
เครดิตภาพจาก https://wallpaperboat.com
มือขวาที่เปล่งแสงทะลวงกลางอกของมารร้ายเข้าเต็มๆก่อให้เกิดเกิดแผลลึกจนเกือบทะลุ และสิ่งที่ตามมาก็คือ.....โลหิตสีดำที่พุ่งกระฉูดอย่างมากมายจนเปรอะเปื้อนกายบางของอากิเนะ
"อึก....." มารร้ายได้แต่สะอึกเพราะถูกโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว ไม่นาน ดวงตาแดงก่ำก็ปิดสนิทเป็นสัญญาณบอกให้รู้ถึงชีวิตที่กำลังดับสูญ
ร่างสันทัดของมารร้ายแน่นิ่งรอยยิ้มวิปลาสเริ่มสลาย ทำให้ใบหน้าของมันกลับกลายมาอ่อนเยาว์ดุจมาวินคนเดิมและนั่นก็เป็นเหตุให้อากิเนะรู้สึกตัว เธอจึงดึงมือออกจากอกทำให้ประจักษ์กับแผลทรงกลมขนาดใหญ่และลึกโบ๋ แต่มองไม่เห็นเนื้อใน เพราะมีโลหิตดำคอยปกคลุม
กายของอากิเนะสั่นเทาออร่าสีม่วงอมดำพลันสลายไป เธอจับจ้องใบหน้าของมาวินผู้เป็นร่างอวตารของมารร้ายอยู่ตลอด น้ำใสๆไหลออกมาจากดวงตากลมโตพร้อมความเสียใจที่พรั่งพรู
"ฮือ.....นะ.....นี่เราทำอะไรลงไป เราเป็นคนฆ่ามาวิน ฮือ......"
..........................
(ณ.สถานที่แห่งหนึ่ง)
"เอ๊ะ......ที่นี่คือที่ไหน" มาวินสะดุ้งตกใจ เขารีบมองไปรอบๆ แต่ก็พบกับความมืดที่รายล้อมทุกทิศทางราวกับว่ามีม่านหมอกแห่งราตรีคอยปกคลุมเป็นฉากหลัง
มาวินงงสุดขีดสลับหวาดกลัวสิ่งสุดท้ายที่จำได้คือ.....อยู่ในบ้านสุขสันต์กับจันผู้เป็นคู่ชีวิต แต่แล้ว เด็กสาวร่างบาง ผู้มีสมญานามว่า....กระต่ายน้อยเบอร์สอง(เสร่อไปตั้งให้เขาเอง)ก็เข้ามาสังหารภรรยาแสนรัก จากนั้น ทุกอย่างก็ดับวูบไป
"บ้าน่า บ้าที่สุด ทำไมต้องเป็นแบบนี้ " มาวินถึงกับคอตก ความหวาดกลัวได้หายไปเพราะถูกความอาดูรเข้าแทรกจนเต็มพื้นที่ของหัวใจ หนุ่มหัวเขียวอยากจะร้องไห้บางทีก็อยากตายไปซะเดี๋ยวนั้น เพื่อจะได้ไปหาจัน ผู้เป็นที่รัก แต่สุดท้ายก็พลันได้คิด
"เมื่อชีวิตยังไม่สิ้น ก็ต้องสู้ต่อไป "
พอคิดได้ดังนั้นหนุ่มหัวเขียวก็เริ่มมองหาทางออก ซึ่งสิ่งแรกที่ต้องทำก็คือ.....รู้ให้ได้ว่าตอนนี้ เขาอยู่ที่ไหนแต่ไม่ทันไร หูก็แว่วเสียงของบุรุษผู้หนึ่ง มันเป็นกระแสที่แหบห้าวและทรงอำนาจ
"เยี่ยมมาก เจ้ามีจิตใจที่เข้มแข็ง สมกับเป็นร่างอวตารของข้า "
