“ท่านคือพระเ้าอย่างนั้นเหรอ”
“ข้าเป็ทุกสิ่งที่เ้าอยากจะให้เป็”เขาตอบอย่างทรงภูมิ
“ผมตายแล้วงั้นเหรอ?”
“ไม่เ้ายังคงมีชีวิตอยู่”
ห๊ะ?
เหมือนจะอ่านสีหน้าของมาโกโตะได้ไม่ยาก“เ้าถูกดึงเข้ามาในรูหนอนและมาโผล่ในมิติของข้าโอกาสเกิดเหตุการณ์แบบนี้ถือว่าน้อยจนเกือบเป็ไปไม่ได้แต่นั่นก็ทำให้เ้ารอดตายล่ะนะ”
“....”
ความคิดมากมายไหลอยู่ในหัวมาโกโตะจนเขาทำได้แค่อ้าปากค้างลำพังที่ว่าเขาไม่ตายก็น่าใพออยู่แล้ว แต่นี่ยังมีเื่ของรูหนอนที่ใหญ่จนกลืนเขามาได้ทั้งตัวและยังมิติแปลกๆนี่ และพระเ้าตัวเป็ๆที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา
มาโกโตะกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอก่อนจะหันไปสังเกตรอบตัวห่างไปจากเขาไม่มากนั้นมีซากเก้าอี้จากยานอวกาศลอยเคว้งอยู่ในสภาพที่เหมือนโดนคว้านออกมาจากของเก่าแถมยังมีซากอะไรเล็กๆน้อยๆลอยอยู่เต็มมิตินี่ไปหมด
“นับเป็เื่ที่น่ายินดีเพราะเ้าน่ะนับเป็สิ่งมีชีวิตแรกที่เข้ามาในนี้ได้ข้าเองก็กำลังเบื่อๆอยู่เหมือนกัน มีเพื่อนคุยบ้างก็คงจะดี”
“ผมดีใจที่ได้ยินแบบนั้น”มาโกโตะพูดค่อยๆ“เพราะผมเองก็มีเื่ที่อยากถามท่านมากมายไปหมดเหมือนกัน”
“ว่ามาได้ คิระมาโกโตะ”
เมื่อได้ไฟเขียวมาโกโตะก็ยิ้มออก“ท่านอยู่มานานแค่ไหนแล้วั้แ่แรกกำเนิดของจักรวาลเหรอครับ”
“ไม่ถ้านับด้วยเวลาของพวกเ้าก็ราวๆ2ล้านปีเท่านั้นเอกภพคงอยู่มาก่อนการมีตัวตนของข้า”
“2ล้าน?”
คำตอบที่ได้ทำเอามาโกโตะตะลึงอีกครั้งทำไมถึงเป็2ล้าน? ตัวเลขทุกอย่างไม่เกิดเพราะความบังเอิญท่ามกลางอายุกว่า8,000ล้านปีของจักรวาลมันต้องมีเหตุผลอันสมควรทีตัวตนของพระเ้าถูกสร้างขึ้นมาในสองล้านปีหลังเหตุผลอันสมควรเนื่องจากบางอย่างเกิดขึ้น เพราะถ้าทุกสิ่งไม่สามารถเกิดจากความว่างเปล่าแสดงว่าต้องมีบางอย่างที่ให้กำเนิดพระเ้าบางอย่างที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อสองล้านปีก่อน
สองล้านปีก่อน….
ยุคหิน?
คำตอบเดียวปรากฏอยู่ในหัวของมาโกโตะยุคหิน มนุษย์ที่สมองพัฒนากลุ่มแรกเริ่มต้นขึ้นเมื่อราวๆ2ล้านปีก่อนเป็สิ่งมีชีวิตกลุ่มแรกบนโลกที่เรียนรู้การสร้างไฟ เครื่องมือ และเริ่มวิเคราะห์ปรากฎการณ์ทางธรรมชาติต่างๆหรือก็คือ…
“...ท่านเกิดมาเพราะมนุษย์สร้างท่านขึ้นมางั้นหรือ?...”
