่เวลาบ่ายคล้อยพระอาทิตย์ยังส่องสว่างเหนือศีรษะ
ท่ามกลางทะเลทรายร้อนระอุกินรัศมีกว้างออกไปหลายไมล์มีแท่นหินสูงกว่าสิบห้าเมตรตั้งอยู่
ข้างบนยอดนั้นมีคทายาวรูปปีกนกส่องแสงสีม่วงอยู่เรืองๆ
"เอาอย่างไรดีหัวหน้า"เด็กชายในผ้าคลุมสีฟ้าส่งคำถามไปยังเด็กสาวร่างเล็ก
"อย่างที่คาดหมู่ตึกคิมหันต์รวมตัวเข้ากับหมู่ตึกวัสสานะแล้วทุกคนตรึงกำลังไว้อย่าผลีผลาม"อากิโกะในชุดเกราะประดับด้วยผ้าคลุมสีฟ้าสั่งการ
เธอนำกองกำลังมากว่าหนึ่งร้อยห้าสิบคน ยืนอยู่ไม่ไกลจากบริเวณแท่นหินนั้นชัดเจนว่าคทานี้มีความสำคัญอย่างมากต่อผลของา
แท่นหินนี้เป็สี่เหลี่ยมฐานกว้างหลายสิบเมตรออกแบบให้มีขั้นบันไดขึ้นไป้าสิบสี่ขั้นจุดบนสุดที่คทาลอยอยู่นั้นเป็พื้นที่ราบมีความกว้างหลายสิบเมตรเช่นกันเหมาะสำหรับใช้เป็ลานประลองยุทธ
ผ่านไปหลายอึดใจก็ไม่เห็นเงาของสมาชิกหมู่ตึกวสันต์
"เฮ้ย นี่ไม่ใช่การเข้าแถวซื้อข้าวที่โรงอาหารนะจะซัดกันก็เริ่มสักทีเครื่องพี่ร้อนจะแย่แล้ว" อาร์โนลด์ ดีนผู้นำในครั้งนี้ของฝ่ายพันธมิตรแดงเขียวโวยออกมา
อาร์โนลด์ดีนหันหน้าไปทางเด็กชายร่างใหญ่ด้วยรอยยิ้ม
"เอางี้น้องเขยช่วยออกไปอวดแสนยานุภาพของนักรบให้พวกลูกเจี๊ยบทั้งหลายได้ชมหน่อย" อาร์โนลด์ ดีน กล่าวทุกคนในที่อยู่หมู่ตึกคิมหันต์อยู่แล้วถึงกับส่ายหน้าแทนที่จะให้ไปเอาคทาแต่กลับสั่งให้ออกไปต่อสู้นี่แหละหัวหน้าของพวกเขา
"โมเมเอาเองแบบนี้ระวังพี่สาวผมฆ่าเอานะ"ชายร่างใหญ่ผิวคล้ำถือขวานเล่มโตก้าวออกมาจากฝูงชน
ฟุส ฟรานส์เชสเตอร์ นั่นเอง
ในขณะที่ชายหัวเกรียนกำลังก้าวไปบนแท่นหินท่ามกลางสายตาของผู้คนทั้งสองฝั่งเฮ้! เสียงโห่ร้องจากผู้คนฝั่งพันธมิตรคิมหันต์และวัสสานะดังลั่นออกมา
"โอมะ นายขึ้นไปจัดการเขา" สาวร่างเล็กออกคำสั่ง
สิ้นคำชายผิวคล้ำร่างผอมที่มีความสูงไม่มากก้าวขึ้นไปบนแท่นหิน
เฮ้!ครั้งนี้เป็เสียงโห่ร้องจากฝั่งหมู่ตึกเหมันต์
"โอมะ โอมะ โอมะ"เสียงเชียร์อย่างฮึกเหิมถูกส่งออกมาจากกลุ่มคนนับร้อย
ผ่านไปหลายอึดใจทั้งสองก็มายืนประจันหน้ากันขวานคู่สีดำปรากฏอยู่ในมือของโอมะ ภาพนี้ทำให้ผู้คนบนอัฒจันทร์นอกสนามรบคึกคักเป็อย่างยิ่งเขาจะได้เห็นการปะทะแบบตัวต่อตัวอีกครั้ง
