เวลาสำหรับมื้ออาหารผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วเมื่อกินข้าวกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางหูและจางอี้ิจึงพาหลี่อ้ายกลับบ้านเด็กน้อยบอกลาจางอี้เทาที่กำลังกลับไปทำงานตามปกติ พวกเขาเดินตามเส้นทางเดิมแต่เพราะขากลับมีคนป่วยมาด้วย การเดินทางจึงช้าลงไปเกือบเท่าตัว
“หลี่อ้ายนอนพักตรงนี้ก่อน แม่จะไปเอาน้ำมาให้เ้าดื่ม” หูไป๋หงเอ่ยกับลูกสะใภ้ นางให้หลี่อ้ายนั่งรอใต้ร่มไม้ก่อนจะเดินไปตักน้ำพวกเขาเดินกันมาได้สักพักแล้ว จางอี้ิมองไปรอบ ๆเมื่อไม่รู้ว่าตรงนี้คือที่ใดและเวลาใดจึงเอ่ยถาม
“ท่านย่าขอรับตอนนี้ยามไหนแล้วขอรับ”
“น่าจะยามเว่ย(13.00 – 14.59) นะิเอ๋อร์มีอะไรหรือ”
“ข้าอยากขึ้นเขาไปหาผักป่าหรือของกินขอรับถ้าเรารีบไปตอนนี้อาจจะหาอะไรมากินได้บ้างก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน”
“ไม่ได้นะิเอ๋อร์เ้าเพิ่งฟื้นขึ้นมาวันนี้ เหตุใดจึงดื้อรั้นอยากออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกรอให้บิดาของเ้ากลับมาจากไร่เสียก่อน ถ้าบิดาเ้าไม่อนุญาต ย่าก็ไม่อนุญาตเช่นกันตอนนี้มารดาเ้าล้มป่วยอยู่คนหนึ่งแล้ว หากเ้าต้องมาล้มป่วยอีกคนครอบครัวเราคงรับไม่ไหวแน่”
นางหูถึงกับปฏิเสธทันควันสถานการณ์ตอนนี้เป็ดังคำที่นางว่า ครอบครัวนี้ไม่มีเงินเหลือแม้แต่อีแปะเดียวเงินก้อนสุดท้ายที่มีก็จ่ายค่ายาของจางอี้ิไปหมดแล้วโชคดีที่ยังมีอาหารที่แลกมาจากการทำงานในไร่ให้พอประทังชีวิต
“ท่านย่าข้าขอโทษขอรับ” จางอี้ิหน้าหงอย เขาพยักหน้ารับรู้ “ข้าไม่ดื้อแล้วขอรับ”
“ิเอ๋อร์เข้าใจย่าใช่หรือไม่”
“ข้าเข้าใจขอรับ”
“ปล่อยให้แม่ของเ้าพักผ่อนเถิด”นางมองใบหน้าสลดของหลานชายก่อนจะเอ่ยชวน “ิเอ๋อร์ไปอาบน้ำกับย่าที่ลำธารกันเถอะ แล้วเดี๋ยวเ้าพาย่าไปดูผักที่เ้าว่ามันกินได้เผื่อว่ามันจะเอามาทำอาหารได้”
“ท่านย่าไป ๆ ไปขอรับ” เขารีบพยักหน้าเด็กน้อยหันไปมองหน้ามารดาที่ซีดเซียวและรีบสาวเท้าก้าวตามท่านย่า
สองย่าหลานเดินไปที่ลำธารใหญ่ที่เดิม จางอี้ิจูงมือท่านย่าไปดูบึงที่เต็มไปด้วยไข่น้ำเรียวปากเล็กส่งเสียงเจื้อยแจ้วบอกถึงวิธีการคัดเลือกสำหรับนำมาทานเขาหันไปมองตามแนวริมฝั่งแล้วพานางหูเดินไปดูผักบุ้งพวกมันแผ่ขยายยาวไปตามบึงมีบางส่วนยื่นออกไปอยู่ในน้ำด้วย เขาอธิบายวิธีการเก็บและการทำอย่างดี
“ิเอ๋อร์เหตุใดเ้าจึงรู้เื่ทั้งหมดนี่”
“เอ่อ...คือคือว่าข้า...”
