เมื่อมีเงินห้าแสนบาทในมือ ชนะเทพจึงรีบหิ้วเงินทั้งหมดไปหาอำนาจ เพื่อนที่เจอกันในคุกทันที
อำนาจติดคุกช่วงเดียวกับเขาแต่ระยะเวลาสั้นกว่า เพราะนิสัยคล้ายกันจึงคุยถูกคอจนนับถือเป็นพี่เป็นน้อง อำนาจโดนข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครอง แต่เพราะเงินหนาและเส้นใหญ่พอสมควรจึงติดคุกแค่หกปี
หกปีที่เจอกัน ทั้งคู่คุยกันสารพัดเรื่อง อำนวยสุขให้กันหลายอย่าง และที่คาดไม่ถึงก็คืออำนาจเป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งของซ่องใหญ่ใจกลางเมืองที่เขาเข้าไปใช้บริการบ่อย ๆ นั่นเอง พออำนาจรู้ถึงความชอบของเขาจึงชวนมาเป็นหุ้นส่วนด้วยเพราะซ่องกำลังขยายบริการให้มีที่นั่งดื่มในยามค่ำคืน
เมื่อได้ยินข้อเสนอเรื่องส่วนแบ่งที่น่าสนใจ ชนะเทพจึงไม่ลังเลที่จะสนองตอบแม้ยังไม่มีเงินในมือเลยสักบาทก็ตาม
“ชัช พาเสี่ยไปดูห้องพักส่วนตัวหน่อย” อำนาจกวักมือเรียกชัชให้เข้ามาในห้องทำงาน
“ไหว้เสี่ยชนะเทพเสียสิ เสี่ยจะเข้ามาเป็นหุ้นส่วนที่นี่ด้วย”
ชัชยกมือไหว้ด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก
“แล้วนี่ชัช เป็นหัวหน้าคุมนักเลงและพวกอีหนูที่นี่ มันไม่ค่อยพูด แต่ใช้ง่าย ใช้คล่อง มีอะไรก็เรียกมันมาช่วยได้”
ชนะเทพมองชัชอย่างสนใจและส่งยิ้มให้ก่อนจะเดินตามชัชไปยังห้องพักที่อำนาจจัดไว้ให้เขาในฐานะหุ้นส่วน ซึ่งเขาสามารถเข้ามานอนพักและนั่งทำงานในห้องนี้ได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง หลังจากมองสำรวจไปรอบ ๆ จนพอใจแล้ว เขาก็ได้โบกมือไล่ชัชออกจากห้องไป
เมื่อเห็นว่าอยู่คนเดียวแล้ว ชนะเทพได้ดึงอุปกรณ์สำคัญของตนเองออกจากกระเป๋าสะพาย นั่นคือเข็มฉีดยาและขวดยาเล็ก ๆ ขวดหนึ่ง
เขาเดินไปนั่งพิงที่พนักเตียงและพับแขนเสื้อขึ้นเหนือข้อพับพร้อมกับก็ใช้สายยางเล็ก ๆ รัดไว้แน่นตรงต้นแขน หลังจากนั้นจึงได้เปิดฝาของขวดยาและใช้เข็มดูดยานั้นขึ้นมาจนเต็มหลอด
ชนะเทพยิ้มให้กับยาที่อยู่ในหลอดก่อนจะแทงปลายเข็มไปที่เส้นเลือดซึ่งปูดโปนตรงข้อพับและฉีดยาเข้าไปในเส้นเลือดอย่างช้า ๆ พร้อมกับหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข
ประสบการณ์ตรงนี้เขาได้รับมาจากในคุกและอำนาจเป็นคนสอนด้วยตัวเอง
เขานอนรอยาออกฤทธิ์อย่างใจเย็น และภายในสิบห้านาทีให้หลังเขาก็รู้สึกเบาสบายไปทั้งตัว อารมณ์ขุ่นมัวที่ยังคงคั่งค้างอยู่ในใจลึก ๆ ต่างหายไปจนหมดสิ้น นี่คืออิทธิฤทธิ์ของยาวิเศษที่ชื่อว่ายาเพชรซึ่งเขาติดอกติดใจตั้งแต่ได้ทดลองใช้ในครั้งแรก แม้จะหายากและราคาแพงถึงหลอดละห้าพันบาทแต่เขาก็ไม่ย่อท้อที่จะหามันมาเพื่อบำรุงบำเรอตัวเอง
