เกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ

    ตอนที่ 165

    "อ๊าย...!!!"


    เสียงกรี๊ดสั้นๆ ของหญิงสาวดังสะท้อนลอดผ่านบานประตูหนาที่ยังปิดไม่สนิทออกมาจากห้องหมายเลข 2304 ภาพเบื้องหน้าไม่ใช่พี่ชายที่เธอคาดหวังว่าจะพบ แต่มันคือร่างของใครบางคนที่นอนพาดอยู่บนโซฟาตัวโปรดในห้องนั่งเล่นของเธอ


    ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความสับสนแกมตกใจ สายตาจับจ้องไปที่ปลายเท้าที่โผล่พ้นขอบพนักพิงออกมา มันไม่ใช่เท้าหนาของพี่ชายที่เธอคุ้นเคย แต่กลับเป็นเท้าเรียวเล็กขาวผ่องของผู้หญิงคนหนึ่ง และที่ทำให้สติของเธอแทบหลุดลอย คือเล็บเท้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีชมพูหวานฉ่ำตัดกับแสงไฟสลัว


    นั่นไม่ใช่พี่ชายของเธอ... และพี่ชายของเธอก็ไม่เคยพาผู้หญิงเข้าห้องเลยสักครั้ง


    เสียงกรี๊ดยังไม่ทันจางหายจากลำคอ สัญชาตญาณก็สั่งให้เธอหมุนตัวกลับแล้ววิ่งพรวดออกมาจากจุดนั้นทันที มือบางคว้าลูกบิดประตูกระชากปิดตามหลังจนเกิดเสียงดังสนั่น


    ปั้ง...!


    เธอยืนหอบหายใจรัวริน แผ่นหลังพิงแนบไปกับผนังเย็นเฉียบของโถงทางเดิน ดวงตาที่ตื่นตระหนกค่อยๆ กวาดมองป้ายโลหะบนบานประตูเพื่อรีบเช็กความถูกต้อง


    "2304..."


    เสียงหวานพึมพำออกมาเบาๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา "ก็ถูกห้องแล้วนี่นา"


    ความสับสนเริ่มเปลี่ยนเป็นความสงสัยพุ่งพล่าน เธอจำใจยอมรับว่าตัวเองไม่ได้เข้าห้องผิด แต่ภาพเท้าคู่สวยที่ทาเล็บสีชมพูหวานนั่นต่างหากที่เป็นของจริง ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวจนเธอต้องเม้มปากแน่น


    "หรือว่าพี่แอบพาผู้หญิงเข้าห้อง?"


    เธอพึมพำกับตัวเองอย่างไม่แน่ใจนัก ทั้งความน้อยใจและความสงสัยตีรวนกันอยู่ในอก ทำไมพี่ชายตัวดีถึงไม่บอกกันสักคำ ถ้าพี่บอกก่อนสักนิด เธอคงไม่แจ็คพอตแตกกลับเข้าห้องก่อนเวลามาเจอช็อตเด็ดที่ทำเอาหัวใจเกือบวายแบบนี้


    “พี่นะพี่... ทำไมไม่บอกกันก่อนเลย เข้าใจอยู่ว่าหนูบอกว่าจะไม่อยู่ห้องสองวัน แต่ก็น่าจะส่งไลน์มาบอกกันบ้างสิ!”


    เธอพึมพำฟัดเหวี่ยงกับตัวเอง พลางยกโทรศัพท์ในมือขึ้นมา เตรียมจะกดโทรหาพี่ชายตัวดีให้รู้เรื่องรู้ราว ทว่าในจังหวะที่ปลายนิ้วกำลังจะแตะลงบนหน้าจอ


    แกรก...



    บานประตูหมายเลข 2304 ที่เพิ่งปิดสนิทไปเมื่อครู่ กลับเปิดออกอีกครั้งต่อหน้าต่อตา


    เธอสะดุ้งสุดตัวจนเกือบทำโทรศัพท์ร่วงหลุดมือ หัวใจเต้นโครมครามพุ่งขึ้นมาจุกที่ลำคอ ความสั่นเทาแล่นไปตามปลายนิ้วด้วยความเลิ่กลั่ก เธอเพิ่งนึกขึ้นได้เดี๋ยวนี้เองว่าเสียงกรี๊ดลั่นของเธอเมื่อครู่คงไปปลุก แขกไม่ได้รับเชิญ ในห้องเข้าให้แล้ว


    แทนที่จะรีบชิ่งหนีไปที่อื่นเหมือนในหนัง ขาทั้งสองข้างกลับทรยศ มันแข็งทื่อราวกับถูกตะปูตอกตรึงไว้กับพื้นทางเดิน สติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดสั่งให้เธอเงยหน้าขึ้นมองช้าๆ เพื่อสบตากับคนที่กำลังเดินพ้นขอบประตูออกมา


    “เอ่อ...”


