เมื่อแสงอาทิตย์เริ่มอ่อนแรงลง ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็สีส้มและสีม่วง ไลราและหลงก็เดินทางมาถึงบริเวณใกล้กับเมืองหลวงที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า กำแพงเมืองสูงใหญ่ทอดยาวสุดสายตา สร้างความรู้สึกโอ่อ่าและแข็งแกร่ง หลงชี้ให้ไลราดูประตูเมืองหลักที่ยังคงเปิดอยู่ แต่ก็มีทหารยามยืนเฝ้าอยู่หลายนาย
"เมืองหลวงใหญ่โตมาก" ไลราอุทานออกมาเป็ภาษาอนาคต พลางใช้มือบังแดดที่กำลังจะลับขอบฟ้า หลงยิ้มและพยักหน้า แม้จะไม่เข้าใจภาษาของเธอ แต่เขาก็พอจะรับรู้ได้ถึงความตื่นตาตื่นใจของเธอ
พวกเขาหาที่พักซ่อนตัวอยู่ในป่าละเมาะเล็กๆ ไม่ไกลจากกำแพงเมือง หลงบอกว่าเขาจะพักอยู่ที่นี่และรอคอยไลรา หากเธอ้าความช่วยเหลือเมื่อออกมาจากเมือง
ไลรามองไปยังประตูเมืองที่เริ่มมีผู้คนสัญจรน้อยลงเมื่อความมืดค่อยๆ ปกคลุม เธอสังเกตการผลัดเปลี่ยนเวรยามของทหาร และพยายามจดจำตำแหน่งของพวกเขา รวมถึงเส้นทางที่ดูจะลับตาคน เพื่อวางแผนการเข้าไปในเมืองอย่างปลอดภัยในคืนนี้
"ต้องหาทางเข้าไปให้ได้" ไลราพึมพำกับตัวเอง เธอหยิบอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมาเพื่อลองแปลคำว่า "ทางลับ" แต่แบตเตอรี่กลับกระพริบเตือนสีแดงอย่างน่าใจหาย เธอถอนหายใจ เธอต้องพึ่งพาสัญชาตญาณและการสังเกตของตัวเองให้มากที่สุด
ความคิดเื่ความเสี่ยงเริ่มเข้ามาในหัวของเธอ การลอบเข้าไปในเมืองที่ไม่คุ้นเคยในเวลากลางคืนเต็มไปด้วยอันตราย เธอไม่รู้ว่าเธอจะต้องเจอกับอะไรบ้าง แต่เป้าหมายที่รอคอยอยู่ข้างหน้าก็เป็แรงผลักดันให้เธอต้องก้าวข้ามความกลัวนี้ไปให้ได้
แสงสุดท้ายของวันลาลับไป ความมืดมิดเริ่มปกคลุมเมืองหลวง ไฟจากตะเกียงตามบ้านเรือนและหอคอยต่างๆ เริ่มสว่างขึ้น เป็สัญญาณว่าถึงเวลาที่เธอต้องเริ่มปฏิบัติการแล้ว