เทวินกลับมาอยู่ที่บ้านได้เกือบอาทิตย์แล้ว หลังจากไม่ได้ทำงานก็เริ่มปรับตัวได้กับสภาพแวดล้อมแบบบ้านสวน เขาใช้เวลา่เช้า
ออกกำลังกาย บางครั้งทำงานบ้านช่วยคุณแม่ เพราะที่บ้านของเขาไม่ได้จ้างแม่บ้านประจำ เพียงแต่มีคนในหมู่บ้านมารับจ้างเป็บางวันบางครั้งเท่านั้น
เวลาที่เหลือเขาก็ได้เข้าไปช่วยงานในสวนผลไม้ ่นี้ต้นฝรั่งกำลังออกผลพอเก็บเกี่ยวพวกพ่อค้าแม่ค้าซื้อขายผลไม้มีรายการสั่งจอง
เข้ามาเยอะ วันนี้จึงไปช่วยที่สวนต้นฝรั่ง
มีชาวบ้านในหมู่บ้านมารับจ้างทำงานที่สวนหลายคน แบ่งเป็กลุ่มที่ห่อถุงและกระดาษให้กับผลฝรั่งลูกเล็ก กลุ่มที่เก็บฝรั่งผลโตพอขาย
และอีกกลุ่มช่วยกันแกะถุงห่อและกระดาษออกแล้วนำไปล้างน้ำสะอาด คัดแยกเกรดแล้วจึงห่อด้วยตาข่ายโฟมห่อผลไม้ก่อนบรรจุลงลังใส่ผลไม้
ซึ่งพ่อของเขาจะดูแลตรงนี้อย่างระมัดระวัง เพราะถ้าเกิดรอยช้ำจะต้องขายในราคาเดียวกับผลไม้มีตำหนิ
ในขณะที่เทวินกำลังเก็บผลฝรั่งช่วยคนที่มารับจ้างอยู่นั้น คุณแม่ยุพินก็ขับรถนำอาหารมือเที่ยงมาให้ทุกคน “พักเที่ยงกันก่อนจ้า”
เธอบอกทุกคนให้หยุดพักและรับประทานอาหาร จากนั้นก็เดินเข้าไปหาลูกชาย“ลูกวิน จะไปบ้านสวนของคุณตาวันไหนจ๊ะ?”
“ผมว่าจะไปวันพรุ่งนี้ครับ ตั้งใจว่าจะไปพักค้างคืนที่นั้นสักสองสามคืน พร้อมแล้วถึงจะย้ายเข้าไปอยู่ครับ”
“ดีแล้วลูก แม่จะได้เตรียมตะกร้าผลไม้ให้ลูกนำไปฝากที่บ้านของลุงวิชิต ที่หมู่บ้านน้ำริน และก็จะให้ลูกหาเลือกซื้อเสื้อผ้าพื้นเมืองไปฝาก
ลุงชาญกับป้าสร้อยที่บ้านสวนคุณตาด้วยจ้ะ”
“เสื้อผ้าพื้นเมือง! ซื้อที่ไหนครับ?”
“ตอนนี้ที่ในเมืองมาศิตา ทางการได้จัดสรรพื้นที่ให้เป็ตลาดซื้อขายเสื้อผ้าพื้นเมืองโดยเฉพาะ เป็ตลาดที่ใหญ่มาก วันนี้น้องดาจะกลับเร็ว เห็นบ่นว่าปีสุดท้ายกิจกรรมเยอะแต่ชั่วโมงเรียนน้อยมาก เดี๋ยวให้น้องพาไปเลือกซื้อ” คุณยุพินมองหน้าลูกชายด้วยรอยยิ้มแล้วก็อธิบายต่อ
“การให้ผ้าต่อผู้ใหญ่หรือผู้ที่อายุมากกว่าถือเป็ประเพณีดั้งเดิมของชาวเมืองเรา เชื่อว่าจะเป็สิริมงคลต่อผู้ให้และผู้รับ”
“แล้วต้องหาซื้อผ้าไปฝากที่บ้านลุงวิชิตด้วยหรือเปล่าครับ?”
