ณ ดาวแฝดที่ตั้งอยู่ภายในห้วงแกแลคชี่แห่งหนึ่งในจักรภพ ประชากรของทั้งสองดวงดาว กำลังถูกสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังที่มาจากที่ไหนไม่ทราบได้เข้ารุกราน ผู้นำทั้งสองไม่อาจรับมือได้จึงได้ร้องขอความช่วยเหลือจากผู้พิทักษ์จากวิหารนักบุญปีกแห่งแสงกองกำลังระดับผู้พิทักษ์ กองกำลังในเสื้อโค๊ทสีขาวคลุมทับชุดหนังสีดำบนแผ่นหลังบนเสื้อโค๊ทมีตรารูปปีกสีเงินเข้าต่อกรบรรดาสิ่งมีชีวิตที่ไม่ทราบมาจากไหนนับพัน
"บ้า!!เอ๊ยไอ้พวกนี้มันตัวอะไรกันยิ่งฆ่าพวกมันยิ่งแยกตัวออกมาเพิ่มมากขึ้น"
ชายคนหนึ่งที่ยืนหันหลังชนกับหญิงสาวผู้หนึ่งเอ่ยออกมาอย่างหัวเสียหนึ่งในสนามรบขนาดเล็กที่ทั้งสองรับผิดชอบอยู่ เพราะเขานั้นจัดการฟาดฟันพวกมันไปหลายตัวแต่กลับทำให้พวกมันแบ่งร่างเพิ่มขึ้นมาจากที่ทั้งสองรับมือพวกมันเพียงสิบแต่ตอนนี้พวกมันกลับมีเพิ่มขึ้นนับสามสิบตัว
"แบบนี้คงต้องจัดการพวกมันแบบไม่ให้เหลือแม้แต่เศษซากแล้วละ"
หญิงสาวที่อยู่ด้วยกันกับเขาเอ่ยขึ้นมา
"งั้นก็ลงมือกันเลยเถอะ"
ชายหนุ่มไม่รอช้าทะยานร่างขึ้นฟ้า หญิงสาวเองก็ตามขึ้นไปอย่างพร้อมเพียง
"หลอมรวมผสานวิถีทำลายปีก์เทวาพิโรธ"
ชายหนุ่มและหญิงสาวที่ลอยตัวอยู่เหนือเหล่าพวกสิ่งมีชีวิตปริศนาประสานมือทั้งสองเข้าด้วยกันพร้อมกล่าวออกมาอย่างพร้อมเพียง ทันทีที่ทั้งสองผลักฝ่ามือลงมาเบื้องล่าง วิหคไฟและหงน้ำแข็งขนาดใหญ่ก็ร่ำร้องออกมาพุ่งม้วนประสานตัวลงมาเบื้องล่างจู่โจมไปที่สิ่งมีชีวิตปริศนานับสามสิบร่าง ความร้อนแรงและเย็นเหยียบที่สุดขั้วผสานเข้าเป็หนึ่งแรงะเิทำลายกวาดล้างทุกสิ่งเบื้องล่างจนหายวับไปเป็วงกว้างภายในพริบตา สภาพพื้นที่ที่เคยสูงต่ำเต็มไปด้วยพืชพันธุ์ หายวับไปกลายเป็เพียงพื้นที่โล่งๆและเรียบเสมอกันไปหมดในระยะรัศมีสามกิโล
"หึ!!ดูสิพวกมันจะยังฟื้นมาอีกใหมแบบนี้"
ชายหนุ่มมองไปยังเบื้องล่างเอ่ยออกมาอย่างสะใจ
"รีบไปช่วยหน่วยอื่นๆเถอะแถมดาวอีกดวงมีตัวแม่มันอยู่ด้วยไม่รู้พวกหัวหน้าหน่วยจะเป็ยังไงกันมั้งในตอนนี้"
