ภายในจวนโอวหยาง ณ ห้องโถงอันโอ่อ่า
บุรุษเครางามวัยสี่สิบปีเศษเอนกายบนเก้าอี้มุกสายตามองไปยังต้วนเยว่เอ๋อร์ที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
"ข้าบอกเ้าไปแล้วมิใช่หรือว่าอย่าได้ย่างกรายเข้ามายังจวนตระกูลโอวหยางอีก?"
ผู้นี้คือโอวหยางลาเฟิงเ้าบ้านตระกูลโอวหยาง เป็ทั้งน้าของต้วนเยว่เอ๋อร์และต้วนจื่อทั้งยังเป็ผู้ฝึกตนขั้น "ขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์"ไม่กี่คนของเมืองจื่อหราน
เมื่อสบสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามของโอวหยางลาเฟิงต้วนเยว่เอ๋อร์มิได้ปิดบัง นางเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา "ท่านน้า เมื่อวานนี้เสี่ยวจื่อได้รับการช่วยเหลือจากผู้มีวรยุทธ์ทำให้สติปัญญาของเขากลับมาเป็ปกติ ทั้งยังก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกตนข้าจึงใคร่ขอวิชาฝึกตนจากท่าน เพื่อให้เขาฝึกฝนได้ดียิ่งขึ้น"
โอวหยางลาเฟิงถึงกับอึ้งไปก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆ
"เื่ที่เ้าพูดมานั้นจริงเท็จอย่างไรก็ช่างมันก่อนเถอะ ในฐานะที่เป็คนของตระกูลต้วนหากเ้า้าขอวิชาฝึกตนให้ต้วนจื่อ เ้าควรจะไปที่หอคัมภีร์ของตระกูลต้วนมิใช่มาที่บ้านตระกูลโอวหยางของข้า"
ต้วนเยว่เอ๋อร์ถึงกับพูดไม่ออก
เวลาผ่านไปสักพัก นางจึงเอ่ยปาก"ท่านน้าท่านก็ทราบดีว่าคนในตระกูลต้วนปฏิบัติต่อเสี่ยวจื่อเช่นไรพวกเขาไม่มีทางมอบวิชาฝึกตนให้เสี่ยวจื่อเป็แน่..."
"พวกเขามิให้ ข้าก็ยิ่งมิควรให้"โอวหยางลาเฟิงโบกมือกล่าวว่า "ตอนนี้ตระกูลต้วนถูกควบคุมโดยพวกสายรองจนหมดสิ้นด้วยนิสัยใจคอของคนพวกนั้น หากพวกเขารู้ว่าข้าให้ความช่วยเหลือพวกเ้าตระกูลโอวหยางคงถึงกาลวิบัติในสามวัน เ้าไปเถิด ข้าจะถือเสียว่าวันนี้เ้ามิได้มา"
กล่าวจบ เขาก็ลุกขึ้นทำท่าจะจากไป
ต้วนเยว่เอ๋อร์ร้อนรนใจ
โอวหยางลาเฟิงคือคนที่นางสามารถขอความช่วยเหลือได้เพียงคนเดียวในตอนนี้หากเขาปฏิเสธละก็นางคงมิอาจหาผู้ใดในเมืองจื่อหรานที่สามารถช่วยเหลือต้วนจื่อได้อีก
เมื่อคิดได้ดังนั้นนางจึงพลันคุกเข่าลงต่อหน้าโอวหยางลาเฟิง "ท่านน้าเสี่ยวจื่อก็คือหลานชายแท้ๆ ของท่านในเมื่อตอนนี้เขามีโอกาสได้ัักับเส้นทางแห่งการฝึกตน ท่านก็ควรช่วยเหลือเขาในภายภาคหน้าเมื่อเขามีความก้าวหน้าเขาจะตอบแทนพระคุณของท่านในวันนี้เป็ร้อยเท่า..."
