King of world ราชันแห่งพิภพ

    เก็บเกี่ยวอย่างบ้าคลั่ง!

            ​

            วาสต่อสู้อย่างบ้าคลั่งในหลุมนิรนาม 10 วันแรก เขาใช้เวลาเข้าออกที่ชั้น 1 ไม่ต่ำกว่าวันละหลายรอบ จนในที่สุดซากทัพตะขาบกลายพันธุ์ของเขาก็มีจำนวนมากกว่า 1,000 ตัว

            เมื่อพอใจแล้ว วาสก็ตรงดิ่งไปที่ลึกสุดของชั้น 1 ตรงนั้นมีบันไดหินที่ทอดยาวลงไปข้างล่าง เป็นประตูเข้าสู่ชั้นที่ 2 ของหลุมนิรนาม

            ในชั้นที่ 2 สภาพแวดล้อมต่างจากชั้นที่ 1 อย่างสิ้นเชิง

            รอบด้านเต็มไปด้วยต้นไม้สีเทา ก่อให้เกิดเป็นป่าสีเทาขนาดยักษ์ นอกจากนี้ต้นไม้สีเทารอบๆยังเต็มไปด้วยผลประหลาดที่ส่องแสงเหลืองนวล

            เมื่อครั้งแรกที่เข้ามาในป่าสีเทานี้วาสเต็มไปด้วยความระแวง ทว่าเขากลับไม่เจอมอนเตอร์แม้แต่ตัวเดียว

            จนกระทั่งวาสเดินเข้าไปที่จุดศูนย์กลางของป่าสีเทา มอนเตอร์ถึงได้เผยตัวออกมา

            มอนเตอร์ในชั้นที่ 2 ก็คือต้นไม้สีเงิน!

            อาวุธที่น่าสะพรึงกลัวของพวกมันก็คือผลประหลาดสีเหลือง

            ทันทีที่เขาเข้าไปที่ศูนย์กลางของป่าพวกมันก็เริ่มที่จะโจมตี พวกมันสะบัดกิ่งโยนผลสีเหลืองประหลาดเข้าใส่วาส

            ผลสีเหลืองจำนวนมากลอยเต็มเหนือศีรษะและระเบิดออกมา เกิดเป็นฝนกรดสีเหลืองกระจายไปทุกหย่อมหญ้า!

            แต่กระนั้นฝนกรดของพวกมันก็ไม่สามารถละลายชุดเกราะของวาสได้ ทำได้เพียงระเหยเป็นไอขาวแสบจมูก

            อย่างไรก็ตามฝนกรดของพวกมันรุนแรงมาก ถึงขนาดขั้นกวาดซากทัพระดับต่ำของวาสไปทุกตัว เหลือเพียงซากทัพระดับสูงที่ทนต่อฝนกรดได้

            วาสเดือดดาลถึงที่สุด เขาไล่ทำลายมอนเตอร์ต้นไม้สีเงินอย่างบ้าคลั่งจนเหี้ยนไม่เหลือแม้แต่ตัวเดียว

            แม้กระทั่งมอนเตอร์ต้นไม้สีเงินกลายพันธุ์2ตัวที่มีเปลือกสีเทาเข้มที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าก็ไม่สามารถต้านทานวาสได้

            หลังจากสงบสติอารมณ์ วาสก็เก็บซากศพของพวกมันไปทั้งหมดออกไปข้างนอกเพื่อทดลองสร้างซากทัพดู

            แต่สิ่งต่อมาก็ทำให้เขาน้ำตาแทบไหล ซากทัพต้นไม้สีเงินไม่สามารถเคลื่อนที่ได้!

