รุ่งเช้าลี่เซียนลืมตาตื่นขึ้นด้วยความรู้สึดสดชื่นเนื่องจากเมื่อคืนนางนอนหลับเต็มอิ่มแถมยังไม่อุ่นสบายตัวยิ่ง นางจ้องแผงอกในชุดนอนบางเบาของสามีอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็เลื่อนสายตาขึ้นไปมองสันกราม จมูก สันจมูก เปลือกตาที่ปิดอยู่ คิ้วกระบี่คมเข้มได้รูป สามีของนางไม่ได้มีรูปโฉมที่หล่อเหลาเมื่อเทียบกับบรรดาคุณชายในเมืองที่นางเคยพอเจอมา แต่องค์ประกอบของใบหน้าเขาล้วนพอดีและดูดีเมื่ออยู่บนร่างกายเขา ตัวเขามีแผงอกและหน้าท้องแข็งแรงไร้ไขมันเมื่อลูบไล้ดู เหมือนจะมีูเาลูกเล็กๆอยู่ หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้าา หก
หมับ!! มือใหญ่จับมือเล็กของนางไว้ นางตื่นตะหนกและเงยหน้าขึ้นมองสามี นางทำตัวไม่ถูกจึงได้ยื่นหน้าเข้าไปไปจุมพิตที่ปากเ้าของร่างสูงแก้เขิน หลังจากนั้นนางก็ผลักตัวลงจากเตียงและวิ่งกลับเรือนนอนตัวเองด้วยใบหน้าหน้าแดงระเรื่อ
ร่างสูงของเฉินเทียนอี้นิ่งค้างอยู่นาน เขาตื่นขึ้นเพราะร่างเล็กข้างตัวเขาขยุกขยิกแถมยังกลายร่างเป็ปีศาจจิ้กจอกลวนลามเขาอยู่นาน จนกระทั่งมือน้อยๆของนางจะล่วงล้ำลงไปจนถึงขอบกางเกง เขาจึงจับมือนางไว้แต่ดูเหมือนนางจะใไปหน่อยถึงได้ชะโงกหน้าเข้ามาจุมพิตเขาและวิ่งหนีไปเช่นนั้น
หลังจากเขาได้สติจึงลุกขึ้นไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนผ้าและเดินไปทานข้าวเช้ากับเสี่ยวเปา จากนั้นเขาก็เดินออกจากจวนไปทำงานของเขาที่หน้าร้านเฉกเช่นทุกวัน แต่วันนี้ก่อนออกจากจวนเขายังไม่ลืมที่จะให้พ่อบ้านซุนไปแจ้งท่านหมอมาตรวจร่างกายภรรยาเขา เมื่อเขากำลังจะก้าวขึ้นเกี้ยว ก็ได้ยินเสียงเรียกของภรรยาตัวน้อยของเขาแต่ไกล
"ท่านพี่" เสียงเรียกแต่ไกลพร้อมเ้าของร่างที่วิ่งกระหืดกระหอบมาทางเขา นางวิ่งมาจวนจะหกล้มเขาจึงเข้าไปประคอง นางจับแขนเขาพูดด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อยว่าจะไปทำงานกับเขา
"ข้าไปกับท่านด้วยได้รึไม่" เมื่อเห็นเขาไม่ตอบพร้อมมองหน้านางนิ่งนางก็พูดต่อ
"ข้าสัญญาว่าจะไม่รบกวนการทำงานของท่านเลย ข้าจะอยู่นิ่งๆเชื่อฟังคำสั่งของท่าน นะเ้าคะให้ข้าไปเถอะนะ" พูดเสร็จนางก็กระพริบตาออดอ้อนเหมือนเมื่อคืนวานจนเขาใจอ่อนยอมพานางไปที่ร้านด้วย
ร้านผ้าเทียนอี้ของสามีนางเป็ร้านขายผ้าขนาดกลางๆ มีผ้าขึ้นชื่อจากต่างเมืองหลากหลายแบบให้เลือกซื้อ ทั้งยังมีผ้าต่างชนเผ่าที่มีเอกลักษณ์และมีสีสันเด่นเฉพาะตัวของผ้าให้ลูกค้าได้เลือกใช้สอย ซึ่งสามีนางเป็ผู้บุกเบิกการค้าขายผ้ากับต่างชนเผ่าเป็รายแรกๆ ผู้คนที่ได้เห็นเนื้อผ้าและสีสันจึงตัดสินใจซื้อได้ไม่ยาก ดังนั้นร้านเทียนอี้จึงการเติบโตได้ไวเมื่อเทียบกับร้านขายผ้าอื่นๆที่ตั้งมาก่อน