"นักรบเหมือนกัน" ฟุสกล่าวด้วยรอยยิ้มเขาไม่ประมาทชายร่างเล็กตรงหน้าเพราะโลกใบนี้วัดกันที่ความแข็งแกร่งไม่ใช่ขนาดของร่ายกาย
สิ้นคำกล่าวทั้งสองขยับพร้อมกัน เคร้ง เคร้งการปะทะกันระลอกแรก ขวานเล่มเล็กกับขวานเล่มใหญ่เหวี่ยงออกฟาดฟันกันไปมา
ตู้ม! ขวานเล่มโตในมือฟุสพลาดเป้าสับลงบริเวณพื้นสร้างร้อยแตกร้าวไว้บนนั้น
โอมะเองก็หวดขวานหมายสับต้นคอเด็กชายร่างใหญ่ทันที
เหมือนมีตาหลังฟุสแก้ด้วยการวิ่งเข้าใส่กระแทกลำตัวทำให้ร่างเล็กของอีกฝ่ายกระเด็นออกไปหลายก้าว
“รับไป”โอมะเหวี่ยงขวานในมือขวาออกมา ขวานเรืองแสงสีแดงราวกับล๊อคเป้า “ทักษะขวานบิน” ตรงเข้าสู่ทรวงอกของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
“ฮ่า”ฟุสเงยหน้ามองฟ้าแล้วคำรามออกมาด้วยเสียงอันดังเกิดคลื่นสีทองกระจายออกมาจากตัวเขาเป็ศูนย์กลาง
ขวานที่บินเข้าใส่กระเดนกลับไปอย่างไร้ทิศทางก่อนลอยกลับเข้ามือของโอมะราวกับเป็บูมเมอแรง
แม้จะเป็คลื่นเสียงสั้นๆแต่กลับทำให้เืในกายของผู้คนเดือดพล่าน “ทักษะราชสีห์คำรณ”
ตอนนี้ทั้งสองะโถอยหลังออกมาดูเชิงกันอีกครั้งจากการปะทะกันในรอบแรกทั้งสองคนคำนวณอยู่ในใจพวกเขาใช้พลังกายใกล้เคียงกันที่ 5 ดาว
"ลูกพี่คิดว่าเ้าฟุสจะชนะไหม" เด็กชายร่างป้อมถามอาร์โนลด์
"แน่นอนอยู่แล้ว" อาร์โนลด์ ตอบอย่างมั่นใจ
หลังจากนั้นทั้งสองก็ปะทะกันอีกหลายระลอกพื้นที่รอบตัวพวกเขาเละจนไม่เหลือชิ้นดี“นี่คือการปะทะกันของนักรบ”
“หึ”ขวานในมือโอมะตอนนี้อาบไปด้วยแสงเจิดจ้าร่างเล็กะโลอยตัวหมายฟันตรงๆลงมาในแนวนิ่ง
“ย่า”ฟุสทิ้งขวานในมือลงพื้น ก่อนพุ่งตัวออกไปใช้กำหมัดขวาที่ส่องสว่างชกตรงๆเข้ากับแสงสีแดงในมืออีกฝ่าย
ตู้ม! เกิดคลื่นะเิออกไปรอบทิศ เศษหินปลิวว่อน ทั้งสองสู่สีกันอย่างมากยังไม่มีใครได้รับาเ็หนัก
ฟุสะโถอยหลังกลับไปก่อนหยิบขวานแล้วคำรามออกมาเสื้อผ้าของเขาปลิวไสวขณะที่ไม่มีลม หากสังเกตดีๆ จะพบว่าั์ตาของชายหัวเกรียนนั้นกลายเป็สีแดงเข้ม
“โอ้เ้านั้นใช่ทักษะนักรบคลั่งช่างบ้าดีแท้” อาร์โนลด์ เฉลยออกมา
ผู้คนฝั่งพันธมิตรฮือฮาทันทีทุกคนพอจะรู้ว่านักรบคลั่งคืออะไร