            ถ้าจะนำพวกมันเข้าสู่การต่อสู้ต้องมีซากทัพที่ตัวใหญ่และพละกำลังมากพอที่จะแบกพวกมันไป

            หรือไม่เช่นนั้นก็คงต้องใช้ประโยชน์ของพวกมันวางไว้รอบเมืองดีวอยด์ของเขา เพื่อเป็นปราการป้องกันอีกชั้นหนึ่ง

            เมื่อได้บทเรียนแล้ววาสก็ไม่นำซากทัพลงไปด้วยอีก เพียงแต่นำราชันแห่งความตายนิรันดร์ลงไปด้วยเท่านั้น

            วาสเสียเวลาอยู่ที่ชั้น2แค่ไม่กี่รอบ ก่อนจะลงไปชั้นต่อไป

            สภาพแวดล้อมของชั้นที่ 3 เปลี่ยนไปอีกครั้ง ในครั้งนี้มันคือป่าดิบชื้นแห่งหนึ่ง

            รอบนี้วาสระมัดระวังตัวถึงขั้นทำลายต้นไม้ทั้งหมดด้วยวิธีอันป่าเถื่อน!

            เขาลงมือจุดไฟเผ่าป่าทั้งหมด!

            และสิ่งที่ตามมาจากการเผ่าป่าก็คือมอนเตอร์ทั้งหมดในชั้นที่ 3 ได้มุ่งตรงมาหาเขาด้วยความโกรธจัด

            มอนเตอร์ในชั้นที่ 3 ก็คืองูเกล็ดสีเขียวขนาดเล็กที่กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมจำนวนมหาศาลทะลักออกมาจากป่าราวกับคลื่นอุทกภัย!

            ถึงขนาดของพวกมันจะเล็กแต่ความน่ากลัวของพวกมันกลับสวนทาง!

            งูเกล็ดเขียวจำนวนมากร่วมกันพ่นหมอกพิษออกมา!

            ถ้าเพียงแค่ตัวเดียวหมอกพิษที่พวกมันพ่นออกมาคงเป็นกลุ่มหมอกเล็กๆเท่านั้น แต่เมื่อรวมพลังกันมันทำให้เกิดทะเลหมอกขนาดยักษ์ที่ราวกับสึนามิถาโถมเข้าใส่วาส!

            เมื่อเห็นหมอกพิษจำนวนมากทำให้วาสต้องจริงจังเป็นครั้งแรกตั้งแต่ลงมาที่หลุมนิรนาม

            จริงอยู่ที่เกราะของเขาแข็งแกร่งมากจนแทบกันการโจมตีได้แทบทุกชนิด แต่นั่นไม่ได้นับรวมทะเลหมอกพิษที่อยู่ตรงหน้า

            ตราบใดที่เขายังต้องหายใจ อย่างไรวาสก็หนีมันไม่พ้น!

            ทว่าประสบการณ์ที่เขาสั่งสมมาไม่ใช่สิ่งไร้ค่า เขาสงบใจลงอย่างรวดเร็วก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นราชันแห่งคามตายนิรันดร์ที่อยู่ด้านหลัง

            วาสฉีกยิ้มเหี้ยม!

            สกิลเสียงเพรียกแห่งความตาย!

            ราชันแห่งคามตายนิรันดร์แยกขากรรไกรออกกว้าง ดูดกลืนกลุ่มควันสีเทาเข้าไปในปากไม่ขาดสาย กลุ่มควันสีเทาเหล่านั้นคือพลังชีวิตของงูเกล็ดเขียว

            อะไรคือพลังชีวิต?

            ส่วนประกอบของชีวิตทั้งหมดก็คือพลังชีวิต

            งูเกล็ดเขียวตัวน้อยทั้งหลาย มีพลังชีวิตเพียงน้อยนิด เพียงไม่กี่วินาทีร่างกายของพวกมันก็แห้งเหี่ยวลงจนคล้ายกับคราบงูธรรมดาๆ

            “พัดหมอกพวกนั้นไปซะ!”

            ราชันแห่งคามตายนิรันดร์กระพือปีกโครงกระดูกสีดำ สร้างกระแสลมหอบใหญ่ พัดทะเลหมอกพิษออกไปไม่ให้เข้ามาใกล้วาส

            ฟ่อออออ!

