สถานการณ์ตึงเครียด และเข้าขั้นวิกฤต เว่ยถังไม่รู้จะทำเช่นไรดี เวลาก็เหลือน้อยแล้วด้วย หรือมันจะถ่วงเวลารอจนฟางเหนียงกลับมาดี แต่ก็ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหน หากมันร่วมมือกับนาง ฝีมือคงจะพอสู้สีกับพวกมันได้ เนื่องจากมัน และเมีย เคยแอบฝึกวิชาในคัมภีร์บางส่วนแม้จะไม่แตกฉาน แต่ก็น่าจะเพียงพอเอาตัวรอดได้ “เอาว่ายังไงล่ะ เว่ยถังข้าหมดความอดทนแล้ว เห็นทีข้าคงต้องส่งลูกสาวเ้าไปปรโลกล่วงหน้าก่อน จากนั้นก็ตาเ้า แล้วตามด้วยด้วยฟางเหนียง..” คำพูดของ ฮาวเทียน หลงจ๋าว ทำเอา เว่ยถังไม่มีทางเลือก ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง มินเอ๋อ เมียเด็กของมันคงได้กลายเป็ผีเฝ้าูเานี้แน่ ๆ
“เช่นนั้นข้าก็ขอสู้ตาย..”
เว่ยถังเร่งโคจรลมปราณไปทั่วร่างก่อนจะเตรียมตัวพุ่งเข้าหา ฮาวเทียน หลงจ๋าว เพื่อแลกชีวิตช่วยมินเอ๋อ แต่ยังมิทันที่จะได้ขยับไปไหน ร่างของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่แอบดูอยู่ก็ถูกโยนออกมาจากพุ่มไม้ด้วยน้ำมือของ เฟิงควาง “ข้าสงสัยอยู่นานแล้วว่ามีหนอนแมลงตัวใดมาแอบซุ่มดูอยู่ ที่แท้ก็เ้าเด็กโสโครก หน้าตาอ่อนหัดนี่เอง แส่เื่ของคนอื่นแบบนี้ เห็นที่ข้าต้องส่งเ้าไปเกิดใหม่เสียแล้ว” เฟิงควางชักกระบี่ปลายแหลมหน้าตาประหลาดออกมาหมายจะสังหารเว่ยเซี่ย แต่ในยามนั้น เว่ยถังก็ได้ร้องะโนอกมาเสียงดัง และพุ่งปราดเข้ามาขัดขวาง เฟิงควางเอาไว้ ก่อนจะพาตัวเว่ยเซี่ยถอยออกมา “อะไรของเ้าเว่ยถัง จู่ ๆ ก็พุ่งเข้ามาทางนี้ แทนที่จะไปช่วยลูกสาวแก หรือว่าเ้าหนูนี่ก็เป็ลูกของแกอีกคน”
เว่ยถังมีสีหน้าเคร่งเครียดหนักกว่าเดิมก่อนจะก้มหน้า และกล่าวออกมาอย่างแ่เบา “..ใช่แล้วเด็กคนนี้คือบุตรชายแท้ ๆ ของข้ากับฟางเหนียง ส่วน เด็กสาวคนนั้น…ไม่ใช่ลูกของข้า พวกเ้าปล่อยนางไปซะ..” คำกล่าวของเว่ยถังทำเอาพวกมันทุกคนประหลาดใจเล็กน้อย พวกมันเข้าใจผิดมาตลอดรึนี่ หากนางไม่ใช่ลูกสาวมัน แล้วเหตุไฉน มันจึงดูเป็ห่วงเป็ใยนางยิ่งนัก ไป๋ฟู๋ ครุ่นคิดอยู่ในใจ ก่อนจะสังเกตเห็นแววตาของมินเอ๋อ ที่มองเว่ยถัง นางเป็สตรีเหมือนกันยังไงเสียนางก็มองออก
