แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง!
เสียงค้อนกระทบกันแร่เหล็กดังขึ้นเป็จังหวะสม่ำเสมอ ภายในโรงหลอมมีร่างชายหนุ่มผมดำที่เปลือยท่อนบนยืนอยู่ข้างกับคนแคระชรา
"วันนี้เป็วันที่2ที่วาสมาทำงานที่ร้านตีเหล็กของไออ้อน หน้าที่ของเขาก็ยังเป็เช่นเดิมคือการตีก้อนแร่ให้ได้ตามที่ไออ้อน้าก่อนส่งให้เขา
"เ้าควรตีให้มันแบนกว่านี้หน่อยนะ"
"ก้อนนี้มันแบนเกินไปใช้ไม่ได้"
"เฮ้ย! ก้อนแร่มันยังร้อนไม่พอ เ้าต้องตีกี่ชาติห๊ะ!กว่ามันจะแบนให้เ้า"
คำติเตียนมากมายถูกส่งมาให้วาสเรื่อยๆ ซึ่งชายหนุ่มก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำตามที่คนแคระชราด้านข้างบอก
เคร้ง!
เป็อีกครั้งที่ค้อนเหล็กในมือของวาสหลุดออกจากมือบินว่อนไปด้านหลัง
-คุณได้รับค่าสถานะกาย+1จุด-
วาสนวดแขนข้างขวาที่สั่นเทาของตนอย่างปวดเมื่อย ไออ้อนเหล่ตามองวาสจากด้านข้างก่อนจะถอนหายใจแล้วเอ่ยว่า
"คนหนุ่มนี้ช่างใช้ไม่ได้เสียจริง แค่นี้เ้าก็ไม่ไหวแล้วงั้นรึ?"วาสหันไปมองไออ้อนตาเขียว แต่คนแคระชรากลับผิวปากพลางกระหน่ำหวดค้อนในมือลงไปที่ก้อนแร่ไม่ยั้งราวกับกำลังเยาะเย้ยเขา
วาสกัดฟันกรอดตัดสินใจเดินไปหยิบค้อนขึ้นมาอีกครั้ง โดยครั้งนี้เขาเลือกจะใช้มือซ้ายถือค้อนและมือซ้านถือที่คีบก้อนแร่ไว้
แก๊ง!แก๊ง!แก๊ง!..
เสียงค้อนกระทบก้อนแร่ดังมาจากวาสอีกครั้ง ซึ่งทำให้คนแคระชราด้านข้างเลิกคิ้วมองก่อนจะฉีกยิ้มอย่างถูกใจ
'ฮ่าๆ สายตาข้ายังดูคนไม่ผิดเช่นเดิม'ไออ้อนคิดในใจอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหันไปสนใจงานของตนต่อ
เคร้ง!
เวลาผ่านไปอีกสักพักค้อนในมือของวาสก็หลุดออกจากมือของเขาอีกครั้ง วาสมองมือที่ชาจนขยับไม่ไหวของเขาแล้วขมวดคิ้ว
'ทำไมครั้งนี้ค่าสถานะถึงไม่เพิ่มกัน'วาสคิดในใจก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า ค่าสถานะนั้นหากยิ่งมากก็ยิ่งเพิ่มขึ้นยาก
วาสถอนหายใจอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเห็นไออ้อนถอนหายใจยาวเหยียดพลางเช็ดเหงื่อบนหน้าของเขาแล้วเอ่ยกับวาสว่า
"เอาละ หมดเวลางานของเ้าแล้วไปกินข้าวกันเถอะ จากนั้นเ้าจะไปไหนก็ไป"ตามที่ตกลงกันไว้วาสขอไออ้อนทำงานแค่ครึ่งวัน ซึ่งก็คือ่เช้าเท่านั้นซึ่งไออ้อนก็ไม่ขัดข้อง
ทั้งสองเดินขึ้นไปยังบนชั้น2ของร้านที่เป็ดซนที่พักอาศัย ประกอบไปด้วยห้องนั่งเล่นที่ใช้เป็ห้องอาหารไปในตัว ห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัวจำนวน2ห้อง ห้องหนึ่งเป็ของไออ้อน และอีกห้องหนึ่งเขายกให้วาส
