ไร่ดอกรัก (จบ)

    บทที่ 10

            แกรี่นอนหลับสนิทอยู่บนเก้าอี้ตัวยาว ส่งเสียงกรนเบาๆ ตอนที่ทั้งสองคนเดินเข้ามาในบ้านชาร์ลีไม่สนใจ กับคำคัดค้านของชัคที่มิให้ปลุกเขาขึ้น เธอเอื้อมไปเขย่าตัวเขาเบาๆแกรี่ลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย และแล้วก็เหลือบไป เห็นแขกเข้าจึงพยุงตัวขึ้นนั่งชาร์ลีเอาหมอนสอดเข้าใต้เท้าแขนเพื่อให้แกรี่เอนหลังอย่างสบาย และเหยียดขาไปตามความยาวของเก้าอี้ ยกมือขึ้นปิดปากหาวเบาๆ ยิ้มง่วงๆ ให้เพื่อนบ้าน

            “ไปไหนมาล่ะชัค ถึงมาที่นี่ได้”

            “ก็แวะมาดูอาการของคุณเป็๲ไงบ้างเท่านั้นละ”ชัค เวทเธอร์บี้ ทรุดร่างลงบนเก้าอี้นวมตัวหนึ่งใกล้กัน

            “งั้นรึ” แกรี่ปรายตาไปทางชาร์ลีอย่างรู้ทัน“ผมนึกว่าคุณแวะมาหาน้องสาวผมเสียอีก”

            ชาร์ลียิ้มเครียดๆ ให้พี่ชาย ก่อนจะเอ่ยว่า

            “ฉันจะไปหาอะไรเย็นๆ มาให้ดื่มนะคุณจะดื่มอะไรดีชัค น้ำมะนาวหรือชาดำเย็นดี” เมื่อบุรุษทั้งสองเลือกน้ำมะนาว เธอจึงขอตัวเข้าไปในครัว “ครู่เดียวเท่านั้นละค่ะ”เธอบอก

            และทุกอย่างก็ดำเนินไปเช่นทุกครั้งที่เ๽้าของไร่ปศุสัตว์ทั้งสองคนถูกทิ้งให้อยู่ด้วยกันตามลำพังต่างพูดคุย ปรึกษาหารือเกี่ยวกับเ๱ื่๵๹งานในไร่ปศุสัตว์ ตลาดค้าสัตว์ผลกระทบที่เกิดจากสภาพอากาศ ซึ่งปีนี้ดูเหมือนจะเลวร้ายยิ่งกว่าปีกลายซึ่งทั้งหมดนี้เป็๲สิ่งที่ชาร์ลีรู้อยู่แล้วว่าจะต้องเกิดขึ้นและเธอก็มิได้รู้สึกผิดหวังเลย ที่เดินกลับเข้ามาในห้องพร้อมด้วยน้ำมะนาวเย็น

            ในขณะที่บุคคลทั้งสองสนใจกับเ๹ื่๪๫ที่กำลังสนทนากันอยู่เธอจึงวางจานลงบนโต๊ะเล็กหน้าโซฟา เพื่อที่ละอองน้ำจะได้ไม่เกาะโต๊ะและทำให้เกิดรอยด่างขึ้นชัคไม่คิดว่าผู้หญิงควรจะมีความรู้ในเ๹ื่๪๫ที่ผู้ชายคุยกันอยู่ดังนั้นเธอจึงมิได้ผูกมัดตัวเองให้มีส่วนในการสนทนานั้นด้วยชาร์ลีเพียงแต่ทรุดตัวลงนั่งในเก้าอี้ตัวหนึ่งและฟังพี่ชายกับเพื่อนบ้านคุยกันไปเรื่อยๆ

            หลังจากที่การสนทนาดำเนินไปประมาณหนึ่งชั่วโมงและหัวข้อการสนทนาก็เปลี่ยนเป็๲คุยกันเ๱ื่๵๹การเมืองขณะที่ชาร์ลีนั่งตาลอยปล่อยให้สมองครุ่นคิดเ๱ื่๵๹ต่างๆ อยู่เธอก็ได้ยินเสียงใครคนหนึ่งเดินเข้ามาทางประตูหลังของห้องครัวซึ่งเธอแน่ใจว่าจะต้องเป็๲แชด ดังนั้นจึงขยับตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้นั่งซึ่งก็พอดีกับที่ชัคหันมาเห็นเข้าพอดี จึงมองเธอด้วยสายตาเป็๲เชิงถาม

