บานประตูไม้เนื้อแข็งที่ถูกศิษย์อันธพาลถีบจนหลุดกระเด็นออกจากบานพับ ลอยละลิ่วข้ามอากาศราวกับอาวุธสังหารชิ้นั์ ทิศทางของสิ่งของชิ้นใหญ่พุ่งตรงออกไปทางระเบียงด้านนอกโรงครัว
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ชายหนุ่มในชุดศิษย์สีกรมท่าผู้มีใบหน้าพิมพ์เดียวกับศพที่นอนน้ำลายฟูมปากอยู่บนพื้นทุกประการ กำลังชะโงกหน้าเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น
โครม!!
บานประตูอัดกระแทกเข้ากับใบหน้าของ "เคนหนีคนที่สาม" อย่างจัง ร่างของศิษย์เคราะห์ร้ายปลิวไปกระแทกกำแพงหินด้านหลัง เสียงกระดูกคอหักดังกร๊อบชัดเจน รูดไถลลงไปกองทับศพของเคนหนีคนที่สองในท่ากากบาทพอดีเป๊ะ! สิ้นใจตายคาที่โดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้องแม้แต่แอะเดียว!
หลินเฉาเบิกตาโตเท่าไข่ห่าน ชี้มือสั่นเทาไปยังซากศพแฝดนรกที่ไขว้กันอยู่บนพื้น
"ไอ้พวกอำมหิต! ประตูฆ่าเคนหนีไปอีกคนแล้ว! แถมยังนอนทับกันไขว้ไปไขว้มาอีกต่างหาก!" หลินเฉาแผดเสียงลั่นโรงครัว
ศิษย์อันธพาลทั้งสามคนขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความงุนงง พวกเขาปรายตามองศพลูกศิษย์ปลายแถวที่ถูกบานประตูทับจนแบนติดดินด้วยสายตาเ็า ในสำนักเซียนแห่งนี้ ชีวิตของศิษย์สวะมีค่าไม่ต่างจากมดปลวก ไม่มีใครสนหรอกว่าจะมีคนตายเพิ่มขึ้นอีกสักคนสองคน
"หุบปากซะไอ้สวะต้มน้ำ! เลิกพล่ามเื่ไร้สาระได้แล้ว!" หัวโจกอันธพาลตวาดเสียงกร้าว ก้าวข้ามเศษซากประตูเข้ามาในห้อง "เมื่อครู่พวกข้าได้กลิ่นอายพิษของสัตว์อสูรระดับสูงลอยมาจากที่นี่! กลิ่นบริสุทธิ์ขนาดนี้ ต้องเป็ยาวิเศษอายุวัฒนะแน่ๆ ส่งของสิ่งนั้นมาให้พวกข้าซะดีๆ!"
หลินเฉาอ้าปากค้าง สมองปั่นป่วนไปหมด "ยาวิเศษอะไรของพวกแก! ที่นี่คือโรงครัว! ไอ้คนแรกนั่นตายเพราะซดซุปกระดูกหมูของข้า ส่วนคนที่สองก็ตายเพราะประตูของพวกแกนั่นแหละ!"
"ยังจะมาปากแข็ง!" ลูกน้องคนขวาแค่นเสียงเยาะเย้ย ชี้ปลายกระบี่ไม้สลักอักขระมาทางหลินเฉา "เ้าคิดว่าพวกข้าโง่รึไง! เ้าคงบังเอิญเจอสมบัติวิเศษ เลยฆ่าปิดปากศิษย์สองคนนี้เพื่อฮุบของไว้คนเดียวสิท่า! ถ้าไม่ยอมส่งของวิเศษมา ข้าจะสับเ้าเป็ชิ้นๆ แล้วค่อยค้นหาเอง!"
ชายหนุ่มผู้ฝันอยากเปิดร้านบะหมี่แทบอยากจะร้องไห้เป็สายเื คุยกับพวกบ้าพลังในโลกบำเพ็ญเพียรช่างยากยิ่งกว่าคุยกับกำแพงเสียอีก! ในหัวของคนพวกนี้มีแต่เื่สมบัติวิเศษและการฆ่าฟันกันหรืออย่างไร!
