ตอนที่ 38 ดูไม่เหมือนสามีภรรยากันเลย
เซิ่งอันหนิงตกใจกับสายตาของโจวเอ้อร์นีที่จ้องมองมา แววตาของเด็กสาวหม่นหมองราวกับผี “เธอตื่นแล้วหรือ รู้สึกไม่สบายตัวตรงไหนหรือเปล่า ฉันจะไปตามหมอมาให้”
โจวเอ้อร์นีหันไปทางอื่น ทำเป็นไม่สนใจเซิ่งอันหนิง
เซิ่งอันหนิงไม่ได้ใส่ใจ เธอลุกขึ้นและออกไปพูดกับโจวสือซวินกับโจวฉางหลินที่ยืนอยู่หน้าแปลงดอกไม้บริเวณด้านนอก “เอ้อร์นีตื่นแล้ว ฉันคิดว่าเพื่อความสบายของหล่อน พวกคุณเปลี่ยนห้องพักให้หล่อนเถอะ”
เธอไม่ได้มีความสุขที่จะต้องคอยดูแลโจวเอ้อร์นี มองดูท่าทางของเด็กสาวก็รู้ว่าแล้วจะต้องมีสักวันที่หล่อนหันกลับมาแว้งกัด และเซิ่งอันหนิงก็ไม่ได้เป็นคนที่มีจิตใจสูงส่งขนาดต้องตอบแทนความแค้นด้วยความเมตตาเช่นกัน
โจวฉางหลินเหลือบมองไปที่โจวสือซวินโดยไม่ได้ตั้งใจ โจวสือซวินพยักหน้า “ผมจะไปหาหมอ”
ชายหนุ่มไม่ได้ขอให้เซิ่งอันหนิงเข้าไปดูแลโจวเอ้อร์นี เนื่องจากเขารู้ดีว่าเธอไม่ได้เต็มใจช่วย
ไม่นานก็เปลี่ยนห้องผู้ป่วยให้กับโจวเอ้อร์นีเสร็จ ในห้องมีเพียงแค่คนชราหนึ่งคนเท่านั้น
โจวฉางหลินอุ้มโจวเอ้อร์นีเข้าไป โจวเอ้อร์นีมองหน้าโจวฉางหลินและโจวสือซวิน แล้วก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมา “พี่ใหญ่ พี่รอง…”
โจวฉางหลินเป็นห่วงน้องสาวคนนี้มาก ๆ เมื่อวางเด็กสาวลงบนเตียง ชายหนุ่มจึงห่มผ้าให้กับน้องสาว “ไม่เป็นไร ฉีดยาแก้อีกเสบอีกสองครั้งก็กลับบ้านได้แล้ว”
โจวเอ้อร์นีรู้สึกเจ็บจนอยากจะร้องไห้ออกมาและเสียใจอย่างสุดซึ้ง หล่อนทราบผลลัพธ์ของการทำแท้งแล้ว ในใจจึงคิดว่าหากไม่ตัดสินใจทำแท้งก็คงจะดีกว่านี้ ถึงอย่างไรแม่ก็บอกว่าจะให้เซิ่งอันหนิงเป็นคนเลี้ยงดูเด็กแทน
หากเซิ่งอันหนิงรู้ว่าโจวเอ้อร์นีมีความคิดไม่ดีต่อเธอเช่นนี้ เธอก็คงตบสั่งสอนเด็กสาวสักสองสามทีเพื่อเรียกสติและขจัดความคิดบ้า ๆ นี้ออกไปเสีย
ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดลง โจวสือซวินเหลือบมองดูเซิ่งอันหนิงที่ยืนเงียบอยู่ข้างหน้าต่าง ใบหน้าของหญิงสาวดูเหนื่อยล้า เขาจึงเอ่ยขึ้นกับโจวฉางหลิน “พี่ดูเอ้อร์นีไปก่อนนะ ผมจะพาอันหนิงไปพักสักหน่อย”
โจวฉางหลินรู้ดีว่าหญิงสาวจากในเมืองค่อนข้างบอบบาง จึงรีบพยักหน้า “ได้สิ พวกนายรีบไปเถอะ”
โจวสือซวินพาเซิ่งอันหนิงไปพักในบ้านพักบริเวณใกล้ ๆ โรงพยาบาล เนื่องจากไม่มีทะเบียนสมรสและจดหมายแนะนำตัว ดังนั้นทั้งสองคนจึงนอนห้องเดียวกันไม่ได้
เมื่อเซิ่งอันหนิงพบว่าโจวสือซวินนั้นเปิดเพียงแค่หนึ่งห้อง จึงเอ่ยถามชายหนุ่มเบา ๆ “แล้วตอนกลางคืนคุณจะทำยังไงคะ?”
