ทันทีที่เข้าสู่พรรคเทพหมาป่า์ หวังเค่อก็สูดหายใจเฮือกใหญ่!
“จริงแท้ ศิษย์พรรคเซียนล้วนแต่ได้อาบน้ำแกงศิลาิญญาไอิญญาจะเข้มข้นเกินไปแล้ว เหนือกว่าที่เมืองจูเซียนไม่รู้ตั้งกี่เท่า!”หวังเค่อทอดถอนใจ
“อย่าทำตัวบ้านนอกเข้ากรุง ดููเาลูกนั้นเสียก่อน!”จางเจิ้งเต้าชี้ไปยังมหาบรรพตไกลออกไป
หวังเค่อมองตามก่อนจะเบิกตากว้าง
ขุนเขาลูกนั้นสูงตระหง่านสุดแสนสมุนไพรวิเศษหายากสูงค่านับไม่ถ้วนเติบโตเต็มูเา แถมที่สำคัญชิ้นส่วนศิลาที่กะเทาะออกมาให้เห็นกลับเป็ผลึกใสกระจ่าง
“ศิลาิญญา? ที่กะเทาะออกมาไม่ใช่หินแต่เป็ศิลาิญญา?งั้นเขาลูกนั้นก็คือ…?” หวังเค่อตาเบิกโพลง
“ใช่แล้ว ูเาลูกนั้นคือูเาศิลาิญญาเป็รากฐานของสำนักเซียน ูเาลูกนี้มีข่ายปราณคุ้มภัยกางไว้ตลอดเวลาแถมไอิญญาไร้ขีดจำกัดก็ยังช่วยบ่มเพาะศิษย์สำนักได้หลายชั่วอายุคน!”จางเจิ้งเต้าถอนหายใจ
หวังเค่อสูดหายใจลึก ูเาทุกลูกล้วนเต็มไปด้วยศิลาิญญา นี่นับเป็จำนวนขนาดไหนกัน? เทียบกับูเาเหล่านี้แล้วศิลาิญญาที่ข้าหามานับเป็อย่างไรได้?
“รวยแล้ว รวยแล้ว ฮ่าฮ่า!”ดวงตาหวังเค่อลุกวาวอย่างตื่นเต้น
จางเจิ้งเต้าตะลึงงัน “เ้ารวย? รวยบ้าอันใด? เ้าคิดว่าศิลาิญญาพวกนั้นเอาไปได้ง่ายๆรึ? ข่ายปราณรอบศิลาิญญาแม้แต่ยอดคนขั้นทารกแกนิญญายังไม่รอดขนาดประมุขพรรคเทพหมาป่า์เองยังเข้าไปเอาไม่ได้โดยง่ายนี่คือแก่นรากฐานของพรรคเทพหมาป่า์ ถึงจะมีศิลาิญญาอยู่มากมายมหาศาลแต่พวกมันก็ยังจำเป็ต้องใช้อีกนานพวกมันยอมแจกจ่ายให้แก่ศิษย์สำนักที่ทำคุณความชอบใหญ่หลวงเท่านั้นเ้าคิดว่าใครมาก่อนได้ก่อนรึไง?”
หวังเค่อไม่ได้ยินคำของจางเจิ้งเต้าสักนิดสายตายังคงเบิกกว้างมองดูแตู่เาศิลาิญญา!