“ไม่ต้องหรอกจ้ะ แม่เคยซื้อไปฝากเวลาไปเยี่ยมเยือน ดูเหมือนว่าบ้านนั้นจะมีเสื้อผ้าอยู่มาก ลุงวิชิตของลูกบอกว่าอยากกินผลไม้ที่สวน
ของเรามากกว่า”
“ได้ครับคุณแม่ ถ้าอย่างนั้นผมบอกคุณพ่อ แล้วกลับไปที่บ้านพร้อมกับคุณแม่เลยนะครับ”
“ได้จ้ะลูก”ใน่เย็นเทวินกับวิชุดา สองพี่น้องพากันเข้าเมือง ไปตลาดเสื้อผ้าพื้นเมืองเพื่อหาซื้อเสื้อเป็ของฝากลุงชาญกับป้าสร้อย
ที่ตลาดมีคนขายหลายเ้าแบ่งเป็พื้นที่ขายหลายร้านค้า แต่ละร้านค้ามีเสื้อผ้า ชุดพื้นเมือง เครื่องประดับ เครื่องตกแต่งเสื้อผ้ามากมายหลายแบบหลากหลายราคาตามขนาด วัสดุและวิธีการที่ใช้ทำ อย่างผ้าไหมทอมือก็จะแพงหน่อย บ้างก็ขายเป็ชุดที่ตัดอย่างประณีต บ้างก็เป็ผืน มีหลายรูปแบบให้เลือกซื้อ
ตลาดแห่งนี้ดูคึกคัก มีผู้คนเข้ามาเลือกซื้อจำนวนมากในแต่ละวัน ตอนนี้สองพี่น้องกำลังหาเลือกซื้อเสื้อผ้าฝ้ายลายพื้นเมืองอยู่ที่ร้านค้าแห่งหนึ่ง
“พี่วิน! ดูเสื้อผ้าฝ้ายตัวนี้ น้องดาว่าเหมาะกับลุงชาญดีนะ”
“พี่ไม่ได้เจอลุงชาญกับป้าสร้อยนานมาก นึกไม่ออกเลยว่าหุ่นรูปร่างเปลี่ยนไปมากน้อยขนาดไหน
ให้น้องดาเป็คนเลือกและตัดสินใจได้เลย”
“ก็ไม่เปลี่ยนไปมากจากตอนที่พี่เรียนจบมัธยม เดี๋ยวน้องดาเลือกให้ รับรอง ลุงกับป้าต้องชอบอย่างแน่นอน
เสื้อผ้าฝ้ายตัวนี้ซื้อเลย ต่อไปก็เสื้ออีกตัวให้ป้าสร้อย....ตัวนี้ๆ เลย เหมาะมาก”
“โอเค!” เทวินยิ้มให้กับน้องสาวพร้อมกับจ่ายเงินเ้าของร้าน
“ได้แล้วสองตัวน่าจะพอเหมาะ น้องดาจะซื้ออะไรมั้ย?”
“น้องดาไม่อยากซื้ออะไร ..แต่ว่า น้องดาอยากซื้อเสื้อให้พี่เชษฐ์ ให้พี่วินเป็คนเอาไปให้ บอกว่าน้องดาซื้อฝาก” เธอกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ที่สดใส ใบหน้าแดงดูเขินเล็กน้อย
“อ๋อ ได้สิ” เทวินอมยิ้ม ดูจะขำเล็กน้อยกับอาการเขินของเธอทั้งคู่เดินหาดูเสื้ออีกหลายร้านก่อนมาหยุดเลือกหาซื้อเสื้อที่ร้านค้าที่อยู่บริเวณมุมหนึ่งของตลาด ขณะทั้งคู่เลือกดูอยู่นั่น เทวินเหลือบมองไปเห็นชายหญิงวันทำงานคู่หนึ่งที่ควงแขนกันอยู่และกำลังเลือกดูผ้าไหมอีกร้าน
ฝ่ายชายมีใบหน้าออกไปทางคนจีน ผิวขาวหุ่นกำลังดี สวมใส่ชุดนักธุรกิจเสื้อเชิ้ตแขนยาวไม่สวมสูท ในมือข้างหนึ่งหิ้วถุงแบรนด์ร้านผ้าไหม ฝ่ายหญิงหน้าตาสะสวยเป็ที่สะดุดตา หุ่นเพรียว สวมใส่เดรสสั้นเหนือเข่าสีชมพูอ่อน เธอดูคุ้นๆ สำหรับเทวิน
“เออ....น้องดา ผู้หญิงคนนั้นใช่ฤดี ลูกสาวคุณลุงวิชิตหรือเปล่า?” เขาสะกิดพร้อมกระซิบถามน้องสาวที่กำลังเลือกดูเสื้ออยู่ เมื่อวิชุดา มองไปตามพี่ชาย เธอก็ถึงกับทำตาโต ผู้หญิงคนนั้นที่แท้ก็คือฤดี ญาติฝ่ายแม่ที่หมู่บ้านน้ำริน
“ใช่ๆ!! ...พี่วินเรารีบไปร้านอื่นกันเถอะ!” เธอกระซิบบอกพี่ชายพร้อมกับกำลังจะจูงมือเขาพาเขาไปร้านอื่น แต่ก็ไม่ทันเพราะฤดีกลับเหลือบเห็นเธอพอดี
“น้องดา!!” ฤดีะโเรียกชื่อ พร้อมกับเดินควงแขนชายที่มาด้วย ตรงเข้ามาหา ทั้งคู่จึงต้องหยุดแล้วหันกลับไปทักทาย
วิชุดา : “สวัสดีค่ะ พี่ฤดี”
ฤดี : “สวัสดี น้องดามาหาซื้อผ้ากับแฟนเหรอจ๊ะ?”
