-ต้นกล้ายอดที่ 1-
ต้นกล้าสงบสติอารมณ์และยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นเขารู้ข้อมูลของตัวเองคร่าว ๆ จากการถามหญิงสาวผู้ที่เป็แม่ในปัจจุบัน
ต้นกล้า เด็กชายกล้าแกร่ง บุญใหญ่ เป็ชื่อในชาติปัจจุบันโคตรแมนเลยเวรเอ้ย อายุครบ 18 ปีเมื่อไหร่ ฉันจะไปเปลี่ยนชื่อด้วยตัวฉันเอง ปัจจุบันเด็กชายกล้าแกร่งมีอายุ5 ขวบ มีชาติกำเนิดที่บ้านนอก ที่นี่เน้นการเกษตรและเลี้ยงสัตว์เป็หลักซึ่งเป็สิ่งที่เขารับไม่ได้อย่างแรง
แสง สี เสียงที่ฉันใฝ่ฝันไม่มีอยู่เลยที่นี่แต่จะหนีกลับไปชาติก่อนก็ไม่ได้
“อยู่ดี ๆทำไมมาถามเื่ตัวเองแบบนี้กับแม่ล่ะลูก” เพรีถามต้นกล้าพรางแกว่งเปลไปมามืออีกข้างก็ลูบหัวลูกน้อยอย่างเอ็นดู
เพรีคือแม่ของเด็กชายกล้าแกร่ง
“ฉัน ….เอ้ยหนูฝันร้ายฮะฝันว่าต้องไปเกิดในท้องคนอื่น” ต้นกล้าแก้ตัวเก้เก้กังกังเขาใช้สรรพนามเรียกตัวเองแบบที่ไม่เคยใช้มาก่อน
“อ่อจ้า ก็เป็ลูกชายคนโตของแม่นี่แหละ”
ฉันเป็ลูกคนเดียว
“ในเปลนั่น…น้องหรอฮะ” นิ้วเล็กของกล้าชี้เข้าไปในเปลชาติก่อนต้นกล้าเป็ลูกคนเดียว ไม่ต้องโดนแย่งความรักจะเอาแต่ใจแค่ไหนพ่อแม่ก็รักอยู่ดี และเขาไม่เคยอยากมีน้องเลยสักครั้งแม้จะกระทั่งตอนนี้
“ก็ใช่สิลูก” เพรีตอบลูกชายที่ทำหน้าผิดหวัง
“หนูอยากเห็นหน้าน้อง” ต้นกล้าพยายามเหยียดขาสั้นเพื่อมองเข้าไปในเปล แต่ความสูงของร่างใหม่เทียบเท่าระดับเปลเท่านั้นเพรีมองลูกคนโตด้วยความเอ็นดูก่อนจะอุ้มต้นกล้าขึ้นตักเพื่อให้มองเห็นน้องได้
“น้องกำลังหลับปุ๋ยเลย อย่าเสียงดังนะจ๊ะ”
ในเปลเป็เด็กชายอายุราว 2 ขวบใส่ชุดผ้าอ้อมสีขาว เด็กน้อยนอนอมจุกนมหลอกสีฟ้า เส้นผมน้อยเส้นบนหัวของเด็กน้อยช่างน่าเอ็นดู
ก็น่ารักดี แต่ฉันไม่ชอบเด็ก
“หนูกับน้องแม่รักใครมากกว่าฮะ” ต้นกล้าโพร่งถามตามประสาเด็กเอาแต่ใจ
“รักเท่ากันสิ ก็ลูกแม่ทั้งคู่นิหน่า”
คำตอบของเพรีทำให้ต้นกล้าปั้นปากงอแงไม่รู้ตัว คนอย่างฉันต้องไม่ได้รับความรักเท่ากับใครฉันจะต้องเป็ที่หนึ่ง ท้ายที่สุดต้นกล้าก็ร้องไห้งอแงออกมาถึงแม้ความคิดและความทรงจำก่อนตายจะติดตัวมา แต่การแสดงออกกลับเป็เด็กชายอายุ 5ขวบอยู่ดี
เสียงร้องดังของต้นกล้า ทำให้น้องชายเขาที่นอนอยู่ในเปลร้องตาม ราวกับสองพี่น้องสามารถรับรู้อารมณ์ถึงกันได้
ต้นกล้าดึงชายเสื้อขึ้นเช็ดน้ำตาตัวเอง รีบชะเง้อหน้าไปดูเด็กเล็กในเปลเขาได้สบตาน้องชายตัวเองเป็ครั้งแรกเด็กน้อยมีดวงตาโตดำสนิท ช่างน่ารักเสียจริง
“แม่ แม่อุ้มน้อง น้องร้อง”ต้นกล้าว่าแล้วะโลงจากตักเพรี ทั้งที่ไม่ชอบเด็กแต่ต้นกล้ากลับไม่ชอบเห็นเวลาเด็กคนนี้ร้องไห้มากกว่าเพรีที่เห็นว่าต้นกล้าหยุดร้องแล้วก็รีบช้อนตัวลูกคนเล็กขึ้นมาเข้าเต้าพร้อมกระเตงเพื่อให้ลูกหยุดร้องต้นกล้าได้แต่เกาะแคร่ที่แม่นั่งอยู่ลุ้นให้น้องหยุดร้องเสียทีแต่เสียงแหลมกลับร้องดังกว่าเดิม