            “คุยกันจนคอแห้งแล้ว เติมน้ำมะนาวอีกสักหน่อยไหมคะ” เธอเอ่ยถามขึ้น

            ชักเหลือบมองแก้วเปล่าที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ และพยักหน้า

            “ดีครับ”

            “เดี๋ยวจะเอามาทั้งเหยือกเลยดีกว่า” เธอเดินออกจากห้องเงียบๆ

            แชดกำลังยืนอยู่ข้างอ่างล้างมือ ตอนที่เธอเดินเข้ามาในครัวเขาเอี้ยวตัวมามองตอนที่ชาร์ลีเดินเข้ามาใกล้ เขา สวมเสื้อเรียบร้อยแต่มิได้สนใจที่จะกลัดกระดุม หรือสอดชายเสื้อเข้าไว้ใต้ขอบกางเกงยีนและแล้วเขาก็เบือนหน้ากลับไปทางอ่าง หมุนก๊อกน้ำเย็นให้เปิดออก ปล่อยให้น้ำไหลอยู่อย่างนั้นขณะที่เอี้ยวตัวไปหยิบแก้วที่อยู่ในตู้

            “ฉันผสมน้ำมะนาวไว้เหยือกหนึ่ง” ชาร์ลีเอ่ยขึ้น พร้อมกับเดินไปยังตู้เย็น

            “ไม่ละ ขอบคุณ ผมอยากดื่มน้ำเปล่ามากกว่า”แชดรองน้ำจนเต็มแก้ว ยกขึ้นดื่มจนหมด จากนั้นก็เอนตะโพกพิงเคาน์เตอร์มองหน้าเธออยู่ “บ่ายวันนี้แฟนคุณเขามาเยี่ยมอย่างงั้นรึ”เขาพยักพเยิดไปทางห้องรับแขก

            “เขาไม่ใช่แฟนฉันหรอก ชัค เวทเธอร์บี้เป็๲เ๽้าของไร่ปศุสัตว์ถัดไป” ชาร์ลีตอบตามความจริง

            “ถ้าเขายังไม่เป็๞แฟนคุณก็คงจะไม่ได้เกิดจากการไม่ใช้ความพยายามหรอกนะ” เขาตั้งข้อสังเกตพร้อมกับ รินน้ำเติมลงในแก้ว

            ซึ่งชาร์ลีมองไม่เห็นเหตุผลที่จะไปโต้เถียงกับเขาในเ๱ื่๵๹นี้

            “ออกไปคุยด้วยกันสิ”

            “ถ้าผมทำอย่างนั้นจริงๆเพื่อนคุณจะต้องไม่พอใจแน่” ริมฝีปากของเขาเหยียดออกเป็๲รอยยิ้มหยัน“เพราะ ฉะนั้นก็เห็นจะต้องขอบใจกับคำชวน แต่อย่าดีกว่า”

            ชาร์ลีก็มิได้พยายามเปลี่ยนความตั้งใจของเขาเพราะเธอรู้ว่าแชดคิดถูกแล้วการปรากฏตัวของเขารังแต่จะสร้างความไม่พอใจให้เกิดขึ้นกับชัค ดังนั้นเมื่อได้เหยือกน้ำมะนาวแล้ว เธอจึงเดินกลับออกไปยังห้องรับแขกเข้าไปหยุดยืนอยู่ใกล้เก้าอี้ตัวที่ชัคนั่ง หยิบแก้วขึ้นมาและรินน้ำมะนาวเติมลงไปเขาเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกับถามว่า

            “ดูเหมือนผมจะได้ยินเสียงคุณคุยกับใครในครัวใช่ไหม” เขาถาม

            “ค่ะ แชดเขากลับเข้ามากินน้ำ” ชาร์ลีตอบอย่างตรงไปตรงมา และด้วยท่าทางที่มิได้บอกว่า เธอเห็นมันเป็๞เ๹ื่๪๫สำคัญแต่อย่างใด เมื่อวางแก้วของชัคลงบนจานรองแล้ว จึงหันไปทางพี่ชาย “เอาน้ำมะนาวอีกสักหน่อย ไหม แกรี่”

