ท้องฟ้าฉีกขาดเป็รัศมีสีดำม่วงมันไม่ใช่แค่รอยแยก แต่มันคือแผลเปิดของโลก ขอบฟ้าบิดเบี้ยวแสงถูกกลืนหายเข้าไปในความมืด สายฟ้าฟาดลงมาอย่างบ้าคลั่ง
เปรี้ยงงงงง!!!
แรงสั่นะเืกระแทกลงสู่พื้นดินหัวใจของทุกคนเต้นผิดจังหวะ
“โฮกกกกกกกก!!!”
แล้วเสียงนั้นก็ดังขึ้น ทั้งสูงและต่ำรุนแรงและกระหายเืมากพอจะกลบทุกเสียงในแนวปะทะ
ป่าะเิ คำนิยามเดียวสำหรับภาพตรงหน้ามันคือภัยพิบัติระดับที่ไม่มีใครในที่นี้เคยเผชิญ
ต้นไม้หักโค่นประหนึ่งถูกพายุฉีกกระชากฝูงสัตว์รัตติกาลทะลักออกมาเป็คลื่นมหาศาลย้อมให้ทั้งผืนป่ากลายเป็สิ่งมีชีวิตเดียวที่กำลังพุ่งเข้าหาเมือง
ดินยุบ รากไม้ฉีกขาด กลิ่นเืกลิ่นคำสาป และกลิ่นเน่าเหม็นลอยปะปนในอากาศ
“ตั้งแนว! ตั้งแนว!รักษาตำแหน่งของตัวเองไว้! อย่าแตกแถว!!”
อัศวินลาเมทัสกระแทกโล่ลงพื้น
เคร้งงงง!!
แนวโล่เรียงตัวเป็กำแพงเหล็กเสียงหายใจหนักหน่วงประสานเป็จังหวะเดียว ดวงตาทุกคู่แน่วแน่
แม้ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวแม้หัวใจเต้นรัวแทบจะแตกสลาย แต่ดาบในมือไม่เคยคลายและเกียรติของอัศวินไม่เคยสั่นคลอน ทุกคนเค้นพลังในร่างจนถึงขีดสุด
“มาแล้ว!!!”
ตูมมมมม!!!
แรงปะทะแรกประหนึ่งูเาทั้งลูกพุ่งชนโล่แอ่นงอ เสียงกระดูกลั่นแทรกเข้ามาในเสียงโลหะ อัศวินแถวหน้าหลายคนเข่าทรุดเืไหลออกจากมุมปาก
“ตรึงมันไว้!!!”
หอกแทงสวนออกไป ฉึก! ฉัวะ! ฉึก!
เืสีดำสาดกระแทกโล่แต่ยังไม่ทันถอนหอก กรงเล็บอีกชุดก็ฟาดลงมา
แคร้ง!!!
โล่บางอันแตก เสียงกรีดร้องเริ่มดังขึ้นแนวซ้ายเริ่มยุบ
“มันทะลุ!”
เสียงะโขาดห้วงก่อนที่เงาดำพุ่งฝ่าควันเืเข้ามา ดุจคลื่นคลั่งไร้สติ กรงเล็บแหวกอากาศฟาดลงใส่แนวป้องกันที่เริ่มแตกร้าว
ฉัวะ!
อัศวินคนหนึ่งปลิวกระแทกพื้นเกราะยุบเป็แอ่ง เสียงหายใจติดขัดไม่กี่ครั้งแล้วเงียบลง
“แนวซ้ายถอยหนึ่งก้าว! อย่าแตกแถว!!”
คำสั่งดังฝ่าความโกลาหลแต่แรงกดดันดุจูเาทับถมหนักขึ้นทุกวินาที ฝูงร่างคลั่งไร้ซึ่งความเหน็ดเหนื่อยเหลือเพียงสัญชาตญาณแห่งการบดขยี้และฉีกทึ้ง
พื้นดินสั่นะเือีกครั้ง
ตู้มมม!!!
สัตว์อสูรขนาดมหึมาพุ่งเข้าชนเขาโค้งสีดำแทงทะลุโล่สามชั้นในคราวเดียว อัศวินทั้งแถวกระเด็นกระจัดกระจาย
“เราจะยันไม่ไหวแล้ว!”
เสียงหนึ่งะโขึ้นด้วยความสิ้นหวัง
ประหนึ่งเบื้องบนได้ยินคำอธิษฐานทันใดนั้นเอง…
ฟึ่บบบบ!!!