หวังเค่อกับจางเจิ้งเต้ากระซิบกระซาบกันไปมาก่อนจะเดินตามคนนำทางมาถึงอาคารหลังหนึ่ง
“พี่น้องจากพรรคอีกาทองคำ พวกเราได้จัดเตรียมที่แห่งนี้ไว้ให้พวกท่านแล้วงานแต่งจะจัดขึ้น่บ่าย ได้โปรดรออยู่ที่นี่จนถึงเวลานัดหมายด้วย!เมื่อแเื่จากพรรคทั้งหมดในสิบหมื่นมหาบรรพตมารวมตัวกันพวกเราจะจัดงานแต่งขึ้นที่ตำหนักหมาป่าบูรพา!”ซุนซงอธิบายให้หวังเค่อกับจางเจิ้งเต้าฟัง
“ว่าอะไร? ให้รอ? คิดขังพวกเราไว้ที่นี่? พรรคเทพหมาป่า์เ้าใหญ่โตนักถึงกับสร้างความอัปยศแก่พวกเรา?” จางเจิ้งเต้ามองตาขวาง
“พี่จางเสินซวี ได้โปรดอย่าถือสาด้วยพวกเรานัดหมายจัดงานแต่งใน่บ่ายเทียบเชิญที่ส่งให้แเื่เองก็ระบุไว้ว่าตอนบ่าย ตอนนี้แขกยังเดินทางมากันไม่ถึงพวกเรา พวกเราเองก็ยากจะเริ่มงาน…!” ซุนซงยิ้มขื่น
จางเจิ้งเต้ายังคิดอยากระบายโทสะตาม “ฐานะ” ที่มันสวมอยู่ต่อหากหวังเค่อกลับดึงตัวมันไปอีกด้าน
“เ้าทำอะไร?” จางเจิ้งเต้าถามอย่างสงสัย
“พี่ซุนกล่าวถูกแล้ว งานแต่งงานที่ปราศจากแเื่จะนับเป็งานแต่งได้อย่างไร?ในเมื่อเวลานัดหมายคือตอนบ่ายศิษย์พี่หญิงเองก็จำต้องใช้เวลาเตรียมตัวสักพัก!” หวังเค่อเกลี้ยกล่อม
“หา?” จางเจิ้งเต้าทำหน้าเหลอหลา
“ขอบคุณท่านที่เข้าใจ!” ซุนซงกล่าวอย่างซาบซึ้ง
“พี่จาง ข้าทราบว่าท่านใส่ใจศิษย์พี่หญิงมากแต่งานแต่งนี้สำคัญยิ่ง ท่านไม่อาจเปลี่ยนกำหนดการได้ตามใจไม่ใช่ว่าท่านสนใจพรรคเทพหมาป่า์อยู่หรอกหรือ? ตอนนี้ยังพอมีเวลาไม่สู้รบกวนศิษย์พี่พรรคเทพหมาป่า์ให้พาท่านเดินชมรอบพรรคเป็อย่างไร?”หวังเค่อตะล่อม
จางเจิ้งเต้าชะงักค้างไป เดินชมพรรคเทพหมาป่า์? ข้าดูว่างขนาดนั้นเลยหรือ?
“ได้ ได้ข้าจะจัดแจงให้คนพาพี่จางเสินซวีไปเดินชมพรรคเทพหมาป่า์เราไว้ถึงเวลาเริ่มพิธี พวกเราค่อยไปตำหนักหมาป่าบูรพาด้วยกัน!” ซุนซงพลันยิ้มแย้ม
จางเจิ้งเต้าขมวดคิ้ว แต่หวังเค่อขยิบตาให้อีกฝ่าย
“ประเสริฐ งั้นขอข้าไปบอกพี่หญิงก่อนรบกวนท่านช่วยจัดเตรียมคนด้วย!” จางเจิ้งเต้าเอ่ยอย่างเคร่งขรึม
“ได้!” ซุนซงรีบไปเตรียมการทันที
หลังซุนซงจากไปแล้วจางเจิ้งเต้าก็คว้าตัวหวังเค่อไว้ “พี่หวังท่านหมายความว่ายังไง? ข้าบอกตอนไหนว่าอยากเที่ยวชมพรรคเทพหมาป่า์?”