“เ้าช่างหัวไว คิระมาโกโตะ”เขาหัวเราะเบาๆ
เมื่อไม่มีคำปฎิเสธจากปากของพระผู้เป็เ้ามาโกโตะก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ“เป็ไปไม่ได้ในเมื่อ...”
“ข้านึกว่าสิ่งที่เ้าเรียกกันว่าวิทยาศาสตร์...”พระเ้าขัดคอในทันใด“..จะสอนให้พวกเ้าเลิกเชื่อคำว่าเป็ไปไม่ได้เสียอีก”
มาโกโตะชะงักทันทีที่ได้ยินคำสอนสั่งนั่นเขาค่อยๆสงบสติลงและเรียบเรียงข้อมูลในหัวใหม่อีกครั้ง วิทยาศาสตร์คือการเข้าใจทุกอย่างไม่มีคำว่าเป็ไปไม่ได้ ทุกอย่างในเอกภพล้วนเป็ไปได้ เพียงแต่มันเป็ไปได้อย่างไรเท่านั้น ซึ่งนักวิทยาศาสตร์มีอยู่เพื่อค้นหาคำตอบเหล่านี้
“แรกเริ่มมนุษย์อ้างปรากฎการณ์ทางธรรมชาติทุกอย่างด้วยตัวตนของพระเ้า”มาโกโตะเริ่มพึมพำกับตัวเอง“หลังจากที่เข้าใจในหลายเื่และความคงอยู่ของพระเ้าเริ่มเสื่อมถอยก็มีศาสนาเกิดขึ้นและดึงให้ตัวตนของพระเ้าเด่นชัดขึ้นจนปัจจุบันหรือก็คือ ความเชื่อที่เกิดขึ้นนั้น สร้างให้ท่านมีตัวตน? มันเป็ไปไม่...ไม่สิมันเป็ไปได้ยังไง?”
เมื่อความคิดหยุดลงที่จุดนี้มาโกโตะก็เงยหน้าขึ้นและพบว่าพระเ้ากำลังมองเขาอยู่เขาชี้มือไปยังพนักเก้าอี้พังๆด้านข้างให้มาโกโตะมองตาม
“ลองมองเก้าอี้นั้นแล้วหลับตา”
มาโกโตะทำตามอย่างว่าง่ายเขามองไปยังซากพนักเก้าอี้ที่บุนวมค่อยๆหมุนเคว้งออกมาก่อนจะหลับตาลงปล่อยให้รอบกายมืดสนิทอีกครั้ง
“ทีนี้ลองตอบข้ามา”เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น“เ้าเห็นเก้าอี้นั่นหรือเปล่า”
“ไม่เห็น”
“ถ้าอย่างนั้นเ้าอาศัยอะไรบอกว่า เก้าอี้นั้นมีตัวตนและดำรงอยู่ในขณะนี้”
มาโกโตะไม่ตอบคำถามในทันที คำถามนี้ถ้าเป็ในโลกที่เขาจากมาคนถามคงต้องโดนเขาใส่เื่วิทยาศาสตร์ไปจนยับแล้วแน่ๆแต่ในตอนนี้เขาเข้าใจดีว่าการจะเข้าถึงความเป็จริงใหม่ๆบางครั้งก็ต้องลืมกฎและหลักเกณฑ์เดิมๆไปให้หมดสิ้น
“...ผมจะเอื้อมมือไปหามันขอแค่แตะมันได้ ผมก็ยืนยันได้ว่ามันมีอยู่”
“เป็คำตอบที่ไม่เลว”พระเ้าหัวเราะอีกครั้ง“แล้วถ้าข้าบอกว่าไม่ให้เ้าััลิ้มรส หรือฟังอะไรก็ตามล่ะ”
“...งั้นผมก็ต้องบอกว่าเก้าอี้นี้ไม่มีตัวตนอยู่”
“ถูกต้องทีนี้ลองคิดในมุมกลับและหาคำตอบดูสิ”
มุมกลับ?
มาโกโตะขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะทบทวนบทสนทนาทั้งหมดใหม่เราไม่สามารถรับรู้ถึงมัน มันถึงไม่มีตัวตนอยู่แล้วถ้าคิดกลับสมการทั้งหมดใหม่ก็จะได้ว่า เพราะเรารับรู้ มันถึงดำรงอยู่คิดมาถึงตรงนี้มาโกโตะก็เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังจะสื่อทันที
“เพราะเราเห็นทุกสิ่งจึงปรากฏ เพราะเราชิม รสชาติจึงเกิด เพราะเราได้ยิน เสียงถึงดังขึ้นเพราะเราคิดถึงท่าน ท่านถึงมีตัวตน จินตนาการของเราสร้างท่านขึ้นมา”
“ต่อสิ”
“คลื่นสมองถูกวิทยาศาสตร์บอกว่าไร้ซึ่งพลังงานแต่ความจริงแล้วมันมีเพียงแต่เป็ระดับที่น้อยมาก”มาโกโตะค่อยๆเปลี่ยนความคิดตัวเองมาเป็คำพูดอย่างระมัดระวัง“ในระดับของมนุษย์หนึ่งคนคลื่นสมองที่แรงมากๆอาจจะก่อเกิดผลกระทบได้เล็กน้อยแต่ถ้าเป็พลังจินตนาการของคนถึง8,000ล้านคนถึงเื่เดียวกันเป็เวลาต่อเนื่องกว่าสองล้านปีคงเป็ไปได้ที่จะทำให้สิ่งนั้นมีตัวตนขึ้นมา
งั้นนั่นคงเป็คำตอบว่าทำไมใบหน้าของท่านถึงเหมือนกับพระเ้าที่ผมจินตนาการเอาไว้ไม่มีผิดเพี้ยนแท้จริงแล้วพระเ้าเป็เพียงกลุ่มก้อนของพลังงานหรืออะไรบางอย่างที่สะท้อนกับจินตนาการของบุคคลที่เข้าถึงท่านได้เท่านั้น”
ถ้างั้นหากราจีฟมาที่นี่เขาคงเห็นเป็พระอัลเลาะห์หรือเขาเองถ้าไม่นับถือคริสต์ก็คงเห็นเป็เ้าแม่กวนอิมหรืออะไรทำนองนั้นแทน
คลื่นสมองทำแบบนั้นได้??
เพียงแค่คิดมาถึงตรงนี้มาโกโตะก็ถึงกับตัวสั่นเขาอยากจะเตรียมทฤษฎีและทดลองเกี่ยวกับเื่ที่เพิ่งค้นพบนี้จนเกือบจะบ้าตายอยู่แล้ว
“ข้ารู้ว่าเ้า้าอะไร”
คำพูดของพระเ้าทำเอามาโกโตะสะดุ้งเฮือกและเมื่อเขาลืมตาขึ้นก็พบว่าั์ตาสีทองนั่นจับจ้องมาที่เขาก่อนแล้ว
“เ้าอยู่ที่นี่ไม่ได้หรอกมาโกโตะ”เขาเอ่ยต่อ“เ้าก็น่าจะรู้ว่ามนุษย์ไม่สามารถใช้ชีวิตในมิติว่างเปล่านี้แบบเดียวกับก้อนพลังจิตเช่นข้าได้”
มาโกโตะนิ่งเงียบไม่ตอบคำเขาเองก็ยอมรับในข้อความจริงนี้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง มิติว่างเปล่าที่ไม่มีน้ำไม่มีอาหาร เขาไม่มีทางเข้าใกล้แก่นความจริงได้ภายในสามสี่วันก่อนตายจริงๆได้แน่
“ถ้างั้น ท่านช่วยสร้างที่อยู่หรืออาหารอะไรให้ผมหน่อยไม่ได้เหรอ”มาโกโตะต่อรอง
