ตอนที่ 80 การตื่นขึ้นมา
คมวายุขนาด 3 เท่าจากก่อนหน้าเคลื่อนเข้าหาลุคด้วยความเร็วสูงมันตัดทำลายพื้นดินลากยาวเป็นทางจนราวกับว่าไม่มีสิ่งใดจะหยุดมันได้แม้แต่ตัวของลุคก็ต้องโดนตัด
แต่ในเสี้ยวพริบตาที่คมวายุอยู่ห่างจากตัวของลุคประมาณ 3 เมตรในมือทั้งสองของลุคก็มีเคียวยมทูตระดับ E เกรดสีส้มปรากฏอยู่ในมือพร้อมกับที่ลุคลืมตาทั้งสองข้างด้วยความแน่วแน่ใช้เคียวยมทูตไขว้ขวางกันคมวายุไว้ในรูปกากบาท
“ย้า!!!” ลุคคำรามเสียงดังใช้เท้าทั้งสองยันตัวสุดกำลังแต่เคียวยมทูตก็ไม่อาจจะต้านรับไว้ไหว ความต่างของระดับมีมากเกินไปถ้าเป็นการโจมตีจากเหนือมนุษย์ระดับ D ช่วงต้นลุคอาจจะยังพอต้านได้
แต่ไม่ใช่กับแดริวที่เป็นเหนือมนุษย์ระดับ D ขั้นสูงสุดแบบนี้
เพล้ง!
เคียวยมทูตทั้งสองในมือของลุคแตกกระจายคามือของเขาถึงอย่างนั้นไอเทมทั้งสองก็ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ช่วยลดขนาดของคมวายุลงไปได้ 1ใน 3
ลุครีบใช้แขนทั้งสองข้างยกขึ้นมาขวางกันตัวเองไว้
คมวายุฟันเข้าที่แขนของลุคจนเกราะแขนของเขาแตกกระจายและฟันเข้ากลางหน้าอกของลุคเต็มๆ แรงฟันยังส่งให้ล่างลุคถอยหลังไป ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่คิดจะหลบเลี่ยงเพราะน้องสาวของเขาอยู่ด้านหลังของเขา
“พี่ชายคนนี้จะเป็นโล่และกำแพงป้องกันน้องเอง”ลุคใช้ความคิดนี้ทำให้ตัวเองยืนหยัดต่อไปได้จนสุดท้ายคมวายุก็ไม่อาจจะฟันลุคขาดเป็นสองท่อนได้แต่ก็ยังทำลายเกราะด้วงทมิฬของเขาจนสิ้นสภาพและสร้างร้อยแผลสาหัสถึงตายไว้ที่ตัวของลุคตั้งแต่ช่วงไหลลงมาจนถึงเอว
เลือดไหลทะลักออกท่วมโชกทั่วร่าง ลมหายใจลุคไม่มั่นคงคล้ายกับคนกำลังจะตาย ตัวของเขาสั่นไหวโอนเอนแต่ด้วยความเป็นพี่ชายที่ปกป้องน้องสุดชีวิตเขาจึงไม่อาจจะล้มลงได้ในตอนนี้
สติของเขาไม่ต่างจากแสงของเทียนที่กำลังเผชิญกับพายุฝนแต่เสียงเทียนแม้จะวูบไหวยังไงก็ยังไม่ยอมดับลง คล้ายกับจะบอกว่าแน่จริงแกก็ทำลายฉันซะ
“ไม่ตาย” แดริวตื่นตะลึงกับความทนทานราวกับแมลงสาบของลุคยิ่งทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดและรำคาญต่อความดื้อรั้นของลุคยิ่งขึ้นไปอีก
“ตาย”
แดริวคำรามอย่างหมดความอดทนฟันคมวายุออกไปอีกครั้งในขนาดและพลังโจมตีที่ไม่ด้อยกว่าเดิมด้วยซ้ำแต่แล้วแดริวก็สัมผัสได้ถึงอันตรายที่มาจากคลื่นพลังที่ทรงพลังไม่แพ้ตัวเองได้พุ่งเป้ามาที่แดริวของแดริวด้วยความแข็งกร้าว พร้อมกับเสียงตวาดดังขึ้น
“แกทำร้ายพี่แฟนและนางฟ้าตัวน้อยของฉัน ฉันจะฉีกแกเป็นชิ้น ๆ”อีลิกตะโกนด้วยความโกรธ ขณะที่บินมาจากท้องฟ้าและเห็นว่าลุคอยู่ในสภาพใกล้ตายส่วนเจนนั้นนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น
อีลิกไม่เคยแค้นใครเท่านี้มาก่อนครั้งนี้ถือว่าแดริวได้ทำร้ายสิ่งที่อ่อนไหวที่สุดของเขา
“อะไรกัน!” แดริวตกใจที่อยู่ ๆ ก็มีระดับ D โผล่มาและหมายหัวเขาอย่างไร้เหตุผลแต่พอได้ยินคำพูดก็เข้าใจทันทีว่า เหนือมนุษย์ที่มาได้มาเพื่อช่วยสองคนนี้
“ไม่ทันแล้ว” แดริวฉวยโอกาสจากระยะที่ห่างกันจะโจมตีลุค
“แกกล้า!” อีลิกกำเคียวในมือแน่นก่อนจะขวางมันไปใส่แดริว
ปัง!