หญิงสาวไม่อยากรั้งอยู่นานเพราะสิ่งมีชีวิตประหลาดมากมายนั้นมันเยอะเกินกองกำลังของพวกตนนับเท่าตัวแถมยังมีความสามารถในการแบ่งร่าง หญิงสาวทะยานตัวออกไปก่อนอย่างรวดเร็วเพราะเธอเป็ห่วงน้องสาวของเธอที่อยู่อีกสนามรบหนึ่ง ที่นั้นผู้พิทักษ์ปีกแห่งแสงร่วมตัวกันรับมือเ้าตัวใหญ่ขนาดพอๆกับูเาถึงห้าตัว ทันทีที่เธอมาถึงก็เห็นว่าคนของปีกแห่งแสงกำลังเสียท่าเพราะครึ่งหนึ่งโดนกลุ่มของเหลวสีดำห่อหุ้มตัวเอาไว้จนขยับเขยื้อนตัวไม่ได้และหนึ่งในนั้นก็เป็หญิงสาวน่าตาน่ารักตัวเล็กกำลังดิ้นรนภายในของเหลวสีดำ เมื่อเธอเห็นเช่นนั้นก็ไม่รอช้าพุ่งตัวเป็เส้นแสงสีเขียวตรงเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว เธอใช้คันธนูที่มีใบมีดแสงฟันไปยังกลุ่มก้อนของเหลวแต่สิ่งที่เธอหวังเอาไว้กับไม่เกิดขึ้น เพราะใบมีดแสงไม่อาจฟันมันเข้ามันยุบไปเพียงเล็กน้อยก็กลับสู่สภาพเดิม
"อันนา!!!รอเดี๋ยวนะพี่จะช่วยเธอออกมาให้ได้"
หญิงสาวร่ำร้องอย่างร้อนรนพร้อมกับฟันไปยังกลุ่มก้อนของเหลวไม่หยุดมือ เด็กสาวที่อยู่ภายในกลุ่มก้อนพยักหน้าและพยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะให้หลุดออกมาจากสิ่งที่กำลังพันธนาการเธอเอาไว้ ชายหนุ่มตามมาถึงก็ตามมาสมทบกับเธอ
"แอนนาเ้าของเหลวพวกนี้ถ้าไม่จัดการเ้าตัวพวกนั้นเห็นทีจะทำลายไม่ได้"
ชายหนุ่มมองไปยังเ้าูเาทั้งห้าที่กำลังอาละวาดไปทั่วโดยมีคนของปีกแห่งแสงที่เหลือรับมืออยู่
"ทำไมเ้าถึงคิดว่าเป็เช่นนั้นละ!?"
หญิงสาวเอ่ยถามออกมา
"เ้าไม่ได้สังเกตุรึไง พลังเ้าพวกของเหลวพวกนี้มันต่อเชื่อมมาจากเ้าห้าตัวนั้นนะ"
เมื่อได้ยินสิ่งที่ชายหนุ่มกล่าวเธอก็รวบรวมสติเพ่งมอง ก็มองเห็นสายพลังจางๆถักทอถอดยาวไปยังเ้าสิ่งมีชีวิตทั้งห้าเมื่อเห็นเช่นนั้นใบหน้าเธอก็เคร่งขรึมขึ้นมา
"งั้นก็ไปจัดการพวกมันกัน อันนาทนหน่อยนะอีกเดี๋ยวเดียวเท่านั้นเอง"
เธอหันไปกล่าวกับน้องสาวด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มก่อนเปลี่ยนสีหน้ามองไปยังเ้าตัวทั้งห้า ก่อนจะพุ่งตัวออกไปโดยไม่ฟังเสียงชายหนุ่มที่ร้องห้ามเธอว่าอย่าหุนหัน เธอยกคันธนูพร้อมง้างสายเส้นแสงขึ้นกลุ่มลูกศรแสงสีเขียวก็ปรากฏขึ้นบนคันธนู เธอระดมยิงมันออกไปไม่หยุดในขณะที่เธอพุ่งเข้าหาพวกมัน เมื่อชายหนุ่มเห็นเช่นนั้นเขาก็สบถออกมาดังลั่นก่อนที่จะทะยานตัวตามเธอไปพร้อมกับควักปืนคู่ที่อยู่ด้านหลังเอวภายใต้เสื้อโค๊ทออกมา
"โธ่โว้ย!!!"
