เปลวเพลิงสีส้มแดงโหมกระหน่ำลุกท่วมตำหนักเหมยฮวาอย่างรวดเร็วราวกับอสูรกายที่หิวโหย เสียงไม้ลั่นเปรี๊ยะและความร้อนแรงที่แผ่ซ่านทำให้อากาศรอบด้านบิดเบี้ยว ไป๋หลินยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของเปลวไฟ อาภรณ์สีแดงเพลิงของนางปลิวไสวไปตามแรงลมร้อน ใบหน้าที่เคยงดงามราวกับเทพธิดาบัดนี้เปื้อนไปด้วยคราบเขม่าและหยาดเหงื่อ ทว่าดวงตาของนางกลับฉายแววบ้าคลั่งและสะใจอย่างถึงที่สุด
“ไป๋หลิน! ออกมาเดี๋ยวนี้!” ชินอ๋องะโก้องท่ามกลางเสียงถล่มของคานไม้ เขาพยายามจะพุ่งฝ่ากองไฟเข้าไป ทว่าทหารรักษาพระองค์กลับดึงตัวเขาไว้ตามคำสั่งของฮ่องเต้ที่ประทับยืนมองความพินาศอยู่เื้ัด้วยสายตาที่เ็า
ภายในตำหนักที่กำลังจะพังทลาย เย่ว์เอ๋อร์ ในชุดรัดกุมสีดำทมิฬจ้องมองไป๋หลินด้วยความอาฆาต มือของนางกุมกริชอาบยาพิษไว้แน่น “เ้าคิดว่าความตายจะช่วยให้เ้าหนีพ้นความผิดหรือไป๋หลิน? ข้าถูกเ้าป้ายสีจนต้องระเห็จออกจากจวน ถูกชายโฉดรุมย่ำยีในป่าช้าเพียงเพราะแผนการสารเลวของเ้า! วันนี้ข้าจะกรีดหน้าของเ้าให้เสียโฉมยิ่งกว่าพี่ชายของเ้าเสียอีก!”
เย่ว์เอ๋อร์พุ่งเข้าหาไป๋หลินด้วยความเร็วปานิญญา ทว่า มู่เฉิน กลับขยับกายขวางหน้าไว้ทันควัน ดาบของเขอปะทะกับกริชของเย่ว์เอ๋อร์จนเกิดประกายไฟ “หลีกไป! ใครก็ตามที่จะทำร้ายนางต้องข้ามศพข้าไปก่อน!”
“มู่เฉิน! เ้ามันคนหลงผิด!” เย่ว์เอ๋อร์คำราม “นางใช้ร่างกายเน่าๆ ของนางหลอกใช้เ้า แต่เ้ากลับยอมตายถวายหัวให้นางเนี่ยนะ!”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดท่ามกลางเปลวไฟที่เริ่มลามเลียผ้าสิริมงคลบนเตียงกว้าง อาเฉิง ที่กึ่งไร้สติจากพิษราคะและการถูกทรมานกลับคลานเข้าไปกอดขาของไป๋หลินไว้แน่น ร่างกายของเขาสั่นเทิ้ม ิัเริ่มพองพองจากความร้อน “พระชายา... กระหม่อม... กระหม่อมร้อนเหลือเกิน... ช่วยกระหม่อมด้วย...”
ไป๋หลินก้มลงมองทาสชายที่นางเคยใช้เป็ ‘เครื่องบำเรอ’ และ ‘โล่กันภัย’ อย่างเ็า นางใช้เท้าเขี่ยมือของเขาออกอย่างไม่ใยดี “อาเฉิง... เ้าหมดประโยชน์แล้ว ความรักของเ้าน่ะมันน่าสมเพชเกินไป ข้า้าชายที่กุมอำนาจ ไม่ใช่สุนัขที่คลานอยู่ใต้ฝ่าเท้า!”
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนดาบที่กรีดลงบนหัวใจของอาเฉิงจนแหลกสลาย ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความจงรักภักดีบัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยความแค้นที่สั่งสม “ได้... ในเมื่อท่านไม่้าข้า... เราก็จงตายไปด้วยกันในนรกนี้เถิด!”
อาเฉิงรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายพุ่งเข้ากอดเอวไป๋หลินและฉุดกระชากนางเข้าไปหาคานไม้ที่กำลังจะหักโค่นลงมา มู่เฉินที่เห็นเหตุการณ์รีบผละจากเย่ว์เอ๋อร์เพื่อเข้าไปช่วย ทว่า ไป๋หาน (พี่ชายของไป๋หลิน) กลับใช้จังหวะนั้นพุ่งเข้าหาฮ่องเต้ที่อยู่ภายนอก พร้อมกับะโลั่น
“ฝ่าา! ดูนี่เสียเถิด! ความจริงเื่ชาติกำเนิดของชินอ๋องอยู่ในม้วนกระดาษนี้!” ไป๋หานชูม้วนราชโองการลับขึ้นสูง ท่ามกลางความตื่นตระหนกของทุกคน
ชินอ๋องเห็นว่าความลับที่ตนซ่อนไว้กำลังจะถูกเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชน เขาจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขาแย่งดาบจากทหารข้างกายและพุ่งเข้าไปหาไป๋หาน ไม่ใช่เพื่อชิงกระดาษ แต่เพื่อสังหารปิดปากทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์!
