น เร ไม่มาด้วยเหรอ”
“มีธุระนัดกับน้าแก้วไว้ เลยต้องขอรบกวนพี่คิม”
“งั้น เดี๋ยวพี่จัดการให้ ไม่ต้องห่วง”
###########
่ประมาณ17.00 น. เรนิตา มารอน้าแก้ว ที่โรงเรียนและทั้งสองคนก็นั่งรถประจำทางไปซื้อของที่ตลาดสดแห่งหนึ่ง
ใกล้ๆ ตัวเมืองนนทบุรี @@ พอมาถึงสองน้า-หลาน ก็ตรงดิ่งแยกย้ายไปหาของกินที่ตนเองชอบทันทีภายในตลาดมีทั้งโซน
อาหารสด ผลไม้ อาหารตามสั่ง โซนเสื้อผ้า โซนร้านอาหาร ฯลฯ
พอสั่งอาหารเสร็จเรนิตาถือจานข้าวกลับมาที่โต๊ะ สายตามองตรงไปข้างหน้าเห็นชายวัย 40 กว่าในระยะห่างประมาณ
30 เมตร เดินเคียงคู่กับสาววัยรุ่น หน้าตาดี อายุไม่น่าเกิน 30รูปร่างสมส่วน ผมยาวประบ่า ในชุดกระโปรงแซก กำลังเดินเลือกเสื้อผ้าอยู่
เรนิตาหยุดมองเพื่อดูให้ถนัดตา และนึกขึ้นได้นั่น คุณคมเพชร @@ เธอจำไม่ผิด เป็คนเดียวกับที่เห็นในร้านอาหารคุณณาดา
ตอนงานเปิดร้านนะเอง เท่านั้นแหละ เรนิตา จึงพอเข้าใจแล้วว่า ทำไมคุณคมเพชรถึงไม่สะดวกมารับคุณณาดาออกจากโรงพยาบาล
###########
ล่วงเลยมาถึงวันหยุดสองน้า-หลาน นั่งกินข้าวเช้าด้วยกัน เรนิตาเหลือบมองนาฬิกาเกือบ 9 โมงแล้วเลยรีบกิน น้าแก้วเห็น
กิริยาดูลุกลี้ลุกลนอย่างนั้น เลยอดถามไม่ได้
น้าแก้ว– กินช้าๆ เดี๋ยวติดคอ จะรีบไปไหนเนี่ย
เรนิตา– อ๋อ หนูลืมไป วันนี้ว่าจะไปเยี่ยมเพื่อนซักหน่อย
“อ้าวเพื่อนที่ทำงานเหรอ เป็อะไรหล่ะ แล้วไปแถวไหนหล่ะ”
“อ๋อพอดีวันก่อน เค้าช่วยหนูไว้ เลยโดนน้ำร้อนลวกแทน บ้านเค้าไม่ไกลจากตัวเมือง
นนท์เท่าไร”
“งั้นเดี๋ยวหนูไปอาบน้ำก่อน”
“อย่ากลับให้ค่ำนักหล่ะ”
“โอเคค่า”
จังหวะที่เรนิตาไปอาบน้ำแต่งตัว @@ แก้วตากินข้าวยังไม่ทันหมดจาน ฉุกคิดขึ้นได้และเกิดความอยากรู้ จึงไปอาบน้ำ
แต่งตัวแบบอยู่บ้าน เสื้อยืด กางเกงขาสั้น @@ ผ่านไปราวๆ 10นาที เรนิตา แต่งตัวเสร็จ คว้ากระเป๋าสะพาย บอกกล่าวน้าแก้ว
และรีบออกจากบ้าน นั่งสามล้อถีบไปที่ป้ายรถประจำทาง@@ ทางแก้วตา ก็ไม่รอช้า นั่งสามล้อถีบตามคันหน้าและยืนรอที่ป้าย
เช่นกัน ในระยะห่างๆ ที่ไม่ให้เรนิตาเห็น
พอรถประจำทางมาถึงเรนิตา ก็ก้าวขึ้นทางประตูด้านหน้า @@ ส่วนแก้วตา ก็จับหมวกเลื่อนปิดหน้านิดหน่อย และก้าวขึ้น
รถทางประตูด้านหลัง@@ หลานสาวคนสวย นั่งรถไป ไม่ได้เหลียวหลังไปมองใคร ตาก็จ้องแต่ทางข้างหน้าว่าจะถึงที่หมายหรือยัง
กระทั่งเธอเห็นป้ายร้านอาหารณาดา จึงลงจากรถ และแก้วตาก็ตามลงมาด้วยเช่นกัน