[ไอแอม]
[วันศุกร์เวลา 07.00 น.]
ผมนอนจับไข้และไม่ได้ไปเรียนมาั้แ่เช้าวันอังคารลากยาวมาจนถึงเช้าวันศุกร์สุดสัปดาห์อีกครั้งแล้วสามวันที่ผ่านมาผมนอนป่วยอยู่ในห้องทั้งวันทั้งคืนจนผมแทบจะไม่ได้ลุกขึ้นจากเตียงเลยนอกจากลุกไปเข้าห้องน้ำและลุกขึ้นมาทานข้าวทานยาเท่านั้นและตลอดเวลาสามวันที่ผ่านมาที่ผมไม่สบายแม่ของผมท่านก็ย้ายมานอนห้องของผมทุกคืนเพื่อเฝ้าดูแลผมอย่างใกล้ชิดด้วยตัวท่านเอง
ไม่ใช่แค่นั้นเพราะในตอนกลางวันแม่ของผมท่านยังมาคอยเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้กับผมเวลาไข้ขึ้นโดยไม่ให้ยุ่งยากแม่บ้านเลยและที่สำคัญกว่านั้น แม่ของผมท่านไม่ถามผมเลยว่า ผมไปโดนอะไรมาทำไมผมถึงได้เขียวช้ำไปทั้งตัวแบบนี้ แต่ทุกครั้งที่ท่านทายาแก้ฟกช้ำให้กับผมผมจะแอบเห็นท่านน้ำตาคลอเบ้าอยู่เสมอไม่ต่างจากผมเลย
และในเช้าวันศุกร์แม่ของผมท่านตื่นนอนก่อนผมเพื่อไปเตรียมซุปร้อน ๆขึ้นมาเสิร์ฟให้ผมบนห้องด้วยตัวของท่านเอง และเช้านี้ก็ไม่ต่างจากทุก ๆเช้าที่ผ่านมาเท่าไหร่ เพราะพอแม่ของผมยกซุปขึ้นมาถึงห้องนอนของผมแม่ของผมก็จัดโต๊ะให้ผมทานซุปอยู่บนเตียงเหมือนเดิม แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปคือเช้านี้ก่อนผมจะทานซุปแม่ของผมได้พูดผมด้วยรอยยิ้มที่ดูเปี่ยมไปด้วยความสุขคล้ายกับว่าผมยังคงเป็ลูกน้อยของแม่อยู่เลย
"แอม? แผลที่มือของแอมปริอีกแล้วให้แม่ช่วยป้อนดีกว่านะลูก ลูกจะได้ไม่ปวดมาก"
แม่ของผมเอื้อมมือที่อบอุ่นของท่านมาลูบไล้ที่หลังมือของผมเบาๆ จนผมอดไม่ได้ที่จะปล่อยน้ำตาให้ไหลรินออกมาอีกครั้ง
"แม่? "
พรึบ!!!
ผมโผกอดแม่ของผมทันทีที่ผมเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าของท่านและเห็นท่านนั่งยิ้มน้ำตาคลอเบ้ากุมมือของผมอยู่ ผมกอดแม่พร้อมกับร้องไห้ออกมาเบาๆ ผมรู้ดีว่าแม่ของผมคงอยากจะถามผมอยูเหมือนกันว่า...มันเกิดอะไรขึ้นกับผมเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมาแต่ที่ท่านก็ไม่ได้ถามผม เพราะว่าท่านไม่้าที่จะกดดันผม
แต่พอผมได้เห็นแม่ของผมกำลังเป็ทุกข์เพราะเป็ห่วงผมก็ทำให้ผมตัดสินใจที่จะบอกความจริงที่เกิดขึ้นกับผมให้ท่านได้รับรู้โดยไม่ลังเลอีกต่อไปแม้ว่าท่านจะยังไม่ได้ถามก็ตาม และผมก็ผละออกจากอ้อมกอดของแม่ พร้อมกับเอยถามท่านออกไปว่า
"แม่อยากรู้ใช่ไหมครับว่าคืนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกับผม?"