"เ้าคิดว่าเส้นทางแห่งการฝึกตนนั้นง่ายดายราวกับการดื่มน้ำหรืออย่างไร?"โอวหยางลาเฟิงหัวเราะเยาะพลางคิดว่าต้วนเยว่เอ๋อร์ช่างไร้เดียงสา
"มองไปทั่วทั้งเมืองจื่อหรานยังมีผู้ฝึกตนมากมายที่ติดอยู่เพียงขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังไปชั่วชีวิตแม้ว่าต้วนจื่อจะสามารถฝึกตนได้ในตอนนี้เขาก็พลาด่เวลาทองของการฝึกตนไปเสียแล้ว ในสถานการณ์เช่นนี้การจะไล่ตามผู้คนในวัยเดียวกันให้ทันนั้นย่อมเป็เื่เพ้อฝันหากมัวแต่รอให้เขาประสบความสำเร็จ ข้าคงได้ลงโลงไปเสียก่อน"
"แทนที่จะคาดหวังจากคนไร้ค่าเช่นนั้นข้าสู้คาดหวังจากซวงเอ๋อร์ยังดีเสียกว่านางยังไม่บรรลุนิติภาวะก็ก้าวเข้าสู่ขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับเจ็ดแล้วเมื่อถึงคราวบรรลุนิติภาวะ นางจะต้องก้าวเข้าสู่ขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับแปดกลายเป็ผู้มีพร์ในการฝึกตนที่โดดเด่นที่สุดในรอบร้อยปีของตระกูลโอวหยาง"
"อ้อ ข้ามีเื่จะบอกเ้าอีกเื่หนึ่งเดือนต่อจากนี้ ซวงเอ๋อร์จะเข้าพิธีวิวาห์กับต้วนอีบุตรชายคนโตของเ้าตระกูลต้วนคนปัจจุบัน เมื่อถึงตอนนั้นเ้าจงดูแลต้วนจื่อให้ดีอย่าให้เขาออกมาก่อเื่ให้ตระกูลเราขายขี้หน้า"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นสีหน้าของต้วนเยว่เอ๋อร์ก็ซีดเผือดลงทันที
ซวงเอ๋อร์มีชื่อเต็มว่า โอวหยางซวงเป็เด็กกำพร้าที่โอวหยางลาเฟิงเก็บมาเลี้ยงจากป่าเมื่อเห็นว่านางโดดเดี่ยวอ้างว้าง เขาก็พากลับมายังบ้านโอวหยางเลี้ยงดูนางเป็ลูกสาวบุญธรรม
ใครจะรู้ว่าโอวหยางซวงกลับแสดงให้เห็นถึงพร์ในการฝึกตนที่น่าทึ่งั้แ่ยังเล็กขณะที่คนในวัยเดียวกันกำลังพยายามเปิดเส้นลมปราณทั้งแปด ก่อกำเนิดตันเถียนนางก็ได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับหนึ่งแล้วนางได้รับการยกย่องให้เป็ยอดหญิงแห่งการฝึกตนของเมืองจื่อหราน
สิ่งที่ควรกล่าวถึงก็คือต้วนจื่อและโอวหยางซวงเล่นด้วยกันมาั้แ่เด็กเรียกได้ว่าเป็คู่เหมยเขียวม้าไม้ไผ่อีกทั้งตระกูลโอวหยางและตระกูลต้วนยังได้ทำข้อตกลงกันไว้ว่าเมื่อทั้งสองบรรลุนิติภาวะแล้วจะให้แต่งงานกันทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองตระกูลแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
น่าเสียดายที่ต้วนจื่อไม่สามารถฝึกตนได้ั้แ่ยังเล็กเมื่อเติบใหญ่ไม่นานก็กลับกลายเป็คนปัญญาอ่อน ผู้คนต่างหัวเราะเยาะทำให้การหมั้นหมายครั้งนี้ต้องเลื่อนออกไป จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้า
"ท่านน้าท่านก็รู้ว่าเสี่ยวจื่อชอบซวงเอ๋อร์ เหตุใดท่านจึงให้ซวงเอ๋อร์แต่งงานกับต้วนอี?"