แม้จะบอกวีระและอิงอรเพียงคร่าว ๆ ว่านำเงินไปทำธุรกิจเกี่ยวกับสถานบันเทิง แต่จังหวัดนี้มันแคบ เพียงแค่ไม่ถึงหนึ่งเดือนข่าวเรื่องชนะเทพเป็นหุ้นส่วนของซ่องชื่อดังประจำเมืองก็มาเข้าหูสามีภรรยา อิงอรถึงกับเป็นลมอยู่หลายรอบเมื่อได้ทราบ
“ลูกกลับมาหรือยัง” อิงอรที่ยังคงนั่งสูดยาดมอยู่ตรงโซฟาได้หันมาถามสามีด้วยสีหน้าซีดเซียว
วีระที่เดินมานั่งด้านข้างส่ายหน้าปฏิเสธ เขาและภรรยานั่งรอชนะเทพมาสามวันแล้ว แต่เหมือนนกรู้ ชนะเทพไม่ยอมกลับมานอนบ้านเลย
ส่วนร้านขายของชำในตลาดตอนนี้เขาได้แต่ให้ลูกน้องทั้งสองคนอยู่ดูแลแทน สองสามีภรรยาไม่กล้าโผล่หน้าไปเองเพราะไม่อยากให้คนรอบข้างที่รู้จักมาตั้งคำถามเกี่ยวกับชนะเทพ
“งานดี ๆ มีเยอะแยะทำไมไม่ทำ ทำไมต้องไปเกี่ยวข้องกับผู้หญิงหากินพรรค์นั้น ไหนจะชื่อเสียงของตัว ไหนจะโรคต่าง ๆ อีก”
“ลูกเราแค่ไปลงหุ้น ไม่ได้ไปคลุกคลีกับผู้หญิงพวกนั้นหรอก” อิงอรเถียงสามีขณะที่ในใจกลับไม่มั่นคงเอาเสียเลย “ตั้งแต่ไอ้สารเลวนั่นโผล่มาในชีวิตพวกเราอีกครั้ง ครอบครัวเราก็ย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ ทำไมฉันไม่เชื่อหมอมิ่งนะ ถ้าเอามันออกตั้งแต่อยู่ในท้องไม่กี่เดือน ครอบครัวเราก็คงไม่เป็นแบบนี้”
วีระขบกรามแน่น
ทันทีที่ชนะเทพกลับบ้านในอีกสามวันต่อมา วีระก็ทะเลาะกับเขาใหญ่โตในเรื่องนี้ ส่วนผลที่ได้นั้น นอกจากความหมางใจระหว่างพ่อลูกแล้วก็ไม่มีเรื่องใดเปลี่ยนแปลงอีก ชนะเทพยังคงดื้อดึงที่จะทำงานนี้ต่อ จนผ่านไปหลายเดือนเข้า วีระก็ต้องยอมแพ้และไม่ยอมรับรู้ในเรื่องนี้อีก
ด้านอัญจรีเมื่อได้ยินข่าวเรื่องชนะเทพ เธอทำเพียงแค่เบะปากและยักไหล่ให้เท่านั้น คนบางคนก็ไม่สามารถมีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้หรอกไม่ว่าจะชาติไหน ยุคไหน
“อะไรนะ?” ตรีนิ่วหน้าเมื่อได้ฟังเรื่องราวจากปลายสาย
“ตรีต้องระวังให้ดี พี่ไม่รู้ว่าร้านสาขาไหนจะเป็นเป้า ให้คนงานอยู่เฝ้าตอนกลางคืนหลาย ๆ คน แล้วก็เตรียมพวกอุปกรณ์ดับเพลิงไว้ให้พร้อมเผื่อฉุกเฉิน” เสียงเคร่งเครียดของอรวียังคงดังมาตามสาย
เมื่อวางหูจากพี่สาวเรียบร้อย ตรีนั่งสงบจิตใจอยู่ครู่ใหญ่ หลังจากนั้นจึงยกหูโทรศัพท์อีกครั้ง คราวนี้ปลายสายคือธรรม ว่าที่ลูกเขยของเขา