เงาของใครบางคนพุ่งผ่านแนวสัตว์ร้ายประหนึ่งสายลม
ฉับ!
หัวอสูรลอยขึ้นกลางอากาศเืยังไม่ทันพุ่ง ร่างก็ล้มลงแล้ว
หน่วยลับของลาเมทัสหน่วยสังหารเขี้ยวสนธยา พวกเขาไม่หยุดนิ่ง ไม่ชะงัก ไม่มีการรอจังหวะมีเพียงการเคลื่อนที่ สังหาร และหลบหลีกหายไป
มีดสั้นเสียบใต้คาง ตัดเส้นเสียงแทงทะลุหัวใจ ปาดเอ็นขาหลัง ทุกการโจมตีคือจุดตาย
แต่ถึงมีความเชี่ยวชาญจะเหนือชั้นจำนวนของอสูรก็มากเกินไป หลายคนในหน่วยพลาดท่า จบชีวิตลงอย่างทรมาน
“เติมตำแหน่ง! อย่ามัวแต่มอง!!”หัวหน้าหน่วยฝั่งซ้ายะโลั่น แม้าแจะเต็มร่าง
อสูรั์ตัวหนึ่งพุ่งทะลุแนวซ้ายเข้ามาเขี้ยวยาวเท่าดาบ กางกรงเล็บฟาดใส่อัศวินที่กำลังล้ม
“ระวัง!!”
ตูมมมม!!!
พื้นดินะเิจากแรงกระแทก้าอสูรถูกกดจมลงกับพื้น กระดูกยุบแตก เศษหินกระเด็นกระจาย
ร่างหนึ่งยืนอยู่กลางหลุมทุกสายตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ
โจเวล ลาเมทัส บุตรชายคนโตแห่งตระกูลชายผู้ถูกขนานนามด้วยฉายาอันน่ารังเกียจ จุดด่างพร้อยแห่งคมดาบ
[ กำจัด สัตว์อสูรแห่งห้วงเวลา ระดับ 2 สำเร็จ ]
[ ได้รับ 12 จิตอสูร ]
[ ความเกรงขามแผ่กระจาย ]
[ อัศวินในสนามรบเริ่มจดจำชื่อของคุณ ]
แรงพลังะเิออกจากร่างเป็ระลอกคลื่นคล้ายสายฟ้าเหนือศีรษะหนาแน่น ทรงพลัง และกดดันจนแม้อากาศยังสั่นะเื
ดวงตาคมกวาดมองแนวรบเพียงครั้งเดียวก่อนร่างจะหายไป
ฟึ่บ!!!
เขาปรากฏตัวกลางฝูงอสูรหมาป่าคลั่งโลหิตศัตรูตัวฉกาจของแนวหน้า
ฉัวะ!!!
ดาบฟาดในแนวนอนร่างอสูรห้าตัวขาดครึ่งพร้อมกัน เืยังไม่ทันตกถึงพื้น เขาก็หมุนตัวต่อ
ฟึ่บ! ฉึก! ฉัวะ!!
แทงทะลุอก ฟันเฉือนคอเตะกระแทกจนกระดูกยุบ ทุกการเคลื่อนไหวลื่นไหลไร้แรงต้านประหนึ่งนักล่าที่ถือกำเนิดมาเพื่อสังหาร
[ กำจัด สัตว์อสูรแห่งห้วงเวลา ระดับ 2 สำเร็จ ]
…
[ กำจัด สัตว์อสูรแห่งห้วงเวลา ระดับ 2 สำเร็จ ]
[ ได้รับ 67 จิตอสูร ]
[ จิตสังหารกำลังเพิ่มสูงขึ้น ]
ด้านหลังมีการสนับสนุนจากสองสหาย
“ซ้ายสูง! ระยะสามสิบ!!”เสียงเอเมอร์เฉียบคม
ฟึ่บ!
ลูกศรพุ่งเร็วจนสายตาตามไม่ทัน
ปึก!!
ทะลุกะโหลกอสูรที่กำลังจะงับหัวอัศวินจาก้า
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
สามดอกต่อเนื่อง แม่นยำและรุนแรงจบสามชีวิตดับในพริบตา
[ ลูกน้องภายใต้สังกัดแข็งแกร่งขึ้น ]
เอเมอร์ไม่หยุดนิ่งวิ่งด้วยความเร็วที่แรงพลังอัดแน่นจนบิดอากาศ เหยียบกิ่งไม้ ดีดตัวหมุนร่างกลางอากาศ ง้างคันธนูยิงตามการมองเห็น ดุจนักล่าบนท้องฟ้า
“นายน้อย ขวาล่าง!!”