"เฮ้ย.....ใครพูดน่ะ "มาวินตกใจอีกครั้ง เขารีบเหลียวซ้ายแลขวา แต่ไม่ว่าพยายามเพียงใดก็พบกับความว่างเปล่าและม่านหมอกสีดำ ขณะที่หนุ่มหัวเขียวยืนงงเสียงปริศนาก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
"ไม่ต้องแตกตื่นไป จันไม่ได้สิ้นชีวิตอย่างที่เข้าใจ และในตอนนี้ เจ้าได้อยู่ในส่วนลึกที่สุดของโลกแห่งจิตใจ"
"หา.....ส่วนลึกที่สุดของโลกแห่งจิตใจ" มาวินทวนคำ ดวงตาเรียวเล็กเริ่มเบิกโพลงด้วยความตกใจ เท่ากับว่าคำปลอบประโลมเมื่อครู่ไม่มีผลในทางที่ดีเลยซักนิด ซึ่งก็ควรจะเป็นเช่นนั้นถ้ามีใครซักคนถูกโยนมาอยู่ในสถานที่แห่งนี้ แต่เจ้าของเสียงปริศนากลับไม่สนใจและพูดต่อไป
"หึ หึ หึ ใช่แล้ว เจ้าหลงมาอยู่ในห้วงเหวแห่งมโนทวาร และจะไม่มีวันกลับออกไปเพราะมันเป็นสถานที่จองจำเหล่าจิตวิญญาณที่พ่ายแพ้ "
"ชั้นน่ะเหรอแพ้ เป็นไปไม่ได้ " มาวินไม่เชื่อเพราะจำไม่ได้ว่าตัวเองไปร่วมงานประลองตอนไหน เดือดร้อนให้เจ้าของเสียงปริศนาเป็นผู้เฉลยด้วยการยิงคำถาม
"ถ้าจะให้บอกว่าแพ้ตอนไหน ก็ขอถามซักคำ ในช่วงที่ใช้ชีวิตกับจัน เจ้ามีความสุขมั้ย"
"ใช่.....ชั้นมีความสุขที่สุด" มาวินตอบเบาๆ รอยยิ้มจางๆเริ่มฉาบบนใบหน้าเพราะรำลึกถึงความทรงจำที่แสนสวยงาม ทว่าเจ้าของเสียงปริศนาไม่ยอมให้หนุ่มหัวเขียวได้สุขสันต์เลยแทรกกลับมาด้วยข้อเท็จจริงที่น่าสะพรึง
"และในทุกๆคืน มักจะฝันประหลาดด้วย ใช่มั้ย สรุปว่า....เจ้าฝันถึงอะไร "
พอมาถึงตรงนี้ใบหน้าของมาวินก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดเพราะจำได้ว่าฝันที่พบเจอในทุกคืนนั้นค่อนข้างน่ากลัว ในที่นั้น เขาได้กลายเป็นเด็กหนุ่มที่หลุดเข้าไปในโลกของเกมออนไลน์และใช้ชีวิตผจญภัยอย่างสมบุกสมบัน แถมยังได้เจอกับใครบางคนที่คล้ายจัน เธอมีนามว่า.....เหมยลี่
"หึ หึ หึ พอจะจำอะไรได้บ้าง " เจ้าของเสียงปริศนายังไถ่ถามพร้อมแทรกเสียงหัวเราะเป็นระยะ ประมาณว่าขบขันในสิ่งที่มาวินคิด แต่หนุ่มหัวเขียวไม่นึกโมโหโกรธากลับแจงเรียบๆและล่องลอย ราวกับต้องมนต์สะกด
"จำได้ว่า.....มันเป็นฝันที่แสนเจ็บปวดรุนแรง เต็มไปด้วยการผจญภัยและ......"