แม่ของผมรีบเอื้อมมือของท่านมาประคองสองแก้มของผมเอาไว้ก่อนที่ท่านจะตอบผมกลับมาด้วยรอยยิ้มเปื้อนน้ำตา
"แอม? ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับลูกแม่ก็จะไม่ซ้ำเติมลูก แม่จะอยู่ตรงนี้เพื่อลูกเสมอ"
แม่ใช้นิ้วหัวแม่มือค่อยๆ เกลี่ยคราบน้ำตาออกจากสองแก้มให้กับผมอย่างแ่เบาแต่น้ำตาของผมก็ยิ่งไหลรินมากขึ้นหลายเท่าเมื่อผมรู้ว่าแม่กำลังเป็ห่วงผมอยู่และผมก็ยกมือน้อย ๆ ทั้งสองข้างของผมขึ้นมากระกบกันก่อนที่ผมจะไหว้แม่ของผมอย่างนอบน้อม พร้อมกับเอ่ยปากบอกท่านออกไปทั้งน้ำตา
"ฮึก ฮึก ขอบคุณครับ ฮึก ฮึก"
"ถ้าลูกยังไม่พร้อมก็ไม่ต้องบอกแม่หรอกแม่รอได้จ๊ะ แม่จะรอจนกว่าลูกจะพร้อมจ๊ะ"
แม่ของผมคอยเกลี่ยน้ำตาออกให้ผมทุกครั้งที่น้ำตาของผมร่วงรินอาบแก้มและผมก็ยกมือขึ้นไปเกลี่ยน้ำตาออกจากแก้มให้กับแม่เหมือนกันก่อนที่ผมจะตัดสินใจบอกความจริงที่น่าอดสูกับแม่ของผมไปเสียงสั่นรัว
"ฮึก ฮึกแต่ตอนนี้ผมพร้อมแล้วครับ ฮึก ฮึก ผมจะบอกแม่ทุกอย่างครับ ฮึก ฮึก ฮึก แม่ครับ ฮึกฮึก ผมเกลียดมันครับ ฮึก ฮึก มันบังคับผมครับ ฮึก ฮึก แต่ถ้าผมไม่ยอมมันมันก็จะไม่เลิกรา ผมก็เลยต้องยอม ฮึก ฮึก ผมเกลียดมันครับ ฮึก ฮึก"
"ไม่เป็ไรนะลูกถือซะว่ามันแค่ฝันร้ายก็แล้วกัน เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะลูกพ่อกับแม่คุยกันแล้วว่าจะไม่บังคับลูกอีก"
แม่ของผมคว้าผมเข้าไปกอดพร้อมกับคอยลูบหัวปลอบใจผมอย่างไม่สร่างซา
"ฮึก ฮึก ฮึก"
"ถ้างั้นวันนี้แอมลงไปทานอาหารเช้ากับคุณพ่อได้ไหมลูกพอดีพ่อเขามีเื่สำคัญจะคุยกับแอมน่ะลูก"
แม่ดันไหล่ของผมออกจากอ้อมกอดของท่านพร้อมกับระบายยิ้มอย่างรอฟังคำตอบจากผมผมจึงพยักหน้าตอบตกลงออกไปด้วยรอยยิ้มเปื้อนน้ำตาเหมือนกัน
"ฮึก ฮึก ครับ"
จากนั้นแม่ก็ลุกขึ้นพร้อมกับจูงมือของผมออกจากห้องไปเพื่อลงไปทานอาหารเช้ากับพ่อ
[โต๊ะอาหารเวลา 08.00 น.]
ผมกับแม่เดินลงมานั่งร่วมโต๊ะทานอาหารเช้ากับพ่อตามคำชวนของแม่และผมก็ยังไม่ได้คุยกับพ่อของผมเลย เพราะพ่อของผมเองท่านก็ยังไม่ได้คุยอะไรกับผมเหมือนกันผมจึงไม่กล้าที่จะเอ่ยปากชวนท่านคุย และผมก็นั่งก้มหน้าก้มตาจ้องมองดูถ้วยข้าวต้มที่วางอยู่ตรงหน้าของผมไปเรื่อยๆ เพื่อหลบสายตาของพ่อ
แต่ว่าในขณะที่ผมกำลังนั่งคนข้าวต้มในถ้วยร้อนๆ ไปมาเพื่อรอให้มันเย็นอยู่นั้น พ่อของผมก็พูดกับผมออกมาเสียงเรียบว่า
"มัวแต่คนอยู่นั่นแหละ เดี๋ยวก็เย็นหมดหรอกรีบทานตอนยังร้อน ๆ อยู่น่ะดีแล้ว จะได้อร่อย"
"เอ่อ!!! ครับ"
ผมเงยหน้าขึ้นมามองสบตาของผมเล็กน้อยก่อนที่ผมจะรีบก้มหน้าหลบสายตาของพ่ออีกตามเคยแล้วผมก็ทำทีเป็รีบตักข้าวต้มใส่ปาก ทั้ง ๆ ที่ผมยังไม่อยากทานตอนนี้เลยเพราะผมไม่ชอบทานข้าวต้มร้อน ๆ แบบนี้ แต่ในที่สุดผมก็อดทนก้มหน้าทานข้าวต้มร้อน ๆจนหมดถ้วย เพราะผมไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสู้หน้าของพ่อ