            เสียงขู่คำรามดังมาจากทะเลหมอกพิษ งูเกล็ดเขียวสะท้อนแสง 3 ตัวพุ่งออกมาจากทะเลหมอกพิษ พวกมันพากันชูคอขึ้นแล้วเปล่งเสียงร้องคำราม ทะเลหมอกพิษที่กำลังถูกพัดออกไปพลันรวมตัวกันคล้ายถูกควบคุมกลายเป็นงูขนาดยักษ์ที่มีร่างกายเป็นหมอกพิษ

            สกิลสุดยอดสัญชาตญาณของวาสทำงานดังลั่น ลางสังหรณ์ของเขาบอกว่าถ้าปล่อยให้พวกมันทำสำเร็จ เขาจะต้องเกิดอันตรายแน่นอน

            “ราชันแห่งคามตายนิรันดร์ฆ่าพวกมันเดี๋ยวนี้!”

            ราชันแห่งคามตายนิรันดร์บินทะยานเข้าหางูเกล็ดเขียวกลายพันธุ์ทั้ง 3 ตัวอย่างไม่กลัวเกรง

            งูเกล็ดเขียวกลายพันธุ์แผดเสียงร้องควบคุมหมอกพิษที่รวมตัวกันเป็นงูยักษ์พุ่งเข้าปะทะราชันแห่งคามตายนิรันดร์

            ราชันแห่งคามตายนิรันดร์ภายใต้การควบคุมของวาสพลันกระพือปีกด้วยความเร็วสูงและหมุนตัวอย่างรวดเร็วทำให้เกิดกระแสลมหรอบตัวทะลวงผ่านกลุ่มหมอกงูยักษ์พัดกระจายหายไปและเข้าถึงตัวงูเกล็ดเขียวกลายพันธุ์ทั้ง 3 ตัว

            กระดูกสีดำเปลี่ยนเป็นหอกในเสี้ยงพริบตาแทงเข้าที่ศีรษะของงูเกล็ดเขียวกลายพันธุ์ 3 ครั้งรวด!

            ถึงงูเกล็ดเขียวกลายพันธุ์จะมีพลังที่น่าสะพรึงกลัว แต่พลังป้องกันของพวกมันก็กระจอกจนน่าใจหาย!

            วาสเก็บซากศพของงูเกล็ดเขียวทั้งหมดในชั้น 3 เมื่อกวาดตาดูจำนวนคร่าวๆเขาคิดว่าพวกมันมีจำนวนนับหมื่นตัวเลยทีเดียว!

            วาสดีใจจนเนื้อเต้น แค่เข้ามาเพียงรอบเดียวก็ได้ซากทัพ 10,000 ตัว ถ้าเข้ามาสัก100รอบ เขาก็จะได้ซากทัพจำนวน 1,000,000 ตัว!

            แต่ซากทัพงูเกล็ดเขียวพวกนี้มีร่างกายที่อ่อนแอเกินกว่าจะเข้าปะทะกับศัตรู วาสจึงคิดว่าจะนำพวกมันไปที่แนวหลังหรือไม่ก็สังเวยพวกมันสร้างราชันแห่งคามตายนิรันดร์ขึ้นมาแทน

            วาสระงับแผนการที่จะลงไปชั้น 4 ชั่วคราว เขาต้องการจะทำเป้าหมายของเขาให้สำเร็จเสียก่อน

            นั่นคือเคลียร์ชั้นที่ 3 ให้ครบ 100 รอบ!

            วาสจมดิ่งอยู่ระหว่างการไปมาของชั้น 2 และชั้น 3 โดยไม่ยอมออกไปจากหลุมนิรนามแม้แต่วันเดียว

            ด้วยนาฬิกามิติที่มีพื้นที่จัดเก็บขนาดมหึมาและถุงมิติอีกหลายร้อยใบ ทำให้เขาไม่ต้องกลัวว่าจะมีพื้นที่เก็บซากศพไม่เพียงพอ

            วันเวลาล่วงเลยผ่านไปครึ่งเดือน!

            ครึ่งเดือนมานี้วาสไม่เคยก้าวขาออกไปจากหลุมนิรนามแม้แต่ก้าวเดียว

            ที่ปากหลุมนิรนามวายุกำลังมีท่าทีร้อนรน เขาได้รับการแจ้งข่าวจากไคเซอร์แล้วว่าให้ตามตัววาสกลับไปอย่างเร่งด่วน แต่ผ่านมาครึ่งเดือนแล้วที่เขาไม่เคยเห็นวาสออกมาจากหลุมนิรนาม!