“..ข้าเข้าใจล่ะ เป็เช่นนี้นี่เอง..” ก่อนนางจะยิ้มที่มุมปากออกมา พร้อมแววตาเ้าเล่ห์ดุจจิ้งจอก “ ข้าก็หลงเข้าใจผิดเสียนานมิน่าเล่า ใบหน้าของเ้าเด็กนั้นถึงละม้ายคล้ายกับเ้าและฟางเหนียงนัก ผิดกับนังเด็กนี่โดยสิ้นเชิง ถ้าฆ่านังเด็กนี่ก็ไร้ประโยชน์สินะ” ฮาวเทียน หลงจ๋าว กล่าวขึ้น และคลายกระบี่ที่จ่อคอมินเอ๋อลงเล็กน้อย ดูเหมือนมันกำลังจะปล่อยนาง เพียงแต่ ไป๋ฟู๋ ดันเดินเข้ามากระซิบอะไรบางอย่างกับศิษย์พี่ใหญ่ของนางเสียก่อน "โอ้ เช่นนั้นเองรึศิษย์น้อง มิน่าเล่า เ้าเว่ยถังถึงได้ดูเป็ห่วงเป็ใยนางนัก ข้าเข้าใจแล้ว เช่นนั้นก็คงปล่อยนางไปไม่ได้สินะ”
สิ่งที่พวกมันทั้งสองกระทำกัน ทำให้เว่ยถังใเป็อย่างมาก หรือว่าพวกมันจะรู้ความลับของตัวมันกับมินเอ๋อ เรียบร้อยแล้ว ไป๋ฟู๋ นั้นขึ้นชื่อในเื่สติปัญญา และเื่วิเคราะห์สถานการณ์ นางมองแล้วปราดเดียวก็ล่วงรู้ทุกอย่างสิ้น ช่างน่ากลัวยิ่งนัก นั้นทำให้ เว่ยถังคิดหนักมาก แค่มินเอ๋อผู้เดียวมันก็ยังมิอาจช่วยนางได้ ไหนจะยังมีเว่ยเซี่ยโผล่มาอีก ฟ้าดินช่างไม่เห็นใจมันบ้างเสียเลย “ฟังพ่อให้ดีนะ เว่ยเซี่ยเดี๋ยวพ่อจะเข้าไปช่วยมินเอ่อ ออกมาส่วนเ้าก็รีบใช้เยื้องย่างไร้ตัวตนรีบหนีไปให้ไกลที่สุด หนีไปทางเมืองหลวงบางทีเ้าอาจจะได้เจอกับแม่ของเ้าระหว่างทาง ถ้าเจอนางก็รีบพามาช่วยพ่อ เ้าเข้าใจหรือไม่..” เว่ยเซี่ยนิ่งเงียบเพราะไม่อยากจะทิ้งบิดาไว้ลำพัง
“ข้า….ข้า…..” “ไม่มีเวลาแล้วรีบไปเร็วไม่งั้นชีวิตของมินเอ๋อจะเป็อันตราย” เว่ยเซี่ยกำหมัดแน่นด้วยท่าทางเจ็บใจก่อนที่มันจะพยักหน้า แล้วเตรียมทำตามที่บิดาสั่ง “แล้วข้าจะรีบพาท่านแม่กลับมาช่วยท่าน” เว่ยเซี่ยกล่าวจบ ก็เตรียมที่จะเร่งโคจรพลังลมปราณเพื่อใช้ เยื้องย่างไร้ตัวตนแต่ทว่า…