"น้องของเ้าเป็คนปัญญาอ่อนหรือว่าเ้าก็เป็ด้วย?" โอวหยางลาเฟิงแค่นเสียงเย็นพลางมองอีกฝ่ายอย่างเหยียดหยาม"ต้วนอีในฐานะอัจฉริยะอันดับหนึ่งของเมืองจื่อหรานสามารถปลุกจิติญญาเทพยุทธ์ในคราวที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกตนเป็ครั้งแรกพลังเทพยุทธ์สายลม พร์ที่น่าทึ่งเช่นนี้จะมีใครเทียบเคียงได้?"
"ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เขาก็ใกล้บรรลุขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์แล้วเป็อัจฉริยะที่ได้รับการคาดหวังว่าจะเป็คนเดียวของเมืองจื่อหรานที่จะสามารถบรรลุขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์ในวันบรรลุนิติภาวะเร็วๆ นี้ เขายังได้รับการคัดเลือกจากสำนักฝึกตนแห่งจักรวรรดิเสรี ได้รับสิทธิ์เข้าศึกษาโดยไม่ต้องทดสอบน้องของเ้าจะไปเทียบอะไรได้?"
"มีเพียงอัจฉริยะที่มีพร์เช่นต้วนอีเท่านั้นที่คู่ควรกับการแต่งงานกับซวงเอ๋อร์ เมื่อทั้งสองร่วมเรียงเคียงหมอนตระกูลโอวหยางก็จะสามารถก้าวขึ้นมาเป็ตระกูลใหญ่ของเมืองจื่อหรานได้"
เมื่อต้วนเยว่เอ๋อร์ได้ฟังดังนั้นนางจึงค่อยๆ ลุกขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวัง
"ข้าไม่คิดเลยว่าท่านน้าที่ข้าเคารพก็เป็เพียงคนเห็นแก่ตัวนำความสุขของบุตรสาวของตนมาผูกไว้กับผลประโยชน์ของตระกูล ช่างน่าหัวเราะสิ้นดี"
"เป็ข้าที่คิดหวังไปเองขออภัยที่มารบกวน ท่านเ้าจวนตระกูลโอวหยาง"
โอวหยางลาเฟิงมิได้แสดงท่าทางใดๆทว่าขณะที่ต้วนเยว่เอ๋อร์กำลังจะเดินออกจากห้องโถง เขาพลันเอ่ยขึ้น
"เื่การแต่งงานกับต้วนอีมิใช่ข้าเป็คนตัดสินใจหากแต่เป็ซวงเอ๋อร์เป็ผู้เสนอนางกล่าวว่านางจะยอมรับแต่บุรุษที่แข็งแกร่งกว่าตนเท่านั้น มิใช่คนไร้ค่า"
ร่างของต้วนเยว่เอ๋อร์สั่นสะท้านฝีเท้าหยุดชะงัก
นางสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วหันกลับไปจ้องมองโอวหยางลาเฟิง เนิ่นนานจึงกล่าวออกมาหนึ่งประโยค
"เมื่อถึงวันที่บุตรสาวของท่านถูกคนไร้ค่าแซงหน้าไปข้าหวังว่าท่านจะยังสามารถรักษาสีหน้าเช่นนี้ไว้ได้"
กล่าวจบนางก็หันหลังเดินจากไปมิได้หยุดรอแม้แต่น้อย
......
