บทที่ 31 อวี้หย่งจวี๋หายไป (รีไรต์)
“โอ๊ย!” ซิ่งซิ่งกอดศีรษะเล็ก ๆ ของตัวเองโดยสัญชาตญาณ
แต่พอระวังที่ศีรษะ ดันกลับทำให้พลาดท่าที่ก้น ซิ่งซิ่งคิดอย่างเ็ป แย่แล้ว ก้นน้อยของข้าต้องบานเป็ดอกไม้แน่เลย!
ทว่าความเ็ปที่คาดคิดไว้กลับไม่มาถึง มีใครบางคนคว้าแขนของนางไว้ และดึงนางขึ้น
ซิ่งซิ่งลืมตาขึ้น ก็พบว่าคนที่ตนเองชนก็คือหลัวเชียหนิว คนที่เคยถูกพี่ชายของนางรุมทำร้าย และนางกับพี่ชายก็เคยช่วยเขาเอาไว้
ซิ่งซิ่งกล่าวขอโทษอย่างเขินอาย “ขอโทษนะที่ซิ่งซิ่งชนเ้าเข้า”
หลัวเชียหนิวรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย เขากระแอมหนึ่งที อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่หยาเม่ยเอ๋อร์เพื่อนสนิทของซิ่งซิ่งกลับวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา ดึงซิ่งซิ่งถอยหลังไปหลายก้าว
ปีนี้หยาเม่ยเอ๋อร์อายุห้าขวบแล้ว อายุมากกว่าซิ่งซิ่งเล็กน้อย นางกระซิบข้างหูเพื่อนอย่างตื่นตระหนก “คนคนนี้เคยทะเลาะกับพี่ชายเ้าตั้งหลายครั้งแน่ะ เ้าอยู่ห่าง ๆ เขานะ ถ้าเขาตีเ้าขึ้นมาจะทำอย่างไร”
หยาเม่ยเอ๋อร์เป็ห่วงมาก
เด็กหญิงคิดว่าตัวเองพูดเสียงเบาแล้ว ทว่าหลัวเชียหนิวกลับได้ยินอย่างชัดเจน
เด็กหนุ่มหน้าบึ้ง "ข้าไม่ตีผู้หญิง!"
หยาเม่ยเอ๋อร์กลัวเขาเล็กน้อยจึงเบะปาก ไม่พูดอะไรต่อ
หลัวเชียหนิวค่อนข้างลำบากใจ ไม่รู้จะอธิบายกับซิ่งซิ่งอย่างไร
เด็กหญิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ถามขึ้นว่า "แผลของเ้าดีขึ้นหรือยัง?"
นี่เป็ครั้งแรกที่หลัวเชียหนิวได้รับความเป็ห่วงจากเด็กหญิงอายุแค่สามขวบ เขาถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่งจนพูดไม่ออก "เอ่อ… ดีขึ้นมากแล้ว"
เขาอึกอักเล็กน้อยแล้วพูดว่า "ข้ายังไม่ได้ขอบคุณเ้าเลย ที่ช่วยข้าไว้"
ซิ่งซิ่งถามอย่างใสซื่อว่า "ไม่เป็ไรหรอก อันที่จริงแล้วไม่ใช่ข้าคนเดียวที่ช่วยเ้านะ พี่สามกับพี่สี่ของข้าก็ช่วยเ้าด้วย ต่อไปนี้เ้าอย่าทะเลาะกับพี่ชายของข้าได้ไหม?"
"ไม่ได้" หลัวเชียหนิวตอบกลับอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด
"ก็ได้" ซิ่งซิ่งทำปากจู๋อย่างเสียดาย นางกุมมือของหยาเม่ยเอ๋อร์กำลังจะเดินจากไป
หลัวเชียหนิวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเรียกออกไปว่า "ซิ่งซิ่ง"
"หือ? มีอะไรหรือ?" ซิ่งซิ่งหันกลับมาถามด้วยความไม่เข้าใจ
เมื่อมองเด็กหญิงตัวน้อยที่แสนบริสุทธิ์ผุดผ่องตรงหน้า หลัวเชียหนิวก็อดไม่ได้ที่จะนึกด่าเ้าพวกเด็กบ้านสกุลอวี้ในใจอีกครั้ง
พวกนั้นมันคู่ควรกับการมีน้องสาวน่ารักขนาดนี้ด้วยหรือ?
