บทที่ 26 ขายผักดอง
สิบวันผ่านไป เซียวหย่งฝูพาลูกชายไปไถหน้าดินเพื่อหว่านเมล็ดครั้งใหม่ โดยมีชาวบ้านตามมาดูเป็โขยง
ผักในแปลงของเขาเติบโตอย่างรวดเร็วจนน่าใ
บางคนมาเพื่อแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์กับเขา บางคนก็มานั่งยอง ๆ อยู่ที่ริมไร่ทุกวันเพื่อเรียนรู้การปลูกผัก หรือแม้กระทั่งบางคนก็มัวแต่ดูจนลืมรดน้ำในที่ดินของตนเอง
ได้ยินมาว่ามีบางคนถึงขั้นวิ่งไปบ้านของหลี่เจิ้งเพื่อขอเปลี่ยนที่ดิน แต่หลี่เจิ้งก็ไล่ตะเพิดพวกเขากลับไปเสียทุกราย
เขายังเตือนด้วยว่าหากก่อปัญหาอีกจะไล่ออกจากหมู่บ้าน
แน่นอนว่าคนผู้นั้นคือแม่เฒ่าเหยา
ครั้งอดีตเคยมีผู้เฒ่าเซียวเป็เสาหลักและมีเซียวหย่งฝูเป็กำลัง ไม่ว่าแม่เฒ่าเหยาจะก่อเื่อะไรก็ยังพอหลับตาข้างหนึ่งได้
ตอนนี้กลายเป็ว่าคนทั้งหมู่บ้านกำลังรอชมเื่ตลกจากครอบครัวของนางแทน
เซียวหยวนหลางกลับมาบ้านทุก ๆ สิบวัน และพักสองวัน
ยังไม่ทันเช้า เซียวหย่งฝูก็พาหมาป่าขาวออกไปรับเซียวหยวนหลาง เมื่อพวกเขากลับมาถึงบ้าน อาหารเช้าที่หลินซื่อทำก็ตั้งอยู่บนโต๊ะรอแล้ว
“หน่วนเป่าของพี่ คิดถึงพี่หรือไม่?” สิ่งแรกที่เซียวหยวนหลางทำเมื่อกลับมาถึงบ้านคือการกอดเ้าก้อนแป้ง
เดี๋ยวก็จับพลิกเดี๋ยวก็จับหอม ราวกับว่าแค่มองอย่างไรก็ยังไม่พอ
“หน่วนเป่าของพวกเราโตขึ้นเยอะ น้ำหนักก็มากขึ้น! เมื่อไหร่จะเรียกพี่ได้กันนะ”
คิดถึงน้องมากขนาดกินข้าวก็ยังไม่ยอมวางเลย
“ท่านแม่ ท่านดูดีขึ้นนะขอรับ ่นี้ไม่ค่อยได้ออกไปไหนใช่หรือไม่ ผิวถึงได้ดูเปล่งปลั่งขนาดนี้!” เซียวหยวนหลางกลับมาบ้านก็เหมือนกลับไปเป็เด็กอีกครั้ง เขาพูดมากขึ้นและใบหน้าก็ดูเอิบอิ่มเปี่ยมสุข
แน่นอนว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ไม่ชอบฟังคำชมเกี่ยวกับตนเอง
หลินซื่อถูกลูกชายคนโตชมจนยิ้มแก้มปริ มือจับใบหน้าของตัวเองโดยไม่รู้ตัว “ยังออกไปข้างนอกอยู่นะ อาจเป็เพราะนั่งรถม้าตลอดแน่ ๆ”
เมื่อได้ยินลูกชายพูดแบบนั้น หลินซื่อและเซียวหย่งฝูต่างก็มองสังเกตกัน และถึงพบความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง
เมื่อก่อนทั้งครอบครัวเซียวล้วนตัวซีดผอมแห้งผมร่วง มีเพียงผู้เฒ่าเซียวและเซียวหย่งฝูที่มีสีผิวเข้มขึ้นมาหน่อย
แต่ตอนนี้ทุกคนในครอบครัวมีผิวขาวและมีผมเงางาม
เด็กชายทั้งสามคนก็อ้วนท้วนขึ้น
เ้าก้อนแป้งซึ่งอยู่ในอ้อมแขนของเซียวหยวนหลาง รู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่ง นางแอบใช้น้ำทิพย์ข้าวทิพย์เลี้ยงครอบครัวมาตลอด เช่นนั้นแล้วจะไม่ผิวเปลั่งปลั่งและอ้วนท้วนสุขภาพดีได้อย่างไร
แม้แต่หมาป่าขาวนางยังแอบใส่น้ำทิพย์ในชามน้ำทุกคืน
ผู้เฒ่าเซียวเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ ชายชราชำเลืองมองเ้าก้อนแป้งอย่างไม่รู้ตัว แน่นอนว่าเขาสังเกตเห็นความภาคภูมิใจในดวงตากลมโตคู่นั้น
ชายชราขยี้ตา สงสัยว่าเขาจะตาฝาดหรือไม่ก็แค่สับสน
หลังกินอาหารเสร็จ สิ่งสำคัญต่อไปที่สุดสำหรับพวกเขาคือการเปิดไหผักดอง!