อีกด้านหนึ่ง นอกจวนโอวหยาง
ต้วนจื่อเดินมาตามทางจนถึงลานฝึกยุทธ์
สุดปลายทางของลานฝึกยุทธ์แห่งนี้คือทางเข้าสู่เรือนด้านในท่านเ้าบ้านมักจะมาทำกิจธุระที่ห้องโถงของเรือนด้านในเสมอคาดว่าต้วนเยว่เอ๋อร์คงจะอยู่ที่นั่น
ในขณะนั้นเองเหล่าคนรุ่นเยาว์ของตระกูลโอวหยางจำนวนมากกำลังฝึกตนอยู่ในลานฝึกยุทธ์แห่งนี้ทั้งฝึกเพลงมวย ฝึกฝนพลังกาย ฝึกท่าเตะ หรือฝึกฝนเคล็ดวิชาต่างๆ นานา
คนเหล่านี้ล้วนเป็ยอดฝีมือของตระกูลโอวหยางพลังของพวกเขาส่วนใหญ่อยู่ในระหว่างขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับหนึ่งและขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับสี่ นับว่าเป็กำลังที่ไม่ควรมองข้าม
ขณะที่ต้วนจื่อเดินไปสายตาพลันหยุดอยู่ที่สตรีร่างอรชรนางหนึ่ง
ดวงตาที่ทอประกายระยิบระยับคางเรียวมนขาวผ่อง เมื่อรวมเข้ากับผมยาวสลวยที่ทิ้งตัวลงบนบ่าพิศมองแล้วงดงามไร้ที่ติ
แม้จะอยู่ห่างออกไปหลายสิบเมตรก็ยังสามารถััได้ถึงกลิ่นอายที่เ็าและหยิ่งทะนงราวกับว่าไม่มีสิ่งใดอยู่ในสายตาของนาง
ในขณะนี้สตรีร่างอรชรกำลังชกต่อยอยู่กับหุ่นไม้แม้การเคลื่อนไหวจะดูเรียบง่าย ทว่าทุกท่วงท่ากลับแข็งแกร่งดุดันการย่ำเท้าและการะเิพลังนั้นอัดแน่นไปด้วยพลังมหาศาลอย่างน้อยนางก็มีพลังถึงขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับเจ็ด
"พวกเ้าดูสินั่นมันไอ้ปัญญาอ่อนต้วนจื่อมิใช่หรือ? มันมายืนหัวโด่ในจวนตระกูลโอวหยางได้อย่างไร?"ผู้ฝึกตนคนหนึ่งเหมือนจะสังเกตเห็นเื่ที่น่าสนใจบางอย่างจึงอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ
ผู้คนอื่นๆ พลันหันไปมองตามก่อนจะเริ่มพูดคุยนินทากันอย่างเซ็งแซ่
"ให้ตายสิ ไอ้ขยะนั่นจริงๆ ด้วยมันเสนอหน้ามาที่จวนโอวหยางทำไมกัน หรือว่ามันจะมาหาท่านซวง?"
"น่าจะเป็ไปได้เ้านี่เล่นด้วยกันกับท่านซวงมาั้แ่ยังเล็กในจิตสำนึกคงคิดว่าท่านซวงคือภรรยาในอนาคตของมันไปแล้ว"
"เฮอะคนไร้ค่าเช่นมันจะคู่ควรกับท่านซวงได้อย่างไร มันคิดว่าตัวเองเป็ต้วนอีอัจฉริยะผู้ไร้เทียมทานแห่งตระกูลต้วนหรืออย่างไร?"
"ข้าได้ยินจากพวกผู้าุโมาว่าเดือนหน้าท่านซวงจะเข้าพิธีวิวาห์กับต้วนอีพวกเ้าว่าพอไอ้ปัญญาอ่อนต้วนจื่อได้ยินข่าวนี้แล้ว มันจะไม่ยิ่งเป็บ้าไปเลยหรือ?"
......
ลูกศิษย์ของตระกูลโอวหยางต่างค่อยๆวางมือจากการฝึกซ้อมตรงหน้า แล้วเบนสายตามาจับจ้องต้วนจื่อ บ้างก็ดูถูกบ้างก็เยาะเย้ย บ้างก็พูดจาเสียดสี ไม่มีผู้ใดที่แสดงสายตาเป็ปกติให้เขาเห็นเลย
แม้แต่โอวหยางซวงยังถูกรบกวนนางหยุดการชกต่อยหุ่นไม้ เดินฝ่าฝูงชนเข้ามาหาต้วนจื่อ
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งนางก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าต้วนจื่อ
"ท่านพี่มาที่จวนตระกูลโอวหยางด้วยเหตุอันใดหรือ?"