เยี่ยนอู๋ที่ขดตัวอยู่บนกองฟืนหูตั้งชัน ั์ตาสีเืเปล่งประกายวาววับ อสูรร้ายกระดิกหางด้วยความสะใจ
ใช่แล้ว! สับเ้านั่นเลย! สับให้แหลก!
เยี่ยนอู๋เอาใจช่วยพวกอันธพาลอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู หวังเพียงให้ดาบไม้โง่ๆ นั่นปลิดชีพเ้านายของตน เพื่อที่พันธะชีวิตจะได้ขาดสะบั้นลงเสียที
"ในเมื่อไม่ยอมพูดดีๆ ก็อย่าหาว่าข้ารังแกคนไร้ทางสู้ก็แล้วกัน!"
ลูกน้องคนขวาหมดความอดทน ชายฉกรรจ์พุ่งตัวทะยานไปข้างหน้า ความเร็วของศิษย์ผู้มีพลังปราณขั้นพื้นฐานนั้นเหนือกว่าคนธรรมดาหลายเท่า กระบี่ไม้ในมือเปล่งแสงสีขาวจางๆ ฟันฉับลงมาหมายจะตัดแขนขวาของหลินเฉาให้ขาดสะบั้นเพื่อทรมานรีดไถความลับ
"อ๊ากกก!"
หลินเฉาร้องลั่นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด สัญชาตญาณเอาชีวิตรอดสั่งให้เขายกมือขวาขึ้นมาป้องกันตัวโดยอัตโนมัติ ทว่าในมือของชายหนุ่มไม่ได้ถืออาวุธวิเศษใดๆ มีเพียง "ตะหลิวเหล็ก" เก่าๆ ที่ทั้งบิ่น เขรอะไปด้วยคราบน้ำมันและสนิมเขียว เป็ของเหลือทิ้งที่เขาประมูลมาจากตลาดล่างด้วยราคาแค่สามอีแปะเท่านั้น!
เขากำตะหลิวเน่าๆ นั้นแน่น หลับตาปี๋ เตรียมรับความเ็ปแสนสาหัส
ทว่า ในห้วงมิติิญญาที่ไม่มีใครมองเห็น 'รากชะตาว่างเปล่า' ของหลินเฉาพลันเรืองแสงวาบ!
รากชะตาััได้ถึงคมดาบที่หมายปลิดชีพซึ่งพุ่งตรงเข้ามา พันธะชีวิตจึงตื่นขึ้นเองในเสี้ยววินาที กระชากเอาปราณาเพียงหยิบมือออกจากต้นธารพลังเพียงหนึ่งเดียวที่ผูกอยู่กับกายของหลินเฉา... นั่นก็คือเยี่ยนอู๋นั่นเอง!
พลังปราณสายเล็กๆ พุ่งผ่านพันธะชีวิต เคลือบผิวของตะหลิวเหล็กสนิมเขรอะ จนกระทะและตะหลิวห่วยๆ กลายเป็เกราะป้องกันที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าเทวะ
เคร้ง!!!
เสียงปะทะกันดังกึกก้องกังวานราวกับฟ้าผ่ากลางโรงครัว!
กระบี่ไม้สลักอักขระที่อาบด้วยพลังปราณของลูกน้องอันธพาล ไม่เพียงแต่ไม่สามารถฟันตะหลิวบิ่นๆ ให้ขาดได้ แต่กลับถูกแรงสะท้อนมหาศาลตีกลับอย่างรุนแรง!
"อั้ก!"
ลูกน้องคนนั้นร้องเสียงหลง ง่ามมือฉีกขาดเืสาดกระเซ็น ร่างกายเสียหลักผงะหงายหลังล้มก้นจ้ำเบ้า กระบี่ไม้กระเด็นหลุดจากมือไปปักคาอยู่บนเพดานโรงครัว!
หลินเฉาลืมตาขึ้นมาอย่างงุนงง เขามองตะหลิวคราบน้ำมันในมือสลับกับชายฉกรรจ์ที่ลงไปนอนโอดครวญอยู่ที่พื้น ชายหนุ่มกะพริบตาปริบๆ ตะหลิวสามอีแปะนี่ทำไมถึงทนทานเบอร์นี้!
