เตียงนอนโลกวิญญาณ
ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้านั้นทำเอากัสตกตะลึงจนตาค้างไปเลยทีเดียวเขานิ่งอึ้งอยู่นานสองนานกว่าจะได้สติเขาถึงหันกลับไปมองน้องสาวที่กอดแขนของเขาอยู่พลางมองออกไปรอบๆ มองดูความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับดินแดนของเขา
ไม่นานนักกัสก็เริ่มมองเห็นเครื่องจักรกลที่มีรูปร่างแตกต่างกันไปหลายขนาดมีตั้งแต่ชนิดที่มีขนาดเล็กที่เป็นเครื่องกลซึ่งเขามองไม่ออกว่ามันมีเอาไว้ทำอะไร
ขณะที่มองอยู่กัสก็เห็นหุ่นยนต์อีกชนิดหนึ่งเดินผ่านหน้าไปอย่างช้าๆโดยที่ไม่มีใครนั่งอยู่ในห้องควบคุม
ภาพนี้ทำให้กัสประหลาดใจอยู่บ้างทว่าเขาก็ไม่ได้แตกตื่นตกใจเหมือนก่อนหน้านี้เพราะเขารู้ดีอยู่แล้วว่าตระกูลของเขามีหุ่นยนต์พวกนี้อยู่นานแล้วหุ่นยนต์ประเภทที่เคลื่อนไหวเองได้โดยไม่ต้องมีใครบังคับ
สิ่งเดียวที่ทำให้กัสตกตะลึงก็คือการที่แองจี้ใช้เวลาเพียง 3 วันสั้นๆ ในการสร้างสิ่งเหล่านี้มากกว่า
หลังจากตกตะลึงอยู่นานกัสก็หันกลับมามองน้องสาวของเขาอีกครั้งพลางสอบถามเธออีกเล็กน้อยเขาถึงได้รู้ว่าตอนนี้แองจี้ทำงานอยู่ในดินแดนของโกลเด้นเทล
คิดแล้วกันก็ยิ้มฝืนๆแล้วบอกลาน้องสาวของเขาครั้งหนึ่ง ส่งให้เธอกลับไปพักผ่อนหลังจากเสร็จงานส่วนตัวเขานั้นเขาตัดสินใจไปหาแองจี้ก่อนเพื่อดูว่าเธอนั้นทำอะไรลงไปบ้างในช่วง 3วันที่ผ่านมา
ตลอดเส้นทางจากทางทิศใต้ขึ้นไปยังจุดกึ่งกลางของดินแดนกัสได้เห็นหุ่นยนต์ที่มีรูปร่างคล้ายกับตัวด้วงอีกครั้งหนึ่งและครั้งนี้เขาก็ได้เห็นลูกสาวของบราวนี่นั่งอยู่ในห้องควบคุมและกำลังยิ้มกว้างด้วยท่าทีที่สนุกสนานไปกับการทำงานเป็นที่สุด
เห็นแบบนั้นแล้วกัสก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาพลางมองดูเด็กสาวที่ควบคุมหุ่นยนต์ได้อย่างคล่องแคล่วให้มันขนก้อนหินขนาด 1 ลูกบาศก์เมตรเก็บใส่กล่องเก็บของที่ติดตั้งเอาไว้ในหุ่นยนต์
พอเห็นภาพนี้แล้วกัสก็เข้าใจว่าทำไมหุ่นยนต์เหล่านี้ถึงได้มีขนาดเล็กกว่าที่เขาคิดเอาไว้ขนาดของมันนั้นเล็กกว่าเครื่องจักรกลที่เขาเคยเห็นมาก
ไม่เพียงแต่มีขาที่เล็กและดูอ่อนแอแล้วมันยังไม่มีการติดตั้งล้ออย่างที่ควรจะเป็นซึ่งผิดจากรูปแบบที่เขาต้องการ