“ไม่”พระเ้าตอบทันควัน“อย่ามองข้าด้วยสายตาแบบนั้น คิระมาโกโตะ บุคลิกและอุปนิสัยของข้าเองก็ถูกสร้างขึ้นจากคนหมู่มากซึ่งแน่นอนว่าพระเ้านั้นย่อมไม่ยื่นมือช่วยเหลือใครเพียงคนเดียวอย่างพร่ำเพรื่อเกินไป”
มาโกโตะถึงกับไหล่ห่อเมื่อได้ยินสิ่งที่พระเ้าพูดแบบนี้ก็หมายความว่าเขาจะต้องอยู่ในนี้แล้วตายจากความหิวโหยเช่นนั้นหรือ? ความตายก่อนหน้าที่เขาพุ่งเข้าใส่นั้นมีความทรมาณด้านร่างกายเพียง่สั้นๆราว10วินาทีสุดท้ายเท่านั้น ถ้าเทียบกับเื่ที่ต้องอดโซจนกว่าจะตายมันคงทรมาณเขาทั้งร่างกายและจิตใจยาวนานเกือบสัปดาห์แน่นอน
“...ผมจะต้องตายในนี้งั้นเหรอ”
“ใช่ เ้าจะต้องตายนอกเสียจากว่าเ้าจะไปเกิดใหม่”
ห๊ะ?
เกิดใหม่?
ไอ้คำพูดที่สุดจะแฟนตาซีนี่มันอะไรกัน
“งั้น...ถ้าผมไปเกิดใหม่แล้วความทรงจำของผมล่ะ?”
“แน่นอนว่าข้าสามารถคงไว้ได้”
“เยี่ยม!”มาโกโตะถึงกับหลุดอุทานออกมา“ถ้ามีความรู้เื่นี้ล่ะก็พอผมโตไปผมก็จะพัฒนาทุกอย่างได้แบบนี้ต่อให้อุกบาตมาชนอีกรอบหรือเกิดอะไรขึ้นเราก็รับมือได้แน่นอน...”
มาโกโตะที่กำลังดีใจค่อยๆลดเสียงลงเมื่อเห็นสีหน้าของพระเ้ารอยยิ้มได้หายไปจากใบหน้านั้นจนหมดสิ้นแล้ว
“ไม่มีโลกเดิมให้เ้ากลับไปแล้ว”เขาพูดช้าๆ“การพุ่งเข้าชนของเ้าไม่ส่งให้เกิดการหมุนที่มากพออุกกาบาตเฉียดไปยังดาวอังคารคลื่นแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นทำให้เตาปฎิกรณ์ปะทุและเกิดการะเิลูกโซ่บนนั้นส่วนตัวอุกกาบาตก็ยังคงพุ่งไปต่อ การส่งข่าวที่ล่าช้าเนื่องจากคลื่นถูกรบกวนจากความโน้มถ่วงทำให้ไม่สามารถสร้างลมสุริยะได้ทันและโลกก็ถูกชนเข้าเต็มๆ ชีวิตกว่า8,000ล้านดับสูญสิ่งมีชีวิตอื่นตายไปเกือบหมด พวกโปรคาริโอตกับยูคาริโอตที่พวกเ้าเรียกยังคงอยู่แต่ดาวดวงนั้นไม่เหมาะกับการกำเนิดสิ่งมีชีวิตอีกต่อไปแล้ว"
มาโกโตะฟังคำของพระเ้าอย่างเงียบงันความเป็จริงที่เขาพูดนั้นช่างโหดร้ายและปราณีสมกับเป็พระเ้าผู้อยู่เหนือทุกสิ่งนั่นสินะ ทั้งเทอร์เนอร์ และราจีฟ รวมไปถึงครอบครัวของเขาและมนุษย์ทุกคน
ทั้งหมดกลับไปสู่อะตอมและโมเลกุลกันอีกครั้ง
“...งั้น เกิดใหม่ที่ท่านว่าคือดางเคราะห์ดวงอื่นงั้นเหรอ...”