“ทักษะนักรบคลั่ง”หากสำเร็จในขั้นต้นจะทำให้ผู้ใช้ แข็งแกร่งขึ้นสามขั้นย่อยทันที และหากฝึกถึงแก่นแท้จะสามารถเพิ่มพลังได้ถึงหนึ่งอาณาจักรใหญ่แต่ก็มีข้อเสียเพราะคำว่า “คลั่ง”
หมายความว่า ฟุส ฟรานเชสเตอร์ ในตอนนี้กลายเป็สัตว์ประหลาดไปแล้วทุกคนที่เข้าใกล้จะถือว่าเป็ศัตรู
“โอมะหลบเร็วเข้า”อากิโกะสั่งการอย่างร้อนรน
แต่ช้าไปโอมะถูกขวานของฟุสสับเข้าเต็มๆ แขนขวาของอีกฝ่ายขาดออก
“อั่ก”โอมะกัดฟันด้วยความเ็ป จนต้องวิ่งหนีไปรอบๆเกิดรอยเืลากยาวไปทั่วลาน้า ทำให้นักรบคลั่งที่เห็นโลหิตยิ่งทวีความบ้า
“ย่ากกกก”เสียงคำรามต่ำราวกับสัตว์ ฟุสฟาดขวานออกไปรอบทิศทางทำให้ลาน้าเละเทะไปหมด
จนกระทั่งผ่านไปสิบนาทีเขาถึงคืนสติกลับมา ภาพนี้ทำให้ทุกคนที่ดูอยู่รู้สึกหวาดกลัวกับเด็กชายตรงหน้าเกิดมาเพื่อเป็นักรบจริงๆ
"โอมะ ปิดเกมซะ" อากิโกะออกคำสั่ง
ชายชื่อโอมะพยักหน้าเป็เชิงรับทราบเืจากาแที่แขนเริ่มหยุดไหลพลังปราณรอบกายเกิดการกระเพื่อมก่อนรวมตัวกันที่บริเวณอาวุธ
ขวานสีดำที่เหลืออันเดียวของเขาเจิดจ้าด้วยแสงอลังการกลับกันตัวฟุสกลับยืนตรงบริเวณชั้นิัส่องแสงสีทองออกมา
ตู้มม!โอมะควงขวานสับลงบริเวณลำตัวของฟุสอย่างแม่นยำชัดว่านี่เป็ทักษะที่รุนแรงเป็อย่างมาก
ฝุ่นฟุ้งกระจายทำให้กองเชียร์ทั้งสองฝั่งมองไม่เห็นผลลัพธ์ด้านใน
"กลุ่มหนึ่งออกไป จัดการเขาพร้อมกัน" สาวร่างเล็กขมวดคิ้วออกคำสั่งต่อไปทันที
ผู้คนที่รู้ตัวว่าถูกสั่งรีบกระโจนออกไปอย่างเร่งร้อน
ในกลุ่มนี้ประกอบไปด้วยผู้ชายสามและผู้หญิงอีกสองคนเมื่อทั้งหมดขึ้นไปถึงบริเวณ้าแท่นหินสายตาของทั้งห้าก็พบเข้ากับร่างของโอมะที่หมดลมหายใจลงแล้ว เมื่อผลลัพธ์ออกมาแบบนี้พวกเขาไม่รอช้าทักษะที่รุนแรงที่สุดจากทั้งห้าปะทุขึ้นพร้อมเพรียงกันหมายฟันร่างสีทองที่ยืนนิ่งไม่ไหวติง
"เราจะไม่ไปช่วยเขาหรือลูกพี่" ชายร่างป้อมคนเดิมยังส่งคำถามไปทางอาร์โนลด์
"ไม่จำเป็ประเดี๋ยวเ้าพวกไก่กานั่นจะร่วงแล้วจากนั้นพวกเราทั้งหมดยกพลขึ้นไปแย่งคทา"คำสั่งนี้ทำให้ฝั่งสมาชิกคิมหันต์และวัสสานะชักอาวุธของตนขึ้นมาทันที
ทันใดนั้นอากิโกะที่ประมวลเหตุการณ์อยู่ด้านล่างรู้สึกถึงความแปลกบางอย่าง