จนกระทั่งเขามองเห็นตำแหน่งของกล่องเก็บของที่ถูกติดตั้งเอาไว้เขาถึงได้ตระหนักว่ารูปแบบที่เขาคิดเอาไว้นั้นไม่ได้ดีที่สุดและอดไม่ได้ที่จะชื่นชมแองจี้ที่สามารถประยุกต์ใช้อุปกรณ์พิเศษของดันเจี้ยนเข้ากับเครื่องจักรกลได้อย่างเหมาะสม
เดิมทีเป้าหมายของกัสในการยืมตัวแองจี้มาก็เพื่อทดลองและค้นหาขอบเขตในการสนับสนุนของเครื่องจักรกลต่อการทำงานในดันเจี้ยนโดยไม่ส่งผลกระทบต่อDP ที่จะได้รับ
ด้วยเหตุนี้กัสจึงตกใจมากทีเดียวที่ได้เห็นหุ่นยนต์แมงมุมที่มีขนาดเล็กจนดูแล้วไม่น่าจะสามารถบรรทุกของหนักได้
ทว่ากัสก็ลืมนึกไปว่าในดันเจี้ยนนั้นมีอุปกรณ์มากมายที่ใช้ในการเก็บของกล่องเก็บของเองก็เป็นอุปกรณ์ชนิดกึ่งติดตั้งที่มีปริมาณความจุสูงที่สุดเพียงแต่มันมีปัญหาอยู่ตรงที่มันไม่สามารถลบน้ำหนักของวัตถุทิ้งไปจนหมดได้
กล่องระดับ3 ที่ถูกติดตั้งเอาไว้ในหุ่นยนต์นั้น เห็นได้ชัดว่าเป็นกล่องระดับที่ไม่สูงนักความจุของมันมีจำกัด ยิ่งไปกว่านั้นคือน้ำหนักที่ค่อนข้างมากจึงไม่เหมาะที่จะใช้ในการขนส่งซึ่งเทียบไม่ได้กับถังไม้ระดับ 3ที่สามารถใช้เวทมนตร์กระตุ้นเพื่อลดน้ำหนักของมันได้โดยสมบูรณ์
ขณะที่มองดูและนึกทบทวนถึงความสามารถของอุปกรณ์ต่างๆในระดับ 3 ไปพลางๆ กัสก็เดินผ่านเข้าไปในประตูมิติจนออกมาโผล่ที่ลานกว้างในดินแดนของโกลเด้นเทล
วินาทีนั้นกัสก็ต้องตกตะลึงอีกครั้งเมื่อเขาได้เห็นหุ่นยนต์จำนวนมากเดินไปมาอยู่ในลานกว้างทั้งยังมีหุ่นยนต์ชนิดบินที่กำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศด้วยข่ายอาคมขนาดเล็กและมีกล้องขนาดใหญ่ที่สามารถถ่ายภาพได้รอบทิศทางติดเอาไว้
ภาพนี้ทำให้กัสตกตะลึงไปอีกรอบก่อนจะมองเห็นแองจี้ที่เดินออกมาในสภาพหัวยุ่งไปหมดทั้งยังดูโทรมราวกับไม่ได้นอนพักมาหลายวัน
เมื่อเห็นสภาพของเด็กสาวกัสก็นิ่งอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะกลายเป็นความไม่พอใจและความสงสัยที่มีต่อเด็กสาว
‘ยัยเด็กนี่..ได้นอนพักบ้างไหมเนี่ย’
กัสได้แต่ขมวดคิ้วครุ่นคิดด้วยความไม่พอใจที่เห็นสภาพของเด็กสาวที่ดูอ่อนเพลียราวกับไม่ได้พักผ่อนมาหลายวัน
ขณะเดียวกันนั้นเด็กสาวก็สังเกตเห็นกัสด้วยเช่นกันเธอยิ้มออกมาเล็กน้อยและส่งเสียงทักทายเขาด้วยความสนใจจนทำให้กัสอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาอีกครั้ง
“ท่านกัสโทนีย่า! ยินดีต้อนรับค่ะการฝึกฝนเป็นยังไงบ้างคะ!”