ร้านของสามีตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกห่างจากจวนประมาณสองเค่อ เนื่องจากจวนนางตั้งอยู่ในใกล้เขตชนบทไม่ไกลจากที่ทำการเกษรของชาวบ้านนัก เมื่อนางมาถึง สามีก็พานางขึ้นไปห้องรับรองชั้นสองของร้าน ส่วนตัวเขาก็เข้าไปตรวจบัญชีและตรวจจำนวนสินค้าในห้องทำงานของเขา
นางเดินวนรอบห้องจนเบื่อจึงคิดจะไปหาเขาที่ห้องทำงาน เมื่อเปิดเขาไปจึงพบว่าเขาคุยกับหลงจู๊ของร้านด้วยสีหน้าเคร่งเครียด นางจึงหลบออกมาและเดินลงไปยังหน้าร้าน พบว่ามีฮูหยินสองท่านกำลังส่งเสียงดังต่อว่าเสี่ยวเอ้ออยู่ นางจึงเข้าไปสอบถาม
"ไม่ทราบว่าฮูหยินทั้งสองท่านนี้มีปัญหาเื่ใดรึเ้าคะ"
ฮูหยินตระกูลขุนนางใหญ่ทั้งสองหันมองตามเสียงเรียกก็ พบสาวงามใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่หน้าตาจิ้มลิ้ม ปากนิดจมูกหน่อย ดวงตาเฉียวคม ที่ตอนนี้โค้งเป็รูปพระจันทร์ครึ่งดวงตามรอยยิ้มหวาน ผิวพรรณผุดผ่องเหมือนเปลือกไข่ดูสุขภาพดี เอวคอดของนางนั้นไม่ได้ดูน่าเกลียด เพราะมีสะโพกผายรวมถึงส่วนโค้งนู้นบนล่างเสริมรับกัน ช่างเป็หญิงสาวที่มีรูปโฉมและรูปร่างให้ผู้อื่นอิจฉานัก ยิ่งเรียวปากบางสีเหมือนผลเชอร์รี่นั้นยกขึ้น ยิ่งแฝงไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนชวนให้ผู้คนหลงใหล
"ข้าสั่งผ้าไหมพับนี้ไว้นานแล้ว แต่พอมาถึงกลับพบว่าเสี่ยวเอ้อกำลังขายให้กับผ้าที่ข้างสั่งให้กับฮูหยินผู้นี้ไปแล้ว พอข้าทักท้วงขอซื้อต่อฮูหยินผู้นี้กลับไม่ยอม พูดเพียงว่านางจ่ายเงินไปแล้ว ของควรเป็ของนางจะขายหรือไม่ก็อยู่ที่ความพอใจของนาง" ฮูหยินฝั่งขวามือพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
"ข้าก็หาผ้าไหมสีนี้นานแล้วเหมือนกัน ข้าตามหาผ้าสีนี้ทั่วเมืองแล้วไม่มี พอข้าพบจ่ายเงินเรียบร้อยแล้วก็มีฮูยินท่านนี้มาโวยวายขอผ้าคืน" ฮูหยินฝั่งซ้ายพูดขึ้นบ้าง
หลังจากนางถามความเสี่ยวเอ้อจึงรู้ว่าเสี่ยวเอ้อผู้นี้พึ่งจะเข้ามาทำงานที่ร้านได้ไม่นานจึงยังไม่รู้ความ นำผ้าที่ลูกค้าคนอื่นสั่งมาขาย เื่จึงเกิดขึ้น
"ไม่ทราบว่าท่านทั้งสอง้าทำผ้าพับนี้ไปใช้ อย่างไรเ้าค่ะ" ลี่เซียนถามขึ้น
"ข้าจะนำไปตัดชุด เพื่อรับขวัญลูกสะใภ้ที่พึ่งจะแต่งเข้ามาไม่นาน" ฮูหยินฝั่งขวาพูดขึ้น
"ส่วนข้าก็จะนำไปตัดชุด เพื่อเป็ของขวัญวันเกิดให้ฮูหยินผู้เฒ่า นี้งานก็ใกล้เข้ามามากแล้ว เกรงว่าจะรอผ้าสีนี้รอบใหม่ไม่ทันงาน นี้ยังไม่รวมเวลาตัดเย็บนะ ฮูหยินผู้เฒ่าของข้าชอบสีนี้มากเพราะฉะนั้นให้ตายยังไงข้าก็ไม่ขายคืนหรอก" ฮูหยินฝั่งซ้ายเอ่ยขึ้น