ผักที่ปลูกครั้งล่าสุดเพียงพอที่จะดองได้หลายสิบไห
แม้ว่าทั้งครอบครัวจะบอกเป็เสียงเดียวกันว่ามันอร่อย แต่หลินซื่อก็ยังไม่มั่นใจว่าจะขายมันได้หมด
ลึก ๆ แล้วทุกคนก็คิดเหมือนกัน
มีเพียงเ้าก้อนแป้งเท่านั้นที่มั่นใจ นี่คือผักดองที่เติบโตด้วยพลังเซียนและแช่อยู่ในน้ำทิพย์เชียวนะ
ถ้าใครบอกว่ามันไม่ดีละก็ นางก็จะส่งคนผู้นั้นไปกินมูลกับแม่เฒ่าเหยา!
หัวใจของหลินซื่อเต้นแรงและหลังจากกระวนกระวายใจอยู่พักหนึ่ง นางก็วางตะเกียบลงด้วยท่าทีสงบนิ่ง
เมื่อคนอื่นเห็นเช่นนั้นก็คิดว่ามีบางอย่างผิดปกติแน่ จึงรีบเข้าไปชิม
อื้ม รสชาติดีจนเหมือนได้รับพลังิญญาอันบริสุทธิ์แทบขึ้นสู่์เลย!
เซียวหย่งฝูหัวเราะ เหลือบมองภรรยาที่ล้อเล่นกับพวกเขาแล้วโบกมือ “ใส่ไหใบเล็กเลย! วันนี้พวกเราเอาไปขายเถอะ!”
แต่ทันใดนั้น เซียวเฉินหลางก็โพล่งขึ้นมา “แล้วจะขายที่ไหนหรือ ขายราคาเท่าไร”
“ของดีขนาดนี้ถ้าขายในราคาต่ำ ออกจะสูญเปล่า!”
เซียวหย่งฝูลูบมืออย่างไม่มั่นใจ “ลูกเอ๋ย นี่คือผักที่พวกเราปลูกกันเอง และการใส่ไหขายก็เท่ากับพวกเขาต้องจ่ายเงินซื้อค่าไหไปด้วย นั่นอาจทำให้ราคาสูงเกินไปได้ ทั้งยังถือเป็การหลอกลวงลูกค้า”
หลินซื่อเห็นด้วย “ถ้าราคาสูงเกินไป อาจจะขายไม่ได้...”
เซียวเฉินหลางหันมาสบตา “ท่านแม่ ท่านดูถูกความอร่อยของอาหารเหล่านี้เกินไปแล้ว และยังดูถูกฝีมือของตัวเองด้วย!”
คู่สามีภรรยามีความคิดเห็นไปทางเดียวกัน แต่เซียวหยวนหลางกลับถูกคำของน้องชายเรียกสติ
แนวร่วมใหม่จึงถูกสร้างขึ้น
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าคิดว่าที่น้องพูดก็มีเหตุผล” เซียวหยวนหลางเป็ลูกชายคนโตและเป็ปัญญาชน คำพูดของเขามีน้ำหนักมากพอสำหรับเซียวหย่งฝูและภรรยา
“หากกังวลว่าจะไม่มีใครซื้อเนื่องจากราคาสูง ถ้าเช่นนั้นพวกเราไม่ต้องเอาไปเยอะ ให้พวกเขาได้ลองชิมก่อน”
ทันทีที่เขาพูดจบ ดวงตาของหลินซื่อก็ทอประกายวาบ
เป็ความคิดที่ดี!