“อุ๊ย ๆ พ่อหนุ่มน้อยจะรีบไปไหนกันจ๊ะ ไม่อยู่เล่นกับพี่สาวคนสวยก่อนรึ” ไป๋ฟู่โผล่มาปรากฏกายเบื้องหน้าของเว่ยเซี่ยด้วยความรวดเร็ว พร้อมทั้งส่งสายตายั่วยวนกับแอ่นอกขาวเนียนเต้าใหญ่ให้เว่ยเซี่ยดู กลิ่นกายของนางช่างน่าหลงใหลยิ่งนักราวกับดอกไม้ป่าที่ส่งกลิ่นหอมอบอวล เว่ยเซี่ยถึงกับมองตาละห้อย และเคลิบเคลิ้มตามอย่างไม่ทันรู้ตัว “ระวังลูกพ่อ..อย่าหลงกลนาง..!!” ฝ่ามือหยาบกร้านที่อัดแน่นไปด้วยพลังภายในมหาศาลของเว่ยถังฟาดออกไปทางไป๋ฟู่ จนนางก้าวถอย ลอยตัวห่างออกไปอย่างพลิ้วไหวสง่างามราวกับร่ายรำ “แหม ๆ เ้าเนี่ยยังรุนแรงป่าเถื่อนเหมือนเดิมเลยนะเว่ยถัง เสน่ห์ดอกราคะของข้าใช้กับเ้าไม่ได้ผลเหมือนเดิมสินะ”
พอไป๋ฟู่ถอยห่างออกไปเว่ยเซี่ยก็ได้สติกลับคืนมา ก่อนที่มันจะหันไปถามบิดาว่าเกิดอันใดขึ้น “เ้าโดนพิษของดอกราคะที่นางปล่อยออกมาเล่นงานยังไงล่ะ” เว่ยถังกล่าวขึ้น ดอกราคะเป็ดอกไม้ประหลาดที่ขึ้นอยู่บนเขาหมื่นบุปผาราคะ แถวพรรคมารราคะ ฤทธิ์ของมันจะทำให้ผู้ที่สูดดม เคลิบเคลิ้มคล้ายคนโดนสะกดจิต และหากสูดเข้ามากก็ทำให้ควบคุมร่างกายไม่อยู่จนเกิดความกำหนัดรุนแรง หากไม่ได้รับการถอนพิษภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงก็จะหัวใจวายตาย ไป๋ฟู่นั้นนางอาบน้ำที่มีส่วนผสมของดอกราคะั้แ่เยาว์วัย แถมยังฝึกวิชาลึกลับบางอย่างของพรรคมารอีก มันจึงทำให้นางความคุมฤทธิ์ของดอกราคะได้อย่างใจนึก ผู้ที่มีวรยุทธ์ และกำลังภายใน ไม่กล้าแกร่งพอ ก็จะถูกนางควบคุมโดยง่าย
เว่ยเซี่ยได้ฟังจึงเข้าใจ เท่ากับว่ามันไม่สามารถหนีไปไหนได้เลย เพราะมันไม่เร็วพอที่จะทำแบบนั้น “เช่นนั้นข้าควรทำเช่นไรดีท่านพ่อ..” เว่ยถังพ่นลมหายใจออกมาก่อนจะมีสีหน้าเคร่งเครียด “เช่นนั้นเ้าจงหลบอยู่ด้านหลังพ่อเพียงอย่างเดียว พ่อจะทำสุดความสามารถเพื่อช่วยมินเอ๋อ และปกป้องเ้า” เว่ยถังกล่าวขึ้นอย่างไม่มีทางเลือก “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ปกป้องบุตรชาย กับช่วยนังเด็กนี่ แถมยังต้องรับมือกับพวกเราทั้งสี่คนพร้อมกัน เ้าเสียสติไปแล้วรึ เ้าโง่เว่ยถัง ถ้าทำเช่นนั้นได้จริง เ้าก็คงมีสามเศียรหกกร ไม่ก็สำเร็จวิชาเก้าเอ็นขั้นสุดท้ายแล้วเป็แน่ แต่ก็คงไม่ใช่สักอย่าง เพราะงั้น จงตายไปพร้อมกับไอ้เด็กพวกนี้ซะ..!!”
