ประเทศญี่ปุ่น
.
.
เขตนาริตะ
.
.
ณ หมู่บ้านนาริตะ เวลา 07:30 นาฬิกา
วันที่ 08/10/xx
กริ๊ง~~~
เสียงปลุกของนาฬิกาบนหัวเตียงส่งเสียงดังน่ารำคาญออกมาชวนน่าหงุดหงิด แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านผืนบางทำให้เด็กหนุ่มในชุดนอนลายทางสีฟ้าค่อยๆเอื้อมมือไปกดปุ่มบนหัวนาฬิกาเป็ดน้อยสีเหลืองอร่าม แต่เพราะความง่วงเกินจะเยียวยาทำให้ฝ่ามือเล็กของเขากดไม่โดนสักที
กริ๊ง~~~~
"คาเสะ! ตื่นได้แล้วลูก"
เสียงของผู้เป็แม่ทำให้เด็กหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อยขณะหรี่ตามองนาฬิกาหัวบนเพื่อพยายามปิดเสียงอันน่ารำคาญอย่างหัวเสีย และเขาก็ทำสำเร็จได้ในที่สุดโดยใช้เวลาสามนาทีในการกดปิดเสียงนาฬิกา
"อืม..."
เด็กหนุ่มนามว่า ฟุจิโนะ คาเสะ งัวเงียตื่นขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำแปรงฟันและเดินลงไปข้างล่างก็พบ ฟุจิโนะ คางุยะ อายุ 45 ปี หญิงสาววัยกลางคนผมดำเงาประบ่าซึ่งเป็แม่ของเขากำลังเตรียมอาหารเช้าอยู่ในครัวอย่างขยันขันแข็ง เธอหันมามองลูกชายตัวแสบด้วยความเอ็นดูพลางเอื้อมปลายนิ้วเรียวเข้าไปดีดหน้าผากเบาๆอย่างขี้แกล้ง
"ตื่นแล้วเหรอพ่อขี้เซา รีบกินรีบไปโรงเรียนได้แล้ว"
"ครับ..."
คาเสะเดินมานั่งกินไข่ดาวกับข้าวสวยร้อนๆอย่างเชื่องช้าจนผู้เป็แม่มาเห็นก็ดุเขาไปทีหนึ่ง
"กินช้าแบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะเสร็จละ"
"ก็มันไม่ค่อยหิวอะแม่ (-3-) "
คาเสะบ่นอุบอิบบนเก้าอี้ไม้ตัวใหญ่ขณะมองใบหน้าของแม่อย่างไม่เข้าใจ แม่ของเขาชอบกังวลเกินเหตุจนบางทีก็ทำให้เขาไม่สบายใจ อย่างตอนที่เขากลับบ้านช้าประมาณครึ่งชั่วโมงก็เริ่มออกตามหาแล้ว หรือตอนออกไปเล่นกันเพื่อนแล้วไม่ยอมบอกก็โวยวายใส่ ทำเหมือนเขาเป็เด็กๆไปได้ เขาอายุ 14 แล้วนะ! โตพอที่จะรู้จักแยกแยะได้แล้ว ทำไมแม่ไม่เข้าใจกันนะ (-_-)
ดิ๊งด่อง~
"อ่าว! โทคิยะมาแล้วนะลูก"
"งั้นผมไปก่อนนะครับ"
"ยังกินไม่หมดเลยนี่"
"อิ่มแล้วครับ~"
"โถ่...ลูกคนนี้"
เด็กหนุ่มรีบอ้าปากกินข้าวคำสุดท้ายก่อนจะคว้ากระเป๋าเป้บนโต๊ะอาหารที่ผู้เป็แม่เตรียมไว้ให้และรีบออกไปใส่รองเท้าทันที ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงบ่นพึมพำจากข้างนอกทำให้เมื่อใส่รองเท้าเสร็จเขาจึงเปิดประตูออกก็พบ ซามาดะ โทคิยะ ยืนรออยู่
"ช้าชะมัด (-*-) "
"จริงๆนายไปก่อนก็ได้นะ ไม่เห็นต้องรอเลย"
"สัญญาไว้แล้วนี่ว่าจะไปโรงเรียนพร้อมกัน ถึงสายก็จะรอ (^^) "
"ไม่ได้ขอสักหน่อย (-*-) "
"คาเสะ! นายจะกวนงั้นเหรอ"
"ไม่รู้ไม่ชี้ โอ้! เอางี้ดีกว่า ใครถึงโรงเรียนหลังสุดเลี้ยงแฮมเบอร์เกอร์นะ~"
พูดจบเด็กหนุ่มก็ออกตัววิ่งอย่างรวดเร็วโดยทิ้งให้เพื่อนของตนยืนเอ๋ออยู่ที่เดิมหลายนาที กว่าจะรู้ตัวก็ตามหลังเ้าคนขี้โกงหลายเมตรเห็นจะได้
เสียงหัวเราะของพวกเขาดังตลอดทางมาโรงเรียนทำให้เหล่าเด็กนักเรียนคนอื่นๆต่างมองตามอย่างสงสัย เส้นผมสีน้ำตาลสะบัดพริ้วไหวไปตามสายลมที่พัดผ่าน มันเป็่เวลาที่มีความสุขจนไม่อยากให้เวลานี้ผ่านพ้นไป
.