“ไม่เป็นไร ผมมีเพื่อนอยู่ที่นี่ ผมไปนอนค้างกับเขาสักคืนก็ได้”
เซิ่งอันหนิงคิดได้ว่าโจวสือซวินขับรถแทรกเตอร์มา และไม่รู้ว่าแผลผ่าตัดของเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง “งั้นคุณไปที่ห้องกับฉันสักรอบหนึ่ง ฉันจะได้ตรวจดูแผลให้คุณ”
เมื่อพนักงานได้ยินเช่นนั้นก็ไม่อนุญาตขึ้นมาทันที “ไม่ได้นะ พวกคุณไม่มีทะเบียนสมรส เข้าพักห้องเดียวกันไม่ได้”
เซิ่งอันหนิงไม่ค่อยเข้าใจ “ถ้าไม่ได้เป็นสามีภรรยากัน ใครจะกล้าขึ้นไปอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้คะ?”
พนักงานเม้มปาก “แล้วจะรู้ได้ยังไงล่ะ? พวกคุณดูไม่เหมือนสามีภรรยากันเลย”
แม้ชายหนุ่มจะหน้าตาที่ดี แต่เขามีผิวเข้มไปเล็กน้อย ดูไม่เหมาะกับหญิงสาวที่งดงามแบบนี้เลย
เซิ่งอันหนิงเหลือบมองโจวสือซวินอย่างขบขัน ถึงขนาดจะต้องใช้ความเป็นสามีภรรยามาตัดสินว่าเป็นสามีภรรยากันหรือไม่เชียวหรือ?
โจวสือซวินดึงแขนเสื้อของเซิ่งอันหนิง “แผลของผมไม่เป็นอะไร คุณเอาของเข้าไปเก็บเถอะ แล้วเราก็ไปหาอะไรกินกัน”
เซิ่งอันหนิงทำอะไรไม่ได้ จึงนำของเข้าไปเก็บในห้อง จากนั้นจึงออกมากินข้าวกับโจวสือซวิน
บริเวณใกล้ ๆ โรงพยาบาลมีแผงขายบะหมี่อยู่ ทั้งคู่จึงเลือกกินบะหมี่คนละชาม
เซิ่งอันหนิงชอบกินข้าว แต่เพื่อปากท้องแล้วเธอไม่เคยเรื่องมากเลย ทว่าตอนนี้ต่อให้เธอจะรู้สึกหิว แต่เนื่องจากหลายวันที่ผ่านมาเธอกินแต่เส้น เมื่อเห็นบะหมี่ที่อยู่ในชาม หญิงสาวจึงผลักออกไปให้โจวสือซวิน “ฉันกินไม่หมด คุณแบ่งไปหน่อย”
ว่าพลางเธอก็แบ่งเส้นบะหมี่ไปไว้ในชามของโจวสือซวิน
โจวสือซวินเห็นว่าเซิ่งอันหนิงแบ่งบะหมี่มาเกือบครึ่งชาม จึงเดาว่าเซิ่งอันหนิงไม่ชอบกิน เมื่อมองดูเธอสักพักชายหนุ่มก็หยิบชามมากินโดยที่ไม่ได้พูดอะไร
เซิ่งอันหนิงค่อย ๆ กินบะหมี่ช้า ๆ เมื่อดื่มน้ำซุปหมดแล้วจึงรู้สึกสบายท้องเป็นอย่างมาก เมื่ออิ่มแล้วก็ได้มีความคิดอื่น ๆ อีกมากมาย เธอคิดว่าถ้ามีผักใบเขียวอีกชามก็คงจะดี
แต่นี่เพิ่งจะเดือนสามเอง ต้นหญ้าเพิ่งจะเริ่มงอก มีผักกาดขาวหัวไชเท้ากินก็ดีมากแล้ว ที่ไหนจะมีผักสดล่ะ
โจวสือซวินไปจ่ายเงินและเดินกลับมา “ผมจะซื้อบะหมี่ไปส่งให้กับพี่ใหญ่ก่อน คุณรอผมตรงนี้สักพัก”
เซิ่งอันหนิงไม่ได้ใส่ใจ เธอไม่อยากพบกับโจวเอ้อร์นี “ถ้างั้นฉันกลับที่พักก่อนได้ไหม?”
โจวสือซวินยืนยันคำพูด “ไม่ต้อง ผมไปแป๊บเดียวก็กลับมา”
ชายหนุ่มว่าแล้วก็ถือกล่องอาหารจากไป
เซิ่งอันหนิงรออยู่ที่แผงอาหารเล็ก ๆ และมองเห็นประตูใหญ่ของโรงพยาบาลได้จากระยะไกล
คุณป้าเถ้าแก่เนี้ยร้านบะหมี่นั้นเป็นคนใจดีเป็นอย่างมาก พอไม่มีลูกค้ามาสักพักและพบว่าเซิ่งอันหนิงนั่งอยู่คนเดียว นางจึงเข้ามานั่งสนทนาเป็นเพื่อนกับหญิงสาว “คนที่บ้านเข้าโรงพยาบาลเหรอ?”