"เดี๋ยวทุกคนหยุดก่อน อย่าใช้ทักษะโจมตีใส่เขา"อากิโกะแผดเสียงอย่างเสียอาการ
แต่ช้าไปแล้วแสงระยิบระยับจากทักษะของทั้งห้าผสมผสานกันอย่างอลังการถาโถมเข้าสู่ชายร่างใหญ่ที่กำลังยืนนิ่งไม่ไหวติง
เสียงะเิดังลั่นทำให้บางคนถึงกับต้องอุดหู หลังจากฝุ่นจางลงอีกครั้งเหล่าคนทั้งห้าที่ร่วมมือกันรุมโจมตีใส่ฟุสต่างหายไปจากลานหินไม่ใช่เพียงสิ้นใจแต่ร่างกายสลายหายไป
"นั่นมันทักษะวิชาอะไร"เด็กสาวคนหนึ่งในกลุ่มหมู่ตึกเหมันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว
ทักษะที่ฟุสใช้นั้นมีชื่อว่า"กายาปฐี" เป็ทักษะประเภทเสริมกายของนักรบผู้ใช้จะสามารถ”สะท้อนทักษะ”การโจมตีระยะประชิดของศัตรูที่มีความรุนแรงต่ำกว่าพลังกายของผู้ใช้กลับไปได้
โดยหากฝึกในขั้นต้นจะสะท้อนกลับไปได้หนึ่งเท่าและฟุสนั้นฝึกจนถึงขั้นแก่นแท้ จึงทำให้การสะท้อนกลับไปเพิ่มเป็สามเท่า
ขณะนี้ฟุสมีพลังกายที่ 8 ดาว แต่พวกเขาต่อคนเมื่อใช้ทักษะแล้วกลับมีความรุนแรงที่ต่ำกว่า 8 ดาวจึงให้การโจมตีเ่าั้สะท้อนกลับเข้าหาตัวเองถึงสามเท่านี่เป็ “ทักษะยืมดาบฆ่าคน” แม้จะมีข้อดีแต่ก็ไม่ใช่ไร้ข้อเสียหากการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามใช้แรงกายปกติร่างกายของผู้ใช้ก็จะมีผลแค่การป้องกันแต่จะไม่สะท้อนการโจมตีกลับไป
อีกข้อเสียหนึ่งขณะที่ทักษะกำลังแสดงผลผู้ใช้จะไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ นี่คือ “กายาปฐี”
เมื่อสมาชิกทั้งห้าฝั่งหมู่ตึกเหมันต์สิ้นชีพลงฟุสก็รีบมุ่งหน้าไปหมายหยิบคทาที่ห่างจากตัวเขาไปเพียงสองเมตร
ขณะนี้เหล่าพันธมิตรจากหมู่ตึกคิมหันต์และวัสสานะกำลังกรูกันขึ้นมาบนแท่นหินผ่านการนำทัพของอาร์โนลด์ ดีน ในชั่วพริบตาที่มือขวาของฟุสกำลังจะเอื้อมจับคทานั้น
“อ๊าก” ร่างกายเขารู้สึกเ็ปประหนึ่งถูกมีดกรีดเฉือนจากภายในร่างใหญ่ทรุดลงตรงนั้นก่อนกระอักเืออกมาทันที
สาวร่างเล็กปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าฟุสอากิโกะนั่นเองเธอตัดสินใจใช้"ทักษะวายุพัด"เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วตรงมาขัดขวางชายตรงหน้า