นับั้แ่ที่ต้วนจื่อกลายเป็คนปัญญาอ่อนนางก็มิค่อยได้สุงสิงกับเขา ส่วนใหญ่ใช้เวลาไปกับการฝึกฝน ทำให้ละเลยสิ่งต่างๆ ไปทั้งสองจึงห่างเหินกันมากขึ้นเรื่อยๆ
ส่วนเื่ความรู้สึก ก็จางหายไปจนหมดสิ้น
"ข้ามาหาพี่สาวข้า" ต้วนจื่อกล่าวออกมาเพียงไม่กี่คำ
ผู้คนได้ฟังดังนั้น ก็ถึงกับงงงวย
สถานการณ์อะไรกันนี่?
ต้วนจื่อมิได้มาหาโอวหยางซวงหรือ?
【ติ๊ง!ขอแสดงความยินดีกับผู้ใช้ที่แสดงสถานการณ์หักมุมได้สำเร็จทำให้ผู้คนหลายสิบคนรู้สึกประหลาดใจ ค่าเทียนซิ่ว +166!】
แม้แต่โอวหยางซวงเองก็ยังตกตะลึงไปเล็กน้อย
นางจ้องมองต้วนจื่ออยู่นาน ก่อนจะถามว่า"ท่านมิสบายหรือ?"
"มันเกี่ยวอะไรกับเ้า?"ต้วนจื่อถามกลับ
โอวหยางซวงถึงกับพูดไม่ออก
ส่วนคนอื่นๆ กลับทำสีหน้าประหลาด
วันนี้ต้วนจื่อดูเหมือนจะเปลี่ยนไปเป็คนละคนไฉนจึงกล่าววาจาเช่นนี้กับโอวหยางซวงได้ ช่างผิดวิสัยเสียจริง!
【ติ๊ง!ขอแสดงความยินดีกับผู้ใช้ที่ทำการตอบโต้อีกฝ่ายได้สำเร็จทำให้ผู้คนหลายสิบคนรู้สึกประหลาดใจอีกครั้ง ค่าเทียนซิ่ว +166!】
"หรือเ้าต้วนจื่อจะรู้ตัวว่าตนมิคู่ควรกับท่านซวงจึงทำเป็เ็าเพื่อรักษาหน้าของตนเอง?" คนผู้หนึ่งกระซิบถาม
ทุกคนต่างมองหน้ากันไปมาเห็นพ้องต้องกันว่ามีความเป็ไปได้สูง
โอวหยางซวงก็เห็นด้วยกับความคิดนี้นางกลอกตาครั้งหนึ่งแสร้งทำเป็เสียใจกล่าวว่า "ท่านพี่ข้ามีเื่ที่อัดอั้นอยู่ในใจมานานแล้ว แต่มิได้มีโอกาสบอกท่านรอให้ท่านฟังจบก็อย่าเสียใจเป็อันขาดเล่า นั่นก็คือ หนึ่งเดือนหลังจากนี้...ข้าต้องเข้าพิธีวิวาห์กับต้วนอีแล้ว!"
นางเน้นเสียงคำว่า 'วิวาห์' เป็พิเศษ ด้วยเกรงว่าต้วนจื่อจะมิได้ยิน
เมื่อสิ้นเสียงของหญิงสาวผู้คนทั้งหมดก็จับจ้องไปยังต้วนจื่อเพราะอยากรู้นักว่าอีกฝ่ายจะแสดงสีหน้าซับซ้อนเช่นไร
ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับเกินความคาดหมายของผู้คน
"อ้อ"
ต้วนจื่อตอบเพียงคำเดียวก่อนจะเดินไปยังเรือนด้านใน
บรรยากาศเงียบสงัดลงทันที
เมื่อเห็นต้วนจื่อตอบอย่างขอไปทีเช่นนั้นผู้คนทั้งหลายถึงกับตะลึงงัน
แค่นี้เองหรือ?
ล้อเล่นกันใช่ไหมนี่!
【ติ๊ง!ขอแสดงความยินดีกับผู้ใช้ที่แสดงความสุขุมเยือกเย็นได้สำเร็จทำให้ผู้คนหลายสิบคนประหลาดใจเป็ครั้งที่สาม ค่าเทียนซิ่ว +166!】
เมื่อเห็นท่าทางไม่แยแสของต้วนจื่อใบหน้าของโอวหยางซวงกลับปรากฏความรู้สึกอึดอัดราวกับถูกตบหน้าอย่างจังทำให้รู้สึกเ็ปอย่างยิ่ง
นางกัดฟันะโตามแผ่นหลังของต้วนจื่อ"ท่านไม่อยากรู้หรือว่าเพราะเหตุใดกัน?"