ในขณะเดียวกัน เยี่ยนอู๋ที่กำลังกระดิกหางรอชมฉากสยองขวัญ จู่ๆ ก็รู้สึกวูบหวิวกลางอกขึ้นมาแวบหนึ่ง ราวกับมีบางสิ่งแอบดึงเอาเรี่ยวแรงไปเพียงเล็กน้อย ภาพตรงหน้าพร่าลงชั่วกะพริบตาเดียวก่อนจะกลับคืนเป็ปกติ
อสูรร้ายกะพริบตาปริบๆ ไล่ความหวิวนั้นออกไป ก่อนจะบ่นกระปอดกระแปดในใจ เอ๊ะ... วูบไปแวบหนึ่งเชียว คงเป็เพราะหิวข้าวสินะ ร่างกายลูกหมานี่ช่างกระจอกเสียจริง แค่นอนเฉยๆ ก็ยังอ่อนเปลี้ย...
แล้วอสูรร้ายก็เบือนหน้ากลับไปจ้องสมรภูมิตรงหน้าต่อด้วยความหงุดหงิด สายตายังเปี่ยมความหวังว่าดาบเล่มต่อไปจะปลิดชีพเ้านายของตน หาได้เฉลียวใจเชื่อมโยงความวูบหวิวเมื่อครู่เข้ากับตะหลิวเน่าๆ ในมือของเ้าเด็กนั่นแม้แต่น้อย
ทว่า บรรยากาศในโรงครัวกลับตึงเครียดขึ้นถึงขีดสุด
หัวโจกอันธพาลและลูกน้องอีกคนที่เหลือเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ศิษย์ปลายแถวที่ไร้แม้แต่รากิญญา กลับสามารถใช้ตะหลิวเปื้อนสนิมสะท้อนการโจมตีแฝงพลังปราณจนคนของพวกเขาาเ็ได้! นี่คือการหยามเกียรติกันชัดๆ!
ใบหน้าของหัวโจกแดงก่ำด้วยความโกรธจัดและอับอาย ชายหน้าบากกัดฟันกรอด ะโสั่งการเสียงเหี้ยม
"อย่าประมาท! ไอ้สวะนี่แกล้งทำเป็กาก ต้องซ่อนวรยุทธ์ลึกลับเอาไว้แน่ๆ! ใช้ท่าไม้ตายฆ่าปิดปากเ้านั่นซะ!"
อันธพาลที่เหลืออีกสองคนพยักหน้ารับ พวกเขาชักกระบี่ไม้ออกมาพร้อมกัน กระแสพลังปราณสีขาวขุ่นะเิออกจากร่าง หมุนวนไปรวมกันที่ปลายกระบี่ เกิดเป็เสียงหวีดหวิวของสายลมราวกับพายุหมุนขนาดย่อม ลมกระโชกแรงพัดเอาเขม่าควันและฝุ่นในโรงครัวปลิวว่อน แสงสีขาวสว่างจ้าบาดตาจนแทบลืมตาไม่ขึ้น!
"วิชากระบี่เมฆาคล้อย! ขั้นที่สาม... เมฆาผลาญชีพ!!"
กระบวนท่าอันวิจิตรอลังการถูกงัดออกมาใช้ แสงกระบี่วูบวาบดุจัผงาดฟ้า... ช่างดูย้อนแย้งและผิดที่ผิดทางอย่างยิ่งกับสภาพฉากหลังที่เป็เพียงโรงครัวแคบๆ มืดๆ ที่มีหอมกระเทียมแขวนอยู่บนเพดาน
ทั้งสองคนตั้งกระบวนท่ารุมกินโต๊ะ ปิดทางหนีของหลินเฉาทุกทิศทาง จิตสังหารรุนแรงแผ่ซ่านจนหม้อต้มน้ำซุปบนเตาสั่นกึกๆ
หลินเฉายืนขาสั่นพั่บๆ เหงื่อเย็นเยียบไหลซึมเต็มแผ่นหลัง เขารีบใช้มือซ้ายคว้ากระทะเหล็กก้นดำปี๋ขึ้นมาเป็โล่ ส่วนมือขวากำตะหลิวสนิมเขรอะไว้แน่น
พ่อครัวฝึกหัดผู้ไร้พลังปราณ กำลังจะเผชิญหน้ากับท่าไม้ตายอันร้ายกาจของศิษย์สำนักเซียน... โดยมีเพียงเครื่องครัวเก่าๆ เป็ที่พึ่งสุดท้าย!