“มู่หรงลวี่กวงกับจางหลี่เอ๋อร์จะแต่งงานกันในตอนบ่ายข้าจงใจมาถึงก่อนเวลาสามชั่วยาม[1]ข้าคาดว่างานแต่งจะยังไม่เริ่มจนกว่าแเื่จะมากันพรรคเทพหมาป่า์รู้สึกเสียหน้าจึงยอมให้พวกเราเที่ยวชมพรรคได้ข้าทำได้เพียงเท่านี้ ที่เหลือขึ้นอยู่กับเ้าแล้ว!” หวังเค่อเอ่ยเสียงเข้ม
“ขึ้นอยู่กับข้าอีกแล้ว? หมายความว่ายังไง?หวังเค่อ นี่เ้าขุดหลุมดักข้าอีกแล้ว?” จางเจิ้งเต้าอุทาน
“พวกเราเข้ามาถึงพรรคเทพหมาป่า์แล้วคนที่เราต้องตามหาคือใคร?” หวังเค่อมองจางเจิ้งเต้าเขม็ง
“มู่หรงลวี่กวง? ไม่สิตามหาประมุขพรรคเทพหมาป่า์!” จางเจิ้งเต้าตื่นเต้น
“ใช่แล้วประเด็นก็คือพวกเราจะตามหาประมุขพรรคเทพหมาป่า์ในงานแต่งรึ? ผายลมเถอะ! ก่อนอื่นพวกเราจะต้องรีบตามหาประมุขพรรคให้เร็วที่สุดเวลามีจำกัด เ้ารีบลงมือเถอะ!” หวังเค่อกล่อม
“ให้ข้าไปหา? แล้วข้าจะไปหายังไง?ข้าก็ไม่เคยมาที่นี่เหมือนกัน!” จางเจิ้งเต้าอุทาน
“ข้าได้ยินว่าทุกสำนักจะมีระฆังล่มสลายอยู่?” หวังเค่อมองหน้าจางเจิ้งเต้า
“ระฆังล่มสลายรึ? นั่นเป็ของที่แต่ละสำนักมีไว้ใช้ในยามเผชิญวิกฤตถึงคราวแตกดับระฆังนี้สามารถปลุกศิษย์ในสำนักที่กักตนอยู่ทั้งหมดขึ้นมา ขณะเดียวกันเสียงของระฆังก็จะดังกังวานไปทุกสารทิศเรียกตัวศิษย์ในสำนักทั้งหมดที่อยู่นอกพรรคให้รีบกลับมา สามารถได้ยินไปทั่วทั้งสิบหมื่นมหาบรรพตเชียว!”จางเจิ้งเต้าตอบด้วยสีหน้าว่างเปล่า
“ใช่แล้วการตามหาตัวประมุขพรรคเทพหมาป่า์ไม่ใช่เื่ง่ายแต่การตามหาระฆังล่มสลายสมควรไม่ยากนักของวิเศษยามฉุกเฉินเช่นนี้สมควรจัดวางไว้ในจุดที่เข้าถึงง่ายที่สุดหน้าที่ของเ้าก็คือตามหาแล้วลั่นระฆัง! ประมุขพรรคจะต้องปรากฏตัวแน่!”หวังเค่ออธิบาย
“พี่หวัง ท่านล้อข้าเล่นหรือไร? ถ้าหากข้าลั่นระฆังสำนักไปข้าก็จบเห่แน่ ข้าคงถูกศิษย์พรรคเทพหมาป่า์ทั้งหมดไล่ล่าหมายชีวิต!”จางเจิ้งเต้ากล่าวอย่างหวาดผวา
“เ้าบอกว่าประมุขพรรคเทพหมาป่า์จะปกป้ององค์หญิงโยวเยว่ไม่ใช่หรือ?ทุกสิ่งทำไปก็เพื่อองค์หญิงโยวเยว่ครั้งนี้เพื่อองค์หญิงข้าได้ทุ่มเดิมพันเยอะเกินไปแล้ว!ข้าชิงเวลาสองชั่วยามกว่ามาได้ หากเ้าทำไม่สำเร็จก็จบเห่กันหมดถ้าเกิดปัญหาลามไปถึงลูกน้องข้า ข้าจะขยี้ของรักเ้าให้แหลก!” หวังเค่อจ้องตาเขม็ง
“พี่หวัง ทำไมท่านถึงได้โหดร้ายขนาดนี้?” จางเจิ้งเต้าเอ่ยอย่างหวาดกลัว
“ไม่ต้องห่วง เ้ามันหน้าด้านไร้ยางอายอยู่แล้วแถมยังหนีเก่ง เื่เล็กน้อยเท่านี้สมควรทำได้ไม่ยาก!” หวังเค่อปลอบ
“ข้าทำไม่ได้!” จางเจิ้งเต้าแทบจะร้องไห้อยู่รอมร่อ
นี่คือการล่วงเกินพรรคเทพหมาป่า์ทั้งพรรคต่อให้ประมุขพรรคมันปกป้ององค์หญิงโยวเยว่ มันก็ไม่ได้ปกป้องข้าสักหน่อยข้าคงถูกศิษย์ทั้งพรรคตามไล่ล่า นี่ไม่นับว่าจบเห่หรืออย่างไร?