เฟิงควาง กล่าวขึ้นก่อนที่มัน กับผู้คุมกฎอีกสามคน และ ศิษย์ชั้นปลายแถวของพรรคมารราคะที่มาด้วยทั้งหมดจะพุ่งเข้ามาหาสองพ่อลูกสกุลเว่ยพร้อมกัน เว่ยถังกัดฟันเร่งโคจรพลังลมปราณไปทั่วร่างเตรียมรับมือเต็มที่ แม้รู้ว่าจะไม่อาจทำอะไรได้มากก็ตาม “หยุดนะ!! เ้าพวกหมาหมู่ ข้าอยู่นี่แล้ว..!!” ยามนั้นเสียงของสตรีนางหนึ่งในชุดผ้าไหมสีขาวบนยอดไม้ก็ดังขึ้น ทุกสายตามองตามไปยังเสียงนั้นเป็ตาเดียวกัน รอยยิ้มกว้างบนใบหน้าของเว่ยเซี่ยพลันปรากฏขึ้นทันที “ท่านแม่…!!” “ไม่ต้องห่วงเว่ยเซี่ยแม่มาแล้ว ข้ามาแล้วท่านพี่” ฟางเหนียงกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้ม แล้วแววตาดุดัน ที่มองไปยังคนของพรรคมารราคะ
“ในที่สุด..เ้าก็ปรากฏตัวออกจนได้สินะฟางเหนียง ไม่สิต้องเรียกว่าอดีต ธิดาราคะของพรรคมารมากกว่า..” พอ ฮาวเทียน หลงจ๋าวกล่าวจบ เว่ยเซี่ยก็ใ และประหลาดใจมาก “ธิดา..ราคะของพรรคมาร? มันหมายความว่าอย่างไร ท่านพ่อทำไมท่านแม่ถึง..” เว่ยถังถอดทอนหายใจออกมาก่อนจะกล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า “แม่เ้าแท้จริงแล้วเป็ลูกสาวของประมุขพรรคมารราคะรุ่นก่อน แต่เื่ที่นางหนีออกมาได้ยังไงเอาไว้รอดไปพ่อจะเล่าให้ฟังทีหลัง” เว่ยเซี่ยพยักรับ จากนั้นฟางเหนียงก็โคจรลมปราณก่อนจะโผบินลงมาจากยอดไม้อย่างงดงาม พร้อมพลิกม้วนฝ่ามือฟาดซัดใส่คนของพรรคมารราคะจนแตกกระจาย
ผู้คุ้มกฎทั้งสี่ของพรรคมารราคะมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าวรยุทธ์นางก้าวหน้าขึ้นมาก จากครั้งล่าสุดที่เจอกันเมื่อหลายสิบปีก่อน หากปะทะด้วยตรง ๆ คงไม่ง่ายนักที่จะเอาชนะ แต่ถึงกระนั้นฟางเหนียงก็รู้ตัวดีว่า นางกับสามีเองก็ไม่อาจเอาชนะพวกมันทั้งสี่ได้เช่นกัน การหนีจึงเป็หนเดียวที่พอจะทำได้ “ท่านพี่ เว่ยเซี่ยตอนนี้รีบหนีกันก่อนเถอะ” สองพ่อลูกพยักหน้าก่อนจะร่วมมือกับฟางเหนียงฝ่าวงล้อมพวกมันออกไป
ยามนั้นเว่ยถังมองทอดสายตามายังมินเอ๋ออยู่แวบหนึ่ง พวกพรรคมารไม่สนใจนางอีกแล้ว มินเอ๋อจึงปลอดภัยได้แต่ยืนมองพ่อ แม่ ลูกทั้งสามหลบหนีไปด้วยความเป็ห่วง ฟางเหนียงไม่ได้สนใจสายตาของสามี ผิดกับ เว่ยเซี่ยที่เข้าใจสายอันนั้น มันไม่ใช่สายตาของ ท่านลุงที่มองหลานสาวด้วยความห่วงใย แต่เป็ แววตาของชายหนุ่มที่มองยิ่งสาวด้วยความเสน่ห์หาอาวรณ์มากกว่า จากนั้นทั้งสามก็หนีหายเข้าป่าไปโดยมีคนของพรรคมาราคะไล่ตามไปติด ๆ