            ‘หรือว่าพี่วาสตายไปแล้ว?’ความคิดแง่ลบผุดขึ้นมาในหัวของเขา แต่วายุก็ส่ายหน้า เขาเชื่อว่าวาสไม่มีทางตายอยู่ภายในนั้นเด็ดขาด

            ถึงวายุจะไม่รู้ว่าวาสมีพลังมากขนาดไหน แต่เขาก็ชื่อว่าคงไม่เป็นรองไคเซอร์สักเท่าไหร่

            และขนาดไคเซอร์ยังรอดออกมาจากหลุมนิรนามได้ วาสก็ต้องรอดออกมาได้เช่นกัน

            “ได้โปรดออกมาเร็วๆเถอะพี่วาส ก่อนที่มันจะไม่ทันการ!”

            กาลเวลาครึ่งเดือนของวาสไม่สูญเปล่า ในที่สุดวาสก็เคลียร์ชั้นที่ 3 ครบ 100 รอบ

            ในนาฬิกามิติและถุงมิติของเขาเต็มไปด้วยซากศพจำนวนมากที่รอแปรสภาพเป็นซากทัพ

            อ่างไรก็ตาม วาสยังไม่ต้องการพอแค่นี้ เขาเตรียมตัวที่จะลงไปชั้นที่ 4 ต่อ!

            ชั้นที่ 4 มีสภาพแวดล้อมเป็นถ้ำที่มืดสนิท ผนังเป้นชั้นหินหนา บนเพดานถ้ำมีหินย้อยที่แหลมคมจำนวนมากติดอยู่

            เดินเข้ามาได้ไม่นานวาสก็มาเจอกับมอนเตอร์ประจำชั้นที่ 4

            พวกมันคือค้างคาวรูปร่างประหลาด ลำตัวมีขนาดแค่กำปั้นแต่ปีกของมันกลับมีความกว้างกว่า 2 เมตร พังผืดใต้ปีกที่ควรบอบบางกลับคมกริบแวววาวสะท้อนแสง

            เมื่อมอนเตอร์ค้างคาวเหล่านั้นพบเห็นวาสพวกมันก้พากันร้องเสียงแหลม แตกกระจายกันออก กางปีกออกกว้างและตวัดปีกตัดหินย้อยแหลมคมที่อยู่ตามเพดาบถ้ำให้ล่วงหล่นใส่วาส

            หินย้อยที่แหลมคมตกใส่วาสเหมือนห่าฝน เกิดเสียงสะท้อนคล้ายแก้วชนกันก่อนที่หินย้อยเหล่านั้นจะแตกเป็นเสี่ยงๆโดยทำอันตรายวาสไม่ได้แม้แต่รูขุมขน!

            มอนเตอร์ค้างคาวกรีดร้องเสียงแหลม พวกมันพุ่งเข้าหาเขาด้วยความเร็วสูง ปีกที่เหมือนใบมีดตัดอากาศเกิดเสียงดังขวับดูน่ากลัว

            กิ๊งๆๆๆๆๆๆ!

            มอนเตอร์ค้างคาวระดมฟันปีกใบมีดเข้าใส่เขา แต่ทว่าไม่สามารถผ่านเกราะของวาสไปได้

            วาสมีใบหน้าที่นิ่งสงบ เขาคิดว่าคงผ่านไปชั้นนี้ไปได้ง่ายๆ แต่ความจริงไม่ได้เป็นดังที่คิดเสมอไป!

