การลงมือของไครเซอสร้างความเคารพและยำเกรงให้กับอาชญากรทั้งหมดที่ถูกคุมขัง แถมเวลานี้ยังเป็่ของเที่ยงวันที่นักโทษทั้งหมดมารวมตัวกันในโรงอาหาร มันก็ยิ่งทำให้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้กำลังเดือดระอุถึงขีดสุด
"เห้ย พวกผู้คุมมาวะ"
ฝูงชนสังเกตเห็นถึงกลุ่มคนในชุดเกราะสีดำ แต่ละคนเริ่มที่จะเงียบลงพร้อมกับแหวกทางเป็ช่องว่างให้กับพวกเขาได้เดินผ่าน ชายร่างใหญ่ที่เดินนำเข้ามาเริ่มกระชับปืนยาวในมือแน่น ดวงตามองไปยังไครเซอและร่างกายที่หมดสภาพนั่น
"พาอาชญากรหมายเลข25ไปรักษาตัวซะ เดียวถ้าเกิดมันตายขึ้นมาหัวหน้าผู้คุมเรย์จะเล่นงานพวกเราเอา โทษฐานที่ดูแลพวกมันไม่ดี"
ผู้คุมการ์เดี้ยนหลายสิบก็ก้าวเดินเข้ามาเพื่อที่จะระงับเหตุ แต่ละคนใบหน้าจริงจังเป็อย่างมาก พวกเขาเห็นถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่ได้เกิดขึ้นแล้ว ภาพที่พวกมันเห็นถือเป็เื่ที่เกิดขึ้นในปกติอย่างเช่นทุกๆวัน ที่โรงอาหารแห่งนี้ในแต่ละวันจะมีเื่ทะเลาะวิวาทกันอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งกฎเกณฑ์ของคุกสภาเมืองก็ไม่มีอะไรมาก ตราบใดที่ไม่หลบหนีหรือลงมือถึงตาย อาชญากรทั้งหมดที่อยู่ภายในคุกคุมขังแห่งนี้จะทำอะไรก็ได้ ถึงมันจะเป็กฎที่ดูป่าเถื่อนและล้าสมัยสำหรับคนในยุคจักรวาล แต่กฎนี้ก็เหมาะสมกับอาชญากรที่ชั่วร้ายทั้งหลายแล้ว ให้พวกมันปกครองกันเอง ตราบใดที่ไม่มีความคิดที่จะหลบหนี การ์เดี้ยนก็จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวเื่ราวภายในของพวกมัน
แต่ในวันนี้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมันชั่งเป็อะไรที่น่าเหลือเชื่อ เ้าหนุ่มไครเซอผู้นั่นที่ถูกรังแกในทุกๆวันตลอดนับปี กลับกลายเป็ผู้ที่มีพลังยิ่งกว่านักสู้แห่งดวงดาวระดับที่1 เ้าลูกพี่ใหญ่อังเดรนั่นมีใครบ้างที่จะไม่รู้ถึงประวัติความเป็มาของมัน ก่อนที่มันจะถูกตัดสินและจับคุกนั่น ที่โลกภายนอกมันเคยเป็ถึงผู้ที่ได้รับเลือกจากสมาพันธ์แห่งดวงดาว กล้ามเนื้อผิวดำที่มันวาวของมันนั่นแข็งแกร่งและผิดแปลกไปจากมนุษย์คนอื่นๆ จึงทำให้พลังต่อสู้ของมันมากมายผู้ที่มีระดับเดียวกันอยู่ถึง20-30% แต่เ้าอังเดรนั่นกลับถูกเ้าไครเซอเตะบริเวณลำคอจนแตกหัก เป็สิ่งที่สร้างความะเืใจให้กับพวกมันทั้งหมดยิ่งนัก
"หมดเวลาสำหรับนักโทษทุกคนแล้ว ได้โปรดกลับสู่ห้องขังของตนเองอย่างเช่นเดิม"
