ตอนที่ 4 เ็าไร้ความรู้สึก
จื่อหานพนันกับเ้าก้อนน้ำแข็งกันว่าหากมีสตรีคนที่สิบเดินเข้ามาทอดสะพานให้ชโลมหลงต้องยอมพูดคุยและตามใจนาง ที่เฟยหลงยอมตกลงเพียงเพราะที่แห่งนี้อยู่ห่างจากผู้คนพอควร
แม้จะมีสตรีแวะเวียนมาบ้างแต่ก็คงไม่มากไปกว่านี้ ด้วยบุคลิกและความเ็าที่เขามี เพียงเห็นก็ไม่อยากมีสตรีเข้าใกล้ แต่เฟยหลงคิดผิด นอกจากสตรีจะหมุนเวียนเดินมาทางเขาแล้วยังดูจะมากมายจนเขาต้องยอมรับผลของการแพ้ในครานี้
เสียงพิณบรรเลงไปอย่างไพเราะเสนาะหูอย่างที่น้องสาวของนางเอ่ยเอาไว้ เจียงซูหนิงไม่ได้ใจแคบแต่ที่นางรับไม่ไหวคือสายตาของซูเม่ยที่จ้องมองไปที่เฟยหลงหวานหยาดเยิ้มและเฟยหลงก็ส่งยิ้มที่ไม่เคยมีเพียงนางที่ได้รับมอบให้สตรีนางอื่น
"อะ อ่าวคุณหนูจะไปที่ใดเ้าคะ"
"ไปฟังเพลงร่วมกับพวกนั้นไง"
เหตุใดนางจะต้องแอบในเมื่อนางเป็ถึงคุณหนูใหญ่ ความรักที่ติดค้างในชาติที่แล้วรุนแรงจนนางไม่อาจทนมองเขาใกล้ชิดกับสตรีนางอื่นได้
ขนาดชาติที่แล้วนางไม่อาจอยู่ครองคู่กับเขาได้ยังสังหารสตรีที่เข้าหาเขามากมาย แม้จะมีความรักมากมายในหัวใจแต่ชาติที่แล้วนางถูกอำนาจบดบังตาทำให้ไม่สนใจไขว่คว้าเขามาครอง
"ข้าขอฟังด้วยได้หรือไม่" เสียงที่ดังอยู่ด้านหลังไม่ต้องหันไปเฟยหลงก็จำได้ว่าเป็เสียงผู้ใดร่างกายเขาเกร็งเครียดทันทีที่ได้ยินมัน หัวใจเต้นแรงจนแทบควบคุมเอาไว้ไม่อยู่
"คุณหนูใหญ่เจียง ไม่คิดว่าท่านจะสนใจเื่นี้ด้วยมาๆ พวกเรากำลังสนุกอยู่เลย" จื่อหานเป็ฝ่ายเชื้อเชิญเจียงซูหนิงเองเมื่อเห็นว่าสหายตนตัวแข็งค้างไปแล้ว
คุณชายเฟยหลงผู้รอบรู้รอบคอบและสุขุมเยือกเย็นไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด บัดนี้แม้แต่มือที่ยกน้ำชาขึ้นจิบยังสั่นเทาทำให้จื่อหานมองภาพตรงหน้าด้วยความสำราญใจไม่คิดว่าชาตินี้จะได้เห็นสิ่งๆ ดีๆ เช่นนี้ด้วย
ซูเม่ยจ้องมองเจียงซูหนิงด้วยความไม่พอใจ ไม่เข้าใจว่านางจะมาขัดความสุขของตนทำไม คุณชายเฟยไม่ได้อยู่ในสายตาของเจียงซูหนิงมานานแล้วไม่ใช่หรือ
"นั่งข้างข้าก็ได้" จื่อหานชวนสตรีที่งดงามไร้ที่ตินั่งข้างตนเพื่อคลายความเกร็งเครียดของสหายสนิทลงไปบ้างด้วยความหวังดี
"ขอบคุณคุณชายหาน แต่ข้าจะนั่งตรงนี้"