คนแคระชรานอนเอกเขนกบนเก้าอี้ไม้อย่างเกียจคร้านราวแมวแก่ตัวหนึ่ง โดยที่มีสภาพเหงื่อท่วมตัวทำให้ทั้งห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นเหงื่อ
"อาหารได้แล้วครับ"วาสเดินเข้ามาภายในห้องนั่งเล่นพร้อมอาหารที่เพิ่งไปซื้อมาในมือ เขาย่นจมูกเล็กน้อยกับกลิ่นเหงื่อในห้อง แต่ก็พยายามทำใจเพราะเขาเป็แค่ผู้อาศัยเท่านั้น
ทั้งสองนั่งรับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย การกินอาหารหลังออกแรงมาอย่างหนักทำให้พวกเขาเจริญอาหารเป็พิเศษ
ระหว่างรับประทานอาหารนั้นไออ้อนก็เอ่ยถามวาสทั้งๆที่อาหารเต็มปากว่า
"แล้วเ้าจะไปทำอะไรต่อละเ้าหนู"วาสย่นหน้าเมื่อเห็นเศษอาหารที่กระเด็นออกจากปากไออ้อน ก่อนจะพูดอย่างเอือมๆว่า
"ผมจะไปสนามกีฬาของเมืองนะครับ"
"โฮ่! เ้านี้ช่างขยันๆจริง เ้าไปที่นั่นก็คงไปเพื่อฝึกเพื่อเพิ่มค่าสถานะความเร็วสินะ"วาสพยักหน้า ไออ้อนจึงเอ่ยขึ้นมาว่า
"อันที่จริงข้าสามารถช่วยเ้าเื่นี้ได้นะ"กล่าวจบไออ้อนฉีกยิ้มเ้าเล่ห์ ทำเอาวาสรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างแต่ก็ยังคงถามออกไป
"ยังไงหรอครับ"
"ข้าไม่บอกเ้าหรอก ถ้าเ้าอยากรู้เ้าต้องไปเก็บกวาดโรงตีเหล็กให้ข้า แล้วตอนร้านปิดข้าจะบอกเ้าเอง"วาสลังเลครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า ซึ่งทำให้ไออ้อนหัวเราะร่วนอย่างพอใจ
ในที่สุดก็ถึงเวลาปิดร้าน แสงตะวันเคลื่อนคล้อยลาลับไปจากขอบฟ้าแทนที่ด้วยดวงจันทร์กลมโต น่าแปลก ทั้งที่เป็โลกใบใหม่แต่ทั้งดวงตะวันและดวงจันทร์กลับคล้ายกับโลกเดิมของพวกเขา หากไม่ติดว่าพวกเขาสำรวจกาแล็กซี่ทางช้างเผือกของตนจนถี่ถ้วนแล้ว พวกเขาคงคิดว่าตนคงอยู่ในกาแล็กซี่เดิมไปแล้ว
ั้แ่บ่ายยันเย็นวาสหมกตัวอยู่ในโรงตีเหล็กทั้งวัน ใครจะไปคิดว่าโรงตีเหล็กเล็กๆแห่งนี้กลับทำความสะอาดยากกว่าที่คิด
กว่าที่เขาจะทำความสะอาดเสร็จสิ้นก็ถึงเวลาปิดร้านเสียแล้ว วาสนั่งพักอย่างเหนื่อยอ่อนอยู่ที่มุมห้อง การทำความสะอาดติดต่อกันนานนับชั่วโมงนับว่ากินแรงเขาไปไม่น้อย
"หือ เสร็จแล้วงั้นรึ"ไออ้อนที่พึ่งปิดร้านเสร็จเดินมุ่งหน้ากลับมาที่หลังร้าน ก่อนจะมองสำรวจรอบๆ
"สะอาดดีนิ เ้านี้เหมาะจะเป็แม่บ้านนะเ้าหนู ฮ่าๆๆ"ไออ้อนหัวเราะอย่างอารมณ์ดี แต่วาสไม่ตลกด้วย
"ผมทำเสร็จแล้วครับ ไหนละที่ตกลงกันไว้"ไออ้อนฉีกยิ้มก่อนจะเดินหายเข้าไปในร้านและกลับมาพร้อมเก้าอี้ไม้ตัวหนึ่ง
คนแคระชราเดินดุ่มๆไปที่กองขยะที่เต็มไปด้วยเศษหินเศษแร่มากมาย ก่อนจะวางเก้าอี้ลงที่ข้างกองขยะและนั่งลงพลางจ้องมีที่วาส วาสเริ่มเหงื่อตกเมื่อเห็นเช่นนั้น ก่อนจะคิดในใจว่า
'อย่าบอกนะว่า'
ฟุ่บ! ผัวะ!
