หานเฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยขึ้นว่า "ข้าว่าเป้าหมายของเขาไม่ได้เรียบง่ายเช่นนั้น เขาแข็งแกร่งกว่าเ้า ดังนั้นไม่จำเป็ต้องใช้วิธีการต่ำช้าเช่นนี้"
หานหรงนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ยังคิดไม่ออกว่ามีปัญหาใด จึงกล่าว "บางทีเขาอาจจะอยากทรมานข้ากระมัง อย่างไรเสียคนที่ถูกตัวต่อั์ต่อยตายก็น่าเวทนาที่สุด"
หานเฟิงเอ่ย "เหตุผลนี้อาจเป็หนึ่งในนั้น แต่จะต้องไม่ใช่สาเหตุหลักอย่างแน่นอน หากเขา้าทรมานเ้า ด้วยพลังของเขาแล้ว ย่อมสามารถจับเ้าไปทั้งเป็ได้"
"ตระกูลฉางมีวิธีติดต่อกันหรือไม่? " หานเฟิงราวกับนึกบางอย่างขึ้นมาได้เอ่ยถามขึ้นมา
หานหรงขมวดคิ้ว หลังจากผ่านไปอย่างยาวนานก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่มั่นใจ "บางทีอาจจะมี ในเมืองเหรินจงตระกูลฉางก่อตั้งมายาวนานกว่าเรา อีกทั้งยังมีรากฐานที่ซับซ้อนกว่าตระกูลหานเรามาก บางทีพวกเขาอาจมีวิธีการเช่นนั้นกระมัง"
ในดินแดนนี้ จะต้องมีวิธีการแปลก ๆ ไม่น้อยไปกว่าโทรศัพท์มือถือของหานเฟิงในชีวิตก่อน ในขอบเขตระยะหนึ่งพวกเขายังสามารถติดต่อกันได้แม้ไม่เห็นหน้า
อย่างไรก็ตามสิ่งของที่มีลักษะการใช้งานเช่นนี้ล้วนล้ำค่ายิ่ง ตระกูลหานพึ่งก่อตั้งได้ไม่นาน รากฐานยังไม่มั่นคง ดังนั้นพวกเขาย่อมไม่มีสิ่งของประเภทนี้
หานเฟิงผุดความคิดหนึ่งขึ้นในหัว "ข้าเดาว่าตระกูลฉางจักต้องมีวิธีการบางอย่าง"
"สมบัติที่ตกทอดของตระกูลหานเราไม่ดีเท่าตระกูลฉาง ทว่าความแข็งแกร่งของเราเทียบเคียงกับพวกเขาได้ บางทีนี่อาจทำให้ตระกูลฉางเข้าใจผิดว่าตระกูลหานเราก็มีเช่นกัน"
"หากคิดเช่นนี้แล้ว ทุกอย่างก็สมเหตุสมผลแล้ว เมื่อมาใคร่ครวญดู หากเ้าถูกตัวต่อั์ไล่ล่า สิ่งแรกที่เ้าจะทำคือขอความช่วยเหลือจากหานหลินหรือคนอื่น ๆ ในตระกูลหาน"
"ถึงตอนนั้น ผู้ที่ถูกตัวต่อั์เล่นงานย่อมไม่ใช่เ้าเพียงคนเดียวแล้ว"
"ถึงแม้ตัวต่อั์จะถูกสังหาร พวกเราก็ต้องถูกเล่นงานจนสาหัสเช่นกัน หากข้าคาดเดาถูกต้อง เ้าคนที่ชื่อฉางเทียนอีผู้นี้จะต้องแอบตามเรามาอย่างลับ ๆ ฉวยโอกาสที่เราาเ็ลงมือโจมตีเรา"
แววตาหานเฟิงแผ่ประกายเยือกเย็นออกมา
หานหรงตกตะลึงไปแล้ว หานหรงไม่ใช่คนโง่งม หานเฟิงกล่าวเช่นนี้แล้ว หานหรงก็เข้าใจในทันที
ผลของเื่นี้คือท้ายที่สุดแล้ว บรรดาผู้เยาว์ที่ยอดเยี่ยมของตระกูลหานจะถูกกวาดเรียบในคราวเดียว
สีหน้าของหานหรงพลันดำทะมึนขึ้นมา เขากล่าวด้วยความแค้นเคือง "พวกตระกูลฉาง ยังน่ารังเกียจเสมอต้นเสมอปลายจริง ๆ เื่ฉาวโฉ่ของพ่อเ้าในตอนนั้น ก็ถูกหูตาของตระกูลฉางที่วางไว้ในตระกูลเรากระจายข่าวออกไปเช่นกัน"
"นี่จึงทำให้ตระกูลหานเราเสื่อมเสียชื่อเสียงและตกต่ำลง บิดาเ้าถูกผู้าุโและผู้นำตระกูลลงโทษก็เพราะเหตุนี้"