            เมื่อการโจมตีทางกายภาพไม่ได้ผล มอนเตอร์ค้างคาวนับร้อยก็เลิกล้มความตั้งใจ เปลี่ยนเป็นบินวนเหนือศีรษะของวาสเป็นกลุ่มใหญ่

            และสิ่งที่ตามมาก็คือมอนเตอร์ค้างคาวกลายพันธุ์ 4 ตัวที่บินออกมาจากด้านในสุดของถ้ำ เมื่อสายตาพบผู้ท้าทายพวกมันก็ลงมือทำบางอย่าง

            มอนเตอร์ค้างคาวอ้าปากกว้าง ส่งเสียงร้องดังสนั่นแก้มหู ในถ้ำที่เงียบสงบนี้คือห้องสะท้อนเสียงอย่างดีสำหรับพวกมัน คลื่นเสียงดังสนั่นเกิดเป็นคลื่นกลางอากาศถาโถมเข้าใส่วาสอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

            พรวด!

            เลือดจำนวนมากไหลทะลักออกจากรูหูของวาส สมองคล้ายถูกทุบด้วยค้อนเกิดความรู้สึกวิงเวียนอยากจะอาเจียน

            จมูกเริ่มมีเลือดไหลออกมา ตามด้วยทวารทั้ง7ที่เหลือทั้งหมด ต่างพากันขับเลือดออกมา!

            คลื่นเสียงนี้ทำให้ใจวาสเป็นไม่เป็นจังหวะ กระทบกระเทือนอวัยวะภายในทั้งหมด

            “แย่แล้ว!”

            “ราชันแห่งความตายนิรันดร์ฆ่าพวกมัน!”

            มอนเตอร์ค้างคาวฉลาดมาก พวกมันรู้ว่าสู้ราชันแห่งความตายนิรันดร์ไม่ไหว จึงพากับแยกตัวบินกระจายออกทำให้ราชันแห่งความตายนิรันดร์ต้องไล่ล่าฆ่าพวกมันทีละตัว ในระหว่างนั้นพวกมันก็ยังปล่อยคลื่นเสียงออกมาไม่หยุด

            สกิลเสียงเพรียกแห่งความตาย!

            ราชันแห่งความตายนิรันดร์สูบกลืนพลังชีวิตของเหล่ามอนเตอร์ค้างคาว แต่มอนเตอร์ค้างคาวพวกนี้อึดผิดคาด การกระทำของของราชันแห่งความตายนิรันดร์ได้ไปกระตุ้นความดุร้ายของพวกมัน ทำให้พวกมันกระพือปีกเข้าหาวาสอย่างไม่คิดชีวิต คิดจะให้ตายตกไปด้วยกัน!

            วาสเริ่มเดินโซซัดโซเซ มือข้างหนึ่งกุมศีรษะที่เหมือนจะระเบิดแยกออกเป็นส่วนๆ ตะโกนร้องกึกก้องด้วยความเจ็บปวด

            “ต้องถอยก่อน!”วาสตัดสินใจทันที รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายวิ่งกลับไปที่ชั้น 3 โดยมีราชันแห่งความตายนิรันดร์คอยคุ้มกันด้านหลัง

            ชายในชุดเกราะหนาระเบิดพลังฝีเท้าเต็มที่พุ่งทยานไปข้างหน้า แต่ถึงเขาจะเร็วแค่ไหนก็ไม่อาจจะเร็วกว่าคลื่นเสียงที่ตามมาด้านหลัง

            “อีกนิดเดียว!”ประตูสู่ชั้น 3 อยู่ท่ด้านหน้าสุดสายตาของวาส สีหน้าของเขาย่ำแย่ลงทุกขณะ แต่ก่อนที่วาสจะพุ่งไปถึงประตูสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่ข้างผนังซ้ำ

            ร่างของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่มีผิวหนังเป็นเปลือกไม้ แต่ในเวลานี้เปลือกไม้นั้นคล้ายขาดพลังชีวิต มันได้แห้งเหี่ยวลงจนกรอบแห้งและพร้อมสลายไปตามลมได้ทุกขณะ ดูด้วยตาเปล่าก็รู้ว่าสิ่งมีชีวิตนี้เสียชีวิตไปนานมากแล้ว

            ทันทีที่วาสมองเห็นซากศพนั้นดวงตาของเขาก็ขยายกว้าง

            นั่นมันศพของชาววีด!

    คล้ายกับเรื่องKing of world ราชันแห่งพิภพ ที่คุณอ่าน