พละกำลังที่ขวางออกไปเรียกว่าสูงจนน่าตกตะลึงมันระเบิดเสียงดังตัดผ่านอากาศโดยมีจุดมุ่งหมายคือแดริวที่เขาเองก็ไม่คาดคิดว่าพละกำลังของผู้มาใหม่จะมากขนาดนี้
สุดท้ายแดริวได้แต่ต้องเลิกโจมตีลุคและหันไปรับมือกับเคียวที่อีลิกขวางมาไม่อย่างนั้นเคียวนั้นอาจจะฆ่าเขาได้ที่จริงแล้วแดริวมีทางเลือก ถ้าเขาใช้คมวายุโจมตีลุคและเจนอีกครั้งไม่มีทางที่ลุคจะรับได้และต้องตายแน่นอน
แต่แดริวยังไม่พร้อมจะเสียสละตัวเองไปด้วยยังไงเขาก็ยังคงกลัวตายอยู่ดี
คมวายุปะทะเข้ากับเคียว ก่อนจะระเบิดกลางอากาศสลายหายไปนี่อยู่ในการคาดการณ์ของอีลิกอยู่แล้ว เพราะเคียวแม้จะทรงพลังแต่ก็แค่ทรงพลังในระดับ E ไม่มีทางรองรับพลังและต้านการโจมตีของระดับ Dได้
สิ่งที่พึ่งได้มีเพียงตัวของเขา
อีลิกบินผ่านแรงระเบิดเข้าไปหาแดริวในระยะประชิดทันทีพร้อมกับต่อยหมัดออกไปตรง ๆ
“เร็วมาก” แดริวเบิกตากว้างอย่างตกใจ ก่อนจะเตะส่วนกลับไปแต่นี่ไม่ใช่ลูกเตะธรรมดา แต่เป็นลูกเตะที่ฟันคมวายุออกมาได้
ระยะประชิดแดริวเชื่อว่าคู่ต่อสู้หลบไม่ทันแน่แต่เขาประเมินอีลิกต่ำไป
ในตอนนี้อีลิกอยู่ในร่างที่สมบูรณ์แบบที่สุด มันไม่ใช่การเปรียบเทียบแต่มันคือคำนิยามของพรสวรรค์ของเขาในร่างนี้
พละกำลัง ความเร็ว ความทนทาน การตอบสนอง รูปลักษณ์ร่างกายทุกสิ่งคือความสมบูรณ์แบบในร่างนี้อีลิกเพียงขยับเท้าถอยหลังเบี่ยงตัวหลบคมวายุก็ผ่านไปทั้งอย่างนั้น
“พลาด?” แดริวมึนงงแต่ก่อนจะได้ไตร่ตรองหมัดของอีลิกก็ปะทะเข้ากับใบหน้าของเขาแล้ว
ปัง!