“ใช่”เขาตอบ“แต่การส่งเ้าไปยังดาวอื่นก็มีเงื่อนไขเต็มไปหมดทั้งความเหมาะสมของสภาวะแวดล้อมเพื่อไม่ให้เ้าต้องปรับตัวมากนัก อย่างเช่นนี่”
เขาโบกมือไปยังความว่างเปล่าด้านข้างพริบตานั้นรอยฉีกก็เกิดขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่าและขยายออกในรูนั้นคือดาวเคราะห์ดวงสีน้ำเงินเทาดูเหมือนพระเ้าจะเปิดรูหนอนขึ้นมาเชื่อมตอ่ไปยังบริเวณใกล้เคียงกับดาวดวงนี้
“ดาวดวงนี้เต็มไปด้วยน้ำเกือบทั้งหมดอยู่ใกล้กับดาวฤกษ์ถึงสองดวงทำให้ชั้นบรรยากาศมีแต่ไอน้ำสิ่งมีชีวิตชั้นสูงในนั้นก็มีพระเ้าเป็ของตัวเองร่างกายเต็มไปด้วยเกล็ดและเมือกลื่น อาหารก็กินแบบดิบๆเอาเป็ส่วนใหญ่เ้าว่าจะอยู่ได้รึเปล่าล่ะ”
“ถ้ามีตัวเลือกที่ดีกว่านี้ผมขอผ่าน”มาโกโตะตอบทันควัน
“เ้าก็น่าจะเข้าใจแล้วว่ามันยากอีกอย่างการเกิดใหม่ของเ้า ถ้าจะให้ข้าคงความทรงจำไว้ข้าต้องส่งสมองของเ้าไปผสมกับสมองของสิ่งมีชีวิตบนดาวนั้นซึ่งถ้ามันเป็สิ่งมีชีวิตที่เข้ากันกับมนุษย์ไม่ได้เ้าก็คงจะเอ๋อไม่ก็สมองตายไปเลย”
ไหงการเกิดใหม่มันฟังดูน่ากลัวแบบนี้ล่ะฟะ
“ด้วยความหลากหลายของเอกภพแน่นอนว่าสิ่งมีชีวิตที่ใกล้เคียงกับมนุษย์น่ะมี แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดเ้าน่าจะรู้ว่าธรรมชาติไม่สามารถสร้างสิ่งที่เหมือนกันโดยสิ้นเชิงขึ้นมาได้เองเพราะฉะนั้นแล้ว ทางเลือกเ้าก็เหลือข้อเดียว
นั่นคืุ์”
“อ...เอ๋??..”มาโกโตะอ้าปากค้าง“ไหนว่าโลกแตกไปแล้วไงครับ”
พระเ้ายิ้มโดยไม่ตอบมาโกโตะในทันที“เอาล่ะ ลองคิดดูสิดาวดวงไหนที่จะมีมนุษย์ได้อีก?”
มีมนุษย์?
จากคำพูดเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ท่านต้องรู้แน่ๆว่าขีดความรู้ของมนุษย์หรือความรู้ของเราไปได้ไกลแค่ไหนจนปัจจุบันแน่นอนว่าเรายังไม่เจอดาวเคราะห์ที่มีสิ่งมีชีวิตชั้นสูงอยู่อย่าว่าแต่มนุษย์เลย
แล้วทำไมถึงให้เราคิด
คำตอบมีข้อเดียวคือภูมิปัญญาของเราในส่วนที่เหนือกว่ามนุษย์ทั้งหมดนั่นก็คือส่วนที่เพิ่งได้คุยกับท่านไป
การกำเนิดของพระเ้าจากจินตนาการของมนุษย์
จินตนาการ…
“...ดาวที่สร้างขึ้นจากจินตนาการของมนุษย์งั้นเหรอครับ?”
“ถูกต้อง”พระเ้ายิ้มกว้าง“โลกที่ถูกสร้างขึ้นจากจินตนาการของพวกเ้ามันดำรงอยู่และเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆจนน่าใทีเดียวที่นั่นก็คงไม่ต่างจากโลกแฟนตาซีที่เ้าคุ้นเคยเท่าไหร่นัก มีทั้งมนุษย์ เอล์ฟั และอะไรอีกหลายๆ…”
พระเ้าหยุดและเปิดรูหนอนขึ้นมาอีกครั้งซึ่งคราวนี้สิ่งที่มันเผยให้เห็นคือดาวเคราะห์ที่เหมือนกับโลกอย่างมากพื้นน้ำทะเลกว่า1ใน3สีครามเข้มพื้นดินสีเขียวน้ำตาลและกลุ่มเมฆสีขาวที่วนเวียนอยู่ในชั้นบรรยากาศ
“สุดยอดเลย...”มาโกโตะถึงกับคราง“มันอยู่ตรงไหนของเอกภพเหรอครับ”
“ในมิติแยกน่ะ”พระเ้าตอบ“แต่แน่นอนว่า ข้าไม่ส่งเ้าไปแบบฟรีๆหรอกนะ”
มาแล้วไง ประสงค์ของพระผู้เป็เ้า
“อย่างที่บอกไปว่าโลกใบนี้เกิดจากจินตนาการอันแสนหวานของพวกเ้ามีทั้งเวทย์มนต์คาถา เผ่าแปลกๆ อาหารสุดอร่อย พื้นที่ที่สวยงามจนน่าตกตะลึงแต่มันก็ยังไม่ใช่ดาวที่น่าอยู่นักหรอก”
“ไม่ใช่ดาวที่น่าอยู่งั้นเหรอ?”
“เหรียญย่อมมีสองด้าน”พระเ้าตอบ“ในขณะที่ทุกอย่างถูกสร้างขึ้นมาอย่างสวยงามแต่จินตนาการอีกส่วนก็ทำให้โลกนี้ไม่น่าอยู่ความคิดสกปรกของมนุษย์ก่อให้เกิดชนเผ่าที่เลวร้ายขึ้น เรียกว่าปิศาจก็คงได้แหละนะ”
ปิศาจ?
“จินตนาการที่เพิ่มขึ้นในทุกๆวันทำให้ทั้งฝั่งดีและฝั่งชั่วเติบโตไปพร้อมกันแต่แน่นอนว่าฝั่งชั่วย่อมโตง่ายกว่าตามธรรมชาติของมนุษย์ที่จะคิดเื่ไม่ดีบ่อยกว่าเื่ดีอยู่แล้วและตอนนี้เมื่อโลกแตกไป การเติบโตจากจินตนาการจึงหยุดลงและโลกใบนี้ก็จะเดินต่อไปตามทิศทางของมัน ซึ่งถ้าเป็แบบนั้นฝั่งดีก็จะถูกกวาดล้างและถ้าไม่มีฝั่งดีมาศรัทธาข้าเองก็คงจะหายไปในไม่ช้าเช่นกัน”
อย่าบอกนะว่า…
“นี่คือหน้าที่ของเ้าคิระ มาโกโตะ ข้าจะส่งเ้าไปเกิดใหม่ที่โลกใบนั้นพร้อมกับความทรงจำทั้งหมดโดยหน้าที่ของเ้าคือจัดการกับปิศาจทั้งหมด และนำพาความสงบมาสู่โลกใบนี้”
ตูว่าแล้วไง
“แล้วผมต้องทำยังไงบ้าง”มาโกโตะพูดขึ้นหลังจากปรับอารมณ์ให้สงบลงได้