จากนั้นผมก็รีบลุกขึ้นทันทีเพราะผมไม่กล้าสู้หน้าพ่อของผม แต่ว่าพ่อของก็กลับเอื้อมมือมาคว้าแขนของผมเพื่อรั้งผมเอาไว้พร้อมกับพูดกับผมออกมาเสียงเรียบ
"แอม? นั่งก่อนสิพ่อมีเื่จะคุยด้วย"
"ครับ"
ผมหันกลับไปเลื่อนเก้าอี้ของผมออกเหมือนเดิมก่อนที่ผมจะนั่งลงเหมือนเดิม และก้มหน้ารอฟังว่าพ่อของผมจะดุด่าผมว่ายังไงบ้างผมพยายามสูดหายใจเอาอากาศเข้าไปให้เต็มปอดเพื่อเป็กำลังใจให้กับตัวเองและผมบอกกับใจว่า ไม่ว่าพ่อจะดุด่าหรือจะตีผม ผมก็จะยอมพ่อทั้งนั้นขอเพียงพ่อให้อภัยผมก็พอ แต่ทุกอย่างที่ผมตั้งใจไว้มันกลับแป็กไม่เป็ท่าเมื่อพ่อของผมเอ่ยถามผมออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสนอบอุ่นเฉกเช่นที่พ่อเคยทำตลอดมา
"แอมอยากไปเที่ยวต่างประเทศไหมลูก?"
"อะไรนะครับ? "
ผมเงยหน้าขึ้นมามองสบตาพ่อของผมอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินและในจังหวะนั้นพ่อก็ระบายยิ้มส่งมาให้กับผมจนทำให้หัวใจของผมเริ่มมีความหวังและกำลังใจขึ้นมาอย่างประหลาดก่อนที่ท่านจะพูดกับผมซะยาวเหยียดออกมาว่า
"ที่เกาะฮ่องกง่นี้เป็่หน้าหนาวพอดีและยังเป็เดือนแห่งความรักด้วยนะตอนกลางคืนมีไฟแสงสีตกแต่งอยู่ทั่วทั้งเกาะฮ่องกง ...สวยเชียวล่ะแอมอยากไปเที่ยวพักผ่อนไหมล่ะ ชวนอาร์มไปด้วยกันก็ได้เดี๋ยวพ่อจะเป็ป๋าเปย์ให้ทุกอย่างเลย ถ้าแอมสนใจพ่อจะลาโรงเรียนให้สักสองอาทิตย์เลยดีไหมหรือถ้าสองอาทิตย์มันไม่พอ พ่อจะลาต่อให้ทั้งเดือนเลยเอาไหม? "
"เอ่อ!!!แล้ว...เื่ที่ผมโกหกพ่อ..."
"ช่างเถอะ...พ่อลืมไปแล้วล่ะ"
พ่อของผมยกมือขึ้นมาห้ามไม่ให้ผมพูดถึงเื่นั้นแต่ว่าผมก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี จนผมต้องพยายามอธิบายให้พ่อฟังอย่างไม่เต็มเสียงนัก
"เอ่อ!แต่ว่าผม...ยังมีบางเื่ที่ปิดบังพ่ออยู่ผม...ผมยังไม่ได้บอกพ่อเลย...ว่าผม..."
พ่อของผมยกมือขึ้นมาทำสัญญาณห้ามไม่ให้ผมพูดอะไรต่อก่อนที่พ่อจะเล่าประวัติที่โลดโผนของพ่อในวัยเด็กให้ผมฟังอย่างอารมณ์ดี
"ช่างเถอะ...พ่อแก่แล้ว พ่อไม่อยากรู้เื่ส่วนตัวของวัยรุ่นหรอกอีกอย่างลูกก็โตเป็หนุ่มแล้ว ถ้าลูกจะเกเรบ้างพ่อก็ไม่ว่าหรอกพ่อเข้าใจ...เพราะสมัยที่พ่อเป็วัยรุ่นอายุเท่าแอม พ่อยิ่งเกเรกว่าแอมหลายเท่าพ่อเกเรและชอบโกหกจนคุณปู่ของแอมต้องพาพ่อไปฝากไว้กับหลวงพ่อที่วัดหลายวันเชียวล่ะ"
นาทีนี้ผมน้ำตาไหลรินทันทีด้วยความดีใจผมดีใจที่พ่อเข้าใจผม และผมก็ยกมือขึ้นมาประกบกันเป็ท่าพนมมือก่อนที่ผมจะลุกขึ้นจากเก้าและย่อตัวลงก่อนจะคลานเข่าเข้าไปกราบลงบนตักของพ่อเพื่อเป็การขอโทษไปในตัวและผมยังเอ่ยคำขอบคุณพ่อออกไปด้วยความซึ้งใจ
"ฮึก ฮึก ขอบคุณครับพ่อ ฮึก ฮึกขอบคุณที่เข้าใจผมครับ"
พรึบ!!!