ชายที่มองเห็นบางอย่างเป็เส้นสีดำวกเข้าด้านหลังหญิงสาว เขาก็ระดมยิงปืนออกไปเส้นแสงสีเขียวกระหน่ำเข้าที่เส้นสีดำนั้นจนแตกกระจาย
"แอนนา!!!!ใจเย็นก่อนสิเดี๋ยวได้เสร็จมันก่อนจะช่วยอันนาได้หรอก"
ชายหนุ่มตามมาจนทันแอนนาเขาคว้าข้อมือเธอลากออกไปไกลจากเ้าูเาตัวหนึ่งอย่างทุลักทุเล ส่วนคนที่เหลือของปีกแห่งแสงต่างพากันถอยเข้าถอยออกอย่างลำบากเช่นกัน
"ไอ้เ้าพวกนี้มันตัวอะไรกัน!?!?"
"ตัวเล็กไม่เท่าไหร่แต่ไอ้ตัวใหญ่พวกนี้สิรับมือลำบากชะมัด"
"อย่ามัวแต่พูดนารีบจัดการพวกมันเดี๋ยวพวกที่โดนจับก็ขาดอากาศตายกันพอดี"
กลุ่มคนของปีกแห่งแสงเอะอะกันขึ้นมา
"แค่พวกนี้ก็ทำพวกเราลำบากกันขนาดนี้แล้วตัวที่พวกหัวหน้าหน่วยรับมืออยู่ละ!?!?"
ใครในกลุ่มกล่าวออกมาทำให้พวกที่เหลือต่างแสดงสีหน้าออกมาด้วยความเคร่งเครียด
"แน่ใจนะว่านี้มันเป็ภารกิจที่หน่วยระดับพิทักษ์อย่างพวกเราจะรับมือได้นะ นี้มันใกล้ๆที่จะให้พวกระดับปกป้องออกมาแล้วนะ"
อีกคนที่กำลังกระวนกระวายกล่าวออกมา เขาเองก็มีเพื่อนที่โดนจับอยู่และยังหันไปมองเพื่อนของเขาที่ถูกจับอยู่เป็ระยะๆ
"พวกเรารวมพลังถึงพวกมันจะแกร่งแต่ถ้าพวกเราทุ่มพลังทั้งหมดเ้าพวกนี้ก็ไม่เหลือหรอก"
แอนนาะโออกมาพร้อมลากชายที่มาด้วยกันกับเธอไปใกล้ๆตัวเธอ
"ชาลใช้ท่าผสาน!"
เธอออกคำสั่งชายหนุ่ม เมื่อเขาได้ยินได้เพียงแต่ทำตามเธอ
"หลอมรวมผสานวิถีทำลาย ปีก์เทวาพิโรธ"
วิหคเพลิงหงส์น้ำแข็งร่ายรำผสานเป็หนึ่งพุ่งทะยานเข้าหาเ้าั์ตัวหนึ่งที่อยู่ใกล้พวกเขาที่สุด ทันทีทีาเสียงร่ำร้องของวิหคเพลิงหงค์น้ำแข็งดังขึ้นแรงะเิพลังทำลายอันมหาศาลก็ะเิขึ้น เ้าสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างเหมือนูเาแต่ทั่วทั้งร่างเป็สิ่งที่คล้ายของเหลวสีดำทั่วทั้งตัว มีเพียงลูกตาและปากเท่านั้นที่พอจะมองออกว่ามันคืออะไรทันที่เ้าั์โดนท่าผสานแอนนาและชาลเข้าไป ตัวมันก็หายไปครึ่งหนึ่งทันทีแต่สิ่งที่ตามมานั้นทำให้เหล่าคนจากปีกแห่งแสงต้องเครียดมากกว่าเดิม เพราะเ้าตัวใหญ่มันแบ่งร่างออกมาอีกตัวแต่ขนาดลดลงไปเล็กน้อย
"แย่แล้วมันมีมาเพิ่มอีกตัวแล้ว!!"