.
ณ หน้าประตูโรงเรียนนาริตะ เวลา 07:55 นาฬิกา
"รอก่อน...คาเสะ แฮ่ก..."
"มาเร็วโทคิยะ" ทุกคนคงสงสัยสินะว่าทำไมพวกเราถึงสนิทกันขนาดนี้ มันเริ่มมาจากแม่ของผมซึ่งเป็ชาวญี่ปุ่น ได้ไปทำงานต่างประเทศและได้เจอพ่อของผมที่เป็ชาวอเมริกัน พวกเขาดูรักกันดีนะ ผมเคยเห็นรูปถ่ายสมัยก่อนของแม่ แต่พอพวกเขามีผมปุ๊บก็หย่ากันทันที แม่จึงพาผมย้ายมาที่นี่เพื่อหนีปัญหาจากทางบ้านบวกกับไม่อยากให้ผมเจอพ่อด้วยเช่นกัน
เพราะงั้นผมจึงต้องมาอยู่ที่หมู่บ้านแสนธรรมดาแห่งนี้อย่างหงอยเหงา และวันหนึ่งก็พบกับโทคิยะที่เป็ฝ่ายเข้ามาทักทายก่อน เขาเป็คนอัธยาศัยดี มีเพื่อนเยอะ ต่างจากผมที่ไม่ค่อยมีเพื่อนเท่าไหร่ แต่พวกเราอยู่โรงเรียนเดียวกันทำให้สนิทกันมากขึ้น นั่นแหละทำให้ผมกับโทคิยะเป็เพื่อนสนิทกันจนถึงทุกวันนี้
"แอ่ก...แอ่ก...ขี้โกง"
"แต่พวกเราก็ไม่สายนะ" พวกเราวิ่งแข่งจนมาถึงทางเข้าโรงเรียนได้ในที่สุด และที่น่าพอใจคือพวกเราไม่สาย เพราะถ้าสายต้องโดนลงโทษทำความสะอาดกับลุงยามแทน เฮ้อ...แค่คิดก็ไม่อยากทำเลย
"ฉันจะฟ้องอาจารย์ไอดะว่านายขี้โกง"
"ของแบบนั้นใครจะเชื่อ" ผมเดินขึ้นตึกมาได้แปบเดียวก็โดนโทคิยะขี้ฟ้องบ่นซะแล้ว ที่โทคิยะพูดถึงคือ อาจารย์อุเอโนะ ไอดะ อายุ 34 ปี อาจารย์ประจำชั้นห้องของพวกเราเอง เขาเป็คนที่ใจดี เข้าใจเด็ก สอนเก่งแถมหล่ออีกต่างหาก ไม่แปลกใจที่นักเรียนหญิงส่วนใหญ่อยากอยู่กับเขา เพราะแม้แต่ผมก็อยากอยู่กับเขาเลย เขาให้ความรู้สึกเหมือนอยู่กับพ่อคนหนึ่ง
"คาเสะ โทคิยะ พวกเธอเกือบสายนะ (^^) " พูดถึงก็เจอพอดี อาจารย์ไอดะยิ้มให้พวกเราอย่างเป็มิตรนั้นทำให้สาวๆที่อยู่หน้าชั้นเรียนใจละลายกันหมด เรียกได้ว่ามีผลต่อใจทุกคนเลยดีกว่าเพราะแม้แต่เด็กหนุ่มยังยิ้มตามเลย
"ขอโทษครับ/ขอโทษนะครับ" ผมกับโทคิยะจึงรีบเดินไปนั่งประจำที่พร้อมหยิบหนังสือเตรียมเรียนขึ้นมา ไม่อยากโดนอาจารย์ไอดะบ่นอีกแล้ว บ่นทีอย่างกับสวดบวชพระเจ็ดวัน ดังนั้นวันนี้ต้องทำตัวเรียบร้อยเอาไว้ก่อนเพื่อให้อาจารย์เลิกจับตามอง
จึกๆ
แต่จู่ๆเ้าโทคิยะก็สะกิดหลังผมเบาๆพร้อมเลื่อนหน้ามาใกล้ๆใบหูพลางกระซิบให้ได้ยินสองคน
"คาเสะ คือพรุ่งนี้--"
"อะแฮ่ม! (- -) "