“ก็..ถือว่าดีละนะ แล้วเจ้าละ..ได้พักบ้างไหม..ทำไมถึงได้ดูแย่แบบนี้”
พอถูกกัสทักเข้าใจสีหน้าของเด็กสาวก็เปลี่ยนเป็นตกใจพลางครุ่นคิดด้วยท่าทีที่จริงจังก่อนจะพยักหน้ารับ
“ได้นอนซิคะ นอนวันละ 2 ชั่วโมงเลยนะคะนี่ข้าก็พักมากกว่าปกติตั้งเยอะ..”
พูดแล้วเด็กสาวก็แสดงท่าทีเหมือนไม่พอใจที่ต้องพัก ทั้งนี้ก็เพราะคำสั่งของกัสที่บอกว่าห้ามทำงานพอเธอทำงานไม่ได้ แองจี้ก็เลยทำได้เพียงวางแผนอยู่ในหัว ทว่าการวางแผนโดยไม่ได้ลงมือทำงานนั้นมันก็มีขีดจำกัดอยู่บ้าง
ท้ายที่สุดเธอก็เลยมีเวลาว่างมากพอสมควรเลยตัดสินใจนอนพักเพราะกลัวว่าหากทำงานไม่พักจะถูกกัสลงโทษ
ทว่าสีหน้าของกัสนั้นเปลี่ยนไปในทันทีที่ได้ยินคำตอบของเด็กสาวโดยเฉพาะดวงตาที่มีท่าทีไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
“2 ชั่วโมง..นั่นมันใช่เวลาที่เหมาะสมสำหรับการพักผ่อนไหม!!ตามหลักแล้วมันต้องนอนพัก 8 ชั่วโมงไม่ใช่หรือไงกัน!!”
ท่าทีที่เคร่งเครียดของกัสทำเอาแองจี้ตกตะลึงไปชั่วขณะริมฝีปากของเด็กสาวขยับขึ้นลงเพื่อหาคำอธิบาย ทว่าเธอก็กลัวสีหน้าของกัสเลยพูดอะไรไม่ออกนอกจากพยายามบอกกัสด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิวจนแทบไม่ได้ยิน
“ต..แต่ว่า..ปกติข้าก็ทำแบบนี้นี่คะ ปกติแล้วพักแค่ 1ชั่วโมงก็พอแล้วด้วยซ้ำ นี่ข้านอนมากกว่าปกติตั้งเยอะ ข้ายังกลัวเลยนะคะว่าตัวเองจะกลายเป็นคนขี้เกียจ..”
คำแก้ตัวนี้ทำเอากัสถึงกับหางคิ้วกระตุก เขานึกโมโหอยู่ในใจจนแทบอยากจะจับตัวเด็กสาวมาตีก้นเสียให้เข็ดแต่เขาก็ห้ามตัวเองเอาไว้ได้ทันและถามซ้ำด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด
“ปกติงั้นหรือ..ทุกคนในฝ่ายวิศวกรรมมนตราเป็นแบบนี้กันหมดหรือยังไง”
“ไม่หรอกค่ะ ปกติทุกคนไม่ทำแบบนี้ด้วยซ้ำ..พวกรุ่นพี่นะ นอนอาทิตย์ละ 2 – 3ชั่วโมงเอง ข้าเห็นแล้วยังอิจฉาเลย..ไหนจะท่านอาจารย์อีกที่นอนเดือนละ 1ชั่วโมงเท่านั้นเอง ข้ายังคิดเลยนะคะว่าข้านะขี้เกียจมากพอแล้ว..”