"ไม่มีอะไรหรอก" หลัวเชียหนิวรีบควานเอาลูกกวาดในอกเสื้อออกมาหลายอัน แล้วยัดใส่มือซิ่งซิ่ง "เอาไปกินสิ"
พูดจบ หลัวเชียหนิวก็รีบวิ่งจากไป ทิ้งให้ซิ่งซิ่งกับหยาเม่ยเอ๋อร์ยืนงงอยู่ตรงนั้น
ลูกกวาดที่เด็ก ๆ ได้รับส่วนใหญ่เป็ลูกกวาดห่อกระดาษไขมัน ซึ่งถือว่ามีค่ามากใน่เทศกาลแบบนี้
หยาเม่ยเอ๋อร์มองลูกกวาด น้ำลายไหลย้อยที่มุมปาก
ซิ่งซิ่งแบ่งลูกกวาดให้หยาเม่ยเอ๋อร์ไปอันหนึ่งอย่างไม่หวงแหน
เด็กหญิงดีใจมากจนกอดเพื่อนรักแน่น ซิ่งซิ่งถึงกับเปื้อนน้ำลายไปทั้งตัว
ซิ่งซิ่งลองนับดู หลังจากแบ่งให้หยาเม่ยเอ๋อร์แล้ว นางจะยังเหลือลูกกวาดน้ำตาลอีกสามชิ้น
แบ่งให้พี่ใหญ่กับพี่รองแบ่งกันหนึ่งชิ้น พี่สามกับพี่สี่แบ่งกันหนึ่งชิ้น ปู่กับย่าแบ่งกันหนึ่งชิ้น พอดีเลย!
คิดได้ดังนั้น ซิ่งซิ่งก็รู้สึกผิดขึ้นมา ไม่ใช่ว่านางจงใจไม่แบ่งไว้ให้พี่ห้าสักหน่อย แค่ตอนนี้พี่ห้าไม่อยู่บ้านนี่นา…
พอคิดถึงพี่ห้า ซิ่งซิ่งก็อดเป็ห่วงไม่ได้
นางไม่ได้เจอพี่ห้ามาหลายวันแล้ว
เขาจะกลับมาเมื่อไหร่นะ?
…
ในเวลานี้ อวี้หย่งจวี๋ก็กำลังเศร้าโศกอยู่เหมือนกัน
เสื้อผ้าของเขาขาดอีกแล้ว ซูโหรวเอ๋อร์ผู้เป็แม่ของเขากำลังเย็บปะไปพลาง บ่นเขาไปพลาง ว่าทำไมหลังจากมาที่นี่แล้วถึงได้มีเื่ชกต่อยทุกวัน?
อวี้หย่งจวี๋ไม่พอใจ ลงจากเตียงสวมรองเท้า แล้ววิ่งออกไปข้างนอก
"เมืองนี้มันน่าเบื่อที่สุดเลย!" เขาอยากกลับหมู่บ้านหนานโถวใจจะขาด
อวี้หย่งจวี๋กำลังนั่งเหม่ออยู่ในมุมหนึ่งของลานบ้าน มือถือตั๊กแตนตัวน้อยที่อาสี่สานให้
ทันใดนั้นเอง ซูเสี่ยวเป่าก็โผล่ออกมาจากอีกฝั่ง คว้าตั๊กแตนตัวนั้นไปจากมืออวี้หย่งจวี๋ "ไอ้บ้านนอก! สมแล้วที่เป็เด็กบ้านนอก! ของกระจอกแบบนี้ยังเอามาเป็ของสำคัญอีก!"
อวี้หย่งจวี๋โกรธจนตัวสั่น "เอามานะ!"
ซูเสี่ยวเป่าถือตั๊กแตนตัวนั้นวิ่งหนีไปอีกฝั่ง แล้วหันกลับมาแลบลิ้นใส่อวี้หย่งจวี๋ "พ่อเ้าทิ้งเ้าไปแล้ว ทิ้งตั๊กแตนกระจอก ๆ นี่ไว้ให้ตัวหนึ่ง เห็นเ้าเอามาเป็ของสำคัญอย่างกับมันล้ำค่า น่าสงสารจัง!"
ดวงตาของอวี้หย่งจวี๋แดงก่ำ เขาพุ่งเข้าใส่ซูเสี่ยวเป่าเหมือนลูกสิงโตตัวน้อยที่ถูกยั่วโทสะ
ซูเสี่ยวเป่าไม่คิดว่าครั้งนี้อวี้หย่งจวี๋จะแรงเยอะขนาดนี้ เขาถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เหยียบพลาดเท้าพลิก ทำให้ทั้งคู่กลิ้งหลุน ๆ ไปด้วยกัน
แต่ตอนที่ซูเสี่ยวเป่าล้มลงนั้น ศีรษะของเขาไปโขกเข้ากับกองไม้ที่วางอยู่ข้างกำแพงอย่างจัง!
เด็กชายเจ็บจนตาพร่ามัว มีเืไหลออกมาจากศีรษะอย่างช้า ๆ
ซูเสี่ยวเป่ากุมศีรษะตัวเองแล้วกรีดร้องขึ้นมา "เ้ากล้าทำร้ายข้า ไอ้บ้านนอก ข้าจะให้พ่อข้ามาฆ่าเ้าให้ตาย!"
