กาลปิดหน้ามังงะเื่โปรดในโลกลงกาลปิดหน้ามังงะเื่โปรดในโลกลง หลังจากไถผ่านไปไม่กี่หน้า แต่ความหิวก็เริ่มส่งสัญญาณขึ้นมาแทน
“ท้องร้องซะแล้วสิ… ไปหาอะไรกินก่อนดีกว่า” เขาพึมพำ พลางเดินไปที่ตู้เย็นในครัว
ตู้เย็นเปิดออกมาเผยให้เห็น...ความว่างเปล่า มีเพียงขวดน้ำเปล่ากับไข่สองฟองที่นอนเหงาอยู่ในชั้นวาง
“จริงจังนะเนี่ย? โลกนี้เขาไม่ให้ของกินพื้นฐานมาด้วยเหรอ?” กาลบ่นขึ้นพลางยกมือกุมหัว “นี่มันชีวิตตัวประกอบขนานแท้ชัดๆ!”
ด้วยความจนตรอก เขาคิดว่าน่าจะสั่งอาหารออนไลน์ แต่ทันใดนั้นเอง...ความทรงจำบางส่วนก็เข้ามาเตือนใจ
“เดี๋ยวสิ...ก่อนจะสั่งอะไร ต้องเช็คเงินในบัญชีก่อน ไม่งั้นอดตายจริงๆ แน่!”
กาลเดินไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะเปิดหน้าจอและเลื่อนหาแอปธนาคาร
“เอาล่ะ ไหนดูสิว่ากาลคนเก่ามีเงินเก็บเท่าไหร่...”
เขาจิ้มหน้าจอหาแอปธนาคารอย่างมุ่งมั่น แต่แล้วก็หยุดนิ่งไปเมื่อหน้าจอเต็มไปด้วยแอปแชท เกม และไอคอนที่ดูไม่เกี่ยวข้องกับธนาคารเลย
“เดี๋ยวนะ...มันอยู่ไหนล่ะ?” กาลเริ่มเลื่อนหาซ้ำอีกรอบ คราวนี้เริ่มมีอารมณ์หงุดหงิดปนตื่นตระหนก “หรือว่าฉันจะลบมันไปแล้ว? ไม่สิ ฉันจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามีหรือเปล่า!”
เขาเปิดแชทถามระบบในหัวทันที
“เฮ้ย ระบบ! นายลืมใส่ความทรงจำเกี่ยวกับแอปธนาคารมารึเปล่า?”
เสียงระบบตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งตามเคย
“ในโลกนี้ไม่มีแอปธนาคาร ผู้ใช้งานสามารถใช้บัตรเครดิตเพื่อทำธุรกรรมได้”
กาลนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มะเิหัวเราะ “ฮ่าๆๆๆ! ไม่มีแอปธนาคาร? แล้วทำไมไม่บอกั้แ่แรก!”
เขาหยุดหัวเราะกะทันหัน สีหน้าเปลี่ยนเป็นิ่งขรึม “แล้วบัตรเครดิตของฉันอยู่ไหนล่ะ?”
“ระบบไม่ได้เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับที่เก็บบัตรเครดิตของคุณไว้”
“เฮ้ย! ระบบ! นี่นายทำอะไรอยู่เนี่ย? ใส่หน้าหล่อมาให้ฉันยังจะดีกว่า แต่ไม่ใส่ข้อมูลที่สำคัญที่สุดนี่นะ!”
“เพื่อปรับปรุงการใช้งาน ระบบได้ปลดล็อกสกิลพิเศษใหม่ให้คุณ: ‘Memory Recall’ ใช้ได้วันละหนึ่งครั้งเพื่อเพิ่มความทรงจำเฉพาะจุด”
กาลได้ยินดังนั้นก็แทบจะตีลังกาด้วยความเหนื่อยใจ
“สุดยอดมาก ระบบ...ทั้งโกงและน่ารำคาญในเวลาเดียวกัน เอาเถอะ ไหนลองใช้ดูสิ!”
เขาหลับตาและเริ่มท่องคำในหัวว่า “Memory Recall!”
ทันใดนั้น ภาพความทรงจำก็เริ่มพุ่งเข้ามาในหัวของเขา
“อ๋อ บัตรเครดิตของกาลคนเก่าอยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานนี่เอง!”
เขาวิ่งไปเปิดลิ้นชักด้วยความกระตือรือร้น และใช่จริงๆ บัตรเครดิตสีทองสวยงามนอนอยู่ในนั้น
“โอ้โห นี่มันระดับลูกคุณหนูจริงๆ!” กาลอุทานพร้อมรอยยิ้มพอใจ “ขอบคุณนะ ระบบ! อย่างน้อยแกก็ช่วยฉันได้บ้าง”
“ด้วยความยินดี”
กาลหยิบบัตรเครดิตเดินออกจากห้อง ตั้งใจจะไปหาอะไรทานที่ร้านอาหารใกล้ๆ พร้อมกับคิดว่า...
