สองวันผ่านไปไวเหมือนโกหก
หลินเซียวจับพู่กันขะมักเขม้นวาดภาพทิวทัศน์
ในศาลาทรงแปดเหลี่ยม เบื้องหน้าเป็สระบัวด้านข้างเป็สวนหย่อมขนาดเล็ก เยื้องออกไปหนึ่งจั้งมีต้นหยาเจียวสูงใหญ่โปรยดอกไม้สีเหลืองตามทิศทางลม นอกจากเสียงใบไม้ลู่ลม และเสียงนกกระจิบ ยังมีเสียงอื่นอีก
ใบหูที่ไวต่อเสียงกระตุกตอบสนองเมื่อมีสิ่งเร้า
“ข้าเดิมพันหนึ่งตำลึง”
“ข้าให้สามตำลึงไปเลย!”
ประโยคเหล่านี้ดังมาจากอีกฝั่งของเรือนหลินเซียววางพู่กันบนที่พักทันที จากนั้นลอบไปดูให้เห็นกับตา
สาวใช้จำนวนสามคนสุมหัวกับบ่าวเลี้ยงม้าอีกสามคน รวมทั้งหมดเป็หก
ทำอะไรกัน?น่าสนุกจัง?
หลินเซียวเขย่งเท้ายืดคอสูงโด่เด่เหมือนเต่า ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่มีใครสนใจ ท่าทางจะยุ่งมาก
มือเล็กกระตุกชายเสื้อพี่สาวคนหนึ่งแล้วพูดว่า
“ทำอะไรอยู่”
สาวใช้ตอบกลับมาอย่างรำคาญใจพร้อมปัดฝ่ามือออกจากชายเสื้อ
“กำลังยุ่งอยู่!พนันว่าคุณหนูหลินเซียวไม่ใช่บุตรสาวแท้ ๆ ของนายท่านอย่างไรล่ะ”
“ส่วนข้าพนันว่าใช่!”
น้ำเสียงแตกออกเป็สองฝั่งแต่แล้วครู่หนึ่งนึกได้ว่า เสียงเล็ก ๆ นั่นมันเสียงคุณหนูน้อยหลินเซียวบ่าวไพร่ทั้งหกวงแตกกระเจิง วิ่งหัวทิ่มหัวตำไปไหนแล้วก็ไม่รู้
หลินเซียวโบกมือลาไม่ใส่ใจเด็กน้อยส่ายหัวไปพลางแล้วพูดว่า
“หลินเซียวคือหลินเซียว”จากนั้นหัวเราะตาหยีออกมาครั้งหนึ่งแล้วจากไป
สายหน่อย คาดคะเนว่าเป็ยามอู่ (11.30 น.)
หลินเซียวนั่งสัปหงกใต้ศาลาแดงทรงหกเหลี่ยม ทว่า
จื่อิกลับจวนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ตอนนี้ชายหนุ่มอยู่ในชุดสีดำคลิบเทาขนจิ้งจอกขาวพาดบ่าเสริมบารมี เรือนผมสีดำเงางามสยายถึงกลางหลัง ส่วนบนรวบมวยผมตึงครอบรัดเกล้าสีเงิน
จื่อิเดินโฉบตรงไปที่ห้องตำราโดยไม่กล่าวทักทายหลินเซียวไม่นานนัก...นักฆ่าไป๋เจี้ยนตามเข้ามาติด ๆ ใบหน้าเคร่งขรึมไม่สู้ดี มือซ้ายกุมฝักกระบี่แต่ต้นแขนซ้ายาเ็ โลหิตสีแดงสดหยดพาดหินบนทางเดินเห็นเป็หย่อม ๆ
“เื!”
จมูกไวต่อกลิ่นซะด้วย
เด็กน้อยสะดุ้งตัวโหยง ตื่นจากฝันร้ายนิ้วเล็ก ๆ
ขยี้ตาจนแดงแฉ่
หลินเซียวฝันว่าท่านแม่คนสวยโดนสังหาร!
“ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วหลินเซียวอยากกลับไปหาท่านแม่!”