“ส่วนราคา ตอนนี้ข้าวไม่ขัดสีหนึ่งถังราคาสามสิบเหวิน ข้าวเ้าราคาหกสิบเหวิน เช่นนั้นพวกเราก็ขายไหละยี่สิบห้าเหวินก่อนเถอะ”
เซียวเฉินหลางรู้สึกว่าราคาที่พี่ชายตั้งเป็ราคาที่เหมาะสม แต่เซียวหย่งฝูและหลินซื่อต่างมองหน้ากัน แค่มองตาก็เข้าใจความคิดของอีกฝ่าย
หลายปีก่อนไม่ได้มีภัยพิบัติใหญ่ ข้าวไม่ขัดสีมีราคาเพียงห้าเหวินต่อหนึ่งถัง แม้แต่ข้าวเ้าก็มีราคาเพียงสิบห้าเหวินเท่านั้น ราคาตอนนี้ทำให้หลายคนไม่มีเงินซื้อข้าว สำหรับข้าวพวกนี้พวกเขาไม่กล้าที่จะถามราคาเสียด้วยซ้ำ
ตอนนี้ครอบครัวของพวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้นแล้ว แต่ก็ต้องเหลือทางรอดไว้ให้แก่ผู้อื่นบ้าง
“สิบห้าเหวินเถอะ! เอาตามนี้แล้วกัน!” เซียวหย่งฝูตัดสินใจ เซียวหยวนหลางและน้องชายก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
วันนี้มีตลาดพอดี ทั้งครอบครัวขนผักดองไปสองไหใหญ่กับอีกหนึ่งไหเล็ก รวมถึงขนไหเปล่าสำหรับแบ่งขาย และอาหารแห้งบางส่วน นั่งรถม้ามุ่งหน้าเข้าเมือง
เซียวหย่งฝูเจอสถานที่ทำเลดีในการตั้งแผงขายของ เขายกไหเล็ก ๆ ใบหนึ่งขึ้นแล้วพูดกับหลินซื่อ “ข้าเอาไหนี้ไปให้เถ้าแก่นะ เพราะข้ารับปากเขาไว้แล้วว่าจะเอาไปให้”
หลินซื่อรีบพูด “ท่านถือไปดี ๆ นะ”
“เ้าวางใจเถอะ หยวนหลางเ้าอยู่ช่วยแม่เ้าที่นี่นะ!”
ครั้งล่าสุดที่หยวนหลางตั้งแผงขายของ เขายังไม่ทันจะเรียกลูกค้าก็ต้องเก็บของแล้ว ครั้งนี้เขาขอให้ท่านแม่อุ้มหน่วนเป่า เื่เรียกลูกค้าให้เขาจัดการเอง
ทันทีที่เขาเริ่มขายก็เหมือนความโชคดีบังเกิด หลายคนถูกดึงดูดด้วยกลิ่นของผักดองที่วางไว้ให้ชิม และเข้ามาสอบถามราคา
ท่านป้าผู้หนึ่ง “นี่คืออะไรหรือ ทำไมกลิ่นหอมจัง”
เซียวหยวนหลางยิ้มอย่างเคอะเขิน “นี่คือผักดองหย่าโจว ท่านแม่ของข้าดองเอง รสชาติดีมาก”
ท่านป้าคนที่สองพูดด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว “เ้าบอกว่ามันอร่อย ถ้าพวกเราซื้อกลับไปแล้วไม่อร่อยจะมาขอคืนเงินได้หรือไม่”
เซียวหยวนหลางยิ้มหน้าแดง “ผักดองของเราสามารถลองชิมก่อนได้ ถ้ารู้สึกว่าไม่อร่อยไม่จำเป็ต้องซื้อ”
ท่านป้าคนที่สองใช้ตะเกียบคีบขึ้นมาอย่างสงสัยแล้วเอาเข้าปาก เคี้ยวโดยไม่พูดอะไรสักคำ กินเสร็จแล้วถาม “ไหละเท่าไร”
“สิบห้าเหวินขอรับ”
“ข้าเอาสองไห”
คนข้าง ๆ ถามนาง “รสชาติเป็อย่างไร เ้ากินอย่างเดียวไม่เห็นพูดอะไรเลย”
ท่านป้าคนที่สองหันมามองหน้า “ไม่ลองชิมเองล่ะ ข้าไม่พูดแต่ก็ไม่ใช่ว่าข้าไม่ซื้อ”
หลังจากพูดจบนางก็เดินกอดไหจากไป
ชายคนนั้นพูดพึมพำเสียงเบา “เื่แค่นี้ไม่ต้องให้เ้ามาบอกหรอก”
เซียวหยวนหลางรู้หลักการหาเงินและยิ้มอย่างเป็มิตร “ท่านลุงท่านลองชิมดูก่อนก็ได้ ชิมแค่คำเดียวไม่เอาเงินท่านหรอก”
ท่านป้าร่างอ้วนทนไม่ได้กับความลังเลของชายตรงหน้า นางจึงผลักเขาออกไป “หลีกไป ยืนงงอยู่ได้ เอาให้ข้าไหหนึ่ง”
พูดเสร็จก็ชิมไปหนึ่งคำ ยังไม่ทันจะกลืนผักดองลงคอก็รีบพูดขึ้นมา “เอาสองไห เอาสองไห!”
“ได้เลย! นี่ของท่าน ถือดี ๆ นะ เฉินหลางเก็บเงิน!”
เซียวเฉินหลางยื่นมือออกมาพร้อมกับรอยยิ้มแสนหวานบนใบหน้า “ขอบคุณฮะพี่สาว”
ทันใดนั้นท่านป้าร่างอ้วนก็หัวเราะชอบใจ ให้เงินเพิ่มไปอีกสองเหวินและบีบแก้มของเซียวเฉินหลาง “เอาความจริงมาพูดนะเด็กคนนี้”