“เ้าจะลังเลไปทำไม? เ้ามองไม่เห็นผลประโยชน์รึ?”หวังเค่อขมวดคิ้ว
“เอ๋? มีผลประโยชน์ด้วย?”สองตาจางเจิ้งเต้าสาดประกาย
“กำไลมิติของจางเสินซวีของทั้งหมดในนั้นยกให้เป็ของเ้า ข้า้าแค่กำไลมิติเปล่า เ้าว่าอย่างไร?”หวังเค่อมองจางเจิ้งเต้าพร้อมกับยื่นข้อเสนอ
“พี่หวัง ฮ่าฮ่า เพื่อองค์หญิงโยวเยว่แล้วกับแค่ระฆังล่มสลายนับเป็อย่างไร? ให้ข้าจัดการเอง!ฮ่าฮ่าฮ่า!” จางเจิ้งเต้าพลิกหน้าในพริบตา
จางเจิ้งเต้าพลิกหน้าทันตา หวังเค่อเคยชินมานานแล้ว
“เ้าพูดแล้วนะ! ถ้าหากก่อนบ่ายระฆังยังไม่ดังพวกเราจบเห่แน่ ถ้าหากพวกเราพลาดท่า ข้าจะขยี้ของรักเ้าให้แหลก!”หวังเค่อขู่เสียงเข้ม
“อึก!” จางเจิ้งเต้าหน้าชาแข็งค้าง “หรือ หรือว่า…!”
“เ้าพูดเองนี่ ว่าแค่ลั่นระฆัง สบายมาก!”หวังเค่อปลอบใจจางเจิ้งเต้า
จางเจิ้งเต้าคิดกล่าวบางสิ่ง แต่คนที่ซุนซงจัดแจงไว้ก็มาถึงพอดีจางเจิ้งเต้าได้แต่เดินตามไปเที่ยวชมพรรคด้วยสีหน้าเป็กังวล
หวังเค่อกับขบวนแห่เ้าสาวต่างรอคอยกันอยู่ในสวนหย่อมเล็ก
“หวังเค่อเหตุใดเมื่อครู่ถึงไม่ให้พี่มู่หรงมาพบข้าเล่า?” องค์หญิงโยวเยว่ที่นั่งอยู่ในเกี้ยวถามอย่างขุ่นข้องหมองใจ
ถึงหวังเค่อจะพานางเข้ามาในพรรคเทพหมาป่า์แล้วแต่กลับไม่ยอมให้นางรีบพบกับมู่หรงลวี่กวง มันรอคอยอะไรอยู่?
“องค์หญิงพิธีแต่งงานมีกำหนดว่าก่อนเริ่มห้ามบ่าวสาวพบหน้ากันข้าสามารถเปิดเผยตัวตนท่านเพื่อบีบให้มู่หรงลวี่กวงทราบแล้วมาหาท่านได้แต่ถ้าหากมันเกิดไม่อยากมาพบเล่า?” หวังเค่อได้แต่พูดด้วยรอยยิ้มแห้ง
“ไม่มีทาง เขาต้องอยากพบข้าสิ!”องค์หญิงโยวเยว่เม้มริมฝีปาก
“แล้วถ้าไม่เล่า? หากพวกเราคิดผิดไปข้าก็คงตายตามท่านไปด้วย แต่ดูลูกน้องข้ากลุ่มนี้เสียก่อน พวกเขาล้วนแต่มีครอบครัวภรรยา ลูกชายลูกสาว พวกเขาเสี่ยงชีวิตเพื่อเล่นละครให้ท่านท่านคงไม่อยากเห็นพวกเขาต้องติดร่างแหไปด้วยใช่หรือไม่?” หวังเค่อยิ้มขื่น
องค์หญิงโยวเยว่นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่
“รออีกหน่อยเถอะ ไม่ต้องห่วงไป ข้าบอกว่าจะปกป้องท่านพาท่านส่งถึงมือประมุขพรรคเทพหมาป่า์โดยปลอดภัย มันก็จะเป็เช่นนั้นท่านจะได้มีโอกาสพบหน้ามู่หรงลวี่กวงแน่! อดทนไว้ก่อน ถือว่าข้าขอร้องก็แล้วกัน!”หวังเค่อเกลี้ยกล่อม
หวังเค่อทำได้เพียงเกลี้ยกล่อมฝีมือในการขุดหลุมฝังเพื่อนขององค์หญิงโยวเยว่ หวังเค่อได้รับทราบมาตลอดทางแล้วถ้าหากไม่ปลอบใจบรรพชนน้อยท่านนี้ให้ดี ต่อให้เพื่อนองค์หญิงจะเก่งกาจมาจากไหนก็ไม่พ้นถูกนางขุดหลุมฝังเป็แน่!