เมื่อสิ้นคำกล่าวของเขา ูเาทั้งหกตัวก็ใช้เส้นหนืดที่เหมือนของเหลวพุ่งออกจากตัวของพวกมันยืดยาวออกมานับร้อยเส้นพุ่งเข้าจู่โจมคนของปีกแห่งแสง ในตอนนี้เองพวกปีกแห่งแสงไม่ออมพลังอีกต่อไปพวกเขาพากันะเิพลังออกมาหลากสีสันใช้ทุกอย่างที่ตนมีเข้ารับมือ แต่เส้นหนืดจากพวกสิ่งมีชีวิตปริศนาทันทีที่มันถูกทำลายพวกมันก็ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ตามเข้าจู่โจมพวกปีกแห่งแสงซ้ำไม่ว่าพวกเขาจะพยายามหลบหลีกเท่าไหร่ก็ตาม
"ไม่ไหวแน่เสียท่ามันไปอีกคนแล้ว"
ผู้หญิงในกลุ่มะโออกมาเมื่อเธอเห็นคนที่อยู่ใกล้เธอโดนกักขังเอาไว้เช่นเดียวกับอันนา สิบห้านาทีต่อมาคนปีกแห่งแสงก็เหลืออยู่เพียงสี่จากสี่สิบที่เข้ามารับมือสิ่งมีขีวิตที่คล้ายูเานี้
แอนนา ชาลและหนึ่งชายหนึ่งหญิงที่ยังพยายามหลบเ้าเส้นสีดำยืดได้ไม่รู้จบนี้ ใบหน้าทั้งสี่เริ่มมีเหงื่อไหลหยิบออกมา ในที่สุดเส้นสีดำก็จับชายและหญิงที่รอดพร้อมกัลแอนนาและชาลเข้าที่เท้าของทั้งสองก่อนที่มันจะลุกคืบกลืนทั้งสองกักขังพวกเขาไว้ในก้อนของเหลวสีดำ แต่แอนนาและชาลเองก็หนีได้ไม่นานทั้งสองก็โดนจับเอาไว้จนได้แอนนาใช้ทุกอย่างที่เธอมีออกมาเพื่อให้หลุดจากเส้นสีดำพวกนี้ แต่มันยิ่งเพิ่มความเร็วในการกลืนกินจนกักขังทั้งสองเอาไว้ได้ในที่สุด เมื่อเ้าูเาทั้งหกสามารถจับกุมคนปีกแห่งแสงได้ทั้งหมดมันก็เริ่มดึงกลุ่มก้อนของเหลวพวกนั้นเข้าไปใกล้พวกมัน สีหน้าของผู้คนที่โดนกักขังอยู่เริ่มไม่ดีอย่างมากเมื่อเห็นเช่นนั้นและพยายามดิ้นรน แอนนามองไปทางน้องสาวด้วยใบหน้ายิ้มพร้อมกับกล่าวอะไรบางอย่างออกมาโดยไม่มีเสียงใดๆเล็ดรอดออกจากกลุ่มก้อนของเหลวนั้น เมื่ออันนาเห็นเช่นนั้นเธอก็พยักหน้าพร้อมหยาดน้ำตาไหลออกมา แต่ทันใดนั้นก่อนที่กลุ่มคนจะเข้าใกล้เ้าูเาตัวหนึ่งก็มีหอกแสงสีเงินขนาดใหญ่มหึมาที่มีประกายสายฟ้าปรากฏอยู่รอบๆตกลงเสียบเข้าศีรษะกลืนกินเ้าูเาตัวหนึ่งจนสลายหายไปไม่เหลือแม้แต่เศษธลีให้เห็น กลุ่มก้อนของเหลวที่กักขังเหล่าคนของปีกแห่งแสงนับสิบสลายไปทันที คนที่หลุดรอดไอออกมาพร้อมกับแสดงถึงสีหน้ามึนงงว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ไม่ทันที่พวกเขาจะทันหายสงสัยหอกแสงขนาดใหญ่ก็ตามลงมาอีกห้าทำลายเ้าสิ่งมีชีวิตประหลาดที่คล้ายูเาหายสลายไปจนหมดเช่นเดียวกับตัวแรกที่โดนทำลายไป ทำให้กลุ่มคนทั้งหมดได้รับอิสระภาพอีกครั้ง
"เกิดอะไรขึ้นหอกแสงนั้นมาจากที่ไหนกัน!?!?"
กลุ่มคนที่หลุดจากที่กักขังแบบหวุดหวิดกล่าวถามออกมาและเริ่มมองหาต้นตอของหอกแสง
"อยู่นั้นข้างบน!!"
ชาลชี้ไปยังจุดหนึ่งเบื้องบนของพวกเขาไม่ห่างเท่าไหร่
เสื้อโค๊ทสีดำที่ปลิวไสวล้อสายลมเบื้องบนที่ถูกคลุมทับเสื้อหนังสีขาวทั่วทั้งตัว ชายผู้มีเส้นผมที่ดำสนิทราวรัตติกาลอันดำมืดใบหน้าที่ไม่อาจละสายตาไปทางอื่นได้ก้มลงมองสำรวจผู้คนเบื้องล่างก่อนจะหายวับไป
"ผู้พิทักษ์???"