คำตอบที่เหนือความคาดหมายนี้ทำเอากัสหมดสิ้นคำพูดไปในทันที เขามองดูสีหน้าของแองจี้จ้องมองเข้าไปในดวงตาที่ดูกล้าๆ กลัวๆ ของเด็กสาว ทว่าเขาก็มองไม่เห็นคำโกหกใดๆ
มีเพียงความหวาดกลัวเล็กๆแต่ก็ดูไม่เหมือนคนกำลังปิดบังอะไรอยู่แต่ดูเหมือนว่าเธอจะกลัวเขาโกรธและไม่พอใจเท่านั้น
เห็นแบบนั้นกัสก็ถอนหายใจพลางคิดในใจว่าแม่สาวน้อยคนนี้จะขยันไปไหนนะแล้วไหนจะฝ่ายวิศวกรรมมนตราที่นอนกันน้อยขนาดนั้นอีก
“ให้ตายเถอะ..นี่พวกเจ้าทำได้ยังไงกันนะ นอนอาทิตย์ละ 2– 3 ชั่วโมง..ทำแบบนั้นไม่ตายก่อนหรือไงกัน”
พอได้ยินเสียงบ่นของกัสแองจี้ก็มีท่าทีประหลาดใจเธอคล้ายไม่เข้าใจว่าทำไมกัสถึงได้แสดงท่าทีแบบนี้ ก่อนจะรู้สึกตัวและอุทานออกมาเบาๆ
“อ๋อ!! เข้าใจแล้วค่ะ!!! บางทีอาจจะเป็นเพราะงานของพวกเรามันต่างกันก็ได้นะคะท่านกัสโทนีย่างานปกติของพวกเรานั้นไม่ค่อยได้ใช้กำลังกายเท่าไหร่ ก็เลยไม่ค่อยเหนื่อย ยิ่งไปกว่านั้นการทำงานของพวกเรานั้นมักจะทำผ่านอุปกรณ์วิญญาณค่ะปกติแทบจะอยู่ในสภาพหลับด้วยซ้ำ”
พูดแล้วแองจี้ก็ไม่อยู่เฉยหากแต่พากัสไปยังห้องปฏิบัติงานแห่งหนึ่งที่มีสภาพที่ปกปิดมิดชิดว่าห้องอื่นๆแถมยังดูแล้วมีการป้องกันที่เข้มงวดมากๆ อีกด้วย
เด็กสาวพากัสเข้าไปในห้องทันทีจากนั้นก็ชี้นิ้วให้กัสเห็นเตียงนอนแปลกๆที่มีสภาพคล้ายกับโลงศพแบบมีฝาปิดซึ่งมีรูปร่างที่ดูทันสมัยและสร้างจากโลหะที่ไม่ทราบชนิด
“นี่ค่ะ! นี่คืออุปกรณ์ทำงานหลักของพวกเราฝ่ายวิศวกรรมมนตรา‘เตียงนอนโลกวิญญาณ’มันเป็นอุปกรณ์สำหรับทำงานและพักผ่อนนะคะ..”
กัสอ้าปากค้างไปชั่วขณะ พลางมองดูสิ่งที่เด็กสาวบอกว่ามันคือเตียงนอนแต่ไม่ว่าเขาจะมองยังไงมันก็ดูเหมือนโลงศพเหล็กชัดๆ
“นี่..เออ..แล้วเจ้านี่มันทำอะไรได้ละ..”
“หลักๆ เลยก็คือ การสร้างโลกวิญญาณส่วนตัวนะคะ ท่านกัสโทนีย่าน่าจะเคยใช้ลานประลองโลกวิญญาณใช่ไหมคะสิ่งนี้มีหลักการคล้ายๆ กันนะคะมันจะจำลองร่างกายและสถานที่ที่พวกเราสามารถควบคุมร่างกายได้ด้วยความคิดทว่ามันต่างกับลานประลองโลกวิญญาณอยู่มากพอสมควร ตรงที่มีเพียงความคิดเท่านั้นที่เคลื่อนไหวได้ในโลกวิญญาณพิเศษนี้”
ยิ่งฟังคำอธิบายของแองจี้ กัสก็ยิ่งรู้สึกว่าเขานั้นโง่มากๆ เพราะเขาฟังมันแทบไม่เข้าใจเลยทั้งที่ตัวเขานั้นมาจากตระกูลอันดูวเดธที่เป็นผู้ผลิตและพัฒนาอุปกรณ์ชิ้นนี้แท้ๆ
แต่ถึงจะฟังแทบไม่เข้าใจกัสก็พอจะเข้าใจอยู่ส่วนหนึ่งว่า อุปกรณ์ชิ้นนี้จะสร้างโลกจำลองขึ้นมาเพื่อใช้ในการทำงานซึ่งการทำงานภายในโลกนั้นจะสูญเสียพลังน้อยกว่าปกติมาก