“ได้ ก็ได้!”องค์หญิงโยวเยว่ได้แต่อดทนด้วยใจกังวลหดหู่
ภายในหุบเขาของพรรคเทพหมาป่า์
ชายร่างสูงใหญ่บึกบึนหน้าตาหล่อเหลามือหนึ่งจับฝักกระบี่อีกมือจับด้ามกระบี่ มันหลับตาราวกับกำลังัับางสิ่งสภาวะเหมือนกระบี่ที่กำลังจะถูกชักออกจากฝัก
พริบตานั้น อสนีบาตฟาดผ่าลงจากฟากฟ้าเป็สายฟ้าแบบเดียวกับที่ผ่าลงใส่จางเสินซวีก่อนหน้า
อสนีบาตร้ายกาจสุดทัดเทียมคล้ายกำลังจะผ่าร่างชายผู้นี้ให้ขาดครึ่งในพริบตา
ยามนี้เองชายร่างกำยำก็ลืมตาขึ้นก่อนชักกระบี่ในมือออก
“ครืนนนน!”
ลำแสงกระบี่สายหนึ่งทะลวงผ่านทั้งหุบเขาทะยานเข้าใส่อสนีบาตที่ฟาดผ่าลงศิษย์พรรคเทพหมาป่า์คนอื่นที่อยู่ปากทางเข้าหุบเขาพากันตกตะลึงพวกมันตาพร่าจนมองตามไม่ทันด้วยซ้ำ
เมื่อละสายตากลับมาอีกครั้งกระบี่ของชายร่างกำยำก็กลับเข้าไปอยู่ในฝักแล้ว
“เปรี้ยง!”
แววตาของชายร่างกำยำทอแววพอใจ
“ศิษย์พี่ใหญ่ ‘เพลงกระบี่ปราบมาร’ของท่านร้ายกาจขึ้นอีกแล้ว! ขนาดสายฟ้ายังถูกท่านฟันขาดครึ่งเชียว?” ซุนซงที่เพิ่งไปดูแลหวังเค่อและคณะเดินเข้ามาด้วยสีหน้าแตกตื่น
ศิษย์พี่ใหญ่พรรคเทพหมาป่า์ มู่หรงลวี่กวง!
“เ้าคิดเช่นนั้นหรือ? แล้วแเื่ที่มาเป็อย่างไรบ้าง?”มู่หรงลวี่กวงมองซุนซง
“เดินทางกันมากว่าครึ่งแล้ว พวกเราคอยจับตาดูอย่างใกล้ชิดแทบทั้งหมดไม่รู้จุดประสงค์ของงานแต่งครั้งนี้! ถึงตอนบ่ายพวกมันสมควรเดินทางกันมาจนครบขอรับ!” ซุนซงตอบอย่างนอบน้อม
มู่หรงลวี่กวงหรี่ตาลงเล็กน้อย “ดีไม่เสียแรงที่พรรคเทพหมาป่า์เราคอยเฝ้าดูสิบหมื่นมหาบรรพตมานานจดบันทึกเหล่ามารร้ายที่ซ่อนตัวอยู่เอาไว้ทุกตนพวกเราจะทำลายมารร้ายที่ซ่อนตัวอยู่พวกนี้ให้หมดสิ้นในคราเดียว! อย่าให้เหลือรอด!”