ผมลุกขึ้นแล้วก็โผเข้าไปกอดพ่อของผมด้วยความดีใจสุดขีดผมดีใจที่พ่อของผมเข้าใจและไม่ต่อว่าผมอีกแล้วท่านไม่แม้แต่จะถามผมถึงเื่วันนั้นด้วยซ้ำไป
พ่อของผมกอดผมไว้ในอ้อมกอดจนผมแทบจะจมมิดอกอุ่นของท่านแล้วท่านก็เอื้อมมือขึ้นมาลูบหัวของผมขึ้นลงเบา ๆ พร้อมกับพูดกับผมว่า
"อะไรที่มันผ่านมาแล้วก็อย่าไปคิดถึงมันอีกเลยนะลูกเป็ลูกชายพ่อทั้งที อย่าไปเสียน้ำตาให้กับเื่แค่นั้นเลยอย่างน้อยมันก็ไม่ได้ทำให้แอมท้องสักหน่อยนี่ ใช่ไหม? "
"ฮึก ฮึก ครับ ฮึก ฮึก"
"พ่อรักแกนะไอ้คุณชายไอแอม"
พ่อตบหลังของผมสองสามทีเพื่อให้กำลังใจและผมก็ตอบพ่อของผมกลับไปทันทีว่า
"ผมก็รักคุณนะครับคุณผู้ชาย"
"หึ หึ หึ เช็ดน้ำตาซะแล้วก็รีบขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้วเดี๋ยวอีกสักพักอาร์มเขาจะมารับลูกออกไปเปิดหูเปิดตาดูหนังฟังเพลงตามประสาวัยรุ่น"
ผมยกมือขึ้นมาปาดคราบน้ำตาออกจากสองข้างแก้มของผมก่อนที่ผมจะเอ่ยถามพ่อของผมออกไปอย่างไม่อยากจะเชื่อ
"ผมออกไปได้เหรอครับ"
ผมจ้องหน้าพ่อของผมด้วยความตื่นเต้นและลุ้นคำตอบ
"ได้สิ...แม่เขาบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าต่อไปนี้พ่อกับแม่จะไม่บังคับอะไรลูกอีกน่ะ"
"แล้วบอดี้การ์ดที่ติดตามผมล่ะครับพ่อจะ"
ผมจ้องหน้าพ่อของผมนิ่งด้วยหัวใจที่เต้นรัวเพื่อรอคำตอบอย่างลุ้นอยู่ในใจ
"หึ หึ หึ ไม่หรอกเพราะั้แ่วันนี้เป็ต้นไป พ่อจะไม่ให้พวกเขาตามติดแอมแบบเมื่อก่อนอีกแล้วล่ะเพราะแอมไม่ใช่เด็กเหมือนเมื่อก่อน ตอนนี้แอมลูกของพ่อโตเป็หนุ่มแล้วแต่พ่อจะให้พวกเขาตามแอมเป็กรณีไปเท่านั้นแอมจะได้ไม่รู้สึกว่าพ่อบังคับแอมด้วยไง"
"ครับ"
ผมผละออกจากอ้อมกอดของพ่อแล้วผมก็เดินกลับขึ้นไปบนห้องด้วยความโล่งใจจนหุบยิ้มไม่ลงเลยเพราะว่านาทีนี้ผมไม่ได้รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ผมเสียให้กับไอ้ไซมอนอีกต่อไปแล้ว
ขอเพียงแค่พ่อกับแม่ของผมเข้าใจและไม่ซ้ำเติมผมผมก็ไม่มีอะไรให้ต้องเ็ปเสียใจอีกแล้ว เพราะนี่คือกำลังใจและรักเดียวที่ผมปรารถนา...
.....
ซันด๊อก