ส่วนทักษะโจมตีที่ใช้ล่าสุดนั้นก็คือ "เนตรทะลวงใจ"วิชาโจมตีดวงตาที่มุ่งทำลายอวัยวะสำคัญภายในร่างของผู้คน
“นั่นมันดวงตาในตำนาน”“เนตรสยบิญญา” “เธอมีดวงตาต้องสาป” เหล่าผู้คนบนอัฒจันทร์ต่างโห่ร้องด้วยความประหลาดใจ
“อะไรคือเนตรสยบิญญาหรือท่านพี่” เด็กสาวกระโปรงม่วงมองไปยังดวงตาสีดำของเด็กสาวที่ยืนอยู่บนลานกว้าง
“ดวงตาพิเศษที่มีความสามารถโจมตีหัวใจศัตรูได้เพียงหนึ่งการจ้องมองวิชาที่เธอใช้นั้นมีชื่อว่าเนตรทะลวงใจ” หลงชิงอธิบายให้น้องสาวฟังด้วยสีหน้าตื่นตะลึง
"โดนเล่นทีเผลอซะได้" ฟุส ฟรานส์เชสเตอร์พูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าก่อนจะสลบไป
หากร่างกายแข็งแกร่งไม่พอเขาคงตายเพราะอวัยวะภายในแหลกเหลวไปแล้วเนตรทะลวงใจของอากิโกะแม้จะดูโกงอยู่บ้างแต่ก็ต้องแลกมาด้วยการสูญเสียปราณในร่างไปเกือบครึ่งกลับกันหากฟุสใช้ทักษะ "กายาปฐี" ออกมาต้านรับไว้ล่วงหน้าด้วยผลสะท้อนการโจมตีของทักษะที่ต่ำกว่าพลังกายของตนเองทั้งหมดกลับไปสามเท่า ความตายคงเป็ของอากิโกะอย่างเลี่ยงไม่ได้
แต่มีหรือสาวเ้าแผนการอย่างเธอจะยอมทุกการกระทำล้วนผ่านการวางแผนมาแล้วอย่างแยบยล ในขณะที่มือขวาของเด็กสาวกำลังจะัักับคทาพลังเวทหลายสายหลั่งไหลเข้าโจมตีบริเวณจุดที่เธอยืนอยู่ราวกับแสงพลุในงานเทศกาลทำให้อากิโกะจำเป็ต้องใช้ทักษะเคลื่อนไหวหลบเลี่ยงออกไปอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นเกิดเสียงะเิดังสนั่นตรงบริเวณจุดที่เธอเคยยืนอยู่ตามคาดคทาปีกนกนั้นไม่มีรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย ั้แ่อากิโกะพุ่งขึ้นไป้าเหล่าสมาชิกของหมู่ตึกเหมันต์ก็พากันลุกฮือโถมตามออกมาเช่นกัน
ณ เวลานี้เหล่าสมาชิกของทั้งสองฝั่งปะทะกันอย่างดุเดือดต่างฝ่ายต่างใช้ทักษะเข้าสัประยุทธ์กันทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว
แสงวูบวาบจากเวทคาถาถูกร่ายออกมาไม่ยั้งทำให้บรรยากาศยามเย็นภายในทะเลทรายแห่งนี้แลดูงดงามเป็อย่างยิ่ง
อาร์โนลด์ ดีนหลังจากเสียเวลาลากฟุสออกจากลานหินก็กลับเข้าสู่สมรภูมิทันทีที่เขาปรากฏตัวขึ้นคล้ายดั่งหมาป่ากระโจนเข้าใส่ฝูงแกะพลังหมัดอันแสนดุดันถูกปลดปล่อยออกมาอย่างบ้าคลั่ง ทำให้ร่างของฝ่ายตรงข้ามแหลกเหลวในพริบตาเหล่าทหารจากหมู่ตึกเหมันต์ต่างแตกกระเจิงออกไปทันที ไม่มีใครกล้าปะทะกับเขาซึ่งหน้า