“ขอรับ ศิษย์พี่ใหญ่วางแผนได้ยอดเยี่ยมนักมารร้ายทั้งหลายล้วนต้องสิ้นลมใต้คมกระบี่พี่ใหญ่!จะมีก็แต่พวกพรรคอีกาทองคำกระจอกนั่น!” ซุนซงขมวดคิ้ว
“กระจอก? เหอะไม่ใช่ว่าพรรคอีกาทองคำก็ส่งศิษย์พี่หญิงมาหรือไง?” มู่หรงลวี่กวงเอ่ยอย่างองอาจ
“ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านหมายความว่าครั้งนี้ท่านกับจางหลี่เอ๋อร์ร่วมกันแสดงละครเชิญชวนเหล่าิญญาร้ายที่เร้นกายอยู่ในสำนักเซียนทั้งหมดมาเพื่อจัดการ?แสดงว่างานแต่งของท่านกับจางหลี่เอ๋อร์ก็เป็แค่การแสดงรึ?” ซุนซงประหลาดใจ
“แสดงแล้วอย่างไร? ละครปลอมจะเป็ความจริงไม่ได้รึ?เ้ารู้หรือไม่ว่าปราบมารครั้งนี้จะได้กุศลขนาดไหน? ถ้าหากจางหลี่เอ๋อร์ยอมร่วมมือเล่นละครแต่งงานกับข้าจริง!ข้าก็ยินดีแบ่งปันกุศลกับนาง!” มู่หรงลวี่กวงยิ้มแย้ม
“ศิษย์พี่ใหญ่ปราดเปรื่องนักจางหลี่เอ๋อร์นั่นสมควรเป็ธิดาของประมุขอีกาทองคำถ้าหากท่านปราบมารครั้งนี้สำเร็จ นับว่าฉวยโอกาสรับการสนับสนุนจากพรรคอีกาทองคำไปด้วยฆ่านกสองตัวด้วยหินก้อนเดียว!” ซุนซงชื่นชม
มู่หรงลวี่กวงยิ้มอย่างมีชัย “ซุนซงข้าได้ยินว่าจางหลี่เอ๋อร์เดินทางมาก่อนกำหนด?”
“ขอรับ จางหลี่เอ๋อร์มาถึงก่อนกำหนดทั้งยังถูกดักซุ่มโจมตีด้านหน้าประตูขึ้นเขา ข้าคาดว่าจางหลี่เอ๋อร์จงใจเดินทางมาก่อนกำหนดเพื่อทดสอบความจริงใจส่วนผู้ลงมือถูกพวกเราจับกุมไว้แล้ว!” ซุนซงตอบอย่างนอบน้อม
“อ้อ?”
“ครั้งนี้พวกเราเชิญแขกมาจากทั่วสิบหมื่นมหาบรรพตแขกกว่าครึ่งเป็มารที่เร้นกายอยู่ในสำนักเซียน มารร้ายฝูงใหญ่มารวมตัวกันกะทันหันพวกมันคงระแวงอยู่ไม่น้อย บางทีนี่อาจเป็การหยั่งเชิงของตัวจางหลี่เอ๋อร์เองส่วนคนติดตามขบวนแห่ของจางหลี่เอ๋อร์เองก็แสดงละครได้ร้ายกาจไม่เบาโดยเฉพาะจางเสินซวี น้องชายของจางหลี่เอ๋อร์นั่นถึงกับจงใจแกล้งทำตัวอ่อนแอเพื่อขวางทางมารร้ายที่แฝงมาด้วย!” ซุนซงเล่า
“จางหลี่เอ๋อร์ยังไม่เชื่อข้างั้นรึ? โฮ่ ตอนนี้ลองได้โดนมารร้ายซุ่มโจมตีกับตัวสมควรไม่คิดอยากจากไปไหนแล้วกระมัง!” มู่หรงลวี่กวงกล่าวอย่างมั่นใจ
“เซียนแซ่จางเองก็ถือโอกาสนี้ขอเดินชมพรรคเทพหมาป่า์เราข้าเลยยินยอมไป!” ซุนซงกล่าว
“ข้าเคยพบหน้ามันมาก่อน เ้านั่นไม่ใช่คนดีมันจะต้องพยายามฉวยโอกาสแน่! ข้าดูเหมือนคนยอมเสียเปรียบง่ายๆ รึ? เหอะ พามันเดินเที่ยวไปทั่วพรรคนั่นแหละเื่อะไรจะยอมให้มันมาแย่งกุศลตอนปราบมารได้ คิดแย่งชิงกุศลรึ? ในพรรคเทพหมาป่า์ของข้า มีเพียงข้าที่ทำได้!”มู่หรงลวี่กวงเอ่ยอย่างเคร่งขรึม
“ทราบ!” ซุนซงขานรับอย่างนอบน้อม
[1]1 ชั่วยาม = 2 ชั่วโมง