"อั๊ก!!"ก้อนแร่ขนาดเล็กพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วปะทะเข้ากับท้องของวาสเข้าเต็มรัก จนเขาเซถลาล้มลงกับพื้น
"อ้าว! เร็วไปงั้นหรือ โทษทีๆ งั้นข้าจะผ่อนแรงลงหน่อยแล้วกัน"
"ดะ..เดี๋ยวก่อน อั๊ก!..."วาสพยายามเอ่ยห้ามแต่ไม่ทันแล้ว ไออ้อนขว้างก้อนหินในมือเข้ามาอย่างรวดเร็วจนกระแทกเข้าท้องของเขาอีกรอบจนจุกไปหมด
"เฮ้อ!เ้านี้กระจอกจริงๆ ข้าจะผ่อนแรงเป็รอบสุดท้ายแล้วนะ หากรอบนี้เ้าหลบไม่ได้ก็เื่ของเ้า"สิ้นคำก้อนหินในมือไออ้อนก็ถูกขว้างมาอีกรอบ
วาสกัดฟันเพ่งสายตามองไปข้างหน้า ก่อนหน้านี้ก่อนที่ก้อนหินสองลูกจะถูกขว้างมา ในหัวของเขาเกิดความรู้สึกเสียวแปล๊บขึ้นอีกครั้งดังเช่นคราที่เขาหลบลูกธนูของก็อบลินแต่เนื่องจากก้อนหินนี้เร็วเกินไป เร็วจนกระทั่งเร็วกว่าลูกธนูของก็อบลิน ไม่น่าเชื่อว่ามันจะถูกปามาจากมือเหี่ยวๆของคนแคระชราผู้หนึ่ง ซึ่งความเร็วนี้ทำให้เขาไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายหลบได้ทัน
เมื่อก้อนหินเข้ามาใกล้ ในหัวของเขาก็เกิดอาการเสียวแปล๊บขึ้นอีกครั้ง วาสพยายามสงบนิ่งจิตใจก่อนจะปล่อยร่างกายให้เคลื่อนไหวไปตามสัญชาตญาณ
ฟุ่บ!
เป็ครั้งแรกที่วาสสามารถหลบหินในมือของไออ้อนได้ เขาหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนพลางคิดว่า
'ไอ้ความรู้สึกนี้คงเป็สกิลสุดยอดสัญชาตญาณสินะ'
ไออ้อนที่เห็นวาสหลบได้จึงเลิกคิ้วเล็กน้อยแล้วเอ่ยชมว่า
"ในที่สุดก็หลบได้สินะ เอาละต่อไปข้าจะปาไม่หยุดแล้วนะ"
วาสได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้า ก่อนจะจ้องเขม็งพร้อมรวมสมาธิให้มั่น
ฟุ่บ!ฟุ่บ!ฟุ่บ!...
ก้อนหินในมือไออ้อนถูกปามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวาสสามารถหลบได้ทุกลูก แม้ตอนแรกจะติดๆขัดๆแต่เมื่อจับหลักได้ เขาก็สามารถหลบได้อย่างธรรมชาติและไหลลื่นมากขึ้น
ร่างกายชายหนุ่มโยกหลบซ้ายขวาอย่างมีจังหวะโดยที่เขาสามารถหลบก้อนหินได้อย่างฉิวเฉียดทุกครั้ง แม้มีบางครั้งท่าหลบจะดูแปลกประหลาดแต่เขาก็ไม่ใส่ใจ ยิ่งหลบวาสยิ่งตื่นเต้นผสมได้ใจจนเผลอฉีกยิ้มออกมาไม่รู้ตัว
ไออ้อนที่แม้ตอนแรกจะปาก้อนหินด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่เมื่อเห็นวาสหลบได้อย่างง่ายดายและฉีกยิ้มก็รู้สึกหงุดหงิดแปลกๆจึงเอ่ยเสียงเย็นว่า
"ในเมื่อเ้าหลบง่ายขนาดนี้ ข้าก็ขอเพิ่มระดับความยากมันขึ้นไปอีกละ"วาสขนลุกซู่แต่ก็พยายามไม่ว่อกแว่ก ตั้งสมาธิเต็มที่
ฟุ่บ!ฟุ่บ!ฟุ่บ!อั๊ก!ฟุ่บ!ฟุ่บ!โอ๊ย!ฟุ่บ!...