เขาะโเตือนทันทีที่เห็นมุมบอดของโจเวลพร้อมกับกรงเล็บั์ที่ฟาดลงมา
เคร้งงงง!!!
แซมพุ่งเข้าขวางโล่เคลือบแสงสีทองปะทะกรงเล็บจนประกายไฟกระจาย แขนสั่น เส้นเืปูด แต่เขาไม่ถอย
“ระวังหลังให้เองบอส! อ๊าก!!”
เขาคำรามแล้วดันกลับ
ตูมมม!!!
อสูรถูกกระแทกถอยไปหลายเมตรโจเวลโผล่ขึ้นด้านหลังมันในทันที
ฉัวะ!!!
หัวอสูรหมีเกล็ดน้ำแข็งขาดกระเด็นเืพุ่งเป็ม่าน
[ กำจัด สัตว์อสูรแห่งห้วงเวลา ระดับ 3 สำเร็จ ]
[ ได้รับ 41 จิตอสูร ]
[ ความเข้ากันของลูกน้องเพิ่มมากขึ้น ]
[ชื่อเสียงสังกัดของท่านได้รับความสนใจมากขึ้น ]
“ยังไม่จบ…”
คลื่นความมืดระลอกใหม่ยังถาโถมเข้ามาเสียงกระแทกพื้นกระหน่ำ ลมหายใจอัศวินเริ่มพร่า
“เราจะไม่ไหวแล้ว!”
เปรี้ยงงงงงง!!!
[ ผ่านเงื่อนไขสำเร็จ ]
[ ระดับชื่อเสียง : ERank ]
[ ชื่อของคุณเริ่มถูกจดจำ ]
[ อิทธิพลในสนามรบขยายตัว ]
[ ความเกรงขามเพิ่มขึ้น ]
[ ฟังก์ชั่นทักษะถูกปลดล็อก ]
สายตาของโจเวลเลื่อนผ่านข้อความแจ้งเตือนอย่างรวดเร็วสามารถจับใจความสำคัญได้เพียงมองแค่ปราดเดียวโชคดีมากที่เคยใช้งานระบบของสิ่งตรงหน้ามาก่อนในอดีต
แล้วต้องสะดุดเข้ากับหนึ่งสิ่งเข้า
“ช่วยไม่ได้…ต่อให้หมดตัวก็ต้องใช้แล้ว”
[ โปรดยืนยันการชำระ 500 จิตอสูร ]
“ยืนยัน!”
สายฟ้าสีเงินผ่าลงมากลางสนามรบดุจ์ฉีกตัวเองเพื่อส่งบางสิ่งลงมา คลื่นพลังของโจเวลเปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่พลังแต่คือแรงกดข่มอันน่าเกรงขาม
ฟึ่บบบบ…
แรงลมะเิออกจากจุดยืนฝูงเงามรณะชะงัก ไม่ใช่เพราะถูกหยุด แต่เพราะสัญชาตญาณกำลังกรีดร้องเตือนผู้ล่าที่อยู่เหนือห่วงโซ่อาหาร ยืนอยู่ตรงหน้า
[ ฝูงอสูรกำลังหวาดกลัว ]
แสงจากอัญมณีสีแดงเปล่งประกายกระบวนท่าไหลเข้าสู่จิตใต้สำนึก หลอมรวมเป็วิถีดาบที่สมบูรณ์
โจเวลเงยหน้า ดวงตาสีโลหะวาบแสง
“ถอยไปสามก้าว” เขาพูดเรียบนิ่ง
ทุกคนที่ได้ยินรีบทำตามโดยไม่มีใครลังเล
แซมถอยทันทีลากโล่ที่แตกร้าวออกจากแนวหน้า เอเมอร์ะโขึ้นสู่กิ่งไม้สูง สายตายังคงล็อกเป้า
พวกเขารู้…ต่อจากนี้ไม่ใช่สนามของพวกเขาแล้ว
โจเวลยกดาบขึ้นระดับสายตามือทั้งสองกำแน่น ออร่าหมุนวน จากคลื่นกลายเป็วังวน จากวังวนกลายเป็กระแสเสียงคมดาบเสียดอากาศดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ
พื้นดินแตกร้าวเศษหินลอยขึ้นจากแรงกดที่มองไม่เห็น ฝูงอสูรคำรามแล้วพุ่งเข้าใส่พร้อมกันนับร้อย
[ สะบั้นคลื่นพิภพ ]
ฉับ!!!!