“ข้าจะส่งสมองเ้าเข้าไปแฝงในร่างของเด็กคนหนึ่งทีละส่วน”พระเ้าเริ่มอธิบาย“ระหว่างนั้นข้าจะผนึกทุกอย่างของเ้าไว้จนกระทั่งร่างกายของเด็กคนนั้นเติบโตครบ10ปีผนึกจะคลายอัตโนมัติสมองเ้าจะทำงานเป็หลักโดยดึงมาแค่ความทรงจำของเด็กคนนั้นเท่านั้น”
“ต้อง10ปีเลยเหรอครับ เร็วกว่านั้นไม่ได้เหรอ”
“ที่ทำแบบนี้เพราะข้าไม่อยากให้เ้าเสียผลประโยชน์เ้าก็น่าจะรู้ว่า่ก่อนอายุ10ปีคือ่ที่สมองกำลังพัฒนาซึ่งในโลกนั้นมันถือเป็ตัวแปรสำคัญมากทีเดียว แต่ถ้าเ้ารีบก็ไม่เป็ไร”
“งั้น ่อายุก่อน10ปีมีการเรียนอะไรที่สำคัญรึเปล่าครับ เื่เวทย์มนต์หรืออะไรพวกนั้น”
“ไม่ ความรู้ก่อน10ขวบน่ะจะเป็พวกความรู้ด้านภาษา ชีวิต คณิตศาสตร์อะไรพวกนั้นเพราะเด็กจะใช้เวทย์ได้เมื่ออายุ10ขวบแต่ในบางกรณีก็จะมีเด็กอัจฉริยะที่ใช้เวทย์มนต์ได้ก่อนหน้านั้นเหมือนกัน”
“งั้นก็เอาตามนั้นเลยครับ”
“โอเค”พระเ้าพยักหน้าก่อนจะโบกมือเบาๆ“ข้าจะผนึกร่างเ้าล่ะนะหลังจากนี้เ้าจะตื่นขึ้นมาอีกทีในร่างของเด็ก10ขวบเ้าสนใจเด็กแบบไหนเป็พิเศษรึเปล่า”
“เป็พิเศษเหรอครับ?”มาโกโตะกุมคางก่อนจะส่ายหน้า“ไม่มีหรอกครับแต่ขอเป็ผู้ชายก็แล้วกัน”
เป็ผู้หญิงขึ้นมาได้ไปผจญกับนรกประจำเดือนน่ะสิไม่มีทางหรอก
“เอาล่ะถ้างั้นเ้าพร้อมนะ คิระ มาโกโตะ”
“ครับ”
มาโกโตะรับคำสั้นๆก่อนจะหลับตาลงแสงสีขาวที่หลังเปลือกตาค่อยๆหายไปกลายเป็เพียงความมืดมิดและไม่กี่วินาทีผ่านไปเขาก็เริ่มเห็นแสงสว่างรางๆราวกับมันกำลังพุ่งเข้ามาจากที่ๆห่างไกล
ชีวิตใหม่ของเขากำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!
ในที่สุดแสงนั้นก็ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดก่อนจะค่อยๆซาลงมาโกโตะกระพริบตาถี่ก่อนจะรับรู้ถึงััของสายลมรอบกายกลิ่นหอมอ่อนๆของใบหญ้าที่โชยมา และเสียงรอบข้างที่ดังขึ้นเรื่อยๆ
“มาร์โก้!”
เสียงกรีดร้องของเด็กสาวทำเอามาโกโตะสะดุ้งเฮือกเขากระพริบตาถี่ๆก่อนจะลืมตาขึ้นมาและเขาทันได้เห็นแสงสว่างเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่เท้าข้างหนึ่งจะบดบังแสงนั้นไปจนหมดสิ้นและกระแทกเข้าสู่ใบหน้าของเขาอย่างจัง
ดูเหมือนชีวิตใหม่ในต่างโลกของเขาจะไม่สบายั้แ่ต้นเลยทีเดียว