วิชุดา : “ไม่ใช่ค่ะ นี่พี่วิน พี่ชายน้องดางัยค่ะ”
ฤดีเพิ่งจะนึกออก : “อ๊ะ! ..ถึงว่าดูคุ้นๆ สวัสดีค่ะพี่วิน”
เทวิน : “สวัสดีครับ น้องฤดี”ฤดีหันไปบอกผู้ชายที่มากับเธอพร้อมกับรอยยิ้มที่เย้ายวน “ที่รักคะ นี่คือ น้องวิชุดา พี่เทวิน
ญาติของฤดีคะ” จากนั้นจึงยิ้มร่าพร้อมกับเชิดใบหน้าเล็กน้อยก่อนจะแนะนำ “พี่วิน น้องดา นี่คือคุณจรัส แฟนของฤดี เป็เ้าของไนต์คลับ
บาร์และผับ ที่มีชื่อเสียงที่เมืองเชียงใหม่และกำลังจะมาลงทุนสร้างรีสอร์ทที่มาศิตา”
คุณจรัสดูเหมือนจะมีอายุมากกว่าฤดีเพียงเล็กน้อยตอนนี้ยิ้มอย่างหยิ่งผยอง หลังจากกล่าวทักทายกับเทวินและวิชุดาแล้วจึงกล่าว
“ที่ผมกำลังจะลงทุนสร้างรีสอร์ทก็ติดต่อกับบริษัทรับเหมาก่อสร้างของคุณแม่ลัดดากับน้องฤดี เมื่อสร้างแล้วเสร็จผมจะสร้างคฤหาสน์
เป็เรือนหอของเราสองคน ถึงตอนนั้นคุณทั้งสองต้องไปเยี่ยมเยือนเราด้วยนะครับ” เขาดูมีความภาคภูมิใจในความสำเร็จและความร่ำรวย
ของตัวเองและจะดูเอาอกเอาใจตามใจฤดีแทบทุกอย่าง
เมื่อทำความรู้จักกันแล้วฤดีจึงได้กล่าวถามเทวิน “ได้ข่าวว่าพี่วิน ไปเป็วิศวกรทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ นี่กลับมาเยี่ยมบ้านเหรอคะ?”
“พี่เพิ่งออกจากงาน ตอนนี้กลับมาอยู่ที่บ้านได้เกือบอาทิตย์หนึ่งแล้วครับ”ฤดีได้ยินดังนั้น เธอมีความคิดว่าเทวินตอนนี้กลายเป็วิศวกรตกงาน รู้สึกเหยียดหยามดูแคลนอยู่ในใจกล่าวด้วยใบหน้าที่เ็า “อ๋อ เหรอค่ะ” จากนั้นหันมาพูดกับวิชุดา
“คุณจรัสแฟนพี่เขาพาพี่มาเลือกซื้อชุดผ้าไหมราคาแพง จะใส่ไปงานกลางคืนที่ในเมืองวันพรุ่งนี้ เมื่อกี้พี่เห็นน้องดาเลือกดูเสื้ออยู่
นี่เลือกได้แล้วหรือยังจ๊ะ?”
“ได้แล้วสองตัว ยังเหลืออีกตัวค่ะ”
“คงจะเป็เสื้อผ้าธรรมดาๆ ไว้ใส่ทำงานในสวนในไร่สินะ ไว้มีโอกาสพี่จะเลือกดูชุดสวยๆ ของพี่มาให้นะจ้ะ” ฤดีกล่าวด้วยท่าทีดูถูกเย้ยหยัน
วิชุดารู้สึกไม่พอใจแต่ก็พยายามเก็บอารมณ์ ยังไม่ทันพูดอะไร อีกฝ่ายกลับพูดต่อ “พี่วิน น้องดา เดี๋ยวฤดีขอตัวก่อนนะคะ คุณจรัส
กำลังจะพาฤดีไปรับประทานอาหารมื้อเย็นที่ภัตตาคารริมน้ำ” ไม่ทันที่สองคนจะกล่าวอะไร เธอกลับหันไปบอกกับคุณจรัส “ที่รัก เราไปกันเถอะค่ะ” พร้อมควงแขนกันเดินจากไปอย่างไม่แยแสสนใจ
วิชุดาตอนนี้เธออารมณ์ไม่ดีเลยแต่ก็ไม่บ่นอะไร หันไปพูดกับพี่ชาย “พี่วิน หาซื้อเสื้ออีกตัวให้พี่เชษฐ์ แล้วกลับบ้านกันเถอะค่ะ ไม่ต้องบอกคุณแม่ว่าเจอพี่ฤดีนะคะ”
“อืม..” เทวินก็พอจะรู้ว่านิสัยป้าลัดดากับฤดีว่าเป็อย่างไร จึงพูดปลอบน้องสาว “น้องดา ไม่ต้องคิดมากนะ สักวันหนึ่งเมื่อพบเจอกับความผิดหวังและได้รู้คุณค่าของคนอื่นมากกว่าเงินทอง ฤดีก็จะคิดได้เอง”
“ขอให้เป็อย่างนั้นเถอะค่ะ”ทั้งสองเลือกซื้อได้แล้ว จึงพากันเดินทางกลับบ้าน