เอาแล้วไงไอ้นนท์จะตอบยังไงล่ะที่นี่ ร่างนี้อายุแค่ห้าขวบเท่านั้นเอง ขืนพูดอะไรผิดไปมีหวังความแตกแน่ แต่เอ๊ะ! ในนิยายเขาใช้มุขนี้นี่หว่า แถมคนรอบข้างก็เชื่อด้วยเอาล่ะ มาลองใช้ในสถานการณ์จริงดีกว่า
“ท่านย่าความจริงแล้ว ตอนที่ข้านอนหลับไม่ได้สติอยู่เกือบเดือนนั้น ข้าฝัน แล้วในฝันท่านเทพได้มารับข้าไปเที่ยวเมือง์ขอรับท่านเทพสอนข้ามากมายเกี่ยวกับผักพวกนี้และยังบอกอีกว่าจะมาพาข้าไปเที่ยวบ่อย ๆท่านเทพเป็คนมอบความรู้ทั้งหมดให้ข้าขอรับ” จางอี้ิเงยหน้าตอบนางหูเขาปั้นหน้าซื่อทำเหมือนกับเด็กน้อยที่ไม่รู้จักการตลบตะแลงหรือการโกหกแม้แต่น้อยหูไป๋หงได้ยินหลานชายตอบเช่นนั้นก็ตื่นใ รีบคว้าเอาร่างเล็กมากอดไว้แน่น
“ิเอ๋อร์เป็ความจริงหรือที่ท่านเทพมาพาเ้าไป โธ่์...ขอบคุณขอบคุณที่คืนิเอ๋อร์หลานข้ากลับคืนมา ได้โปรดอย่าพรากหลานชายเพียงคนเดียวของข้าไปอีกเลย” นางหูรีบปล่อยหลานชายออกจากอ้อมแขนหันหน้าไปทั้งสี่ทิศและก้มกราบปลก ๆ เอ่ยขอบคุณ์ด้วยความปลาบปลื้ม นางรีบหันมาคว้าหลานชายพร้อมสวมกอดอีกครั้ง
“ท่านย่าไม่เป็ไรแล้ว ข้าไม่เป็ไรจริง ๆ ตอนนี้ข้าแข็งแรงมากท่านย่าก็เห็นเพราะท่านเทพช่วยรักษาข้าน่ะขอรับ ต่อไปนี้ พวกเราจะมีความสุขแน่นอนขอรับท่านเทพได้บอกข้าไว้ในการพบกันครั้งก่อน” จางอี้ิเอ่ยกับย่าของตนเองแต่มือข้างขวาก็แอบไขว้ไว้ด้านหลัง
ข้าขอโทษขอรับท่านย่า
“ดีดีจริง ๆ งั้นพวกเรามาช่วยกันเก็บผักพวกนี้ไปกันเถอะ”
“ท่านย่าเก็บแค่ผักบุ้งก็พอนะขอรับ เพราะไข่น้ำถ้าไม่ปรุงด้วยเครื่องเทศมันจะคาวและไม่อร่อย แต่ผักบุ้งพอกินได้ขอรับ”
นางหูและจางอี้ิช่วยกันเก็บผักบุ้งมาได้พอประมาณทั้งสองรีบกลับไปหาหลี่อ้าย ก่อนจะพากันเดินกลับไปยังบ้านของตนเอง เพียงไม่นาน หัวหน้าครอบครัวก็เดินกลับเข้าบ้านพร้อมธัญพืชหยาบที่ได้จากการไปทำงานในวันนี้
“ท่านแม่เข้าบ้านก่อนเถอะขอรับ แล้วข้าจะเล่าให้ฟัง”
จางอี้เทาเดินเอาห่อธัญพืชหยาบกับห่อเนื้อสัตว์วางไว้กลางบ้านเขานั่งลงเพื่อพักผ่อนจากอาการปวดล้าจางอี้ิเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งไปหยิบน้ำมาให้บิดาเขาไม่ลืมเอาผ้าเช็ดหน้าพร้อมขันน้ำใบเล็กมาด้วย
“ิเอ๋อร์ช่างเป็เด็กดีเสียจริง ขอบใจเ้ามาก”
“ไม่เป็ไรขอรับข้ารักท่านพ่อ ท่านพ่อทำงานเหนื่อย ข้าอยากช่วยท่านพ่อทำงานขอรับ”