ระหว่างนั่นเสียงสัญญานเตือนของการพักผ่อนก็ได้หมดลง มันคือสัญญานที่บ่งบอกว่าอาชญากรทั้งหมดจะต้องกลับเข้าที่คุมขัง บางคนถึงกับเซงอยู่หน่อยๆที่ไม่ได้ประจบประแจงลูกพี่คนใหม่ แต่บางคนก็บอกว่าไม่เป็ไร ไว้ให้ถึงเที่ยงวันของพรุ่งนี้ พวกเขาก็จะได้พบเจอกับไครเซอแล้ว เวลานั่นมันคือเวลาที่ทุกคนจะต้องเอาอกเอาใจลูกพี่ใหญ่คนใหม่ ถ้าเกิดใครได้ใกล้ชิดและได้รับการยอมรับละก็ พวกมันก็อาจจะมีชีวิตที่สุขสบายตลอดจนอยู่ภายในคุกสภาเมืองแห่งนี้เลยก็ว่าได้
ไครเซอเมื่อเห็นว่าหมดเวลาเล่นแล้วก็ยักไหล่ขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ เขาเดินเข้าสู่เส้นทางเล็กๆที่ทอดยาวไปยังห้องขังหมายเลขอื่นๆ หลังจากที่ห้องขังหมายเลข10เกิดการที่น่าสะพรึงนั่น สถานการณ์ในตอนนี้ก็ยังเป็ปริศนาและเื่ลี้ลับ คุกสภาเมืองตัดสินใจที่จะปิดห้องขังนั่นไว้แน่นพร้อมกับเข้าตรวจสอบกันอย่างต่อเนื่อง ว่ากันว่าหลังจากนี้จะมีบุคคลระดับสูงของสมาพันธ์การ์เดี้ยนสาขาหลักถูกส่งเข้ามาตรวจสอบด้วยตนเองเลยทีเดียว เขาผู้นั่นเป็ผู้มีพลังริปเปอร์ที่แข็งแกร่งและมีชื่อเสียงเลื่องลื่อในจักรวาลแห่งนี้อยู่ไม่น้อย
ส่วนที่เขากำลังจะไปนั่นคือห้องขังเดี่ยวที่ถูกสร้างขึ้นโดยเฉพาะ หลังจากที่ชายหนุ่มฟื้นคืนและรักษาตัวปลอมๆเสร็จสิ้น เขาก็ได้ไปขอร้องกับหัวหน้าผู้คุมเรย์ให้เขานั่นได้อยู่ตัวคนเดียว ซึ่งชายวัยกลางคนก็ยอมรับคำขอนั่น ถ้าเป็เช่นนั่นมันก็ไม่แปลกใจเลยซักนิดเดียว สัตว์ประหลาดลึกลับได้เข้ามากวาดล้างอาชญากรทั้งหมดที่อยู่ในห้องขังแถมไครเซอก็เป็ผู้ที่รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียว ผู้คุมเรย์ก็คงจะคิดว่าไครเซอคงจะใจหายและยังหวาดกลัวต่อเหตุการณ์นั่นอย่างแน่นอน
เวลาผ่านไปภายในห้องขังที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ไครเซอนั่งลงบนเตียงนอนที่นุ่มนิ่มพร้อมกับใบหน้าที่ดูจะชอบใจอยู่นิดๆ มีทั้งจอภาพสามมิติที่สาดส่องขึ้นมาจากเครื่องเล่น ภายในนั่นมีทั้งหนังหรือ่ข่าวสารต่างๆของจักรวาล มีทั้งวิดีโอเกมล้ำยุคที่เอาไว้เล่นแก้เบื่อ ถือเป็สิ่งที่ชายหนุ่มในยุคนี้นั่นชอบที่จะใช้งานมัน ยังมีฟังช์ชั่นที่สามารถสื่อสารออกไปยังโลกภายนอกได้อีกด้วยแถมภายในห้องขังแห่งนี้ยังมีห้องอาบน้ำอย่างดีที่สุดอีก
"เหอะๆ ห้องขังนี้มันถ้าไม่ติดที่ว่ามีลูกกรงล้อมกรอบอยู่ก็คิดว่าอยู่ในห้องโรงแรมหรูเลยนะเนี่ย แต่ว่า......?"
