“นาง้าเ้าไปเป็ไม้ตีสุนัข!”จานเจิ้งบุรุษเสเพลอันดับหนึ่งกล่าวสรุปให้กับสหายทั้งสอง
“เ้าพูดเสียข้าดูสิ้นไร้ความสามารถเชียว!”
“หรือไม่จริงเล่า?ที่แรกข้าก็คิดว่านางคงแอบชื่นชมเ้าจึงถือโอกาสซื้อไปเป็สามีหรือไม่ก็แค้นเ้าอย่างหนักจึงคิดจะซื้อตัวไปทรมานสุดท้ายไม่ใช่ทั้งสองอย่าง นางมารสกุลซิวช่างแปลกนักเหตุใดนางจึงไม่คิดจะใช้งานบุรุษอื่น? เป็ข้าก็ไม่น่าจะเสียหายแถมยังไม่ต้องใช้หนึ่งแสนตำลึงด้วย แค่หมื่นตำลึงข้าก็ยอมแต่งกับนางแล้ว”เหมาฮ่าวที่พอใจในรูปร่างหน้าตาของซิวเชี่ยนเอ่ยขึ้น
“หึ! เสี่ยวฮ่าว เ้าเพ้อเจ้ออันใด?ตลอดเวลาที่พวกเราพูดคุยกัน นางมิได้เหลือบหางตาแลพวกเราสองคนด้วยซ้ำนางเอาแต่จ้องหน้าเสี่ยวฮุยเ้าไม่รู้หรือ?”
“เพราะข้ารู้น่ะสิถึงได้เสียดายนางนัก!” เหมาฮ่าวหันมามองสหายทั้งสอง“ข้าล้อเล่นน่ะ! อันที่จริงข้าสงสัยในตัวนางต่างหาก”
“ข้าก็สงสัย!”เถียนฮุยกับจานเจิ้งอุทานออกมาพร้อมกัน
คนทั้งสามดื่มสุราไปขบคิดกันไปก็ไม่พบเหตุผลที่ฟังแล้วเข้าทีสักข้อ
“เอาเถอะๆไม่ว่าพวกเราจะสงสัยสิ่งใดในยามนี้ล้วนหาเหตุผลไม่ให้ ให้ข้าแต่งงานกับไปก่อนอีกไม่นานเราก็คงจะหาคำตอบได้เอง” เถียนฮุยที่รู้สึกไม่ไว้วางใจซิวเชี่ยนได้แต่ดื่มเพื่อคลายความกลัดกลุ้มสีหน้าและแววตาของนางนั้นยากจะคาดเดาความในใจได้...สตรีอย่างนางเขาชิงชังนัก!
หลังจากลงนามในสัญญาแต่งงานได้ไม่นานเถียนฮุยต้องใกับข่าวที่นางมารสกุลซิวเปิดเผยว่าได้ซื้อคฤหาสน์แห่งใหม่เพื่อเป็เรือนหอระหว่างเขากับนางหมายเหตุข่าวของสำนักข่าวนกกระจิบยืนยันว่าคุณหนูใหญ่สกุลซิวได้ทำการแยกเรือนเพื่อสร้างครอบครัวกับคุณชายเถียนหลังจากได้มอบเงินหนึ่งแสนตำลึงเพื่อเป็ค่าตัวให้กับเ้าบ่าวข่าวนี้สร้างความฮือฮาไปทั่วเมืองหลวง
“ค่าตัวของบุรุษเสเพลเถียนฮุยแพงถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?”