" (0x0) " ด้วยน้ำเสียงอันทรงพลังทำให้โทคิยะเงียบปากทันทีหลังอาจารย์มองมา เห็นแบบนี้ถ้าทำให้อาจารย์โกรธจะเป็คนละคนเลยละ ผมกับโทคิยะเคยทำแก้วกาแฟหกใส่เอกสารของอาจารย์ พวกเราเกือบตายเพราะอาจารย์ให้พวกเราปริ้นเอกสารใหม่หมดและให้จัดเรียงใหม่ทั้งหมด กว่าได้จะกลับบ้านก็ปาไป2ทุ่ม ผมกับโทคิยะจึงระวังตัวเป็พิเศษเวลาอยู่ใกล้อาจารย์
"/โทคิยะ/" ผมกระซิบเบาๆให้โทคิยะได้ยินหลังเห็นอาจารย์เดินกลับไปหน้าชั้น แต่พอมองสภาพหน้าหมองของโทคิยะก็อดขำไม่ได้จริงๆ
"/อะไร? /"
"/อย่าลืมเลี้ยงแฮมเบอร์เกอร์ละ/"
"/รู้แล้วน่า="
"โทคิยะ (-*-) "
"ขอโทษครับ (. .) " โทคิยะหน้าหงอยทันทีหลังโดนอาจารย์ดุอีกครั้ง ดีนะที่ผมไม่โดนด้วยแต่อาจารย์หูดีชะมัดเลย สงสัยต้องระวังให้มากกว่านี้ซะแล้วละ
.
.
ณ โรงอาหารใต้อาคารเรียน เวลา 12:21 นาฬิกา
"ไม่มีแฮมเบอร์เกอร์อะ (T.T) " โทคิยะเดินไหล่ตกพร้อมถือข้าวปั้นในมือสองก้อนกลับมาแทน นั้นทำให้ผมห่อเหี่ยวใจเช่นเดียวกันเพราะตั้งตารอกินแฮมเบอร์เกอร์ของร้านนี้มาเป็สัปดาห์ รู้งี้น่าจะมาซื้อตอนเช้า จะได้ไม่มานั่งผิดหวังกันแบบนี้
"นายช้าเองนี่น่า"
"ก็ใครมันจะไปรู้ละว่าอาจารย์จะใช้งานหนักขนาดนี้ (-*-) " โทคิยะบ่นอุบอิบหลังโดนอาจารย์ไอดะสั่งให้ยกหนังสือไปไว้ห้องพักครูคนเดียว โดยให้เหตุผลว่าโทคิยะคุยเสียงดังอยู่คนเดียวเลยต้องสั่งสอน ตอนแรกผมกะจะไปช่วยนะแต่กลัวโรงอาหารเต็มจึงลงมาจองก่อน แต่สุดท้ายก็ไม่ทันแฮมเบอร์เกอร์เหมือนเคย เฮ้อ...ชีวิต
"นายนี่มันดวงซวยชะมัด--"
"ไง (^^) "
"อ่าว! พี่ริว / สวัสดีครับพี่ริวจิ" ขณะที่พวกเรากำลังนั่งเคี้ยวข้าวปั้นอย่างเบื่อหน่ายก็ได้ยินเสียงร้องทักจากด้านข้าง เมื่อหันไปมองก็พบ ซากุสะ ริวจิ อายุ 17 ปี เขาเป็รุ่นพี่ที่โรงเรียนและเป็เพื่อนบ้านกับโทคิยะ เวลาผมไปบ้านโทคิยะก็มักเจอพี่ริวจิเสมอ พี่เขาเป็คนใจดีมากแถมเล่นกีฬาเก่งด้วย บ้านเขาเปิดร้านขายขนมโมจิจึงชอบเอาขนมโมจิมาฝากบ้านผมบ่อยๆ แต่ผมไม่ชอบกินของหวานจึงให้แม่กินทั้งหมด หวังว่าพี่ริวจิจะไม่โกรธกันนะ
"พี่ริวจิมาทำอะไรเหรอครับ? นี่ยังไม่ถึงเวลาพักเลยนะ" ผมถามพร้อมมองนาฬิกาบนผนังไปด้วย โรงเรียนแห่งนี่จะแบ่งพักกลางวันโดยให้ม.ต้นพักก่อนแล้วค่อยให้ม.ปลายพักทีหลัง ซึ่งผมเคยคิดว่าถ้าตัวเองได้ขึ้นม.ปลายคงเป็คนที่แข็งแกร่งมากๆเพราะต้องอดอาหารเพิ่มอีกหนึ่งชั่วโมง พวกพี่ม.ปลายนี่กระเพาะเหล็กกันจริงๆ
"หรือว่าพี่โดดเรียน!"