"เร้าใจจนไม่อยากจะหยุดมัน " เจ้าของเสียงปริศนาพูดดักคอทำให้หนุ่มหัวเขียวอึ้ง เพราะมันคือความจริงทุกประการ เขาจึงร้องถามเสียงหลง
"นะ.....นายรู้ความคิดของชั้นได้ยังไง"
แต่แทนที่จะได้ยินคำตอบที่ทำให้กระจ่างมาวินกลับได้เสียงหัวเราะที่ดังสนั่น
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า......เจ้านี่มันตลกจริงๆ"
"นายหัวเราะอะไร แล้วชั้นตลกตรงไหน " มาวินเริ่มโมโหเล็กน้อยเลยร้องถามเสียงขุ่น
"ฮะ ฮะ ขอโทษที่ทำให้โมโห เอาล่ะ มาเริ่มกันใหม่ ขอเปิดด้วยคำถามต่อไปก็แล้วกันถ้าข้าจะบอกว่า....สิ่งที่เจ้าคิดว่าจริงนั้นก็คือโลกในจินตนาการของตัวเองส่วนความฝันที่พบเจอในทุกคืนนั้นคือความจริง เจ้าจะว่ายังไง "เจ้าของเสียงปริศนาเริ่มบรรเทาอาการขบขัน พร้อมกล่าวแบบเป็นงานเป็นงาน
"ชั้นก็จะบอกให้นายเลิกเพ้อเจ้อ แล้วไปตายซะ อ่านนิยายแฟนตาซีมากเกินไปรึไงถึงได้ฟุ้งแบบนี้ " มาวินสวนทันควันด้วยวาจาเผ็ดร้อน บ่งบอกว่าเริ่มเดือดระอุเช่นกันแต่แล้ว เขาก็พลันได้คิด
"เอ๊ะ.....แต่ว่า เอ่อ.....ยัยกระต่ายน้อยเบอร์สองกะ....ก็เคยบอกเราแบบนี้เหมือนกันและถ้ามันเป็นความจริง กะ.....ก็หมายความว่า....." ถึงตรงนี้ มาวินเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้มากขึ้นเรื่อยๆความทรงจำกว่า 90 เปอร์เซ็นต์หลั่งไหลเข้ามาในสมอง
"อีกประการ เราเริ่มจำได้แล้วก่อนที่จะกลายเป็นแชมป์โลกสเก็ตบอร์ดและใช้ชีวิตร่วมกับจันเราได้แพ้เจ้าหนุ่มหน้าขาว(โอคุยาสุ)ในการประลอง จากนั้นก็เจอตัวเองในด้านมืดซึ่งชวนสยองมาก ปิดท้ายด้วยการทำสัญญากับหมอนั่น "
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในที่สุด เจ้าก็จำได้ และนี่คือร่างจริงของข้า "เจ้าของเสียงปริศนาหัวเราะชอบใจอีกครั้ง และพอสิ้นกระแสบุรุษผู้นั้นก็เริ่มปรากฏกายตรงหน้า
ผู้มาใหม่มีรูปกายเป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งผมบนศีรษะขาวโพลนและยาวสลวยถึงกลางหลัง ตามแขนที่โผล่พ้นชายเสื้อมีรอยสักสีแดงที่ดูประหลาดสถิตอยู่แต่นั่นไม่น่าแปลกใจเท่ากับดวงตาแดงฉานที่ประดับบนใบหน้าเรียวยาว
"นะ.....นั่นคือนะ.....นายเหรอ ดะ....ดูเหมือนคนมากกว่าที่คิด ไม่สิหล่อสะบัดเลยต่างหาก " มาวินยอมรับว่าตกใจมากที่เห็นร่างจริงของมารร้าย มันผิดไปจากที่คาดเอาไว้มาก
"หึ หึ หึ ขอบคุณสำหรับคำชม " มารร้ายยิ้มรับพร้อมทิ้งกายลงนั่งในระดับเดียวกับมาวิน ด้วยท่วงท่าที่ดูดิบๆทำให้มันกลายเป็นมารที่หล่อแบบเถื่อนๆ
มาวินนั่งจ้องอมนุษย์อยู่นานเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ในที่สุด มารร้ายก็ลองหยั่งเชิง
"เอาล่ะ ข้ารู้ว่าเจ้ายังงงอยู่ ดังนั้น มีอะไรจะถาม ก็ว่ามา "