เจียงซูหนิงจำได้ว่าจื่อหานผู้นี้เป็หนึ่งในบุตรของแม่ทัพที่เข้ามายึดเมืองหลวงในชาติที่แล้ว คนผู้นี้เป็สหายคนสนิทของเฟยหลงและเป็แขนขาให้เขาด้วยความภักดีตลอดมา
ที่ที่เจียงซูหนิงเลือกที่จะนั่งเป็ข้างกายของเฟยหลงทำให้คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจเมื่อได้กลิ่นหอมกรุ่นที่คุ้นเคยลอยเข้าจมูก ตลอดหลายปีที่ผ่านมาแม้แต่เฉียดเข้าใกล้นางยังไม่เคยทำเหตุใดวันนี้ถึงได้ทำตัวผิดไป แถมยังเข้าหาเขาและยังทำตัวสนิทสนมเช่นนี้
หรือนางทำเพราะจงใจทำให้ซูเม่ยน้องสาวต่างมารดาของนางไม่พอใจ สมัยก่อนเขาเป็เพื่อนเล่นและผู้รับฟังปัญหาของนางเลยทำให้รับรู้ความเกลียดชังที่เจียงซูหนิงมีต่อน้องต่างมารดาของนาง
"ไม่คิดจะทักทายข้าหน่อยหรือคุณชายเฟย" เจียงซูหนิงส่งยิ้มหวานให้กับบุรุษข้างกายที่ไม่แม้จะสนใจหันมามองนางเพียงนิด
มันเหมือนก่อนที่นางจะตายในชาติที่แล้ว แม้จะไม่มองมาที่นางด้วยสายตาดุดัน เกลียดชังดั่งเช่นชาติที่แล้วแต่ความเ็าเมื่อนางอยู่ใกล้ก็เป็เช่นนี้
เฟยหลงได้ยินเต็มสองหูว่านางพูดกับเขาแต่ก็เลือกที่จะปิดปากเงียบไม่สนใจแม้แต่จะหันไปมองหน้านาง ในเมื่อทนตัดใจมาได้ตั้งเกือบห้าปีแต่พอนางเข้าหาเพียงครั้งเดียวและด้วยจุดประสงค์อื่นความตั้งใจเขาถึงกับพังทลายลงอย่างงั้นเหรอ เขาครุ่นคิดและถามด้วยตนเองซ้ำๆ
"ซูซูทำขายหน้าแล้ว เสียงดีดพิณของซูซูไฉนเลยจะสู้ฝีมือของคุณชายเฟยได้ ใต้หล้านี้คงไม่มีผู้ใดกล้าประลองฝีมือกับคุณชาย" ซูเม่ยเรียกแทนตัวเองอย่างสนิทสนมพร้อมกับสายตาจ้องมองไปที่เจียงซูหนิงอย่างกับผู้ที่มีชัย
"คุณหนูรองถ่อมตัวเกินไปแล้ว เพลงที่คุณหนูรองบรรเลงไพเราะเสนาะหูมากยิ่งนักจริงไหมคุณชายเฟย"
"อืม "
เฟยหลงตอบเพียงสั้นๆ แต่คำคำนั้นกลับทำให้หัวใจของซูเม่ยนั้นราวกับได้น้ำทิพย์มาชโลมใจ ในยามปกติหากเฟยหลงไม่สนใจเขาจะเ็าและไม่แม้จะนั่งอยู่ตรงนี้ เพียงแค่คำคำนั้นนางก็ดีใจจนคิดไปไกลถึงสองเราเคียงคู่กันจนแก่เฒ่าแล้ว
แต่ผู้ที่นั่งมองเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่กลับไม่รู้สึกอบอวลไปด้วยความรักอย่างที่น้องสาวต่างมารดานางแสดงออกเลย เพียงแค่คำสั้นๆ ก็ทำให้นางฝันหวานเพียงนี้