เซิ่งอันหนิงพยักหน้า “ใช่ค่ะ”
คุณป้าปลอบโยนหญิงสาว “เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง สิ่งต่าง ๆ ล้วนเกิดการเปลี่ยนแปลง ผู้คนเองก็เจ็บป่วยได้ง่าย ๆ แต่ฉันว่าเธอสองคนเหมาะสมกันมากเลยนะ ฉันเปิดแผงอาหารมานานขนาดนี้ ไม่เคยเห็นผัวเมียคู่ไหนเหมาะสมกันแบบนี้มาก่อน”
เซิ่งอันหนิงถูกชมจนรู้สึกมีความสุข “คุณป้าคิดว่าพวกเราเหมาะสมกันหรือคะ? แต่เมื่อครู่พนักงานในที่พักบอกว่าพวกเราไม่เหมือนสามีภรรยากัน”
คุณป้าทำหน้าเคร่งขรึม “เหลวไหล! ชายหนุ่มก็หล่อหญิงสาวก็สวย เขาตาบอดหรืออย่างไร? ”
เซิ่งอันหนิงมีความสุขและสนทนากับคุณป้าอย่างสบายใจพลางสังเกตไปยังประตูใหญ่ของโรงพยาบาล แต่ก็ไม่เห็นโจวสือซวินออกมา กลับเห็นหลัวไฉ่เสียเดินถือถุงผ้าเข้าไปอย่างเร่งรีบ
เมื่อคุณป้าเห็นว่าเซิ่งอันหนิงจ้องไปทางโรงพยาบาล นางก็หันมองตามเช่นกัน ครั้นเห็นหลัวไฉ่เสีย คุณป้าจึงเอ่ยขึ้น “นั่นคือหญิงเจ้าของร้านตัดเสื้ออยู่ที่ฝั่งตะวันออกของอำเภอไม่ใช่หรือ? หล่อนมาโรงพยาบาลทำไม?”
เซิ่งอันหนิงสงสัย “คุณป้า คุณเองก็รู้จักหล่อนหรือคะ?”
ป้าเจ้าของร้านพยักหน้า “รู้จักสิ บ้านของฉันเองก็อยู่แถว ๆ นั้น หญิงสาวคนนี้ฝีมือดีมาก ๆ หล่อนตัดเย็บเสื้อผ้าเก่ง แล้วก็เป็นคนดีมาก ๆ พอเห็นคนยากคนจนมา หล่อนไม่คิดเงินค่าซ่อมเสื้อผ้าด้วยซ้ำ”
เซิ่งอันหนิงมีความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก และมองไปทางโรงพยาบาลอย่างครุ่นคิด
หลังจากรอนานถึงยี่สิบกว่านาที ท้องฟ้าก็ได้มืดลง ป้าเจ้าของร้านบะหมี่เห็นว่าไม่มีลูกค้าแล้ว จึงเตรียมตัวเก็บร้านเพื่อที่จะกลับบ้าน
เซิ่งอันหนิงไม่มีอะไรทำจึงเข้าไปช่วยคุณป้าเก็บข้าวของ
ป้าเจ้าของร้านเอ่ยชมเชย “ขอบใจเธอมากนะ หน้าตาสะสวยแถมยังเป็นคนดีอีกด้วย กลับไปเธอจะต้องมีลูกตัวน้อย ๆ น่ารักแน่ ๆ ”
เซิ่งอันหนิงกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เธอกับโจวสือซวินจะไปได้สักกี่น้ำเชียว ใครจะไปรู้ล่ะ?
หลัวไฉ่เสียเป็นคนดีถึงขนาดนี้ เธอไม่กล้าแย่งผู้ชายมาเป็นของเธอหรอก
คุณป้าค่อย ๆ เข็นรถเข็นจากไปอย่างช้า ๆ เซิ่งอันหนิงจึงตัดสินใจกลับไปยังที่พักก่อน เกรงว่าโจวสือซวินจะสนทนากับหลัวไฉ่เสียจนลืมเธอไปแล้ว?
เมื่อเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ได้ยินเสียงคนกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอยู่ไม่ไกล
เซิ่งอันหนิงหันกลับไป และเห็นคุณป้าที่เพิ่งสนทนากันเมื่อครู่นอนอยู่บนพื้น ชายหนุ่มสองคนพลิกรถเข็นของนางก่อนที่จะคว้าบางอย่างและวิ่งหนีไป
เซิ่งอันหนิงวิ่งไปหาคุณป้าเจ้าของร้านที่ล้มลง เมื่อคิดถึงอายุของนางและอากาศที่หนาวเย็นในวันนี้แล้ว การหกล้มอาจทำให้เกิดปัญหาได้ง่ายมาก
เมื่อเธอวิ่งไปถึง โจรทั้งสองก็ได้จากไปแล้ว
เซิ่งอันหนิงรีบย่อตัวลงเพื่อประคองคุณป้าที่เคลื่อนไหวไม่ได้ “คุณป้าคะ?”
โดยไม่ทันสังเกตว่ามีใครบางคนกำลังเดินเข้ามาข้างหลังเธอเงียบ ๆ และเหวี่ยงท่อนไม้ทุบเข้าไปที่เซิ่งอันหนิง!
……………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
อันหนิงโดนทิ้งแล้วหรือเปล่าเนี่ย ไหนพี่โจวบอกว่าจะไปแป๊บเดียว
เกิดเรื่องกับอันหนิงแล้ว พี่โจวหยุดรำลึกความหลังกับแฟนเก่าแล้วมาช่วยอันหนิงก่อนนนน
ไหหม่า(海馬)