หานเฟิงชะงัก เขานึกไม่ถึงว่าบิดาของตนจะถูกลงโทษเพราะเหตุนี้ ในใจรู้สึกเกลียดชังตระกูลฉางขึ้นมาหลายส่วน
หานหรงเอ่ยด้วยสีหน้าซีดเซียว "หานเฟิง พวกเราจะทำอย่างไรดี? "
หานหรงยินยอมรับคำสั่งของหานเฟิงจากจิตใต้สำนึกอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
หานเฟิงกล่าวด้วยท่าทีสงบ "พวกเรารออยู่ที่นี่เถอะ ก่อนหน้านี้พวกเราเพียงคาดเดาเท่านั้น"
"หากฉางอีเทียนไม่มา พวกเราอาจคาดเดาผิดไป ของบนตัวเ้าอาจจะบังเอิญติดมาจากที่ใดสักแห่ง"
"แต่หากไม่นานฉางอีเทียนก็ตามมาแล้วล่ะก็ เช่นนั้นก็หมายความว่า...."
หานหรงเอ่ยเสียงเบาอย่างไม่มั่นใจ "นี่ไม่ดีกระมัง ฉางอีเทียนเปิดเส้นลมปราณที่สามแล้ว"
หานเฟิงหัวเราะเยาะ "เปิดเส้นลมปราณที่สามแล้วอย่างไร?เ้ารู้ความแข็งแกร่งของหมูย่างนั่นตอนที่มันยังมีชีวิตอยู่หรือไม่? "
หานหรงได้ยินเช่นนี้ ก็รู้ทันทีว่าเื่นี้ไม่ได้ง่ายดาย จึงเอ่ยอย่างไม่แน่ใจ "ระดับสองขั้นสูงหรือ? "
หานเฟิงกล่าวอย่างเยือกเย็น "ระดับสองขั้นสูง?นั่นเป็ข้อมูลเมื่อไม่กี่วันก่อน เ้าหมูย่างตัวนี้ ตอนยังมีชีวิตมันอยู่ระดับสองขั้นสูงสุดแล้ว เป็สัตว์อสูรที่ใกล้จะทะลวงข้ามระดับ!"
หานหรงอ้าปากค้าง
ระดับสองขั้นสูงสุด สัตว์อสูรที่ใกล้ทะลวงข้ามระดับ นี่หมายความว่าอย่างไร?
นี่หมายความว่ามีเพียงผู้ฝึกยุทธ์ที่เปิดเส้นลมปราณที่สี่ในขั้นปลายแล้วจึงจะล้มมันได้ แม้กระทั่งหานหลินยังจัดการมันได้ยาก
ทว่าสัตว์อสูรระดับนี้กลับถูกหานเฟิงสังหารแล้ว ไม่ว่าจะยากหรือง่าย ล้วนแสดงให้เห็นว่าหานเฟิงแกร่งกว่าผู้ฝึกยุทธ์ที่เปิดเส้นลมปราณที่สี่เสียอีก
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หานหรงจึงสงบลง
ไม่นาน หานหรงก็ออกไปล่าสัตว์อสูรหมูระดับสิบสองขั้นต้นมาตัวหนึ่ง แล้วจัดการลงมือย่างมัน
อีกฟากหนึ่ง เงาร่างหนึ่งวิ่งตามร่องรอยบางอย่างมา "ตอนนี้หานหรงมาถึงที่อยู่ของคนตระกูลหานแล้วกระมัง ไม่รู้ว่าสวะตระกูลหานนั่นเป็อย่างไรบ้างแล้ว คิดว่าคงไม่ดีนัก"
"ตัวต่อั์สิบตัว นั่นไม่ได้จัดการง่าย ๆ เลย"
"ตอนนี้อาศัยเพียงข้าคนเดียวจัดการพวกมันทั้งหมด ผลงานเช่นนี้ อย่างน้อยข้าก็ต้องได้ยาวิเศษระดับสองสี่ถึงห้าเม็ด"
"ถึงตอนนั้น นับประสาอะไรกับเส้นลมปราณที่สี่ แม้กระทั่งเส้นลมปราณที่ห้าข้าก็เปิดได้ การจะข้ามผ่านฉางเหวินจวินก็ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้"
"ไม่ถูก นี่มันควันอะไรกัน? "
หลังจากเข้าไปใกล้ ๆ ฉางเทียนอีก็ต้องประหลาดใจที่พบว่า ริมลำธารมีคนเพียงสองคนเท่านั้น นั่นก็คือหานหรงกับหานเฟิง
"สวะที่เปิดเส้นลมปราณที่สองได้เพียงแค่สองคน จะหลบหนีตัวต่อั์พ้นได้อย่างไร? " ฉางเทียนอีกยังคงกังขาเล็กน้อย จากนั้นฉางเทียนอีก็สังเกตเห็นลำธารข้าง ๆ จึงได้แต่ลอบสบถอยู่ในใจ "เ้าสองคนนี้โชคดีเสียงจริง ตัวต่อั์ไม่ถูกกับน้ำ ไม่น่าล่ะพวกมันถึงได้สบายใจเฉิบเช่นนี้!"