“อ๊าก!” แดริวลอยกระเด็นไปกลางอากาศพร้อมกับรอยเลือดที่กระเซ็นจากจมูกแต่ก็ยังไม่พอจะสร้างความเสียหายมานักเขาสร้างคมวายุที่เท้ายันไม่ให้ตัวเองไปกระแทกกับอาคารขนาดใหญ่ด้านหลังและทรงตัวอยู่บนอากาศได้
“ระดับ D สูงสุด แถมไม่ธรรมดาด้วย แกเป็นใคร”
“แดริวแห่งสำนักงานเหนือมนุษย์กล้ามากนักที่โจมตีนางฟ้าและพี่ลุคของฉันฉันคืออีลิก ลูกชายของผู้อำนวยการอีคอน ถ้าไม่อยากตายก็ถอยไปซะ” อีลิกไม่ลงมือแต่เปิดเผยสถานะตัวเอง
เขาเคยเห็นแดริวเพราะแดริวถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่รองเพียงแค่เหนือมนุษย์ระดับ C และพ่อของเขาเท่านั้น
“อีลิก หรือว่าคุณคือลูกของผู้อำนวยการอีคอนไม่คิดว่าจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ จากระดับ E เป็นระดับ D สูงสุด แถมรูปลักษณ์ก็เปลี่ยนไปด้วยนี่ไม่มีทางเป็นไปได้ ว่ากันว่าลูกชายของผู้อำนวยมีพลังพรสวรรค์แปลก ๆที่ไม่เคยใช้ออกมา ร่างสลับขั้วถ้าอย่างนั้นนี่ก็คือความสามารถของพลังพรสวรรค์นั้นอย่างนั้นเหรอระดับพลังไปได้หนึ่งระดับโดยสมบูรณ์ช่างน่ากลัวอะไรแบบนี้ ว่ากันว่าถ้าไปถึงระดับ Aจะสามารถใช้พลังนี้ข้ามระดับไปยังระดับนั้นได้แต่ว่าคุณก็ยังอ่อนแอเกินไปในตอนนี้”
แดริวยกมือขึ้นเช็ดเลือดที่จมูกอย่างไม่ใส่ใจเพราะเขาก็ไม่ได้มีปัญหากับอีลิกสิ่งที่ต้องการฆ่าจัดการเด็กสาวไม่ใช่การฆ่าลูกชายของผู้อำนวยการ
“คุณควรจะหลบไป แม้พลังจะสุดยอด แต่มันจะอยู่ได้นานแค่ไหนกัน”แดริวมองความจริงข้อนี้ออก อะไรที่พึ่งพลังพรสวรรค์ย่อมมีข้อจำกัด
“พี่นิโคลช่วยพี่ลุคและนางฟ้าของผมด้วย ผมจะหยุดเขาเอง”อีลิกกล่าวกับนิโคลที่ตามมาด้านหลัง
“อืม” นิโคลบินลงไปหาลุค
“เฮ้อ..เด็กยังไงก็ยังเป็นเด็ก ฉันจะช่วยสั่งสอนคุณแทนพ่อของคุณเอง”แดริวกล่าว
“คนก่อนก็พูดแบบนี้” อีลิกกล่าว
ทั้งสองคนจ้องกัน ก่อนจะพุ่งเข้าไปปะทะกันในทันที การต่อสู้ของระดับ Dไม่ใช่สิ่งที่ระดับF หรือE จะเทียบได้การต่อสู้ของทั้งสองทำลายล้างพื้นที่โดยรอบอย่างต่อเนื่อง
...