แง้งงง Y-Y
นั่งร้องไห้ลำพัง ฉุกคิดได้ว่าท่านพ่อคนใหม่จะช่วยตามหาท่านแม่ หลินเซียวจะไปทวงถามเดี๋ยวนี้
เ้าตัวรีบวิ่งไปที่ห้องตำราระหว่างทางเดินเห็นหยดเืตลอดทาง ใจคอชักหวั่นไหวรู้สึกไม่ดี
“เ้าโง่!ปล่อยให้มันรอดไปได้อย่างไร”
เสียงดังโครมครามจากด้านใน คล้ายมีอะไรแตก
หลินเซียวดันปลายนิ้วไปข้างหน้าบานหน้าต่างที่ทำจากกระดาษปรุขาดเป็รูถนัดตา
พบว่าท่านพ่ออารมณ์ไม่ดีกำลังลงโทษท่านอาไป๋ บนพื้นเต็มไปด้วยซากกาสุราสีขาวแจกันตรงนั้นถูกยกมาทุ่มจนแตกละเอียด ใบหน้าท่านพ่อเหมือนั์รอบกายััได้ถึงพลังงานบางอย่าง คล้ายก้อนเมฆสีเทาขนาดใหญ่มีฟ้าผ่าลงมาเป็ระยะ
“ท่านพ่อค้าขายขาดทุนหรือ?”
หลินเซียวหลงเข้าใจผิดคิดว่าบิดาคนใหม่ทำอาชีพค้าขายทางเรือด้วยเหตุนี้เวลาที่หลินเซียวกินอาหารในเรือนเยอะเกินไป มักจะรู้สึกผิดกลัวท่านพ่อค้าขายขาดทุนจนไม่มีเงินเลี้ยงดูตัวเองกับหลินเซียว
เด็กเล็กรู้จักคิดและเข้าใจผู้ใหญ่ตอนนี้ท่านพ่อดูน่ากลัวมาก แต่ใจหนึ่งก็อยากเปิดประตูเข้าไปถามท่านพ่อให้เข้าใจว่าท่านพ่อตามหามารดาคนสวยพบหรือไม่
ขณะที่หลินเซียวยืนนวดนิ้วมือตัวเองหลังกำแพงนั่นจู่ ๆ ลอบได้ยินบางอย่างโดยไม่ได้ตั้งใจ
“เื่ที่ให้ไปสืบคราวก่อนคืบหน้าไปถึงไหน?”
จื่อิพยายามข่มคลื่นอารมณ์ให้สงบลงจากนั้นเดินไปนั่งบนเก้าอี้โยกตัวเก่าสุดโปรดปรานแล้วถามเสียงเย็นทว่าแววตาจ้องมองไป๋เจี้ยนฉาบไปด้วยความว่างเปล่า
“สิบสามตำบลในเหลียงตูอันหรงอี้ นามนี้พบสามคน อันหรงอี้ที่หนึ่งอายุสามสัปดาห์อันหรงอี้ที่สองแก่ชราเจ็ดสิบปี ส่วนอันหรงอี้ที่สามเป็หญิงงามคาดเดาอายุไม่ได้…”
พูดถึงตรงนี้ไป๋เจี้ยนจุกอกเงียบงันไปท่าทางเลินเล่อเซ่อซ่าของไป๋เจี้ยน ทำให้จื่อิหัวเสียจนต้องโร่เสียงกดดัน
“อย่างไรต่อ!”
“นางตายแล้วขอรับ…ตกหน้าผาตายสภาพเละเทะแทบดูไม่ได้เพื่อยืนยันตัวตนข้าน้อยนำร่างใส่หีบศพวางไว้หน้าศาลาพักม้า”
ครืด!!
“ไม่จริง!ท่านแม่ของหลินเซียวยังไม่ตาย”
หลินเซียวผลักบานประตูสุดแรง ใบหน้าของนางแดงเถือกเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาปากที่เคยยิ้มสวยบัดนี้บิดคว่ำน่าสงสาร นิ้วมือสั้นป้อมกำชายเสื้อแน่นเล็บที่สั้นเตียนจิกชายผ้าเ่าั้ไว้
“นี่เ้า!”