อวี้หย่งจวี๋ถอยหลังไปสองก้าว รู้สึกหวาดกลัวเป็อย่างยิ่ง กำตั๊กแตนสานที่เพิ่งดึงออกมาจากมือของซูเสี่ยวเป่าแน่น กัดริมฝีปาก แล้วหันหลังวิ่งออกไปจากลานบ้านทันที
เมื่อนางเฉียน ซูโหรวเอ๋อร์ และแม่ซูรีบวิ่งออกมาจากในบ้าน ในลานบ้านเหลือเพียงซูเสี่ยวเป่าที่มีเืไหลออกมาจากศีรษะ
นางเฉียนเกือบจะเป็ลมไป!
ลานบ้านของตระกูลซูวุ่นวายไปหมด เมื่อทุกคนได้สติกลับมา จัดการาแของซูเสี่ยวเป่าเรียบร้อยแล้ว จึงพบว่า ‘ตัวการ’ อย่างอวี้หย่งจวี๋หายไปแล้ว
นางเฉียนโกรธจัดเสียจนพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน "ตอนนั้นอวี้หย่งจวี๋ตีเสี่ยวเป่าของข้าทุกวัน ข้าก็บอกแล้วว่าเด็กคนนี้มันดุร้ายมาก พวกท่านกลับบอกว่าข้าไปถือสาเด็ก ตอนนี้ดีแล้ว อวี้หย่งจวี๋ทำให้หัวเสี่ยวเป่าแตก ตามความเห็นข้า ส่งมีดให้อวี้หย่งจวี๋เลยดีกว่า ให้เขาฆ่าข้ากับเสี่ยวเป่าให้จบสิ้นกันไปเลย!"
แม่ซูขมวดคิ้ว
ซูเสี่ยวเป่าาเ็ นางในฐานะย่าแท้ ๆ ย่อมเ็ปใจมาก แต่คำพูดของลูกสะใภ้ช่างน่าฟังเสียเหลือเกิน!
อวี้หย่งจวี๋เป็เพียงเด็กอายุสี่ขวบ แต่ทำไมในสายตาของลูกสะใภ้ถึงกลายเป็ฆาตกรไปได้!
ซูโหรวเอ๋อร์โกรธจนตัวสั่น
เมื่อนางเดินออกไป ทั้งตัวก็ล้มลงอีก
แม่ของซูใรีบห้ามลูกสาวไว้ "โหรวเอ๋อร์ ลูกจะไปไหน?"
ซูโหรวเอ๋อร์พูดอย่างดุดัน "ข้าจะไปพาอวี้หย่งจวี๋กลับมา พี่สะใภ้จะฆ่าจะฟันอย่างไรก็ตามใจ! ยังดีกว่าเอาคำพูดแบบนี้มาทิ่มแทงใจกันแบบนี้!"
นางเฉียนอุ้มลูกชายพลางร้องโอดโอย "พวกเราจะกล้าทำอย่างนั้นได้อย่างไร? น้องสะใภ้สาม เ้าไม่ไม่กล้าแม้แต่จะต่อปากต่อคำกับแม่สามี ข้าก็เพียงพูดไปอย่างนั้น ลูกข้าหัวแตกขนาดนี้ จะไม่ให้ข้าอะไรเลยหรืออย่างไร?"
นางเฉียนแอบเหน็บแหนมซูโหรวเอ๋อร์ด้วยเื่ของตระกูลอวี้
ซูโหรวเอ๋อร์โกรธจนตัวสั่น ฝืนอดทนวิ่งออกไปที่ถนน
"จวี๋เอ๋อร์!"
นางะโเสียงดัง แต่ในตรอกไม่มีใครตอบนางเลย
ตอนแรกซูโหรวเอ๋อร์โกรธจัด แต่นางะโไปทั่วทุกที่เป็เวลาครึ่งชั่วยามจนเสียงแหบไปหมดแล้ว ก็ยังไม่เห็นเงาของลูกชาย คราวนี้นางเริ่มสั่นกลัวขึ้นมา
ซูโหรวเอ๋อร์ไม่สนใจที่จะโกรธแล้ว ใบหน้านางเปลี่ยนเป็ซีดเผือด ผลุนผลันกลับเข้าบ้านตระกูลซู คว้าแขนแม่ของตนที่กำลังจัดข้าวของอยู่กลางลานบ้าน “แม่ จวี๋เอ๋อร์หายไป!”
แม่ซูขมวดคิ้ว “...บางทีเขาอาจจะรู้ตัวว่าทำผิด เลยหนีไปซ่อนตัว”
ซูโหรวเอ๋อร์น้ำตาไหลพราก ส่ายหน้าอย่างรุนแรง “ไม่ ไม่ใช่แบบนั้นหรอก เขายังเด็กแค่สี่ขวบ จะหนีไปซ่อนตัวที่ไหนได้ แม่ ข้าหาทั่วแล้ว จวี๋เอ๋อร์หายไปจริง ๆ!”