"เปล่า พี่มาซื้อน้ำให้อาจารย์ต่างหาก" ริวจิชูขวดน้ำเย็นในมือให้ดู ผมจึงพยักหน้าอย่างเข้าใจส่วนโทคิยะยังแกล้งพี่เขาไม่เลิกอยู่ดี
"ก็นึกว่าโดดเรียน ถ้ารู้ว่าพี่โดดเรียนผมฟ้องแม่พี่จริงๆด้วย (^^) "
"ใครจะไปทำแบบนั้นกัน (-*-) " ผมมองดูพวกเขาเถียงกันก็รู้สึกอิจฉานิดๆ พวกเขาสนิทสนมกันมากเพราะเป็เพื่อนบ้าน ส่วนผมพึ่งย้ายเข้ามาไม่นานเลยยังไม่สนิทขนาดนั้น ผมอยากมีพี่ชายมานานแล้วแต่ผมดันเกิดก่อนแถมเป็ลูกคนเดียวอีก ถ้าผมอยากมีพี่ชายคงต้องไปเกิดใหม่ละมั่ง
"คาเสะ ขนมโมจิที่ให้ไปอร่อยมั้ย (^^) "
"อร่อยมากเลย ขอบคุณนะครับ (^^) " ผมแกล้งพูดให้เขาดีใจขณะเหลืองสายตาไปทางอื่น แต่แม่ผมบอกอร่อยก็น่าจะอร่อยจริงๆแหละ
"งั้นเหรอ ไว้วันหลังจะไปเอาฝากอีกนะ (^^) "
"เชอะ! ฝากแต่บ้านคาเสะไม่เห็นฝากบ้านผมบ้างเลย (-3-) "
"นายไม่ชอบโมจิไม่ใช่หรือไง"
"เอาอย่างอื่นสิ (^^) "
"บ้านฉันไม่ใช่ร้านสะดวกซื้อสักหน่อย"
"ฮ่าๆๆทั้งสองคนตลกจัง แล้วพี่ริวจิไม่ไปหาอาจารย์เหรอครับ"
"อะ! ลืมสนิทเลย งั้นพี่ขอตัวก่อนนะ ไว้เจอกัน"
"ครับผม (^^) / ชิ่วๆ (-3-) " พวกเรามองตามหลังพี่ริวจิจนลับสายตาจึงกลับมากินข้าวปั้นให้เสร็จและเดินขึ้นห้องเรียนทันที ่บ่ายเป็วิชาคณิตซึ่งผมไม่ชอบเอาซะเลย แค่วรรณกรรมก็จะตายอยู่แล้ว อยากรีบกลับบ้านไปนอนจัง~
.
.