ไม่เพียงแค่ร่างกายได้พักเท่านั้นจิตใจยังอยู่ในสภาพที่คล้ายกับกำลังฝัน จึงทำให้สามารถทำงานได้นานโดยไม่เหนื่อย
นอกจากนี้ด้วยระบบของเครือข่ายโลกวิญญาณกับการควบคุมเมดสาวแองเจิลที่เป็นตุ๊กตากลให้ทำงานแทนแองจี้ก็สามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างจากภายในโลกวิญญาณได้โดยไม่ต้องขยับตัวเลยแม้แต่น้อย
แม้แองจี้จะพยายามอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุดทว่ากัสก็ยังมึนอยู่ดี เขาแทบจะฟังคำอธิบายของเธอไม่เข้าใจเลยด้วยซ้ำแต่ก็พอจะเข้าใจว่าด้วยอุปกรณ์ที่ดูคล้ายโลงศพนี้มันช่วยให้แองจี้สามารถทำงานได้โดยไม่ต้องพักผ่อนนานๆ
“ข้า..พอจะเข้าใจแล้ว..แต่ก็อย่างที่เคยบอกยังไงเจ้าก็ต้องพักผ่อนให้มากกว่านี้..ดูหน้าของเจ้าสิ โทรมไปหมดแล้วเจ้าเป็นเด็กผู้หญิงนะแองจี้ ไม่ดูแลตัวเองแบบนี้มันไม่ถูกนะ”
ด้วยความจนใจกัสที่ไม่อาจหาเหตุผลมาขอให้แองจี้พักผ่อนมากๆ ได้เขาก็เลยพูดออกมาโดยไม่ทันได้คิดซึ่งทำให้แองจี้อึ้งไปเพราะคำพูดที่เธอไม่เคยได้ยินได้ฟังจากที่ไหนมาก่อน
เด็กสาวหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อยดวงตาเต็มไปด้วยความสับสนและความรู้สึกประหลาดใจขณะที่เธอยกมือขึ้นมาทาบหน้าอกของตัวเองและสัมผัสกับเสียงเต้นของหัวใจที่เร็วผิดปกติ
“เออ..ข้าจะพยายามนะคะท่านกัสโทนีย่า..ขออภัยที่ทำให้เป็นห่วงนะคะ”
กัสนั้นยังอยู่ในสภาพที่คิดอะไรไม่ออกเพราะข้อมูลที่ยากจะเข้าใจถูกอัดแน่นอยู่ในหัวเขาเลยไม่ทันสังเกตท่าทีที่ผิดปกติของเองจี้และพยายามทำความเข้าใจกับอุปกรณ์ที่อยู่ตรงหน้าอย่างเคร่งเครียด
พอแองจี้เห็นแบบนั้นเธอก็ยิ้มออกมาแล้วกดปุ่มไปมาไม่กี่ครั้ง เตียงนอนตรงหน้าก็ขยายใหญ่ขึ้น
“จะลองดูหน่อยไหมคะท่านกัสโทนีย่าท่านจะได้เข้าใจว่าเจ้าเครื่องนี้มันทำงานยังไง”
“เออ..ก็ได้..ลองหน่อยก็แล้วกัน แล้วข้าต้องทำยังไงบ้าง..แค่ลงไปนอนก็พอใช่ไหม”
“ค่ะ! แค่นอนลงไปก็พอ..ว่าแต่ท่านกัสอยากทำอะไรเป็นพิเศษไหมคะเครื่องนี้สามารถตั้งค่าได้หลายรูปแบบมากเลยนะ อย่างเช่น..สภาพอากาศ ทิวทัศน์พิเศษๆเช่นทะเล ภูเขา หรือฤดูกาลต่างๆ”
คำถามที่ยากจะเข้าใจดังออกมาจากปากของแองจี้ไม่หยุดทำเอากัสถึงกับมึนไปอีกรอบจนต้องรีบตอบรับกลับไปแบบง่ายๆเพราะเขารู้สึกเหนื่อยเต็มที่
“ช่างเถอะๆ ไม่ต้องเอาอะไรมากนักหรอก..ข้าแค่อยากพักผ่อนให้สบายๆสักหน่อย..เอาเป็นว่าเจ้าเลือกให้ข้าเลยก็แล้วกัน”
พูดจบแล้วกัสก็เดินเข้าไปแล้วล้มตัวลงนอนในทันที ก่อนจะถอนหายใจยาวๆด้วยความรู้สึกที่สุขสบายกว่าที่คิดเอาไว้
‘หืม..มันขยับได้ด้วยหรอ..’