ไม่มีเสียงะเิ ไม่มีแสงฉูดฉาดมีเพียงเส้นตัดที่เงียบงันกรีดผ่านทุกสิ่งในแนวเดียวกัน
ชั่วขณะหนึ่ง ทุกอย่างหยุดนิ่ง
“เกิดอะไรขึ้น…ทำไมพวกมันไม่ขยับ”อัศวินขั้นกลางคนหนึ่งเอ่ยเสียงแ่
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะะะะ!!!
ร่างสัตว์ร้ายกว่าร้อยชีวิตแยกออกจากกันประหนึ่งถูกคมมีดที่มองไม่เห็นเืพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเหมือนฝนสีดำ พื้นสนามรบเปิดเป็ร่องลึกยาวหลายสิบเมตรแนวรัตติกาลระลอกนั้นถูกลบหายไปทั้งแถบ
[ กำจัด สัตว์อสูรแห่งห้วงเวลา ระดับ 2สำเร็จ ]
[ กำจัด สัตว์อสูรแห่งห้วงเวลา ระดับ 3 สำเร็จ ]
…
[ กำจัด สัตว์อสูรแห่งห้วงเวลา ระดับ 2 สำเร็จ ]
[ ได้รับ 1,718 จิตอสูร ]
[ ออร่าถูกปลดปล่อยเกินขีดจำกัด ]
[ ร่างกายกำลังรับผลกระทบ ]
[ การควบคุมพลังเริ่มไม่เสถียร ]
[ การฝืนต่อสู้อาจส่งผลถึงชีวิต ]
อัศวินทุกคนหยุดหายใจไม่มีเสียงใดหลงเหลือ แม้แต่ลมหายใจของา
[ ฉายาใหม่กำลังก่อตัว ]
แซมอ้าปากค้าง มือที่จับโล่ยังสั่น
“เกินไปมากนะ บอส…”
เอเมอร์เองก็แทบไม่อยากเชื่อเขาเงียบไปชั่วครู่ ก่อนยิ้มมุมปาก
“ใครจะไปเชื่อกัน…นี่คือนายน้อยโจเวล”
แต่ยังไม่ทันได้ดีใจนานเสียงและแรงกดดันมหาศาลก็พุ่งเข้ามาจากฝั่งซ้ายของสนามรบ
ครืดดดดด…
บรรยากาศหนักอึ้งราวกับอากาศแตกร้าวเป็เศษกระจกที่มองไม่เห็นรอยแยกสีดำม่วงที่ฉีกค้างอยู่ก่อนหน้าเริ่มขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ
เหมือนถึงเวลาปลดปล่อยบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวออกมา
ความอันตรายที่ไม่อาจหยั่งถึงคืบคลานพ้นขอบฟ้ากลายเป็คลื่นพลังมหาศาล กลิ่นอายทั้งหนักหน่วงและเก่าแก่
[ตรวจพบสิ่งมีชีวิตระดับภัยพิบัติกำลังลงสู่พื้นที่ ]
“ให้มันได้อย่างงี้สิ…”
ดวงตาของโจเวลหรี่ลงเล็กน้อย
พลังงานในร่างถูกรีดใช้ไปเกือบหมดประสาทััเริ่มพร่าเลือน มือที่จับดาบเริ่มอ่อนแรงจนแทบประคองไม่อยู่
แต่เขายังคงกัดฟันยืนอยู่หน้าทุกคนเพื่อไม่ให้ใครต้องเสียกำลังใจ
เงาขนาดมหึมาทาบลงบนผืนดินเบื้องหน้าใหญ่กว่าฝูงอสูรหลายสิบหลายร้อยรวมกันมันใหญ่พอจะกลืนแนวป้องกันของเมืองทั้งแนวเข้าไปในคราวเดียว
แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากรอยแยกนั้น
“โฮกกกกกก!!!”
เสียงคำรามที่เต็มไปด้วยความหิวกระหายแฝงพลังทำลายล้าง
“อึก!”
[ จิตสังหารถูกกดทับ ]
[ คำเตือน ]
[ ระดับแตกต่างกันมากเกินไป ]
[ ระบบประเมินว่าไม่สามารถเอาชนะได้ ]
[ แนะนำให้รีบหนีทันที ]
คลื่นพลังของโจเวลสั่นะเืกลิ่นขมฝาดของเืตีขึ้นลำคอ ก่อนที่เขาจะกระอักเืออกมา
“แรงจะขยับยังไม่มีเลย ถอยยังไง!”อยากจะสบถด่าระบบจริงๆ
“นายน้อย!”