เมื่อสิ้นเสียงร่างของต้วนจื่อพลันหยุดชะงัก
โอวหยางซวงยกมุมปากยิ้มขึ้น
เป็ดังคาดต้วนจื่อก็แค่พยายามแสดงท่าทีนิ่งสงบเท่านั้น
ทว่า...
การที่ต้วนจื่อหยุดฝีเท้าลงมิได้เป็เพราะคำพูดของนางแต่เป็เพราะเห็นต้วนเยว่เอ๋อร์ที่เดินออกมาจากจวนด้านใน
สีหน้าของอีกฝ่ายดูไม่สู้ดีนักราวกับเพิ่งมีปากเสียงกับผู้ใด
"พี่สาว ข้ามาแล้วท่านเป็อะไรหรือไม่?"
"เสี่ยวจื่อ?" ต้วนเยว่เอ๋อร์ใเมื่อเห็นอีกฝ่าย ก่อนถามว่า "ไฉนเ้าจึงมาอยู่ที่จวนนี้ได้ ข้าบอกเ้าแล้วมิใช่หรือ ว่าอย่าได้มาหาข้า?ไปเถิด รีบกลับกัน!"
เหตุผลที่นางมิอยากให้ต้วนจื่อมาที่จวนโอวหยางก็เพราะเกรงว่าคนอื่นๆ จะฉวยโอกาสมาเยาะเย้ยต้วนจื่อ
ยิ่งไปกว่านั้น ห้านาทีก่อนหน้านี้นางเพิ่งจะได้รับรู้เื่การแต่งงานของโอวหยางซวงและต้วนอีจากโอวหยางลาเฟิงหากต้วนจื่อรู้เื่นี้เข้าละก็ นางกลัวว่าเขาจะได้รับผลกระทบ จิตใจอาจจะสับสนหากเป็เช่นนั้นคงกระทบกระเทือนไปถึงระบบประสาท อาจทำให้โรคปัญญาอ่อนกำเริบขึ้นมาอีกครั้งนั่นคงไม่คุ้มค่าสักเท่าไร
"เดี๋ยวก่อน!"
ขณะที่กำลังจะเดินจากไปกลับได้ยินเสียงหนึ่งดังออกมาจากจวนด้านใน
เห็นเพียงโอวหยางลาเฟิงยืนกอดอกมองต้วนจื่อจากที่สูงก่อนกล่าวออกมาอย่างช้าๆ
"ซวงเอ๋อร์จะเข้าพิธีวิวาห์กับต้วนอีในเดือนหน้าข้าหวังว่าผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องบางคนจะไม่เข้ามาใกล้ซวงเอ๋อร์เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดที่ไม่จำเป็"
คำพูดเหล่านี้ของเขาแม้จะมิได้กล่าวกับต้วนจื่อโดยตรงแต่ความหมายที่ซ่อนอยู่กลับพุ่งเป้าไปยังต้วนจื่อแต่เพียงผู้เดียว
ในใจต้วนเยว่เอ๋อร์เต็มไปด้วยโทสะ
ต้วนจื่อเพิ่งจะหายจากอาการป่วยการพักฟื้นจึงเป็สิ่งจำเป็ทว่าโอวหยางลาเฟิงกลับกล่าวถึงเื่ของโอวหยางซวงและต้วนอีต่อหน้าผู้คนมากมายราวกับจงใจกระตุ้นต้วนจื่อ ทำให้จิตใจของเขาขุ่นมัว
ช่างเป็คนใจร้ายเสียจริง!
นางอยากจะปลอบโยนต้วนจื่อทว่าสิ่งที่นางมิคาดคิดก็คือ น้องชายของนางกลับมิได้แสดงท่าทีเสียใจแม้แต่น้อย
"ไปกันเถิดท่านพี่ข้าจะพาท่านไปหาของอร่อยกินเอง"
ต้วนเยว่เอ๋อร์ถึงกับอึ้งไป"เสี่ยวจื่อ เ้า... เ้ามิเสียใจหรือ?"
"มีอะไรให้ต้องเสียใจกันเล่าบนโลกนี้ยังมีดอกไม้งามอีกมากมาย ไยต้องรักอยู่เพียงดอกเดียว?" ต้วนจื่อแบมือออก ก่อนจะกระซิบข้างหูของต้วนเยว่เอ๋อร์ "ดอกหญ้าคู่กับหญ้าแห้ง ข้าขอผลักดันการแต่งงานครั้งนี้ด้วยสองมือของข้าเลย"
ต้วนเยว่เอ๋อร์ชะงักก่อนจะหัวเราะออกมา
"เ้าคิดเช่นนี้ได้ก็ดี ไปกันเถิดพวกเรากลับกัน"
กล่าวจบนางก็คล้องแขนของต้วนจื่อภายใต้สายตาของผู้คน ทั้งสองพลันเดินออกจากจวนตระกูลโอวหยางไป
โอวหยางลาเฟิงจ้องมองทั้งสองที่เดินจากไปราวกับกำลังครุ่นคิด
คำพูดของต้วนจื่อเมื่อครู่มิเหมือนกับคำพูดที่คนปัญญาอ่อนจะสามารถเอ่ยออกมาได้เลย
หรือว่าเขาจะหายดีแล้วจริงๆ?
"ท่านพ่อพี่สาวของต้วนจื่อมาหาท่านด้วยเื่อันใดหรือ?" โอวหยางซวงเดินเข้ามากระซิบถาม
หากเป็เมื่อก่อนละก็นางคงมิใคร่สนใจสิ่งเหล่านี้ทว่าท่าทีที่ผิดปกติของต้วนจื่อในวันนี้กลับทำให้นางต้องเปิดฉากหาเื่ก่อน
"ซวงเอ๋อร์เ้าจงตั้งใจฝึกฝนต่อไปเถิด เื่อื่นๆ มิจำเป็ต้องใส่ใจนัก" โอวหยางลาเฟิงปัดฝุ่นบนเสื้อผ้าพลางกล่าวทว่ามิได้บอกเื่ที่เกิดขึ้นในห้องโถงด้านในเมื่อครู่
"ในคืนนี้สมาคมการค้าเยี่ยนจะจัดงานประมูลครั้งใหญ่ขึ้นกล่าวกันว่ามีการเปิดเผยเคล็ดวิชาขั้น "ขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์"เ้าจงตามข้าไปดู หากข่าวลือเป็ความจริงข้าจะทำการประมูลเคล็ดวิชาขั้นขอบเขตเริ่มต้นยุทธ์เพื่อให้เ้าใช้เพิ่มพูนพลังต่อสู้"
"เ้าค่ะ ท่านพ่อ!"
โอวหยางซวงก้มหน้าลงก่อนจะเดินกลับไปยังหุ่นไม้เพื่อฝึกตนต่อ
ทว่าเพราะเหตุใดก็ไม่อาจทราบได้ในใจของนางกลับรู้สึกกระวนกระวายมากขึ้นเรื่อยๆในสมองกลับวนเวียนอยู่แต่ท่าทางหยิ่งผยองของต้วนจื่อ
คนไร้ค่าเช่นมันกลับกล้าที่จะเ็ากับข้าช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง
"น่าเสียดายที่เ้าคนปัญญาอ่อนนั่นมิอาจเข้าร่วมการประลองเชื่อมสัมพันธ์ของตระกูลในวันพรุ่งนี้มิเช่นนั้นข้าจะต้องสั่งสอนเขาอย่างหนักให้รู้ถึงความแตกต่างระหว่างพวกเราที่กว้างราวกับเหวลึก"
ยามนี้ใบหน้าของโอวหยางซวงพลันบูดบึ้งเพราะความโกรธจัดเมื่อจินตนาการว่าหุ่นไม้ตรงคือต้วนจื่อนางก็ยิ่งรัวหมัดกระหน่ำซัดลงไปไม่มียั้ง...