กัสตกใจเล็กน้อยที่หลังจากนอนลงไปแล้วเตียงนอนมันขยับได้แต่หลังจากนั้นไม่นานเขาก็สัมผัสได้ถึงความสุขสบายเป็นพิเศษ ร่างกายของเขาผ่อนคลายกว่าปกติเพราะเตียงนอนที่รองรับสรีระของเขาโดยสมบูรณ์ในทุกๆส่วน
เตียงนอนที่พิเศษนี้ทำให้กัสทึ่งไม่น้อยขณะที่มองดูฝาที่ปิดลงก่อน ตามมาด้วยเสียงของแองจี้ที่ดังมาจากด้านข้าง
“ทำใจให้สบายนะคะท่านกัสโทนีย่า ครั้งแรกมันจะยากหน่อย แล้วก็อย่าตกใจนะคะถ้าอยู่ๆก็เกิดง่วงขึ้นมา”
กัสครางรับเบาๆ ด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบายพลางหลับตาลงแล้วปล่อยใจไปกับความสุขสบายของที่ตอน
แต่แล้วเขาก็เริ่มรู้สึกง่วงอย่างผิดปกติจนอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วและพยายามต่อต้านมันก่อนจะมีเสียงของแองจี้ดังขึ้นมาอีกเพื่อบอกให้เขาผ่อนคลาย
กัสลังเลใจอยู่ครู่หนึ่งก็ตัดสินใจหยุดการต่อต้านและไม่นานนักเขาก็หลับไปในที่สุดและไปโผล่ในสถานที่ที่แปลกประหลาด
“ที่นี่มัน..ที่ไหนฟระเนี่ย!! ข้า..ไม่ได้กำลังหลับอยู่หรือ..”
บรรยากาศที่อบอุ่นสบายๆ และมีเสียงของสายลมและคลื่นที่ดังเป็นจังหวะแสงแดดที่อบอุ่นและร่มเงาของต้นไม้ที่ให้ความรู้สึกเย็นสบายกำลังดีทั้งยังมีกลิ่นของต้นไม้ใบหญ้าที่สดชื่น
“ไม่ต้องตกใจนะคะท่านกัสตอนนี้ท่านกำลังอยู่ในโลกวิญญาณค่ะ เป็นยังไงบ้างคะที่ข้าจัดให้ถูกใจไหม”
เสียงของแองจี้อยู่ๆ ก็ดังมาจากที่ไหนสักแห่งจนกัสตกใจแต่ไม่ว่าเขาจะหันไปมองทางไหนเขาก็มองไม่เห็นเด็กสาวเลยสักนิด
ทุกสิ่งทุกอย่างที่มองเห็นคือต้นไม้พื้นดินและชายหาดที่มีคลื่นน้ำซัดสาดเข้าใส่เป็นจังหวะซึ่งทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายเป็นพิเศษ
“มันสว่างไป..ข้าจะนอนนะแองจี้ ขอให้มันมืดๆหน่อยได้ไหม”
“เข้าใจแล้วค่ะ..”
