“แผนกนี้มีกันอยู่กี่คนครับ?”
โทมัส เอ่ยถามเ้าของบริษัทคนปัจจุบัน ขณะที่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของ กุสุมา ซึ่งตาก็ยังคงมองมายังที่คนที่นั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะอย่างไม่วางตา จนหญิงสาวต้องรีบเสมองดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่มือเรียวเล็กนี้สิกำลังเย็นเฉียบ จะหยิบจะจับหรือพิมพ์ข้อความก็ทำไม่ถูกเอาเสียเลย
‘อีตาบ้าคนนั้นจริงๆ ด้วย ทำไมโลกมันช่างกลม และโหดร้ายอย่างนี้เนี้ย จะเล่นตลกอะไรกับเราอะไรกันนักกันหนานะ’ กุสุมา เผลอขมวดคิ้วไปพลาง พร้อมกับคิดบริภาษโชคชะตาไปพลาง “แผนกนี้มีพนักงานด้วยกัน 6 คนครับ
“แผนกนี้ท่าทางจะทำงานเครียดกันจังเลยนะครับ พนักงานขมวดคิ้วคิดงานกันน่าดูเลย ใช่ไหมล่ะครับคุณ?” โทมัส กล่าวถามคนที่นั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ สายตายังคงมองมายังคนที่นั่งทำงานอยู่ตรงหน้าอย่างไม่วางตาเช่นเคย
“เอ่อ! ก็.. ก็นิดหน่อยค่ะ” กุสุมา เหลือบมองดูคนถามนิดหนึ่ง ก่อนจะหลบสายตาคมกล้าท้าทายนั้น เพราะเห็นแววตาที่ขบขัน และหยอกเย้าอยู่ในที
“แล้วคุณทำงานในตำแหน่งอะไรในแผนกนี้หรือครับ?” โทมัส เอ่ยถามหญิงสาวขึ้นมาอีกรอบ “เอ่อ! ดิฉันเป็เ้าหน้าที่ประสานงานทั่วไปค่ะ” กุสุมา กลั้นใจตอบ พยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้
‘ทำไมจะต้องมาถามเราด้วยนะ หรือคิดจะแกล้งกันแน่เนี้ย’ กุสุมา คิดถามตัวเองอยู่ในใจ
“แล้วที่ว่าประสานงานนี่ ทำอะไรบ้างล่ะ?” โทมัส เอ่ยถามขึ้นอีกอย่างไม่ยอมลดละ กุสุมา เงยหน้าขึ้นมามองหน้าชายหนุ่มผู้ถามโดยพลัน
‘จะเล่นอย่างนี้ใช่มั้ย ได้’ กุสุมา คิดฉุนเฉียวอยู่ในใจ
“ก็ติดต่อประสานงานทั้งภายในองค์กรและภายนอกองค์ค่ะ ภายในองค์กรก็จะติดต่อประสานงานกับทั้งแผนกบัญชีการเงิน แผนกรับเข้า ฝ่ายบุคคล และส่วนภายนอกองค์ก็จะเป็บริษัทที่เป็ผู้ร่วมค้า และร่วมทำงานกันกับบริษัทของเรา และอีกทั้งยังติดต่อกับทางราชการด้วยค่ะ” กุสุมา กล่าวอธิบายให้ว่าที่เ้าของบริษัทคนใหม่ได้รับฟัง โดยไม่ยอมหลบสายตากันเลยทีเดียวตอนนี้
“โอเค! ดีครับละเอียด รู้งานดี จะได้ไม่ต้องสอนอะไรกันมากมาย” โทมัส กล่าวขึ้นด้วยคำพูดที่มีเลศนัย
“ถ้ายังไงเชิญดูแผนกต่อไปเลยแล้วกันนะครับ” เ้าของบริษัทคนปัจจุบันเอ่ยเชื้อเชิญให้ โทมัส เดินตามไปยังแผนกที่จะแนะนำต่อไป ซึ่งชายหนุ่มก็พยักหน้าตอบรับ แล้วทั้งกลุ่มก็เดินออกไปจากโต๊ะทำงานของ กุสุมา
“เฮ้ยย!..” กุสุมา ถอนหายใจออกมาดังๆ พร้อมกับเอนหลังพิงลงไปที่พนักเก้าอี้ที่ตนนั่งอยู่อย่างแรง
“อะไรกัน เขาถามแค่นี้ถึงขนาดต้องถอนหายใจออกมาแรงๆ เลยเหรอ?” พรวลัย เอ่ยแซวเพื่อนร่วมงานที่เจอแจ็คพ็อตถูกถามแบบรัวๆ จากว่าที่เ้าของบริษัทคนใหม่เข้าให้อย่างจัง
“แหม! เป็ฉันหน่อยไม่ได้นะ ฉันยินดีที่จะตอบคำถามเขาทุกคำเลยและ ทั้งเื่งานและเื่ส่วนตัว แม่จะเปิดให้หมดเปลือกเลยทีเดียว หล่อล่ำซะอย่างนั้นอ่ะ” พรวลัย กล่าวบอกเพื่อนพร้อมกับทำตาเพ้อฝัน
“แต่ดันไม่ยอมมาถามฉันซะนี้ แย่จุง” แล้วก็กลับมาทำหน้าผิดหวัง
“เพ้อไปไกลแล้วเธอ ทำงานๆ งานคือเงิน เงินคืองาน ทำงานไป อย่าเพ้อเจ้อ”
กุสุมา กล่าวเย้าแหย่เพื่อนร่วมงานยิ้มๆ ก่อนจะหันกลับมายังหน้าจอคอมพิวเตอร์ของตัวเอง มองมันอยู่นิ่งๆ และพลางคิดว่า ถ้าเขามาเป็เ้าของบริษัทคนใหม่ แล้วเธอจะทำยังไงดีล่ะเนี้ย จะลาออกจากที่นี่หรือ ลาออกน่ะง่ายอยู่หรอก แต่หางานใหม่นี้น่ะสิมันยากมาก งานใหม่ใช่จะหากันได้ง่ายๆ เสียเมื่อไรกัน ถ้าเขาไม่มาวุ่นวายก็คงจะอยู่ทำงานที่นี่ต่อไปได้อย่างไม่มีปัญหา ซึ่งเขาคงไม่มาวุ่นวายหรอก เขาเป็ถึงระดับเ้าของบริษัท
“คิดอะไรมากเนี้ย ไม่คิด ไม่คิด” กุสุมา สะบัดหน้าสวยๆ ไปมาขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านให้ออกไปจากสมอง กล่าวพึมพำออกมาเบาๆ ก่อนจะพยายามสะกดจิตใจ ให้จดจ่ออยู่กับงานที่ทำตรงหน้า
๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