เมื่อชายหนุ่มสำรวจสิ่งต่างๆรอบๆดูแล้วก็ต้องพบเจอกับกล้องจับความร้อนและภาพการเคลื่อนไหวถูกซ่อนเอาไว้อยู่ มันคือกล้องวงจรปิดขนาดเล็กเท่ากับเม็ดถั่วที่มีเทคโนโลยีไฮเทคและล้ำสมัย คุณสมบัติของมันคือส่งภาพที่อยู่ภายในห้องขังนี้ออกไปยังภาพมอนิเตอร์ที่อยู่อีกฟากนึง แถมยังมีลูกเล่นที่ซ่อนเอาไว้อยู่ไม่น้อย เมื่อมีสิ่งผิดปกติก้าวผ่านเซนเซอร์ล่องหนที่กล่องได้ส่งออกมา สัญญานเตือนจะดังขึ้นไปทั่วทั้งคุกสภาเมืองแล้วหลังจากนั่นผู้คุมการ์เดี้ยนทั้งหมดก็จะแห่มารุมยิงกระหน่ำผู้ที่คิดจะหลบหนีจนตายกันเลยทีเดียว
< ดูเหมือนหัวหน้าผู้คุมเรย์จะยังสงสัยในตัวของโฮสต์อยู่ไม่น้อย ถึงจะไม่มีหลักฐานแต่โฮสต์ก็ยังเป็ผู้ต้องสงสัยอันดับที่1อยู่ดี ไม่แปลกใจเลยเพราะว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมานั่น มีโฮสต์เพียงคนเดียวที่รอดชีวิต ถึงเครื่องจำลองประมวลผลจะไม่จับภาพได้ก็ตาม แต่การมีชีวิตรอดจากทั้งหมดที่ถูกฆ่าไปก็สร้างสถานการณ์ที่ผิดปกติขึ้นมาอยู่ดี >
ระบบเอ่ยแทรกแซงออกมาพร้อมกับสำรวจสิ่งต่างๆเช่นเดียวกัน มันเห็นถึงเส้นแสงเลเซอร์ที่ทับซ้อนกันไปทั่วทั้งห้องขังนี้ ถึงจะตาคนปกติจะมองไม่เห็นก็ตาม
"แต่ก็ไม่น่าเป็ปัญหาสำหรับระบบใช่หรือไม่..!!"
ไครเซอเอ่ยถามขึ้นมาในใจทันที การสื่อสารของพวกเขานั่นไม่จับเป็จะต้องพูดมันออกมาที่ภายนอก พวกเขาทั้งสองเชื่อมต่อและผสานกันจนกลายเป็หนึ่งเดียวเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
< แน่นอน ไม่มีอะไรที่ระบบแทรกแซงไม่ได้ ไว้ถึงวันที่โฮสต์จะลงมือ วันนั่นระบบจะแสดงพลังของเทคโนโลยีที่อยู่จุดสูงสุดให้เห็นเอง กับอีแค่กล้องตรวจจับไม่มีอะไรอยู่แล้ว >
สำหรับมันแล้วไม่ใช่ปัญหาเลยซักนิดที่จะเข้าแทรกแซงเทคโนโลยีพวกนี้ ถึงจะเป็กล้องที่ตรวจจับความร้อนหรือภาพเคลื่อนไหวได้ มันก็เพียงแค่แทรกแซงพลังของตนเองเข้าไปและควบคุมซะก็สิ้นเื่ ตราบใดที่สิ่งนั่นยังเป็เทคโนโลยีละก็นะ
คำตอบของระบบย่อมทำให้ไครเซอนั่นต้องพยักหน้ารับอย่างพอใจ การหลบหนีอาจจะยังไม่ใช่วันสองวัน เพราะมันต้องทำบางสิ่งเพื่อก่อน ชายหนุ่มรู้ดีว่าถ้าจะหลบหนีในสภาพนี้ ตัวของมันคงจะถูกยิงตายหรือไม่ก็ถูกจับได้อย่างแน่นอน เพื่อการนั่นแล้วมันจะต้องมีพลังที่มากมายขึ้นไปกว่านี้