    เสียงของเธอขาดห้วงและสั่นพร่าขณะที่สายตาปะทะเข้ากับใบหน้าของคนตรงหน้าอย่างจัง รอยยิ้มแห้งๆ ถูกส่งออกไปแก้เขินอย่างไม่รู้ตัว มือที่ถือโทรศัพท์อยู่สั่นเทาจนต้องกำไว้แน่น ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบตัวไปชั่วขณะ


    ในหัวของเธอตอนนี้มันช่างสับสนวุ่นวายเสียจนตั้งรับไม่ถูก ความรู้สึกหลากหลายประดังประเดเข้ามาพร้อมกัน ทั้งความตกใจที่ยังไม่จางหาย ความกล้าๆ กลัวๆ ที่ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์นี้ แต่แล้วความรู้สึกหนึ่งกลับค่อยๆ พองโตขึ้นมาข่มทุกอย่างไว้


    มันคือความรู้สึกอยากจะหลุดขำออกมาให้ลั่นทางเดิน


    เธอต้องเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง พยายามอย่างยิ่งที่จะเก็บอาการเอาไว้ไม่ให้คนตรงหน้าเห็น ภาพความจริงที่ปรากฏตรงหน้ามันช่างขัดกับภาพในจินตนาการของเธอ


    ในขณะที่เธอกำลังอ้ำอึ้งหาคำพูดไม่เจอ คนตรงหน้าก็ดูจะมีอาการลนลานไม่ต่างกัน สีหน้าของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความตกใจอย่างปิดไม่มิด ก่อนจะรีบยกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากเป็นสัญญาณให้เงียบ


    "ชู่ว...!"


    ท่าทางเกรงใจปนขอร้องนั้นชัดเจนว่าเจ้าตัวไม่อยากให้เสียงใดๆ ดังขึ้นมาอีก เธอยืนนิ่งงันมองกิริยานั้นด้วยใจที่ยังสั่นหวิว ก่อนที่หญิงสาวเจ้าของเท้าสวยคนเดิมจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเบาหวิวราวกับกระซิบ


    "ขอโทษนะคะ... หนูชื่อเมษาใช่ไหม?"


    เมษาทำได้เพียงพยักหน้าตอบรับเบาๆ ความรู้สึกที่อยากจะขำในตอนแรกถูกความสงสัยเข้ามาแทนที่ เอลลี่มีท่าทีกังวลอย่างเห็นได้ชัด ราวกับว่าการปรากฏตัวของเมษาในตอนนี้คือสิ่งที่อยู่นอกเหนือสิ่งที่เธอคาดเอาไว้


    “เข้ามาก่อนสิ..เดี๋ยวไว้ค่อยคุยกันในห้อง”


    เอลลี่เอ่ยขึ้นอย่างลนลาน น้ำเสียงกระซิบกระซาบแฝงความกังวล อาการงัวเงียของคนเพิ่งตื่นเมื่อครู่หายวับไปเป็นปลิดทิ้งเหลือเพียงความตื่นตัว เมษาพยักหน้าตอบรับอีกครั้งพร้อมกับส่งยิ้มบางๆ ที่เต็มไปด้วยความหมายแฝง


    เธอค่อยๆ ก้าวเท้าเดินกลับเข้าไปในห้องอย่างเชื่องช้า สายตาจดจ้องที่ใบหน้าของเอลลี่ไม่วางตา


    แกร๊ก...!


    เสียงสลักประตูดีดตัวปิดลง ความเงียบกลับคืนสู่ห้อง 2304 อีกครั้ง แต่มันกลับเป็นความเงียบที่อัดแน่นไปด้วยคำถามมากมาย 


    เมษาเดินตรงไปที่โต๊ะอาหารด้วยท่าทางสุขุม เธอวางกระเป๋าลงอย่างแผ่วเบาก่อนจะค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่ง สายตาที่เต็มไปด้วยคำถามยังคงจ้องเขม็งไปที่ใบหน้าของคนตรงหน้าอย่างไม่ลดละ


    “เอ่อ...”