"เฮ้ยอะไรวะเ้าพวกลูกเจี๊ยบ นี่มันานะโว้ยมามาสู้กัน" อาร์โนลด์ยังคงโหวกเหวกขณะที่เขาเคลื่อนตัวไปที่ใดก็มีแต่คนรีบถอยห่างจากตัวเขา
อากิโกะเองก็ยังไม่ยอมแพ้เธออาศัยจังหวะชุลมุนเตรียมเข้าแย่งคทาปีกนกที่กำลังส่องแสงสีม่วงเหมือนกำลังหลอกล่อผู้คน
"เดี๋ยวสิแม่หนูน้อยจะเอาไปง่ายๆ แบบนี้ได้ไง" อาร์โนลด์ ดีนหลังจากหัวเสียเพราะไม่มีใครกล้าสู้ด้วย
แต่เมื่อเขาหันมาพบเข้ากับคทาที่เป็ชนวนทำให้เกิดการสู้รบในครั้งนี้สายตาของอาโนลด์ส่องประกาย ในที่สุดเขาก็คิดออกหากมีคทาอยู่ในมือใครๆ ก็ต้องพากันมาแย่งชิงมันและเวลานั้นแหละเขาจะได้ซัดผู้คนจนหนำใจ
ยังดีที่เขามาทันเวลา"หมัดราชสีห์" แสงหมัดที่เกิดจากปราณรูปสิงโตคำรามพุ่งเข้าใส่อากิโกะ
อาร์โนลด์ดีนเป็นักรบคนหนึ่งที่หลงไหลในทักษะของวรยุทธ เขาพยายามอย่างหนักเพื่อฝึกฝนในเส้นทางหลอมกายแบบนักรบพร้อมๆกับการขยายจุดตันเถียนไปด้วย
เด็กสาวจำเป็ต้องฉากหลบไปอีกครั้ง ก่อนส่งวิชา “เนตรทะลวงใจ” เข้าใส่อีกฝ่ายทันทีแต่ทว่าก็ทำให้อาร์โนลด์ ดีน เพียงแค่หยุดชะงักเท่านั้นวิชาเนตรนี้ยังรุนแรงไม่พอที่จะทำลายอวัยวะอันแข็งแกร่งของเขาลงได้
"ฮ่า ฮ่า ได้มาแล้ว" อาร์โนลด์ ดีน ชูคทารูปปีกนกขึ้นเหนือศีรษะเพื่อบ่งบอกว่าตนคือผู้พิชิตคฑาได้
เขายืนหลับตาลงด้วยสีหน้าพึงพอใจเพียงเท่านี้แผนการที่วางเอาไว้ก็จะสมบูรณ์อีกประเดี๋ยวทุกคนก็จะต้องมารุมโจมตีเขา
แต่แล้ว...
"หมู่ตึกเหมันต์ทุกคนถอย" อากิโกะผู้ที่มีสีหน้าซีดเผือดสั่งถอยทัพทันที
เสียงนี้ปลุกอาร์โนลด์ให้ตื่นจากภวังค์
"เฮ้ยเดี๋ยว มาสู้กันก่อน ไม่อยากได้แล้วเหรอคทาน่ะ เดี๋ยวสิว้อยยยย"ชายหนุ่มวิ่งพล่านไปทั่วขณะที่กองกำลังของอีกฝ่ายถอยไปกันหมด
ผ่านไปไม่กี่อึดใจลานหินหลงเหลือเพียงแต่สมาชิกของเหล่าพันธมิตรหมู่ตึกคิมหันต์และหมู่ตึกวัสสานะ
"ม่ายยยยย" อาร์โนลด์ ดีน ปาคทาปีกนกลงพื้นอย่างไม่ไยดีนี่ไม่ใช่สิ่งที่เขา้า
ภาพนี้ทำเอาสมาชิกพันธมิตรและเหล่าผู้ชมบนอัฒจันทร์ต่างพากันส่ายหัวให้กับการกระทำของอาร์โนลด์
.