การปรากฏตัวของอีลิกอาจจะเป็นโชคชะตาแบบที่อีลิกมักจะพูดอยู่เสมอก็ได้ว่าเขาถูกลิขิตมาเพื่อให้รักกับเจน เพราะถ้าไม่เช่นนั้นทั้งลุคและเจนอาจจะตายไปแล้ว
“ลุค เป็นยังไงบ้าง” นิโคลบินลงมาที่ข้างตัวลุคปีกของชุดเกราะเก็บเข้าไป
เธอคุกเข่าข้าง ๆ และมองสภาพบาดแผลที่สาหัสของลุค ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้าหรือด้านหลังก็บาดเจ็บร้ายแรงไม่ต่างกันเลือดไหลนองไปบนพื้นถนน
ลุคก็ยังไม่ตาย เพราะอวัยวะที่แข็งแกร่งมากจนน่าเหลือเชื่อแต่ถ้าปล่อยให้เลือดไหลต่อไปแบบนี้ ลุคจะตายแน่นอน
“นิโคล...” ลุคพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
“ดูเหมือนกิลด์จะต้องฝากไว้กับเธอแล้ว ฉันเปิดร้านไว้ด้วย มันชื่อร้านเส้นทางตะวัน ในนั้นมีเงินอยู่หลายสิบล้านเครดิตเธอช่วยเอามันเก็บไว้และมอบให้เจนที”
“ฉันเพิ่มชื่อเธอในร้านแล้วเธอจะเข้าไปจัดการร้านได้...ไม่คิดว่าจะมาถึงขั้นนี้จริง ๆ”
“ฉันฝากดูเจนด้วยนะ”
“อย่าพึ่งบอกเจนว่าฉันตาย แค่บอกว่าฉันไปที่โลกสมบูรณ์ก็ได้รอจนเธอเข้าสถาบันเหนือมนุษย์ก่อนค่อยบอก เธออาจจะสนใจการเรียนมากขึ้นจะได้ไม่เสียใจมากนัก”
ลุครู้สภาพของตัวเองดีและเขาก็เตรียมไว้เผื่อในกรณีฉุกเฉินอย่างการเพิ่มชื่อนิโคลไปที่ร้านและก็ยังคงจดจำสิ่งที่เจนเคยบอกว่ายังไม่แน่ใจว่าจะเรียนที่ไหนซึ่งเขาอยากให้เธอไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเหนือมนุษย์มากกว่าเพราะมันจะปลอดภัยกับเจนมากกว่า
สุดท้ายลุคก็หันไปมองนิโคล
“เธอเองก็ดูสวยเหมือนกันนะ ยิ้มให้มาก ๆ หน่อย”
ลุคพึมพำออกมาเบา ๆ เขาเหมือนคนกำลังเพ้อจากพิษบาดแผล
“หยุดพูดยิ่งพูดนายจะยิ่งเสียเลือด”นิโคลไม่สนใจมือเปื้อนเลือดของลุคที่จับใบหน้าเรียว ๆ ของเธอ
“ต้องห้ามเลือดก่อน” นิโคลงัดเข้าซากเกราะออกบาดแผลของลุคจนเผยให้เห็นรอยแผลยาวเกือบ 100 เซนติเมตรตั้งแต่ไหล่ลากผ่านหน้าอกลงไปถึงช่วงเอง
“ยังดีมันไม่ตัดไอ้นั่นนายไปด้วย” นิโคลกล่าวด้วยใบหน้าเฉยชาทำเอาลุคที่เพ้อเพราะพิษบาดแผลยังกระดากอายอยู่ไม่น้อย
แต่มันก็เป็นแผลที่ใกล้กับตรงนั้นจริง ๆ
นิโคลงัดทุกอย่างออกจากแผลของลุคหยิบเอารักษาระดับสูงออกมากรอกใส่ปากลุคเพื่อให้ร่างกายเขายังทนได้อีกหน่อย
“มันลึกตัดจนถึงกระดูกและหลอดเลือดจำนวนมากแม้แต่อวัยวะภายในยังเสียหาย”
“นายต้องรอด” เธอใช้เศษเคียวยมทูตตัดเส้นผมของตัวเองก่อนจะใช้พลังพรสวรรค์ควบคุมมันและเย็บบาดแผลให้กับลุค เธอทำเท่าที่จะทำได้สิ่งสำคัญตอนนี้คือห้ามเลือดให้กับลุค
นิโคลจริงจังกับการเป็นฮันเตอร์มากและเธอไม่คิดจะพึ่งพาใครง่าย ๆเธอจึงเคยเรียนรู้เกี่ยวกับการรักษาแผลสดและร่างกายมนุษย์มาถึงไม่ลงลึกแบบพวกหมอและพยาบาลจากโรงพยาบาลใหญ่ๆ แต่สิ่งที่เธอรู้ก็มากพอเป็นหมอทหารได้ไม่ยาก
ต้องขอบคุณความแข็งแกร่งด้านสมองของเธอที่พัฒนาขึ้นหลังจากกลายเป็นเหนือมนุษย์ที่ทำให้เธอจดจำและเข้าใจในสิ่งที่เรียนได้แทบทั้งหมด
นิโคลใช้เส้นผมเป็นไหมเย็บแผล มันเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิตพร้อม ๆ กันส่วนไหนที่ต้องละเอียดนิโคลจะใส่ใจเป็นพิเศษ ส่วนแผลทั่ว ๆไปเธอปล่อยให้พลังทำหน้าที่ของมันเอง
เส้นผมค่อย ๆ เย็บต่อเนื้อเยื่อและหลอดเลือดเข้าด้วยกันอย่างหยาบ ๆส่วนด้านอื่นก็ให้ร่างกายในระดับเหนือมนุษย์ฟื้นฟูด้วยตัวเอง
“กินยานี่ไปอีก” นิโคลจับยากรอกปากลุคลงไปอีกครึ่ง
ตูม!