พ่อ แม่ ลูกทั้งสามหนีการตามล่ามาเรื่อย ๆ ตามแนวป่า เว่ยถัง กับ ฟางเหนียงนั้นไม่เท่าไหร่ แต่เว่ยเซี่ยนั้นไม่ได้มีวรยุทธ์กับพลังลมปราณมากเท่า มันจึงเหนื่อยล้าแทบขาดใจ ยิ่งใช้เยื้องย่างไร้ตัวตนต่อเนื่องก็ยิ่งสูญเสียกำลังภายในไปมากขึ้นจนส่งผลเสียให้เคลื่อนไหวช้าลง เรื่อย ๆ “เ้าเป็เช่นไรบ้างลูกแม่” ฟางเหนียงเอ่ยถามบุตรชายด้วยความเป็ห่วง เว่ยเซี่ย หอบ แฮก เหงื่อกาฬแตกเต็มหน้าเต็มตัว หายใจถี่ ราวกับจะขาดใจ “ข้า ข้า…ไม่ไหว แล้วท่านแม่ ท่านกับท่านพ่อรีบหนีไปเถอะทิ้งข้าไว้” “เ้าเด็กโง่กล่าวอะไรของเ้าออกมา จะให้แม่กับพ่อทิ้งเ้าไว้ตรงนี้ได้อย่างไรกัน” ฟางเหนียงแค่นเสียงดุบุตรชาย
เว่ยถังนั้นนิ่งเงียบไปเล็กน้อยเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ จากนั้นมันจึงก็กล่าวบางอย่างออกมา
“พวกเ้าสองแม่ลูกรีบไปเถอะ พ่อจะล่อพวกมันไปอีกทางเอง..” พอฟางเหนียงกับ เว่ยเซี่ยได้ยินเช่นนั้นทั้งสองก็ใมาก และ คิดที่จะปฏิเสธคำของเว่ยถัง แต่มันก็ตวาดเสียงแข็งด้วยความโกรธใส่ “ข้าบอกให้เ้ารีบพาลูกหนีไปไงฟางเหนียงเ้าไม่เข้าใจเหรอ หากพวกมันไล่ตามมาทันพวกเราจะไม่มีใครรอดสักคน..!!
ข้าเข้าใจดีว่าพวกเ้าไม่อยากทิ้งข้าไว้ลำพัง แต่ในฐานะพ่อกับสามีเ้าข้าเองก็มิอาจทนเห็นพวกเ้าตายได้ เช่นกัน จงหนีไปซะ แล้วอีกสามวันไปพบกันที่ โรงเตี้ยม หยวนไล ในเมืองหลวง หากถึงยามนั้นเ้าไม่พบข้าก็แสดงว่าข้าไม่อยู่บนโลกนี่แล้ว เว่ยเซี่ยพ่อฝากดูแลแม่แทนพ่อด้วย” เว่ยเซี่ยนิ่งเงียบเหมือนจะร้องไห้ออกมา แม้เว่ยถังจะทำผิดต่อมันสักเพียงไหน ยังไงเสีย ชายผู้นี้ก็เป็บิดาที่ให้กำเนิดมันมาอยู่ดี ฟางเหนียงเองมีใบหน้าเศร้าสลด แต่นางก็ต้องทำตามคำสั่งของสามีเพื่อรักษาชีวิตของบุตรชายเอาไว้ ก่อนทั้งหมดจะตกลงแยกย้าย แต่ก่อนจากกัน เว่ยถังได้ขอคัมภีร์ เก้าเอ็น มาจากฟางเหนียงเพื่อที่จะใช้ล่อพวกพรรคมารราคะ แต่ยังมิทันทีนางจะหยิบออกมาจากเสื้อ เสียงของพวกพรรคมารราคะก็ดังขี้น “นั้น ๆ พวกมันอยู่นั้นไงตามไปจับเร็ว..!!”
พวกมันไล่ตามมาทันเสียแล้ว เว่ยถังจึงยังไม่ได้รับคัมภีร์มาจากฟางเหนียง มันได้ส่งเสียงโหวกเหวกโวยวาย ก่อนจะโบกไม้โบกพร้อมกับวิ่งไปอีกทาง ภาพที่พวกพรรคมารเห็นมาแต่ไกลจึงเหมือนเว่ยถังทำท่าทำทางรับอะไรมาสักอย่างจากฟางเหนียง และพวกมันก็มั่นใจว่านั้นจะต้องเป็ คัมภีร์เก้าเอ็น อย่างแน่นอน จึงได้ไล่ตามไปทันที ส่วนฟางเหนียงที่หนีไปอีกทางกับเว่ยเซี่ยนั้น ไป๋ฟู๋ได้ขอแบ่งคนจากฮาวเทียน หลงจ๋าว
ตามไปติด ๆ เนื่องจากในอดีต ตัวไป๋ฟู่นั้นมีบัญชีแค้นที่ต้องสะสางกับฟางเหนียงให้จบนั้นเอง…
จบบทที่ 11
โปรดติดตามบทต่อไป
บทต่อไป ธาตุไฟราคะเข้าแทรก..