"ผู้พิทักษ์ชุดดำ!!!!"
"หน่วยลับนี้นา!!!!!!!!!"
กลุ่มคนที่เห็นเขาเมื่อครู่ร่ำร้องออกมาอย่างใตามมาด้วยสายตาที่ชื่นชมและเคารพออกมา เพราะวิหารที่มีหน่วยลับนั้นมักจะเป็วิหารผู้พิทักษ์ในระดับสูงที่มีภารกิจเกี่ยวกับการพิพากษาพวกผู้พิทักษ์ที่แหกคอกและยังเป็ตัวตนที่แข็งแกร่งเกินผู้พิทักษ์ธรรมดาๆจะเทียบติด
"หน่วยลับ…."
แอนาพึมพำออกมาขณะมองไปยังที่ที่เคยปรากฏตัวของชายปริศนา
ศาสตราที่สังหารพวกสิ่งมีชีวิตปริศนาทั้งหกลงในพริบตาเขาก็ตะเวณไปยังทุกสนามรบที่ยังสู้รบกันอยู่เพียงครู่เดียวที่เขาไปถึงก็จัดการพวกสิ่งมีชีวิตปริศนาได้เพียงพริบตาพอจัดการเสร็จเขาก็จะรีบมุ่งต่อไปที่อื่นทันที
"จารย์นะจารย์ให้ข้ามาปราบพวกสไลด์พาลัมน่าขยะแขยงพวกนี้ แต่ตัวเองดันนอนกระดิกเท้าอย่างสบายใจเลยนะ"
เขาบ่นในขณะที่โผล่มาถึงสนามรบสุดท้ายก่อนเก็บกวาดเรียบแล้วก็หายไปอีกครั้ง การกระทำของเขาสร้างความแตกตื่นให้พวกผู้พิทักษ์ปีกแห่งแสงในทุกสนามรบ เกิดเสียงหือฮาขึ้นมาและอยากทราบถึงหน้าตาของหน่วยลับผู้นี้เพราะในแต่ละที่ที่เขาปรากฏนั้นเพียงครู่เดียวเท่านั้นก่อนจะหายไป
"อันนาน้องเจ็บตรงไหนบ้างพี่ผิดเองที่พาน้องมา"
แอนนารีบเข้าไปกอดน้องของเธอพร้อมกล่าวโทษตนเอง
"พี่หนูไม่เป็ไรแต่เมื่อกี้เขาเป็ใครงั้นเหรอทำไมถึงได้ฆ่าเ้าั์นั้นได้เพียงพริบตาเลยละ"
อันนากล่าวถามพี่ของเธอด้วยดวงตาที่เป็ประกาย ความสนใจของเธอต่อบุคคลปริศนานั้นมีมากมายอย่างมาก
"หืม..ออพวกหน่วยลับนะแต่มาจากวิหารไหนพี่ก็ไม่รู้หรอกพี่มองไม่เห็น เขาอยู่ไกลแถมเพิ่งหลุดจากการคุมขังสายตาพี่ปรับไม่ทัน"
"พวกหน่วยลับแข็งแกร่งแบบนี้ทุกคนเลยเหรอพี่"
"อืมมั้งนะพี่ได้ยินมาแต่เป็เื่ที่เล่าต่อกันมานะว่าพวกหน่วยลับนั้นจะถูกคัดเลือกเฉพาะผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นเข้าหน่วยเพราะพวกเขาจะต้องคอยจัดการบรรดาพวกพิทักษ์ที่ทำผิดนะ"
"อืมๆข้าอยากเห็นหน้าเขาจัง"
เด็กสาวอันนาเหม่อมองไปบนฟ้ากว้างเอ่ยออกมา พี่สาวอย่างแอนนาได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มพร้อมกับส่ายหัวไปมาก่อนพาเธอไปรวมกลุ่มก่อนจะออกเดินทางไปยังดาวที่มีเ้าตัวหัวโจกของสิ่งมีชีวิตปริศนาเพื่อสบทบกับพวกหัวหน้าหน่วยที่กำลังรับมืออยู่