หลังเลิกเรียน เวลา 17:08 นาฬิกา
"เฮ้อ...รอดพ้นสักที" โทคิยะพูดพร้อมบิดี้เีไปด้วยขณะก้าวเท้าเดินลงบันไดมาด้วยกัน คาบเมื่อกี้โทคิยะโดนอาจารย์ถามบ่อยมากจนเกือบโดนหักคะแนนตั้งหลายรอบ ดีที่เลขที่ของผมอยู่หลังๆเลยไม่โดนเรียกเลยสักครั้ง (โทคิยะเลขที่6 คาเสะเลขที่22)
"ว่าแต่นายมีอะไรจะพูดเมื่อเช้าเหรอ?" ผมนึกขึ้นได้ว่าโทคิยะจะพูดอะไรสักอย่างแต่อาจารย์มาพอดีเลยลืมไปซะสนิทเลย
"อ่อ แค่จะชวนไปเล่นเกมพรุ่งนี้เฉยๆ (^^) "
"แค่เล่นเกมเนี่ยนะ (-*-) "
"ก็แม้...นานๆทีจะไปในเมืองนี่น่า (^^) " พวกเราคุยกันอย่างเพลินเพลิดจนมาถึงบ้านของผมในที่สุด โทคิยะจึงขอตัวกลับก่อนเพราะบ้านของเขาต้องเดินเข้าไปอีกแต่ไม่ไกลจากบ้านผมเท่าไหร่นัก เมื่อเข้าบ้านปุ๊บผมโยนกระเป๋าเป้ลงพื้นและรีบขึ้นห้องไปเปลี่ยนชุดก่อนจะทำการบ้านที่เหลือให้เสร็จ ตอนนั่งรอโทคิยะเก็บกระเป๋าก็ทำไปหลายข้อละ ฮึ่มๆ เห็นแบบนี้ผมก็ขยันนะบอกก่อน~
"คาเสะ มานี่หน่อยลูก" แต่จู่ๆแม่ะโเรียกผมจากข้างล่างทำให้ผมต้องหยุดมือเพื่อลงไปหาแม่อย่างช่วยไม่ได้ พอลงมาปุ๊บก็พบกล่องขนมเค้กถูกส่งมาให้ มันเป็เค้กช็อกโกแลตซึ่งคาดว่าแม่เป็คนทำแน่นอนเพราะแม่ของผมชอบทำขนมแจกชาวบ้านบ่อยๆ แต่เล่นทำทุกวันแบบนี้เหนื่อยแย่เลย
"เอาเค้กไปให้บ้านโทคิยะหน่อยสิลูก"
"แต่นี่มันเย็นแล้วนะแม่" ผมมองออกไปข้างนอกอย่างกังวลเพราะถูกแม่บ่นตลอดว่าถ้ากลับช้าจะโดนงดข้าวเย็น กว่าจะกลับถึงบ้านก็ประมาณทุ่มหนึ่งได้ละมั่ง แบบนี้ค่อยเอาไปให้พรุ่งนี้ก็ได้มั่ง
"ไว้พรุ่งนี้เดี๋ยวก็เสีย เอาไปให้วันนี้แหละ แปบเดียวน่า"
"เฮ้อ...ก็ได้ครับ" ผมรับคำอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะใส่รองเท้าแตะพร้อมถือกล่องขนมเค้กออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว ระหว่างทางไปบ้านโทคิยะต้องผ่านสวนสาธารณะ ของหมู่บ้านทำให้ผมมักหยุดมองที่แห่งนี้ตลอด ผมได้เพื่อนจากที่นี่เยอะมากทำให้เวลาผ่านทางนี้ต้องหยุดทักทายใครสักคน แต่ตอนนี้มันเย็นมากแล้วทำให้ไม่มีเพื่อนๆมาวิ่งเล่นอย่างที่คิด จึงเหลือแต่ผมที่เดินโดดเดี่ยวอยู่คนเดียว
"โทคิยะ?" ระหว่างที่เดินเข้าไปใกล้ตัวบ้านสายตาก็เหลือบไปเห็นโทคิยะเดินเข้าไปในตึกแถวหลังหนึ่ง มันเป็ตึกร้างที่เคยเป็สำนักงานขายบ้านมาก่อน แต่ตอนนี้พวกเขาไม่ได้ใช้เลยปล่อยทิ้งร้างแบบนั้น ว่าแต่เขาไปทำอะไรในนั้น? ป่านนี้แล้วยังคิดจะเล่นอยู่อีก ด้วยความอยากรู้อยากเห็นผมจึงเดินตามเข้าไปติดๆโดยที่ไม่ให้เขารู้ตัวเพื่อ้าแกล้งโทคิยะให้ใเล่นๆ ชักอยากเห็นสีหน้าของเขาแล้วสิว่าจะทำหน้ายังไง
ตุบ!