“อุแว้ อุแว้ อุแว้ ” ปากเล็กสีชมพูดไม่สนใจเต้านมของแม่เลยเพรีละความพยายามแล้วยัดน้องลงมือต้นกล้าเหมือนที่เธอเคยทำมาตลอด
“ต้นกล้า ช่วยแม่อุ้มน้องหน่อยลูก”
“แม่หนูอุ้มน้องไม่เป็” ต้นกล้ารีบปฏิเสธอย่าว่าแต่อุ้มเลย ั้แ่จำความได้เขาไม่เคยแม้กระทั้งเล่นกับเด็กไม่ว่าจะเป็คนไหน
“ทำแบบที่เคยทำสิลูก แบบที่แม่เคยสอน” เพรีจับต้นกล้านั่งลงข้างๆ เธอจัดท่าให้คนพี่สามารถอุ้มคนน้องได้สะดวก ทันทีที่น้องโดนพี่ชายอุ้มก็หยุดร้องและหัวเราะออกมาอย่างร่าเริง
“ใบข้าวเป็แบบนี้ทุกทีรักพี่ชายมากกว่าแม่เสียอีก” เพรียิ้มลูกหัวลูกชายทั้งสองคนด้วยความดีใจใบข้าวคือชื่อลูกชายคนเล็กที่ต้นกล้าอุ้มอยู่ทุกครั้งที่ใบข้าวร้องก็มีแต่ต้นกล้านี่แหละที่ทำให้หนูน้อยยิ้มได้
ต้นกล้าก้มมองน้องชายในอ้อมแขนตัวเอง หนูชื่อใบข้าวหรอครับนิ้วจิ๋วลูบแก้มแดงตุ๋ยนุ้ยที่กำลังยิ้มร่า เขาแทบจะไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังตามใบข้าวอยู่
แต่่เวลาแห่งความสุขถูกขัดด้วยกลิ่นไม่พึงประสงค์
ปู้ดด!! เสียงตดต้นกล้ารู้ได้ทันทีว่าน้องกำลังอึออกมาเขาวางน้องลงบนเตียงแล้ววิ่งไปหลบหลังแม่ด้วยความไม่ชิน
ฉันไม่มีทางจับขี้เด็กคนนี้แน่นอน
“เป็อะไรไปลูก แม่เคยสอนเปลี่ยนแพมเพิร์สน้องแล้วหนิ”
“รอบนี้แม่เปลี่ยนนะฮะหนูว่าน่าจะก้อนใหญ่น่าดู”
“ได้สิครับงั้นลูกไปหยิบชิ้นใหม่บนบ้านมาให้แม่หน่อยนะจ๊ะ แม่จะเอาน้องไปล้างก้นก่อน”
ต้นกล้าพยักหน้ารับคำสั่งแม่อย่างว่าง่ายอย่างน้อยขึ้นการหาของก็ดีกว่าการล้างขี้ให้เด็กน้อย
พี่ชายคนโตพาตัวเองมายืนมองบันไดบ้านที่ทำจากไม้เก่า มันจะไม่หักแน่หรอวะต้นกล้าถามตัวเองขณะพยายามย่างขาเหยียบบันไดที่ละงั้นให้เบาที่สุด
บนบ้านไม้นี้ถูกแบ่งออกเป็สองห้อง ฝั่งซ้ายเป็ห้องนอนที่มีฟูกผืนใหญ่ฝั่งซ้ายเป็ห้องเล็ก ๆ ไว้เก็บของพวกของใช้ หลังจากหาแพมเพิร์สเสร็จต้นกล้าเหลือบไปเห็นปฏิทินที่ติดอยู่ข้างห้องบ่งบอกปีพุทธศักราชว่าเป็ปีหลังจากที่เขาประสบติเหตุผ่านมาแล้ว5 ปี
ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ วันนี้เขาคงอายุ 30 ปีบริบูรณ์
ต้นกล้านั่งมองแม่เปลี่ยนแพมเพิร์สให้น้องชายอย่างตั้งใจเพรีย้ำว่าวันไหนที่แม่ต้องออกไปทำงาน หน้าที่การดูแลใบข้าวต้องเป็ของเขาซึ่งเพรีทำงานเป็ อสม.ของหมู่บ้านเพื่อแลกกับสวัสดิการไว้แบ่งเบาภาระการใช้จ่ายของบ้าน งาน อสม. ไม่ได้หนักหนาอะไร แต่อาจจะมีบางวันและต้องลงพื้นที่ ไม่ได้อยู่บ้าน