“อาเทานี่มัน....” นางหูที่เดินเข้าไปดูห่อผ้าถึงกับเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
สิ่งที่นางเห็นในตอนนี้คือเนื้อสัตว์แน่ๆ ถึงแม้ว่าจะมีส่วนเนื้อติดประปราย ที่เหลือมีแต่ไขมันเป็ส่วนมากก็เถอะแต่ก็มีค่ามากนัก เนื้อชินนี้หากกะด้วยสายตาก็น่าจะประมาณเกือบห้าชั่ง
“มีอะไรหรือเปล่าอาเทา”
“วันนี้ทำงานที่ไร่วันสุดท้ายแล้วขอรับพืชผลเก็บเกี่ยวหมดแล้ว ท่านพี่เย่จ่ายค่าจ้างเป็ธัญพืชตามที่เราแจ้งไปแต่ท่านพี่เย่คงสงสารบ้านเรา จึงแบ่งเนื้อเลวมาให้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ค่อยมีเนื้อเท่าไรแต่ถ้าเราเลือกเอาหน่อย อาจจะทำน้ำแกงเนื้อได้สักมื้อน่ะขอรับ”
“อาเย่ช่างเป็คนดีจริงๆ ความจริงวันนี้อาเย่ไม่ต้องจ่ายค่าจ้างเมียเ้าเต็มวันก็ได้ แต่นี่นอกจากจะไม่ว่าแล้วยังจ่ายธัญพืชมาเต็มส่วนด้วย ส่วนเนื้อนี่ ถึงแม้ว่ามันจะเป็เนื้อเลว แต่อย่างที่เ้าว่าเราเลือกเอาสักหน่อยน่าจะได้น้ำแกงเนื้อสักมื้อั้แ่เรามาที่นี่ยังไม่เคยได้กินจานเนื้อเลย ิเอ๋อร์คงดีใจไม่น้อย”
“ท่านย่าเหตุใดถึงเรียกว่าเนื้อเลวล่ะขอรับ” จางอี้ิที่นั่งฟังอยู่นานถึงกับขมวดคิ้ว
“เพราะมันมีเนื้อนิดเดียวอย่างไรเล่าเ้าลองมองดูสิ ที่เหลือมีแต่ไขมันทั้งนั้น ไม่มีผู้ใดกินไขมันนะิเอ๋อร์เวลาเอาไปต้มมันทั้งเลี่ยนและยังทำให้รู้สึกอยากอาเจียนรสชาติก็ไม่อร่อยเอาเสียเลย”
“ท่านแม่พี่เย่ยังให้เครื่องเทศมาอย่างละนิดหน่อยด้วยขอรับ”จางอี้เทาพูดขึ้นเมื่อได้ยินคำว่าเลี่ยน เขานึกขึ้นได้ว่าลูกชายหัวหน้าหมู่บ้านให้เครื่องเทศมาด้วยซุนซุเย่รู้ว่าครอบครัวของเขายากจน คงไม่มีเครื่องปรุงสำหรับทำเนื้อ จึงเมตตาสงสารแบ่งมาให้ด้วย
“ดีจริงๆ ชาตินี้ครอบครัวเราคงตอบแทนบุญคุณครอบครัวซุนไม่หมดแน่”
นางหูยกยิ้มดวงตาสั่นระริกจนต้องยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตา ั้แ่ออกจากเมืองหลวงอย่าว่าแต่อาหารจานเนื้อเลย แม้แต่เครื่องปรุง เครื่องเทศครอบครัวนางก็ไม่เคยได้แตะอีก
“ท่านย่านี่ไม่ใช่เนื้อเลวแม้แต่นิดเดียว มันคืออาหาร์ มีค่าดั่งทองเชียวล่ะขอรับ” จางอี้ิถึงกับหัวเราะและยิ้มกว้างออกมาอย่างมีความสุขเมื่อเขามองเห็นกองไขมันที่วางอยู่ตรงหน้า
“ิเอ๋อร์เ้าเป็อันใดไปแล้ว เหตุใดจึงหัวเราะออกมาเช่นนี้” นางหูเอ่ยถามท่าทางของหลานชายช่างพิลึกพิลั่นชวนสงสัย