จื่อิตะคอกเสียงดังมองหลินเซียวอย่างอึ้ง ๆ เฉพาะเื่ในราชสำนักก็วุ่นวายพอควร ไหนจะเื่สืบคดีต่างๆ ฏที่แฝงตัวในฮุ้ยโจวจับไม่ได้ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่พวกมันจะออกมาฆ่าคนบริสุทธิ์อีก
ทว่าจื่อิเห็นหยาดน้ำตาของหลินเซียวนอกจากความรู้สึกสงสารเวทนา ยังรู้สึกปวดใจแปร๊บอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนความรู้สึกเหล่านี้ทิ่มแทงในใจ ราวกับว่าจื่อิเชื่อมต่อกับความเสียใจของนาง
ครั้นจะวิ่งตามออกไปจื่อิดันปวดศีรษะพลัน ร่องกรามบนใบหน้าเด่นชัดขึ้นมาเรื่อย ๆ จื่อิกัดฟันกรอด ๆข่มอารมณ์ของตน
ไป๋เจี้ยนเข้ามาประคองทั้งที่ตนเองก็ได้รับาเ็มาไม่น้อย
“อาการกำเริบอีกแล้วหรือขอรับ?”
จื่อิพยายามลืมตา! มองแผ่นหลังหลินเซียวจากไปขาเล็กสั้นวิ่งเร็วกว่าที่คิด ตอนนี้เหงื่อเย็นเกาะไรผมเต็มหน้าผากจื่อิฝืนใจพูด! ปัดแขนไล่ไป๋เจี้ยนออกไป
“อย่าห่วงข้า! เร็วเข้า!ตามนางไป”
หลินเซียววิ่งตรงไปยังศาลาพักม้าเห็นกล่องไม้สีดำขนาดใหญ่!
เด็กหญิงใช้ฝ่ามือผลักฝาโลงให้เปิดออก หลินเซียวใช้แรงทั้งหมดเท่าที่มีเบ่งฮึ๊บดันแผ่นไม้อย่างสุดความสามารถออกแรงหนึ่งครั้ง น้ำใสในตาหยดลงหนึ่งครั้ง
อ๊า! อ๊าก ~~
หลินเซียวไม่ยอมแพ้ผลักแผ่นไม้ต่อไปจนข้อมือได้รับาเ็เด็กหญิงยินดีตายเป็เพื่อนท่านแม่ ยินดีไปนอนในโลงแคบ ๆ เป็เพื่อนท่านแม่น้ำเสียงของนางฟังดูน่าสงสาร
“ท่านแม่รักอิสระไม่ชอบที่แคบ อย่างนั้นคงเหงามากใช่หรือไม่”
เด็กน้อยทุบฝาโลงอย่างบ้าคลั่งผิวกายอันขาวสะอาด แดงแฉ่น่าสงสาร
ไป๋เจี้ยนคว้าหลินเซียวไว้ในอ้อมกอดจากนั้นลูบหัวนางอย่างสุภาพ ก่อนจะใช้มืออีกข้างปิดตานาง ยู้ปากจู๋ทำเสียง “ชู้ว ชู้ว” ปลอบเด็ก
ยอมรับว่าคนที่ไม่เคยเสียน้ำตาให้กับสิ่งใดอย่าง
ไป๋เจี้ยน เสียน้ำตาให้ความกตัญญูของหลินเซียวจนได้ ไป๋เจี้ยนคือเด็กกำพร้าไม่เคยััความรักจากบิดามารดา รู้แต่เพียงว่านายท่านซ่งเก็บมาไว้ข้างกายให้อาหารกิน ให้ผ้าคลุม ให้ที่ซุกหัวนอน นับว่าเป็พระคุณยิ่งใหญ่ด้วยเหตุนี้จึงรับใช้ข้างกายถวายหัว แม้ตัวตายไม่คิดเสียดายชีวิต