กาลเดินออกจากอพาร์ตเมนต์ด้วยรอยยิ้มแบบที่เรียกได้ว่า “มีความหวัง” หลังจากเจอบัตรเครดิตสุดหรูที่เหมือนจะเปิดทางชีวิตใหม่ให้เขา
“แค่ไปซื้อข้าว...ก็ยังรู้สึกเหมือนออกไปทำภารกิจระดับตำนานเลย” เขาบ่นกับตัวเองขณะก้าวเท้าลงบันได ลิฟต์ไม่ว่างเพราะมีคนซ่อมอยู่ ทำให้เขาต้องลงบันไดที่ดูเหมือนจะท้าทายความอดทนของคนหิวเป็พิเศษ
เมื่อถึงด้านล่าง กาลแหงนหน้ามองท้องฟ้า เมฆสีขาวลอยเอื่อยๆ เหมือนจะเยาะเย้ยความว่างเปล่าในท้องของเขา เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดแอปแผนที่ และค้นหาร้านอาหารใกล้เคียง
“โอเค มีร้านราเมงอยู่ที่หัวมุม... แต่เดี๋ยวนะ... ร้านนี้เรตติ้งแค่ 2.8!?” กาลอ้าปากค้าง “ทำไมยังเปิดอยู่ได้วะเนี่ย!?”
เขาลองเลื่อนดูรีวิว มีทั้งภาพชามราเมงที่ดูเหมือนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ลืมปรุงรส และข้อความว่า “ถ้าคุณอยากทรมานกระเพาะอาหาร นี่คือสถานที่สำหรับคุณ”
“โอ้โห รีวิวซัดแรงกว่าพายุฤดูร้อนอีก...” กาลบ่น ก่อนจะมองหาตัวเลือกอื่น
สุดท้ายเขาเจอร้านข้าวแกงกะหรี่ที่อยู่ไกลออกไปหน่อย แต่รีวิวดูดีและราคายังพอเหมาะ
“เอาวะ เดินไปไกลหน่อยแต่ท่าทางจะคุ้ม”
ระหว่างเดินไป กาลเริ่มรู้สึกเหมือนทุกคนรอบตัวจ้องมองเขา แต่พอหันไปมองกลับ คนพวกนั้นก็หันหน้าหนีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“อะไรของพวกเขานะ?” กาลพึมพำก่อนจะนึกขึ้นได้ “อ้อ...หรือว่าเพราะแว่นตานี่? หรือหน้าฉันมันประหลาดไป?”
กาลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดกล้องหน้าสำรวจตัวเอง ก่อนจะพึมพำเบาๆ
“อืม...ก็ปกตินี่นา แต่ว่า...”
เขาดันแว่นขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นดวงตาที่ถูกปรับแต่งจนคมกริบและดูเหมือนพระเอกมังงะเข้าไปทุกที
“แย่ล่ะ...ถ้าคนอื่นเห็นคงคิดว่าฉันเป็คนดังแน่ๆ ต้องระวัง!”
เขารีบดึงหมวกฮู้ดขึ้นมาคลุมหัวและเดินก้มหน้าต่อไปจนถึงร้านอาหาร
ภายในร้านข้าวแกงกะหรี่ กลิ่นเครื่องเทศหอมๆ โจมตีจมูกกาลทันทีที่เขาก้าวเข้าไป
“โอ้โห ที่นี่มัน์ของคนหิวชัดๆ!”
เขาสั่งชุดแกงกะหรี่หมูทอดพิเศษพร้อมไข่ต้มเพิ่มสองฟอง และนั่งลงที่โต๊ะมุมร้าน
ระหว่างรออาหาร กาลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปโซเชียล เพื่อเช็กความเป็ไปของโลกนี้
“โอ้...โรงเรียนซูชิอินนี่มีข่าวอัปเดตทุกวันเลยแฮะ ประธานนักเรียนชิโรกาเนะ มิยูกิ วันนี้ไปปราศรัยที่ไหนอีกล่ะเนี่ย...”
เขาเลื่อนผ่านโพสต์ข่าวและเจอโพสต์จากเพจนักเรียนที่เขียนว่า
“ค้นพบหนุ่มลึกลับในย่านดาวน์ทาวน์! เขาใส่แว่น ดูธรรมดา แต่พอเห็นชัดๆ...เหมือนเทพบุตรหลุดมาจาก์!”
กาลหยุดอ่าน พร้อมกับสีหน้าชา “เดี๋ยวนะ...นี่มันหมายถึงใครวะ?”
เขากดเข้าไปดูภาพถ่ายที่แอบถ่ายจากมุมไกล
“ไม่ต้องเดาเลย...นั่นมันฉันเองชัดๆ! โอ๊ย แว่นตานี่มันไม่ช่วยอะไรเลยเหรอเนี่ย!?”
อาหารมาพอดี กาลรีบปิดโทรศัพท์ก่อนจะเริ่มจัดการข้าวแกงกะหรีด้วยความรวดเร็ว
“อร่อยโคตร! นี่แหละที่รอคอย!”
แต่ระหว่างที่เขากิน ก็ยังแอบเหลือบมองรอบร้านเหมือนระแวงว่าจะมีคนจำเขาได้อีก
“ชีวิตตัวประกอบมันไม่ง่ายเลยจริงๆ...”
หลังจากอิ่มอร่อยกับข้าวแกงกะหรี่ กาลก็เดินกลับอพาร์ตเมนต์ด้วยความสบายใจเล็กน้อย แม้จะยังคงระแวงสายตาของคนแปลกหน้าที่ดูเหมือนจะจับจ้องมาที่เขาตลอดทาง
“นี่ฉันต้องใส่หมวกคลุมหัวเดินตลอดไปจริงๆ เหรอเนี่ย...” เขาบ่นพึมพำขณะก้าวขึ้นบันไดกลับห้อง