" (0_0) !" ขณะที่กำลังเดินตามก็ได้ยินเสียงอะไรสักอย่างหล่นอย่างแรง เพราะความมืดครอบงำรอบด้านทำให้ต้องใช้เวลานานกว่าจะชินตา แต่เมื่อสายตากลับมาปกติอีกครั้งเบื้องหน้าของผมกลับปรากฏร่างของโทคิยะที่นอนคว่ำหน้าแน่นิ่งไม่ไหวติ่ง สภาพของเขาแปลกประหลาดจนผมต้องเข้าไปดูใกล้ๆเพื่อความแน่ใจก็พบว่ามีของเหลวสีแดงเข้มไหลออกจากศีรษะของเขา นะ นั่นเืจริงเหรอ...แล้วทำไมเขาถึงมีเืออกละ! ผมเบิกตากว้างอย่างใก่อนจะปากล่องเค้กทิ้งพร้อมวิ่งเข้าไปหาโทคิยะทันที
"ทะ โทคิยะ! เป็อะไรไป!"
"..."
"เฮ้! ตื่นขึ้นมาก่อนไอบ้า!" ผมเขย่าตัวเขาแรงๆเพื่อเรียกสติให้เขากลับคืนมา แต่เขากลับนิ่งเงียบไม่ขยับสักนิดทำให้ผมเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดี ระหว่างนั้นก็เหลือบไปเห็นค้อนเหล็กขนาดพอดีมือตกอยู่ใกล้ๆร่างของโทคิยะพร้อมรอยเืยังคงติดอยู่ที่ปลายหัว นี่คงเป็อาวุธที่ใช้สินะ แล้วใครทำร้ายโทคิยะละ?
"มีใครอยู่แถวนี้ไหมครับ! มาช่วยที!!" ผมทำอะไรไม่ถูกได้แต่เขย่าร่างโทคิยะอยู่แบบนั้นพร้ะโกนเรียกให้คนมาช่วยแต่กลับเงียบสนิท นี่มันอะไรกัน...ทำไมเขาถึงนิ่งไปนานขนาดนี้ หรือว่าเขาจะ...
ตายแล้ว
พึบ!
กริ๊ง~~~
"อะ!" ผมลืมตาขึ้นมาก็พบตัวเองนอนอยู่ในห้องนอนของตัวเองพร้อมเสียงนาฬิกาปลุกน่ารำคาญอีกเช่นเคย ผมค่อยๆกระพริบตาปริบๆอย่างไม่เข้าพร้อมยีหัวตัวเองแรงๆเพื่อเรียกสติของตนเองกลับคืนมา
"ฝันเหรอเนี่ย..." ผมถอดหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะลุกขึ้นไปอาบน้ำตามเคยโดยที่ยังคาใจกับความฝันสุดสะพรึงกลัวเมื่อกี้ ทำไมเราถึงฝันเื่แปลกๆได้ หรือมันจะเป็ลางร้ายบอกเหตุบางอย่าง แต่มันคืออะไรละ? เฮ้อ...คิดไปก็ปวดหัวเปล่าๆ มันก็แค่ฝันนี่เนอะ รีบไปอาบน้ำดีกว่า
.
.
.
Dead 1
.
.
.
สวัสดีนักอ่านทุกคนนะคะ ไรท์มีข่าวดีมาแจ้งว่าเื่ Edit Time ย้อนไขอดีต มีEbookแล้วนะ เย้~~
โดยฉบับ Ebook มีจำนวนคำ 48,000 กว่าๆ เนื้อหาหลักมี 1-15 ตอน มีตอนพิเศษ 1 ตอนและแถมภาพประกอบให้อีก 1 ภาพ
ราคาเล่มละ 195 บาทเท่านั้น และมีโปรโมชั่นจัดเรื่อยๆตลอดทั้งปี อย่าลืมแวะมาอุดหนุนกันนะคะ ????
จิ้มข้างล่างเลย????
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNTE4ODIwMyI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjMzNjI1MyI7fQ
และขอขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอด คุณเป็นักอ่านเพียงไม่กี่คนที่ได้อ่านเื่ของไรท์เนื่องจากนิยายเื่นี้เป็นิยายเฉพาะกลุ่ม บวกกับมีเนื้อหารุนแรงจึงไม่ถูกใจคนหมู่มาก แต่สำหรับพวกคุณคือแรงใจของไรท์นะคะ และฝากติดตามเื่ต่อไปด้วยนะ ขอบคุณค่ะ ❤️
.
.
ถ้าชอบอย่าลืมกดใจ กดเข้าชั้นและคอมเม้น????ส่งกำลังใจให้ด้วยนะคะ ทุกคอมเม้นของทุกคนเป็แรงผลักดันให้ไรท์มีแรงใจแต่งต่อไป ขอขอบคุณค่ะ