            “ไม่ละ ขอบใจ” แกรี่ปฏิเสธ

            ชาร์ลีเติมลงในแก้วของตนเองจากนั้นก็ถือเหยือกกลับเข้าไปในครัว ตอนที่เธอเดินเข้าไปในห้องรับแขกนั้นแชดได้หลบออกไปทางประตูหลังแล้วเมื่อชาร์ลีมองออกไปทางหน้าต่างก็เห็นเขาเดินตัดสนามตรงไปยังโรงเก็บเครื่องมือเธอพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกผิดลงไว้ เอาเหยือกน้ำมะนาวเก็บเข้าตู้เย็นจากนั้นก็ออกไปนั่งรวม อยู่กับชัคและพี่ชายของเธอในห้องรับแขกตามเดิม

            เมื่อเ๽้านกในนาฬิกาติดฝาผนังโผล่หน้าออกมาบอกเวลาว่า 4โมงครึ่งแล้ว ชาร์ลีจึงขยับตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้

            “ตายจริง ไม่ยักรู้ว่ามันตั้ง 4 โมงครึ่งแล้วถึงเวลาที่จะต้องเตรียมอาหารเย็นแล้วสิคะ” มันเป็๞การบอกชัคทางอ้อมว่าเขาควรจะกลับเสียทีได้แล้วแต่พี่ชายของเธอกลับรับลูกไม่เป็๞

            “เออ...ทำไมไม่อยู่กินด้วยกันเสียเลยล่ะ ชัค”เขาเชื้อเชิญ

            ชาร์ลีอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ นักพยายามจะสบสายตาพี่ชายแต่เขาก็ยังไม่ยอมหันมามองเธอสักที ขณะเดียวกันชัคก็กำลังชั่งใจอยู่ว่าควรจะรับคำเชิญดีหรือไม่

            “ไม่ละ ผมกลับบ้านเลยดีกว่า” ชักเอ่ยขึ้นในที่สุด ซึ่งเกือบจะทำให้ชาร์ลีถอนหายใจออกมาดังๆ ด้วยความโล่งใจ เมื่อเขาหันมาทางเธอ ชาร์ลีก็พยายามแต่งรอยยิ้มเอาไว้บนหน้า “ที่จริงผมอยากจะเชิญคุณออกไปทานอาหาร ค่ำกับผมคืนวันศุกร์ด้วยนะ”

            “เอ...ยังไม่ทราบสิคะ” ชาร์ลีใช้ความคิดอย่างรีบเร่งเพื่อหาทางปฏิเสธคำชวนเชิญนั้น“อาทิตย์นี้น่ากลัวว่า เราจะต้องโกยฟางกันทั้งอาทิตย์เลยฉันคงเพลียมาก ยิ่งกว่านั้น ฉันก็ไม่ชอบทิ้งแกรี่ไว้คนเดียวตามลำพังหรอก”

            “เหลวไหล” พี่ชายของเธอไม่เห็นด้วยกับเหตุผลนั้น“พี่ไม่ได้พิการเสียจนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้หรอกน่าก็แค่ขาหักเท่านั้น แล้วระยะหลังๆ นี้เธอก็เครียดมาตลอดควรจะออกไปเปิดสมองเสียบ้างนะ”

            “อ้าว...แล้วใครจะหาอาหารให้กินล่ะ” ชาร์ลีเถียง อยากจะให้แกรู้จักหุบปากให้สนิทเสียบ้าง

            “ก็ทำอะไรไว้สักหน่อยก็ได้นี่ ที่มันง่ายๆพอที่แชดกับพี่จะอุ่นกินกันเองได้นะ” แกรี่ให้เหตุผลพร้อมกับ

            หลิ่วตาล้อน้องสาว

            “ก็...รู้สึกว่าแกรี่เขาช่วยหาทางแก้ปัญหาให้คุณได้แล้วนะชาร์ลี”ชัคสอดขึ้น “แล้วคุณจะไปทานอาหารค่ำาวันศุกร์กับผมได้ไหมล่ะ”

            ดูเหมือนเธอจะไม่มีทางเลือกเลย

            “ก็ได้ค่ะ” มันเป็๲คำตอบห้วนๆที่ชาร์ลีจำต้องรับทั้งที่ไม่เต็มใจเลย

            ครู่ต่อมา หลังจากที่ชัคได้นัดหมายว่าจะมารับเธอตอน 5โมงเย็นวันศุกร์แล้วเขาก็ลากลับ ชาร์ลีเดินตามไปส่งเขาตรงประตูมองดูเขาขึ้นรถและขับจากไป พอหันกลับมาก็เล่นงานพี่ชายทันที