แต่จะโทษซูเม่ยไม่ได้เพราะปกติเฟยหลงไม่เคยเอ่ยปากชมผู้ใด เพียงแค่การไม่ปฏิเสธนี้ของเขาก็อาจทำให้สตรีฝันไปไกลได้จริงๆ นั่นแหละ
"ไม่เห็นจะสนุก ดีดไปเล่นหูเล่นตาไปข้านึกว่าอยู่ในหอนางโลม"
"ซูหนิง! "ซูเม่ยเรียกพี่สาวที่นางเกลียดชังน้ำหน้านักอย่างโกรธแค้น ที่มานั่งตรงนี้คงเพราะ้ารอหักหน้านางกระมัง
ไม่ต่างจากเฟยหลงที่ยิ้มเยาะตัวเองในใจ นางมาเพื่อหาเื่ซูเม่ยไม่ได้เห็นเขาอยู่ในสายตาเสียด้วยซ้ำ คงมีเพียงเขาที่คิดไปไกลอยู่ฝ่ายเดียว
"ทำไม อยู่ข้างนอกก็ไม่ต้องรักษากฎของตระกูลแล้วเหรอ ฉันเป็คุณหนูใหญ่ตระกูลเจียง สายเืตระกูลเจียงโดยตรง เ้าเรียกข้าแบบนี้ได้จริงงั้นหรือซูเม่ย! "
น้ำเสียงที่ไม่พอใจของเจียงซูหนิงทำให้บรรยากาศรอบข้างนิ่งสงบ แม้แต่คนพูดมากอย่างจื่อหานก็ยังไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดออกมา
"เอาไว้วันหลังข้าจะส่งเพลงที่ต่อกันกับเพลงนี้ให้เ้าลองฝึกดู"
"คุณชาย..."
เฟยหลงเอ่ยจบก็ลงออกไป เขาไม่้ารับรู้เื่การแก้แค้นของนางและยิ่งไม่อยากอยู่ใกล้นางให้หัวใจเ็ปอีก ในเวลานั้นเขายังเด็กมากยังไม่กล้าพาตัวเองออกมาแต่ในเวลานี้ไม่ใช่อีกแล้ว
ซูเม่ยมองตามหลังเฟยหลงไปอย่างชื่นชม คืนนี้เป็วาสนาของนางยิ่งนักที่แม้จะเจอเจียงซูหนิงแต่ก็ยังมีโอกาสสานสัมพันธ์กับเฟยหลง เขาพูดกับนางหลายประโยคและยังจะส่งบทเพลงให้นางร่วมบรรเลงด้วยอีกช่างดียิ่งนัก
เจียงซูหนิงนั่งนิ่งไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเมื่อเห็นความเ็าที่นางปฏิบัติต่อเขา แม้ชาติที่แล้วนางจะไม่สนใจแต่ชาตินี้ใยนางถึงได้เ็ปหัวใจจนร่างกายไร้เรี่ยวแรงถึงเพียงนี้
สายตาเย้ยหยันที่ซูเม่ยส่งมาก็ยังทำให้สติของเจียงซูหนิงกลับมาและคิดบางอย่างขึ้นมา ชาติที่แล้วมีองค์ชายซีห่าวที่เรียกเฟยหลงเข้าพบสนทนากันอยู่หลายครั้งทำให้นางได้มีโอกาสในความงามและความรักที่เขามีให้ล่อลวงเขามาเกี่ยวพันกับนางอีกครั้ง
แล้วชาตินี้นางจะทำเช่นไร จะทำเช่นไรให้เขากลับมารักนางและสร้างความฝันไปกับนางจนแก่เฒ่า ชาตินี้นางไม่้าอำนาจแล้ว นาง้าเพียงตัวเขา เหตุใดเพียงแค่เริ่มต้นก็มองไม่เห็นปลายทางเสียแล้ว