“แล้วพ่อไปไหนหรอฮะ” ต้นกล้าถามหาสมาชิกของบ้านอีกคน
“พ่ออยู่ในสวนหลังบ้านนี่แหละลูก” เพรีชี้ไปทางหลังบ้านที่เต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธ์หลังป่าหนานั้นคงจะเป็สวนของบ้านตามที่คนเป็แม่บอก
“บ้านเราปลูกอะไรหรอฮะ” ต้นกล้าคาดหวังให้เป็ไร้สตอเบอรี่สวยๆ สามารถถ่ายอวดเพื่อนในโซเชียลได้ทุกช่องทาง
“ต้นปาล์มกับยางพาราหนะลูกแต่ยังไม่ได้ปลูกนะครับ เพิ่งไถสวนไปเมื่อวาน”
ต้นกล้าผิดหวังกับคำตอบลำพังเขาต้องเกิดใหม่เป็เด็กบ้านนอกจนจนมันก็แย่พออยู่แล้วสวนของบ้านก็ไม่ได้เจริญงอกงามพอที่จะทำให้ฐานะของบ้านดีขึ้นได้เลย
ฉันเหม็นสาบความจนเหลือเกิน
“ครับ”
“ใบข้าวหลับแล้วเรามาทำกับข้าวไว้รอพ่อดีมั้ยจ๊ะ” เพรีค่อย ๆวางลูกน้อยลงบนแคร่ไม้พรางใช้หมอนนุ่มกั้นซ้ายขวากลัวลูกชายกลิ้งหล่น
“หนูทำอาหารไม่เป็เลยฮะ” ชีวิตที่จำความได้ของต้นกล้าคนนี้มีแต่การนอนกิน และเที่ยว ชีวิตที่แสนสบายของเขาในชาติก่อนมีแม่บ้านคอยปรนนิบัติทุกอย่าง
“ลูกแค่ช่วยแม่เก็บผักไว้กินกับข้าวก็พอจ่ะระวังงูเงี้ยวเขี้ยววดเหี้ยวด้วยนะลูก”
ต้นกล้ารับตะกร้าผักจากแม่ แล้วสวมรองเท้าเก่าคู่เล็ก เดินดุ่ม ๆเข้าไปป่ารกหลังบ้าน เด็กน้อยมือใหม่อย่างเขาต้องมุดต้นไม้อย่างทุลักทุเลก่อนจะพบว่าในสวนเล็กนี้มีทั้งมะเขือ แตงกวา ถั่วฝักขาว มะนาว พริกขี้หนูก็ยังมี
ฉันเก็บไม่เป็ กินเป็อย่างเดียว
ถึงจะคิดอย่างนั้น ต้นกล้าก็พยายามเก็บเกี่ยวผลผลิตตรงหน้าให้ได้มากที่สุดแต่กว่าจะเสร็จก็เหยียบตายไปหลายต้น บางต้นก็เก็บผิดวิธีจนกิ่งก้านหักเสียของ
เท่านี้ก็น่าจะพอแล้ว ของเกือบเต็มตะกล้าถึงแม้สวนใหญ่จะเป็ก้านและใบที่ต้นกล้าเก็บติดมาด้วยก็เถอะ ต้นกล้ายืนชื่นชมความสามารถในการเก็บผักของตัวเองอย่างภาคภูมิใจั้แ่จำความได้นี่คงเป็ครั้งแรกที่เราทำอะไรด้วยตัวเองนอกจากดื่มเหล้าไปวันวันหนุ่มน้อยก้มตัวลงเก็บมะเขือถูกสุดท้ายก่อนสายตาจะจ้องไปเห็นสัตว์เลื้อยคลานตัวยาวดำเมี้ยม
งู
ฟ่อ ฟ่อ เ้าสัตว์มีพิษชันคอสูงร้องขู่ต้นกล้าดึงตัวกลับมาที่เดิมด้วยความใและตื่นเต้น
“งู น้อนงูน่ารักจังเยย” ดวงตาดำเปล่งประกาย ต้นกล้ารักสัตว์ทุกชนิดบนโลกชาติเดิมเขาทำบุญและช่วยเหลือสัตว์มาตลอดนั่นอาจจะเป็ผลบุญเดียวที่ทำให้เขาได้กลับมาเกิดใหม่ั้แ่ตายในชาติก่อน
“หนูไม่ทำอะไรหรอกน้อนงูหลบทางให้หน่อยนะกั้บ” ต้นกล้าทำเสียงเล็กเสียงน้อยตามประสาเด็กวัย5 ขวบ เขาพูดกับงูเหมือนมันรู้ความ เ้าตัวยาวผิวดำเมี้ยมตัวเดิมค่อย ๆหดหัวลงแล้วเลื้อยมุดกิ่งหญ้าหายไปร่างเล็กก้มหยิบมะเขือใส่ตะกร้าเดินออกจากสวนผักอย่างอารมณ์ดี อย่างน้อยบ้านนอกแบบนี้ก็มีสัตว์ที่เขาไม่ค่อยได้ััในเมืองหลวงอยู่ด้วยแหละ
***