หลังจากสิ้นเสียงไปได้ไม่นาน บรรยากาศโดยรอบก็เปลี่ยนไปอีกครั้งคราวนี้เขาไม่ได้อยู่ในป่าริมชายหาดอีก แต่อยู่ในบ้านไม้หลังหนึ่งในสภาพอากาศที่มีฝนตกพรำๆและมีเสียงของกระบอกไม้ไผ่ที่กระทบหินดังขึ้นเป็นจังหวะ
สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปในทันทีนี้ทำให้กัสทึ่งและสัมผัสได้ถึงความเหมือนจริงที่ไม่อาจหาความแตกต่างใดๆ
ไม่ว่าจะเป็นเสียงของสายฝนกลิ่นของฝน ความชื้นในอากาศ ไปจนถึงเสียงของกระบอกไม้ไผ่ที่เขาเคยได้ยินที่ดังขึ้นเป็นจังหวะซึ่งทำให้ผ่อนคลาย
พอมองออกไปด้านข้างกัสก็เห็นฟูกนอนสีขาวและผ้าห่มหนาวางอยู่ด้านข้าง
“เป็นไงบ้างคะ พอใจไหมนี่เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมที่สุดในขณะนี้เลยนะคะ”
“เออ...เอาเป็นว่าข้าชอบก็แล้วกัน..แล้วตอนนี้ข้านอนได้เลยใช่ไหม”
“ค่ะ! ถึงจะแปลกนิดหน่อย แต่ก็ลองดูนะคะ ข้าคิดว่าไม่นานนักท่านกัสโทนีย่าน่าจะชินกับมันได้”
กัสเองก็ได้แต่พยักหน้ารับโดยไม่รู้จะพูดอะไรอีก นอกจากล้มตัวลงนอนบนฟูกขณะคิดว่ามันประหลาดที่เขากำลังนอนหลับในความฝันแบบนี้
แต่หลังจากนั้นไม่นานกัสก็หลับไปได้จริงๆเพราะบรรยากาศที่แสนสบาย ก่อนจะตื่นขึ้นมาอีกทีในช่วงเย็นและลืมตาตื่นขึ้นมาจากเตียงนอนที่ดูคล้ายกับโลงศพ
“หืม..ที่นี่..ที่ไหนกันเนี่ย..อ๊ะ! หมดเวลาแล้วหรอ”
กัสตื่นขึ้นมาแบบงงๆ ขณะที่มองไปรอบๆ และได้เห็นสภาพที่ดูเรียบง่ายของห้องที่สร้างจากโลหะจนกระทั่งมองเห็นอ่างน้ำอุ่นตั้งอยู่ด้านข้างพร้อมกับผ้าผืนหนึ่งและมีข้อความปรากฏขึ้นที่ด้านข้างเพื่อบอกให้เขารู้ว่าน้ำในอ้างนั้นเอาไว้ล้างหน้าหลังจากตื่น
“ดูแลดีจริงๆ แฮะ..ขอบใจก็แล้วกันนะ ว่าแต่นี่ข้าหลับไปนานขนาดไหนเนี่ยรู้สึกสบายตัวแปลกๆ แฮะ”
หลังจากหลับไปตื่นหนึ่งแม้จะไม่รู้ว่านานขนาดไหนแต่กัสก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงความแตกต่าง เขารู้สึกว่าได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่มจิตใจของเขาฟื้นฟูกลับมาจนสมบูรณ์
ไม่เพียงเท่านั้นเขายังรู้สึกว่าหลับได้เต็มอิ่มและสุขสบายอย่างมากเพราะนอนหลับไปโดยไม่ฝันเลย
คิดแล้วกัสก็สงสัยพลางเปิดบันทึกโลกวิญญาณออกมาแล้วก็ต้องอุทานเบาๆเมื่อพบว่ามันเพิ่งจะเย็น ซึ่งก็หมายความว่าเขานอนพักไปเพียง 4 ชั่วโมงเท่านั้น
“นี่ข้า..นอนไปแค่ 4 ชั่วโมงเองหรอ..”
กัสอึ้งไปไม่น้อยเพราะระยะเวลาที่เขานอนพักไปนั้นมันสั้นมากหากเทียบกับเวลา3 วัน 3 คืนที่เขาใช้ไปในการฝึกฝน
พอคิดถึงจุดนี้ได้กัสก็อดคิดไม่ได้ว่าแองจี้ที่นอนพักวันละ2ชั่วโมงนั้นแท้จริงแล้วมันเหมาะสมหรือไม่แล้วการที่เขาบังคับให้เธอนอนมากขึ้นมันผิดไหม
ขณะที่คิดกัสก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วแล้วเดินออกไปจากห้องจนได้เห็นแองจี้ที่ยิ้มกว้างด้วยท่าทางที่สดใสร่าเริงต่างกับก่อนหน้านี้มากทีเดียว