"นายเป็นใคร มาอยู่ในร่างของชั้นได้ยังไง ตกลง นายยังเป็นด้านมืดของชั้นอยู่มั้ยแล้วมีวัตถุประสงค์อะไร ถึงได้ทำแบบนี้ "คำพูดของอมนุษย์เป็นเหมือนสัญญาณไฟเขียวให้รถแล่นผ่านมาวินจึงพรั่งพรูทุกสิ่งออกมาจนหมด ทำให้มารร้ายถึงกับชะงักงันพร้อมยกมือห้ามอย่างรวดเร็ว
"เฮ้ๆ ใจเย็นก่อน ถามทีละอย่างและช้าลงด้วย ข้าตอบไม่ทัน "
"โอเค ชั้นจะใจเย็นๆ ไม่รีบร้อน ไม่ตื่นเต้น ไม่ตกใจ ฟื้ด......."มาวินพยายามสงบใจด้วยการสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ แต่แล้ว เขาก็ล้มเหลวเพราะสิ่งที่ทำในเวลาต่อมาก็คือ.....ตะโกนใส่หน้ามารร้าย
"ไอ้บ้า จะให้ใจเย็นได้ไง เพราะจู่ๆ นายก็บอกว่าชีวิตแสนสุขที่ผ่านมาคือความฝันแต่การผจญภัยขั้นวิบากคือเรื่องราวในชีวิตจริงแถมด้านมืดของตัวเองยังปรากฏตัวในร่างของใครก็ไม่รู้ ซึ่งโคตรหล่อจนน่าอิจฉาแบบนี้ ใครจะไม่ตกใจ "
มารร้ายพยักหน้าเป็นเชิงรับฟังเพราะเรื่องราวดังกล่าว ช่างหนักหนาสาหัสจนเกินกว่ามนุษย์ธรรมดาจะรับไหวแถมเจ้าหัวเขียวนายนี้ก็เป็นคนที่ขี้ตกใจกว่าใครๆ จึงเป็นเรื่องยากที่จะทำใจอมนุษย์เลยสรุปว่า....
"ข้ารู้ว่าเจ้ายังสับสนอยู่ แต่ก็ขอเล่าแบบย่อๆว่า....เจ้าได้แพ้โอคุยาสุยับเยิน จากนั้นก็ทำสัญญากับข้า เพื่อต้องการพลังเป็นเหตุให้ตกไปอยู่ในโลกแห่งจิตใจ แล้วนังกระต่ายน้อยก็ตามเข้ามาช่วย แต่ก็พลาด เจ้าได้ถูกยัยนั่นสังหารทำให้วิญญาณตกสู่ก้นบึ้งแห่งมโนทวาร เพื่อเตรียมดับสูญไปสู่ภพภูมิหน้าเปิดช่องให้ข้า ผู้เป็นวิญญาณแฝงได้ควบคุมร่างนี้แบบเต็มร้อย ซึ่งยอมรับตามตรงว่าโคตรฟลุ๊คเลยเพราะไม่รู้มาก่อนว่ามีวิธีนี้ "
"เดี๋ยวนะ แล้วชั้นไปถูกยัยกระต่ายน้อยฆ่าได้ไง หรือว่า....." มาวินถามกลับ มารร้ายจึงแถลงให้กระจ่าง
"หลังจากได้เห็นจันในโลกแห่งจิตใจถูกฆ่า เจ้าก็สติแตก ทำให้ข้าได้ควบคุมร่างแล้วต่อสู้กับยัยกระต่ายน้อย ผลของมันก็คือ.....ความตายของเจ้า "
"จากนั้น วิญญาณของชั้นก็หลุดมาอยู่ที่ส่วนลึกสุดของจิตใจ "มาวินต่อเนื้อความในตอนจบ ซึ่งมันถูกต้องสมบูรณ์จนมารร้ายพยักหน้ารับ
"ถูกต้อง ก็นับว่าหัวไวนะที่เข้าใจได้อย่างรวดเร็ว "
มาวินเงียบไปนาน ในใจระลึกถึงความผิดพลาดเขาไม่น่าไปตกลงกับมารร้ายที่ปลอมตัวมาเป็นด้านมืดของตัวเองเลยมันทำให้เรื่องวุ่นวายจนเกินควบคุม แต่แล้ว เด็กหนุ่มก็นึกถึงบางอย่าง
"แล้วในช่วงที่ชั้นโดนยึดร่าง นายได้ทำอะไรในโลกจริง หวังว่าจะเป็นการแสดงความยินดีกับผู้คนในฐานะที่หลุดสู่โลกภายนอกได้ " ถึงจะหวาดกลัวจนตัวสั่นแต่มาวินก็พยายามมองโลกในแง่ดี
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า คนละโยชน์เลยข้าไม่ทำอะไรหน่อมแน้มแบบนั้นหรอก " มารร้ายหัวเราะลั่น
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter
