เรือสำราญร่องไปในท้องทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาล สุดลูกหูลูกตา และแล้วก็ลอยลำเข้าไปจอดเทียบท่า ณ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเรือสำราญจะจอดเทียบท่าอยู่ ณ ที่แห่งนี้เป็เวลาสองวัน ก็จะเดินทางต่อไป นักท่องเที่ยวที่มากับเรือสำราญต่างพากันลงจากเรือ เพื่อไปท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ ที่ไม่ไกลจากท่าเรือมากนัก
“เดี๋ยวเราลงจากเรือไปเที่ยว และก็ไปซื้อของกัน”
โดมินิคเดินเข้ามาสวมกอดเอวบางทางด้านหลัง ขณะที่ศุภิสรากำลังติดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวโครง เขาก้มลงมาจุมพิตที่ลำคอระหงหอมกรุ่น ลากยาวจนมาขบเม้มที่ติงหูเล็ก นั่นทำให้ขนอ่อนลุกชูชันไปทั่วทั้งตัวของศุภิสราเลยก็ว่าได้ และเขาก็ยังคงเคลอเคลียอยู่ใกล้ๆ หูเล็ก โดยกระซิบบอกกับเธอเบาๆ
“จริงเหรอ?... ดีเลย ฉันจะได้ซื้อของด้วย”
ศุภิสราพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ยิ่งได้สบตากับดวงตาสีนิลวาว ที่มองเธอผ่านกระจกเงา ก็ยิ่งทำให้เกิดอาการสั่น วาบหวาม มากยิ่งขึ้น ก็อย่างที่รู้ๆ ดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ จะคิดอะไรสายตาย่อมแสดงออกมาตามนั้น ในตอนนี้ศูภิสราเห็นถึงความ้า ที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนในดวงตาสีนิลวาวคู่นั้น
“จริงๆใส่แบบนี้ก็ดีอยู่แล้วนะ จะได้ไม่เยอะ ถอดได้ง่ายๆ ด้วย”
โดมินิคไม่พูดเปล่า เขายังเลื่อนมือใหญ่ลงไปสอดแทรกเข้าไปในสาบเสื้อ ลูบไล้มาตามเนื้อนวลเนียนละเอียดลออ จนกระทั่งมาโอบกุมลูกแตงโตทั้งสองข้าง มือใหญ่ไม่ได้โอบกุมเอาไว้เฉยๆ ยังบีบนวดเค้นคลึงเบาๆ สลับกับใช้หัวแม่มือบดขยี้ที่ยอดลูกแตงโมเบาๆ ไปด้วย
“คะ คุณโดมินิค!...... น่ะ ไหนว่าจะลงจากเรือ ปะ ไปเที่ยว ไปซื้อของไง?”
ศุภิสรายกมือเรียวเล็กขึ้นมาทาบทับมือใหญ่ผ่านเสื้อเชิ้ต ร่างบางสั่นสะท้าน ใบหน้าสวยหวานแดงระเรื่อซับสี ทั้งจากความเขินอายผสมกับความเสียว สยิว ซาบซ่าน คือเธอไม่เข้าใจเขาเลยจริงๆ ที่พอเขาเข้าใกล้เธอทีไร อารมณ์เขาจะเตลิดไปถึงเื่อย่างว่าอยู่ร่ำไป จนมีบางวันไม่ออกจากห้องทั้งวันเลยก็มี
“อือออ...... ไปสิไป”
โดมินิคส่งเสียงขัดใจอยู่ในลำคอ แต่ก็ยอมปล่อยร่างบางแต่โดยดี เพราะอยากจะให้เขากับเธอมีเวลาท่องเที่ยวเต็มๆ ส่วนเื่อื่นเอาไว้ตอนนอนก็ได้