เมื่อความเร็วเพิ่มขึ้น วาสไม่สามารถหลบก้อนหินได้ทุกลูกอีกต่อไปเนื่องจากร่างกายเคลื่อนไหวหลบไม่ทัน ร่างกายของเขาเริ่มโดนก้อนหินกระแทกเป็ระยะๆ
ฟุ่บ!ฟุ่บ!โอ๊ย!อั๊ก!โอ๊ย!...
เมื่อร่างกายโดนก้อนหินกระแทกเข้าอย่างต่อเนื่องๆจนถูกทั้งความเ็ปความเหนื่อยล้ารุมเร้า ในที่สุดวาสก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวหลบก้อนหินได้อีกต่อไป ได้แต่นอนคุดคู้อยู่กับพื้นรอรับแรงกระแทกจากก้อนหิน ส่วนปากก็ร้องะโดังลั่น
"ยะ.. หยุด หยุด บอกให้หยุดได้แล้วโว้ยตาแก่!"ในที่สุดวาสก็ทนไม่ไหว เมื่อเห็นสภาพวาสนอนคุดคู้อยู่กับพื้นก็ทำให้ไออ้อนหยุดปาก้อนหิน ยืนขึ้นหัวเราะดังลั่นราวกับตนเป็ผู้ชนะ
"ฮ่าๆๆ ในที่สุดก็ไม่ไหวแล้วเรอะเ้าหนู"วาสเมื่อเห็นว่าไม่มีก้อนหินมากระแทกตนแล้วก็นอนแผ่หลายาวเหยียดเอ่ยว่า
"คุณแน่ใจนะว่าที่ทำนี้ไม่ใช่เพื่อความสะใจเพราะผมไม่เห็นว่าค่าสถานะผมมันจะเพิ่มขึ้นเลย"
"หึหึ ความสะใจนั้นนะแค่ส่วนหนึ่ง เื่ค่าสถานะเ้านะข้าว่ามันต้องเพิ่มขึ้นแน่นอน แต่แค่เ้าตั้งใจหลบมากไปเลยไม่ทันฟังแค่นั้นละ"
วาสได้ยินเช่นนั้นก็ลองเปิดหน้าต่างสถานะของเขาขึ้นดู ก่อนจะพบว่าเป็จริงตามที่ไออ้อนว่า ค่าสถานะความเร็วของเขาเพิ่มมาหนึ่งจุด วาสถอนหายใจอย่างโล่งอกอย่างน้อยความพยายามที่ทำไปก็ไม่เสียเปล่า
"ว่าแต่คุณปาหินเร็วขนาดนั้นได้ยังไง"
"ไม่อยากจะคุยความเร็วที่ใช้กับเ้า ข้าใช้แรงแค่5% นั้น"วาสแค่นเสียงพลางพูดอย่างดูถูกว่า
"ถ้าจะโม้ก็ให้มันมีขอบเขตหน่อยเถอะครับ"ไออ้อนคิ้วกระตุก ก่อนจะฉีกยิ้มเย็นแล้วคว้าก้อนหินที่ข้างมือมาก้อนหนึ่งและสะบัดแขนจนวาสมองไม่ทัน!
ตูม!
ก้อนหินกระแทกเข้ากับพื้นโรงตีเหล็กจนฝังลึกเข้าไปภายในบริเวณพื้นโรงตีเหล็กข้างศีรษะวาสที่นอนแผ่หลาอยู่ห่างไปไม่ถึงคืบ จนเกิดเสียงดังลั่นจนหูวาสอื้อไปชั่วขณะ
วาสนิ่งอิ้งหน้าซีดเผือดเบือนหน้าไปมองยังหลุมที่อยู่ห่างจากศีรษะตนไม่ถึงคืบอย่างพูดไม่ออก
"นั้นคงเป็แรงสัก50%ของข้าละมั้ง"วาสนิ่งเงียบไม่กล้าโต้ตอบอะไรแถมกลืนน้ำลายดังเอื๊อก
ไออ้อนที่เห็นท่าทางของวาสก็หัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะโยนกล่องสีน้ำตาลขนาดเล็กให้เขาและกล่าวบางอย่างก่อนจากไป
"นั้นเป็ยาแก้ฟกช้ำรีบทาแล้วไปซื้ออาหารมาให้ข้ากินซะ ข้าหิวแล้ว"
"คะ..ครับ!"