บุรุษในแวดวงการค้าล้วนเสียดายซิวเชี่ยนกันทั่วหน้าพวกเขารู้ว่าความรุ่งเรืองของสกุลซิวนั้นมาจากฝีมือของนางแม้นางจะยอมให้บิดาออกหน้า ทว่าการตัดสินใจล้วนเป็ของนางทั้งสิ้นคหบดีซิวเดิมทีเป็เขยแต่งเข้าซึ่งมิได้มีทรัพย์สินเงินทองหรือความเก่งกาจมากนักอาศัยว่าภรรยาผู้ล่วงลับคือมารดาของซิวเชี่ยนได้สร้างรากฐานการค้าเอาไว้จนเป็ปึกแผ่นและส่งต่อให้กับบุตรสาวใน่ไม่กี่ปีก่อน
“หากข้ารู้ว่านางชอบบุรุษเช่นนั้นข้าก็คงไม่ต้องปกปิดเื่ที่ชอบไปหอนางโลมแล้วไม่รู้เลยว่านางชอบบุรุษมักมากเช่นนี้”
ไม่ว่าคำวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับว่าที่สามีของนางมารสกุลซิวจะมีมากมายเพียงใดซิวเชี่ยนก็ยังคงเดินหน้าจัดงานแต่งงานกันกับเถียนฮุยภายในสิบวันจนได้
ใต้เท้าเถียนได้รับการประกันตัวออกจากคุกหลวงและมารอรับแขกที่ส่วนใหญ่ล้วนเป็สหายสนิทและคนในแวดวงการค้า
“ท่านพี่พวกขุนนางที่ท่านเคยคบค้าล้วนหายหน้ากันไปหมดเลยเ้าค่ะ”
“ช่างเถิดยามนี้ข้าออกจากคุกหลวงได้ก็เพียงพอแล้ว ดีที่เชี่ยนเอ๋อร์ยื่นมือเข้ามาช่วยไม่เช่นนั้นคงนอนแกร่วอยู่ในคุกรอวันตัดสินโทษโดยไม่อาจออกมาวิ่งหาหลักฐานเพื่อล้างมลทินให้ตนเองได้"
ด้วยความเกรงใจลูกสะใภ้พวกเขาจึงมิได้ย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์หลังใหม่คนสกุลเถียนยังคงพักอาศัยอยู่ในจวนเดิมของสกุลจานเถียนฮุยไม่อาจตัดสินใจสิ่งใดได้เองเพราะเขาอยู่ภายใต้เงื่อนไขต้องทำตามคำสั่งของซิวเชี่ยนเท่านั้น
เ้าสาวคนงามยิ้มหวานให้กับสามีกำมะลอในตอนที่เขาใช้คันชั่งเปิดผ้าคลุมหน้านางต่อหน้าทุกคนเถียนฮุยกลับรู้สึกว่ารอยยิ้มของนางดูแฝงนัยที่ชวนให้ขนลุกอย่างบอกไม่ถูก
“โอว....เ้าสาวของเ้าสวยมากจริงๆ!”จานเจิ้งเดินมาตบบ่าเ้าบ่าวหนัก ด้วยความมึนเมา
“พวกเ้ารีบดื่มสุรามงคลเข้าเถอะ”เหมาฮ่าวเองก็พลอยเห็นดีเห็นงามไปกับจานเจิ้ง เขาคะยั้นคะยอให้สหายรีบคล้องแขนดื่มสุรามงคลกับเ้าสาว
เถียนฮุยที่รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลของบิดาเ้าสาวและตัวเ้าสาวรีบรินสุราแล้วยื่นให้นาง
“พวกเรารีบดื่มเถิดจะได้เข้าห้องหอกันเสียที ดูเหมือนสหายของข้าอยากให้พวกเราได้อยู่กันตามลำพังแล้ว”
“เ้าค่ะท่านพี่” นางรับคำน้อยๆ รับจอกสุราแล้วคล้องแขนดื่มกับเขาจากนั้นก็ปล่อยให้เ้าบ่าวถูกสหายลากตัวออกไปดื่มต่อ