“ท่านย่านี่คืออาหารชั้นยอดเลยนะขอรับ ท่านย่าจำได้หรือไม่ ที่ท่านเคยถามข้าว่าน้ำมันคืออันใด การผัดคืออันใด วันนี้ข้าจะแสดงให้ดูขอรับรับรองว่ามื้อนี้ท่านย่าต้องมีความสุขมากแน่ ๆ ขอรับ”
“ิเอ๋อร์อย่าบอกนะว่าท่านเทพบอกเ้ามาอีกแล้ว”
“ท่านแม่ิเอ๋อร์ กำลังคุยกันเื่อันใดขอรับ” จางอี้เทาถาม เขางุนงงกับบทสนทนาระหว่างมารดาและลูกชาย
“อาเทาิเอ๋อร์เล่าให้แม่ฟังว่าในตอนที่สลบไปในฝันท่านเทพมาพาิเอ๋อร์ออกไปเที่ยวยังเมือง์แล้วจึงพากลับมาท่านเทพยังได้รักษาร่างกายของิเอ๋อร์ให้แข็งแรงและสอนเกี่ยวกับเื่ต่าง ๆให้ด้วย”
“วันนี้ิเอ๋อร์นำผักกลับมาจากลำธารสองอย่างแล้วบอกว่ามันคืออาหารแม่เห็นว่ามันคือหญ้าที่ขึ้นตามบึงน้ำ ไม่มีใครเอาหญ้ามากินกัน แต่ิเอ๋อร์ยืนยันนักหนาว่ากินได้อ้อ อีกอย่างคือการทำอาหาร ิเอ๋อร์บอกว่ามีการทำอาหารมากกว่าการต้ม นึ่งย่างและอบ”
“ิเอ๋อร์เป็ความจริงหรือ”
“ขอรับ”เด็กน้อยยิ้มสดใส
ขอขอโทษนะท่านพ่อ
“ดีจริงๆ ขอบคุณท่านเทพที่ช่วยรักษาิเอ๋อร์ของพ่อให้แข็งแรง”
จางอี้เทากอดลูกชายไว้แน่นเขาตื้นตันใจที่ลูกมีบุญวาสนา แต่ในขณะเดียวกัน ก็กลัวว่าจะเกิดอันตรายจึงเอ่ยเตือนลูกชายเอาไว้ก่อน
“ิเอ๋อร์เื่ท่านเทพ เ้าจะพูดออกไปไม่ได้เป็อันขาดรู้หรือไม่ ถ้าคนอื่นถาม ก็บอกว่ายาของหมอผิงรักษาเ้า”
“ข้าเข้าใจแล้วขอรับแต่ท่านพ่อขอรับ ข้าหายใจไม่ออก”
“โอ๊ะิเอ๋อร์ พ่อขอโทษ” จางอี้เทาได้ยินดังนั้นจึงรีบคลายอ้อมกอดออกจากลูกชายเขาดีใจมากจริง ๆ จนเผลอรัดวงแขนแน่นไปหน่อย
“ข้านึกว่าจะขาดใจเสียแล้ว” จางอี้ิสูดหายใจเข้าเต็มปอดท่าทางราวกับคนใกล้จะขาดอากาศ จางอี้เทาถึงกับส่ายหน้าให้กับท่าทางของบุตรชาย
“ข้าขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะขอรับ”เมื่อนึกขึ้นได้ว่าร่างกายตนชุ่มไปด้วยเหงื่อมาตลอดทั้งวันก็อยากจะไปชำระกายคลายร้อนจางอี้เทาลุกขึ้นแล้วเดินแยกตัวออกไป
“ไปเถอะ”หูไป๋หงบอกก่อนที่บุตรชายจะเดินออกไป
“ท่านย่าขอรับพวกเราไปทำอาหาร์กันเถอะขอรับเพราะมันต้องใช้เวลาในการทำพอสมควรเมื่อท่านพ่อกลับมาจากอาบน้ำ ท่านแม่คงตื่นพอดี เย็นนี้เราจะกินให้พุงกางไปเลย”
“เ้าตัวน้อยโอ้อวดเสียจริง ไปสิ ย่าอยากรู้เช่นกันว่าอาหารเมือง์จะอร่อยขนาดไหนเชียว”