“ใครที่รู้เื่นี้... ต้องตายให้หมด!” ชินอ๋องบ้าคลั่งไปแล้ว ความกดดันจากการถูกภรรยาสวมเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าประกอบกับความกลัวที่จะสูญเสียอำนาจทำให้เขากลายเป็ปีศาจ
พริบตานั้น ตำหนักเหมยฮวาก็พังทลายลงมา เสียงสนั่นหวั่นไหวทำให้พื้นดินสั่นะเื ฝุ่นควันและเปลวเพลิงพุ่งกระจายไปทั่วทิศทาง ฮ่องเต้และทหารต้องถอยร่นออกไปไกล ทุกสายตาจ้องมองไปยังกองซากปรักหักพังที่มอดไหม้ ไม่มีใครเชื่อว่าจะมีผู้ใดรอดชีวิตจากกองเพลิงนั้นได้
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงไม้ไหม้ไฟ เงาร่างสามเงาค่อยๆ คลานออกมาจากใต้ซากปรักหักพังที่ดูเหมือนจะมี ‘ช่องลับใต้ดิน’ ซ่อนอยู่ตามที่มู่เฉินเคยสำรวจไว้
ร่างแรกคือ มู่เฉิน ที่อยู่ในสภาพโชกเื เขาแบกร่างของ ไป๋หลิน ที่หมดสติอยู่ในอ้อมแขน ร่างกายของนางเต็มไปด้วยรอยไหม้จางๆ ทว่ายังคงหายใจรวยริน และร่างสุดท้ายที่ตามออกมาด้วยท่าทางโโซซัดโซเซคือ เย่ว์เอ๋อร์ ที่บัดนี้กริชของนางปักอยู่ที่สีข้าง
“พวกเ้า... คิดจะหนีไปไหน...” เสียงแหบพร่าของชินอ๋องดังขึ้นจากเื้ั เขาเองก็รอดมาได้ในสภาพที่สะบักสะบอม ดาบในมือของเขายังคงสั่นระริก
มู่เฉินวางไป๋หลินลงบนพื้นหิมะที่เริ่มละลายเพราะความร้อน เขามองสบตาชินอ๋องด้วยแววตาของผู้ที่ไม่มีอะไรจะเสีย “ชินอ๋อง... ท่านแพ้แล้ว ท่านทำลายทุกอย่างด้วยมือของท่านเอง ทั้งอำนาจ เกียรติยศ และสตรีที่ท่านแสร้งรัก”
“ข้ายังไม่แพ้! ตราบใดที่ข้ายังมีลมหายใจ!” ชินอ๋องพุ่งเข้าหามู่เฉินเป็ครั้งสุดท้าย การดวลดาบที่เร่าร้อนและดิบเถื่อนเริ่มต้นขึ้นบนพื้นหิมะสีเื
ในขณะที่บุรุษทั้งสองฟาดฟันกันอย่างเอาเป็เอาตาย ไป๋หลินค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาในความมืดมิดของราตรี นางเห็นภาพการต่อสู้ เห็นพี่ชายที่ถูกทหารคุมตัวไว้ และเห็นฮ่องเต้ที่ยืนมองจากที่ไกลๆ ด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ เพราะในที่สุดพระองค์ก็กำจัดขี้ยาฏและสยบอำนาจชินอ๋องได้ในคราวเดียว
ทว่า... รอยยิ้มของไป๋หลินกลับผุดขึ้นมาบนใบหน้าที่เปื้อนเขม่า นางคลำเข้าไปในสาบเสื้อที่ขาดรุ่งริ่ง และพบว่า ‘ตราประทับตระกูลไป๋’ ที่แท้จริง และ ‘ยาถอนพิษ’ อีกขวดหนึ่งที่นางแอบสลับกับพี่ชายไว้ก่อนหน้านี้ยังคงอยู่กับนาง
นางมองดูมู่เฉินที่กำลังเสียท่าให้ชินอ๋อง และมองดูอาเฉิงที่ร่างถูกฝังอยู่ใต้กองไฟ ทว่าในวินาทีนั้นเอง...
สายลมหนาวพัดโหมกระหน่ำอีกครั้ง ทว่าคราวนี้มันมาพร้อมกับเสียงฝีเท้าของกองทัพขนาดใหญ่ที่เคลื่อนเข้ามาล้อมจวนชินอ๋องไว้ทั้งหมด ไม่ใช่ทหารของฮ่องเต้ และไม่ใช่ทหารของชินอ๋อง... แต่เป็ธงปักลาย ‘วิหคเพลิง’ ซึ่งเป็สัญลักษณ์ของ แคว้นข้างเคียงที่หายสาบสูญไป!
และบุรุษที่เดินนำหน้ากองทัพนั้นเข้ามา กลับมีใบหน้าที่เหมือนกับ อาเฉิง ราวกับพิมพ์เดียวกัน! ทว่าเขาอยู่ในชุดเกราะแม่ทัพผู้สง่างามและเปี่ยมไปด้วยรัศมีแห่งกษัตริย์
“มารับ ‘เ้าสาว’ ของข้าคืน...” บุรุษผู้นั้นกล่าวเสียงเรียบพลางจ้องมองไปที่ไป๋หลิน
ไป๋หลินเบิกตากว้างด้วยความสับสน... อาเฉิงที่นางเคยรังแกและใช้เป็ทาส แท้จริงแล้วเขามี ‘ความลับ’ ที่ยิ่งใหญ่กว่าชาติกำเนิดของชินอ๋องงั้นหรือ? หรือชายที่อยู่เบื้องหน้าคือนามแฝงของใครบางคน? และมู่เฉินที่กำลังจะถูกชินอ๋องปลิดชีพจะทำอย่างไร?
“ใครแตะต้องนาง... ข้าจะสั่งล้างจวนนี้ให้เป็หน้ากลอง!”