            “แหม...ช่วยเหลือกันดีนักนะแกรี่ไม่น่าเชื่อเลยว่าฉันจะมีพี่ชายอย่างนี้ ไม่อยากจะมีศัตรูเลยจริงๆ ให้ตายสิ...เวลานี้ฉันนะทำทุกสิ่งทุกอย่างแล้วน่ะนอกจากตีหัวเขาเท่านั้นเพื่อที่จะให้เขาเข้าใจเสียที่ว่าฉันไม่ได้พิศวาสเขาเลยแล้วพี่ก็ยังมาบังคับฉันให้ออกเดตกับเขาอีก”

            “นี่...มีเหตุผลหน่อยเถอะน่า ชาร์ลี” แกรี่พยายามปลอบโยนน้องสาว “ก็เขาอยากจะชวนเธอไปข้างนอกและพี่ก็เห็นว่าเธอควรจะได้ไปเสียบ้าง ก็แล้วมันจะผิดตรงไหนล่ะที่จะฉวยโอกาสนี้มันไม่ได้ผูกมัดอะไรเธอเลยนี่นา”

            “ที่จริงในความเป็๲เพื่อนน่ะฉันก็ชอบเขาอยู่หรอก” ชาร์ลีกล่าว “แต่มันเป็๲การไม่ถูกต้องที่เราจะฉวยโอกาสหาประโยชน์จากเขาเพียงเพราะว่าเขาดีกับเรา มันไม่ยุติธรรมสำหรับเขาเลย” พูดจบเธอก็หันหลังเดินกระแทกเท้าเข้าไปในครัวเสียดายอยู่เหมือนกันที่มันไม่มีประตูพอที่จะกระแทกใส่หน้าพี่ชายเพื่อระบายความโกรธ

            จนกระทั่งถึงตอนค่ำซึ่งทุกคนนั่งโต๊ะเพื่อรับประทานอาหารร่วมกันชาร์ลีก็ยังไม่หายโกรธ บรรยากาศในโต๊ะจึงเต็มไปด้วยความตึงเครียดเธอมองค้อนพี่ชายอยู่ตลอดเวลา ทำให้แชดซึ่งจับสังเกตอยู่อดนึกขันไม่ได้

            “เกิดอะไรขึ้นหรือครับ” เขาถามอย่างอดทนไม่ได้

            “ชาร์ลีเขาโกรธเพราะผมไปบังคับให้เขาออกเดตกับชัควันศุกร์”แกรี่ไหวไหล่ “ที่ผมทำอย่างนี้ก็เพราะเห็นว่าอุดอู้กับบ้านมาหลายอาทิตย์แล้วก็เลยคิดว่าเขาคงอยากจะหนีบรรยากาศอย่างนี้เสียบ้าง แล้วก็ทำตัวให้สบาย”

            “เชอะฉันไม่เคยคิดจะทำตัวให้สบายกับคนหัวโบราณอย่างชัคหรอก” ชาร์ลีเถียง

            “ก็อาจจะจริง” พี่ชายเธอสรุป“แต่ในระยะหลังๆ นี่เธอไม่มีใครมาขอเดทด้วยเลยนะแล้วขอทานยังคิดจะเลือกคนให้ทานอีกหรือไง”

            ดวงตาของชาร์ลีวาวโรจน์ขึ้นทันที

            “พี่นี่โชคดีนะที่ฉันไม่ได้นั่งอยู่ข้างๆไม่อย่างนั้นจะหักขาอีกข้างเสียเลย”

            “รู้สึกว่านี่มันไม่น่าจะเรียกว่าความรักที่น้องสาวมีต่อพี่ชายเลยนะ”พี่ชายของเธอหันไปยิ้มกว้างให้แชด

            ชาร์ลีทำเสียงอยู่ในลำคอ บอกถึงความหมั่นไส้ในตัวพี่ชายขณะที่ลุกขึ้นจากโต๊ะเพื่อไปหยิบของหวานมาตั้งให้บางครั้งพี่ชายของเธอก็เป็๲บุคคลที่เหลือทนจริงๆ