โดมินิคก็ไม่เข้าใจตัวเอง ที่ทำไมจะต้องคลั่งไคล้หญิงสาวตัวเล็กคนนี้มากมายเหลือเกิน ยิ่งได้กลิ่นกายหอมๆจากตัวเธอ เขาก็อยากจะเข้าใกล้ อยากจะกอด พอได้กอดก็อยากจะลูบไล้ไปทั่วเนื้อตัว พอได้ลูบไล้ก็ไม่อยากจะหยุด อยากจะทำอะไรต่อมิอะไร และพอได้ทำสมใจก็รู้ว่าครั้งเดียวไม่อิ่มไม่พอ อยากจะได้ไปเรื่อยๆ
ศุภิสราเดินออกห่างจากโดมินิค มานั่งลงที่ปลายเตียงนอนหนานุ่ม ดวงตากลมโตคู่สวยเหลือบมองไปนอกหน้าต่าง ที่เห็นวิวทะเล เธอไม่อยากจะมองไปทางเขา เพราะรู้ว่าเขาจะต้องแต่งเนื้อแต่งตัว เขาชอบเปลือยกายต่อหน้าเธอ ทำไมเขาถึงไม่อายเธอบ้างก็ไม่รู้สินะ ส่วนเธอน่ะเหรอ อายยังไงก็ยังคงอายอยู่อย่างนั้น ยังไม่มีทีท่าว่าจะชินเลยสักนิด
“หึหึหึ!”
โดมินิคเห็นใบหน้าสวยหวานหันไปมองนอกหน้าต่าง ทั้งที่ใบหน้าสวยหวานแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย ซึ่งเขารู้ว่าการกระทำของเธอไม่ได้เป็การเสแสร้งแต่อย่างใด จึงทำให้เขายิ่งพออกพอใจมากถึงมากที่สุด
“.........”
ในจังหวะที่โดมินิคกำลังแต่งตัว ดวงตากลมโตคู่สวยแอบเหลือบมองทางหางตา ซึ่งก็ได้เห็นเขาเปล่าเปลือยจริงๆ อย่างที่คิดไว้ั้แ่แรก ก็ทำให้ใบหน้าสวยหวานแดงระเรื่อไม่จางหาย แต่พอเห็นดวงตาสีนิลวาวมองมาที่ตัวเอง เธอก็รีบทำเป็มองนอกหน้าต่างเหมือนเช่นเคย
“จะมองก็มองตรงๆก็ได้ ไม่ต้องแอบมองอย่างนี้หรอก”
ศุภิสราสะดุ้งใ เมื่อปลายเตียงนอนยุบลง มือใหญ่สอดเข้ามาโอบเอวบาง ทั้งใบหน้าหล่อเหล่าคมเข้มโน้มลงมากระซิบเบาๆ ใกล้ๆ ใบหูเล็ก อย่างเป็การบอกให้รู้ว่าเขารู้ว่าเธอแอบมองในตอนที่เขาเปล่าเปลือย
“ไปกันได้แล้วใช่ไหมอ่ะ?”
“ยัง!...... ยังไปไม่ได้”
ศุภิสราแสร้งพูดไปเื่อื่น เพราะขืนพูดต่อความกับเขา ก็คงจะเข้าตัว จะยิ่งทำให้เธออายมากยิ่งขึ้น แต่พอได้ยินคำพูดปฏิเสธของโดมินิค ก็ทำให้เธอเลิกคิ้วฉงนฉงาย ซึ่งเขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก ทำเพียงลุกขึ้นก้าวเดินตรงไปที่ตู้เสื้อผ้าอีกครั้ง แล้วกลับมาพร้อมด้วยเสื้อสูทของเขา
ศุภิสรารู้เลยว่าเขาเอามาให้เธอสวมใส่ เพราะทุกครั้งที่จะออกไปไหนมาไหนกัน เขาจะให้เธอสวมเสื้อสูท และแถมต้องติดกระดุมทุกเม็ดด้วย เพราะเขาค่อนข้างหวงเนื้อหวงตัวเธอ มากกว่าที่เธอหวงเสียอีก
๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