เสียงดังขึ้นอีกครั้ง อีลิกและแดริวบินข้ามหัวพวกเขาไปแต่ในตอนนี้นอกจากสองคนแล้วยังมีเหนือมนุษย์คนอื่น ๆและมอนสเตอร์เริ่มตามมาที่นี่มากขึ้น
ยังดีที่เหนือมนุษย์และมอนสเตอร์เป็นศัตรูกันจึงยังคงปะทะกันอย่างต่อเนื่อง นิโคลจึงยังเหลือเวลาในการรักษาลุคอยู่
การใช้พลังของนิโคลเย็บบาดแผลอย่างต่อเนื่องจึงสามารถห้ามเลือดด้านหน้าได้แต่เธอยังต้องห้ามเลือดที่หลังด้วย
นิโคลเลือดออกจมูกจากการฝืนใช้คลื่นพลังจำนวนมาก แต่เธอไม่ยอมแพ้เพียงแค่หยิบยาฟื้นฟูคลื่นพลังมาดื่ม ราคามันสูงแต่เธอก็ซื้อมาเผื่อฉุกเฉินตั้งแต่ก่อนไปจับมอนสเตอร์กับลุค
ในที่สุดเธอก็เย็บแผลของลุคเพื่อห้ามเลือดส่วนใหญ่ได้แล้ว
“นายไม่ตายแล้ว แต่ฉันต้องรีบพานายออกไปจากที่นี่ก่อน” นิโคลกล่าวก่อนจะเข้าไปพยุงตัวของลุค
“เจน ช่วยเจนก่อนฉันจะยืนเอง” ลุคกล่าวก่อนจะสลับเปลี่ยนชุดเกราะไปใช้ชุดเกราะด้วงทมิฬเกรดสีม่วงแทนมันช่วยให้เขาบินได้ง่ายกว่าการเดิน
นิโคลพยักหน้ากำลังจะเข้าไปดูเจนแต่แล้วตอนนั้นเองดวงตาของเจนก็กลอกกลิ้งไปมาก่อนที่จะลืมตาขึ้น
ทันทีที่ลืมตาขึ้นก็ระเบิดคลื่นพลังรุนแรงส่งให้ทั้งลุคและนิโคลกระเด็นถอยหลังไปในทันทีนิโคลรีบเข้าไปรับตัวของลุคไว้ ไม่อย่างนั้นบาดแผลเขาอาจจะฉีกขาดได้
“เจน!” ลุคพยายามเรียกชื่อเจนแต่เจนทำเพียงหันมาเหลือบมองลุคเท่านั้น ก่อนจะไม่สนใจเขาอีกตัวของเธอค่อย ๆ ลอยขึ้นจากพื้นราวๆ 5 เมตรและปลดปล่อยแสงอย่างต่อเนื่อง
ไม่ใช่เจน...ลุคคิดอย่างขมขื่น
“คลื่นนี่มันอะไร” นิโคลตกใจมากกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะคลื่นที่ปลดปล่อยมาจากเจนพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าราวกับเสาพลังงานไม่มีทางที่เหนือมนุษย์ระดับต่ำแบบพวกเขาจะทำได้
เสาแสงสีขาวขึ้นท้องฟ้าเหมือนกับแสงที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นที่โกดังตรงท่าเรือมอนสเตอร์ทั้งเมืองเห็น มนุษย์ทุกคนเห็น
มอนสเตอร์ไม่สนใจสู้อีก พวกมันพากันวิ่งทะยานมาที่เขต 3 จนหมดเหนือมนุษย์ไม่มีทางเลือกจึงไล่ตามมาด้วย
คำทำนายของผู้มองอนาคตได้เกิดขึ้นจริงแล้ว