หลังจากคนทั้งหมดออกจากห้องหอไปแล้วซิวเชี่ยนก็เรียกสาวใช้ประจำตัวสองคนมาช่วยนางปลดเปลื้องอาภรณ์และเครื่องประดับรุงรังก่อนจะอาบน้ำแล้วเข้านอนในห้องที่สร้างซ่อนไว้ข้างในมีเพียงนางกับคนสนิทเท่านั้นที่รู้ว่าเรือนนี้ถูกออกแบบไว้อย่างซับซ้อน
“พวกเ้าคอยดูแลความเรียบร้อยด้วยข้าจะพักผ่อนก่อนล่ะ”
“เ้าค่ะนายหญิง”
ตกดึกเถียนฮุยแสร้งขอตัวกลับไปหาเ้าสาวปล่อยให้พ่อบ้านคนใหม่ประจำคฤหาสน์ดูแลและจัดการแเื่ต่อเขากลับมาถึงห้องหอก็เข้าไปล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเข้านอน
เช้าหลังวิวาห์คืนแรกบรรยากาศภายในคฤหาสน์ซิวเชี่ยนมิได้มีความหวานชื่นแม้แต่น้อย แม้สองสามีภรรยาจะร่วมโต๊ะอาหารกันแต่ก็มิได้พูดคุยกันเกินสองประโยคจากนั้นซิวเชี่ยนก็ออกไปร้านค้าใหญ่ของสกุลซิวที่ถนนไฉ่ฟู่ส่วนเ้าบ่าวหมาดๆของนางก็ออกไปเหลาสุราร่ำสุข
“นางลงทุนสร้างคฤหาสน์ใหม่เพื่อปกปิดครอบครัวว่าแต่งงานหลอกๆกับเ้า ซ้ำยังคัดเอาคนรับใช้ใหม่ทั้งหมดเข้ามาในคฤหาสน์อีกด้วยฮูหยินของเ้าช่างมีลับลมคมในเยอะเสียจริง”
“แต่นางก็ออกไปดูแลร้านค้าตามปกตินะ”
“พฤติกรรมของภรรยาเ้ากระตุ้นความอยากรู้ของข้านักเสี่ยวฮุย” จานเจิ้งที่ชอบการสืบเื่ลึกลับซับซ้อนขมวดคิ้วตลอดระยะเวลาที่เถียนฮุยเล่าถึงเรือนหอของเขาให้ฟัง
“เ้าล่ะ!ไปอยู่กับนางตามลำพังรู้สึกอย่างไรบ้าง?”
“เพ้ย! จะรู้สึกอย่างไรได้?ข้าไม่ได้ร่วมห้องกับนางเสียหน่อย เราต่างคนต่างอยู่เพียงแต่ต้องมานั่งกินข้าวกับนางทุกเช้าเท่านั้น”
“ว่าแต่เื่ที่นางห้ามมิให้เ้าหลับนอนกับสตรีอื่นตลอดระยะเวลาที่แต่งานกัน เ้าจะทำได้หรือ?” จานเจิ้งทำหน้าสงสัย
“หากข้าแอบทำเ้าว่านางจะจับได้หรือไม่? ถึงอย่างไรนางก็ไม่ได้ชอบพอข้าอยู่แล้วไม่รู้จะห้ามข้าไปทำไม?” เถียนฮุยบ่นกระปอดกระแปด วิสัยบุรุษวัยคะนองอย่างเขาหากมิได้มีสัมพันธ์อย่างนั้นกับสตรีเกินหนึ่งสัปดาห์ก็ทำได้ ยากแล้ว
“เ้าคิดจะเสี่ยงอย่างนั้นหรือ?อย่าลืมว่าในสัญญาระบุไว้ หากเ้าแอบเข้าห้องเพื่อคิดทำอย่างว่ากับสตรีคนใดไม่ว่าจะทำสำเร็จแล้วหรือไม่? หากนางจับได้เ้าจะต้องถูกปรับหนึ่งพันตำลึงเชียวนะ”เหมาฮ่าวรีบเตือนสติสหาย
“ข้าว่านางดีแต่ขู่ต่างหาก...หากข้าแอบทำจริงๆนางไม่รู้หรอก”
******************************