“บอส!”
เอเมอร์และแซมรีบพุ่งเข้ามาประคองร่างที่เกือบล้มลงของโจเวลไว้ได้ทัน
“ปกป้องนายน้อย!!”หัวหน้าอัศวินรักษาการฝั่งซ้ายสั่งการทันทีโดยไม่ลังเล
เคร้ง!!!
“ขอรับ!!!”
[ อิทธิพลต่อกองกำลังลาเมทัสเพิ่มขึ้น ]
เสียงขานรับดังกึกก้องปราการโล่ถูกปักลงพื้นล้อมรอบทั้งสามเป็วงกลม ความมุ่งมั่นฉายชัดบนใบหน้าของทุกคนไม่มีใครลังเล เมื่อเห็นการยืนหยัดของคนที่อยู่ด้านใน
“ทำได้ดีมาก…อัศวินแห่งลาเมทัสทุกท่าน”
[ ตรวจพบผู้ใช้ออร่าระดับราชันย์ ]
[ผู้มีอำนาจสูงสุดของพื้นที่เข้าสู่สนามรบ ]
[ ความหวาดกลัวของอัศวินลดลง ]
เสียงนั้นไม่ได้ดังแต่กลับก้องไปทั่วสนามรบ มันกดทับเสียงคำรามของอสูร กดทับเสียงโลหะปะทะแม้แต่เสียงหัวใจของผู้คน ยังถูกบังคับให้หยุดฟัง
ร่างของชายผู้หนึ่งก้าวออกมาอย่างนิ่งเงียบราวกับมหาสมุทรที่สงบนิ่ง แต่หนักแน่นจนแผ่นดินยังต้องเปิดทาง
เสื้อคลุมสีเข้มพลิ้วไหวเพียงเล็กน้อยท่ามกลางลมที่ปั่นป่วนดุจพายุดวงตานิ่งลึก…ลึกเสียจนเหมือนกลืนกินแสงทั้งหมดเข้าไป
กลิ่นเืที่อบอวลทั่วผืนการสังหารไม่อาจกลบศักดิ์ศรีที่แผ่ออกจากตัวเขาได้ ออร่าสีเงินแผ่ขยายกดทับทุกสิ่งลงอย่างเงียบงัน
ดุจแสงแห่งรุ่งอรุณ ที่ไม่ได้ร้องขอแต่บังคับให้ความมืดต้องถอยหนี
อัศวินทุกนายเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัวไม่ใช่เพราะคำสั่งแต่เพราะเืในกายกำลังบอกพวกเขาว่า…ผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือใคร
ดยุกเฮนรี่ ผู้นำแห่งตระกูลลาเมทัสผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อำนาจในสนามรบแห่งนี้
เื้ัเขากองกำลังอัศวินพิทักษ์อรุณก้าวตามมาเป็ระเบียบโล่กระทบกันเป็จังหวะเดียว ดุจเสียงหัวใจของกองทัพ
เคร้ง…เคร้ง…เคร้ง…
สนามรบที่กำลังจะพังทลายเริ่มตั้งหลักขึ้นอีกครั้ง
ดยุกเฮนรี่หยุดยืนสายตามองทะลุผ่านแนวอสูรไปยังต้นตอของความวิบัติ แล้วเขาก็เอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่หนักแน่นยิ่งกว่าขุนเขา
“ชื่อของอัศวิน…ไม่ได้มีไว้ให้ผู้ใดเอ่ยขานตามใจชอบ”
ชั่วขณะหนึ่ง ทุกสิ่งหยุดนิ่งแม้แต่อสูร ยังชะงัก
“แต่มันมีไว้…”
ออร่ารอบตัวเขาหนักขึ้นอีกขั้นพื้นดินแตกร้าวเป็วงกว้าง
“…เพื่อสลักลงบนโลกใบนี้ด้วยเืและชัยชนะ!”
เสียงสุดท้ายตกลงมาเสมือนคำพิพากษาพลังของอัศวินทั้งแนวรบลุกโชนในทันที ความกลัวถูกบดขยี้ ความสิ้นหวังถูกฉีกกระชากเหลือเพียงสิ่งเดียว…ศรัทธา
[ขวัญกำลังใจกองทัพเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ]
ดยุกเฮนรี่ยกมือขึ้นเล็กน้อยทั้งกองทัพก็พร้อมเคลื่อน แล้วคำสั่งเดียวก็ตกลงมา
“บุก!”