    เอลลี่ครางออกมาเบาๆ เสียงของเธอสั่นพร่าอย่างเห็นได้ชัด “ยังไงก่อนดีล่ะ...”


    หญิงสาวร่างระหงเดินตามมาที่โต๊ะอาหารด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ ก่อนจะตัดสินใจนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับเมษา ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งคู่จนได้ยินเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงานอยู่


    “พี่... ใช่พี่เอลลี่ไหมคะ?”


    ในที่สุดเมษาก็ตัดสินใจเอ่ยถามออกไป น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ แม้ลึกๆ ในใจจะมีคำตอบอยู่แล้ว แต่มันก็เป็นคำตอบที่ขัดกับภาพลักษณ์ของ เอลลี่คนดัง ที่เธอเคยรู้จักอย่างสิ้นเชิง ความสับสนทำให้เธอต้องจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยนั้นเพื่อยืนยันว่าเธอไม่ได้มองคนผิดไปจริงๆ


    เมื่อได้ยินคำถามนั้น ริมฝีปากที่แต้มสีอ่อนๆ ของเอลลี่ก็หยักลึกเป็นรอยยิ้มจางๆ ความตึงเครียดบนใบหน้าเริ่มมลายหายไปและแทนที่ด้วยน้ำเสียงที่ดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด


    “ใช่ค่ะ... พี่เอง” เธอตอบสั้นๆ ก่อนจะรีบอธิบายต่อเพื่อดับไฟความสงสัยในดวงตาของเด็กสาว “แต่คืออย่างนี้... พี่กับพี่ชายของหนูเราไม่ได้เป็นอะไรกันนะ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดไปไกล พี่แค่กลับคอนโดไม่ได้ ส่วนบ้าน...พี่ก็ยังไม่อยากกลับตอนนี้ ถ้าหนูได้ตามข่าวของพี่บ้าง หนูคงจะรู้ว่าสถานการณ์ของพี่ตอนนี้มันแย่ขนาดไหน”


    เอลลี่ทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะเงียบเสียงลง แววตาที่เคยสดใสหมองหม่นลงชั่วขณะ ทว่าเมษาที่ยังคงนั่งกอดอกอยู่นั้นกลับยังไม่คลายความสงสัยทั้งหมดลงง่ายๆ


    “แล้วพี่... มาอยู่ที่นี่ ในห้องนี้ได้ยังไงคะ?”


    เมษาถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง เธอต้องการคำตอบที่ชัดเจนกว่านี้ เพราะถึงแม้จะเข้าใจเรื่องปัญหาส่วนตัว แต่อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ คนดังระดับเอลลี่ มานอนทอดถอนใจอยู่บนโซฟาในห้องของพี่วายุ... พี่ชายที่ดูไม่น่าจะโคจรมาเจอกับคนอย่างเธอได้เลย


    “อ๋อ... คืออย่างนี้นะ พอดีว่าพี่จ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยน่ะค่ะ” เอลลี่รีบอธิบายต่อ พลางสบตาเมษาอย่างขอความเห็นใจ “แล้วทีนี้พี่ชายของหนูเขาทำหน้าที่เป็นคนขับรถให้พี่ พี่เลยถือวิสาสะขอร้องเขา... ว่าขอมาพักอยู่ที่นี่สักพักได้ไหม หรือไม่ก็แค่จนกว่าพี่จะมีที่ไปใหม่ พี่สัญญาว่าจะรบกวนไม่นานหรอกค่ะ แค่วันสองวันเท่านั้นเอง”


    คำสารภาพอย่างตรงไปตรงมาของคนตรงหน้าทำให้เมษาถึงกับนิ่งไปครู่หนึ่ง ภาพของคนดังแห่งวงการเครื่องสำอาง ที่ต้องมาขออาศัยห้องพักคนขับรถเพื่อหลบซ่อนจากมรสุมชีวิต ทำให้ความระแวงในใจของเธอละลายหายไปเกือบหมด


    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ ที่คุณอ่าน