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง ฉางเทียนอีก็เย้ยหยันอีกครั้ง "หานหรงได้รับาเ็จากข้าแล้ว หานเฟิงเดิมทีก็เป็เพียงสวะ ไม่มีอะไรให้ต้องกลัว ถึงแม้จะไม่มีตัวต่อั์ ข้าก็จัดการคนเดียวได้สบาย ๆ ข้าจะฆ่าสองคนนี้ก่อน อย่างอื่นไว้ว่ากันทีหลัง"
หานเฟิงผู้ที่กำลังแทะขาหมูจู่ ๆ ก็หยุดชะงัก จากนั้นเขาก็กระซิบเสียงเบา "หานหรง แขกของเรามาแล้ว พวกเราคาดเดาถูกต้อง คนผู้นั้นมาแล้ว ประเดี๋ยวเ้าหลบไปข้าง ๆ คนผู้นี้เป็ไปได้ว่าจะลอบโจมตี"
หานหรงรู้ว่าพละกำลังของตนไม่สามารถเทียบกับหานเฟิงและฉางอีเทียนได้ ดังนั้นจึงพยักหน้าเล็กน้อย ค่อย ๆ ถอยออกไปอย่างแเี ให้มั่นใจว่าการต่อสู้ระหว่างหานเฟิงกับฉางเทียนอีจะไม่กระทบมาถึงเขา
ไม่นาน จู่ ๆ โซ่เส้นหนึ่งก็พุ่งออกมา
"กรงเล็บสยบนิ่ง!!"
หานเฟิงคอยท่าอยู่ก่อนแล้ว เขาฉีกโซ่เส้นนั้นขาดเป็ชิ้น ๆ ขณะเดียวกันก็เอื้อมมือไปคว้าส่วนปลายของโซ่ แล้วออกแรงดึงฉางเทียนอีออกมาทันที
จนถึงตอนนี้ฉางเทียนอียังคงมีความประหลาดใจอยู่บนใบหน้า เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เชื่อว่าสวะในความคิดตนจะแข็งแกร่งเพียงนี้
"แย่ล่ะ ประมาทเกินไปแล้ว เ้าเด็กนี่ไม่ใช่สวะแม้แต่น้อย ต้องส่งข่าวไป...."
ฉางอีเทียนคิดยังไม่ทันขาดคำ ก็เป็ต้องยกสองมือขึ้นกุมคอ เืไหลกระเซ็นเปรอะหน้าเขา ไม่นานทั้งร่างก็ล้มลงกับพื้น
หานหรงลอบกลืนน้ำลาย ถึงแม้เขาจะรู้ว่าฉางเทียนอีไม่แข็งแกร่งเท่าหานเฟิง ทว่าหานหรงนึกไม่ถึงว่าช่องว่างระหว่างทั้งสองคนจะใหญ่โตเพียงนี้
นี่กล่าวได้ว่าเป็ท่าไม้ตาย
หานเฟิงเดินเข้าไปหาร่างของฉางเทียนอี จากนั้นนำของบางอย่างที่หน้าตาเหมือนจี้หยกสีเขียวออกมาจากมือของฉางเทียนอี
"หยกสื่อสาร?ตระกูลฉางมีวิธีสื่อสารกันดังคาด"
หานหรงถอนหายใจอยู่ข้าง ๆ
หานเฟิงเก็บหยกสื่อสารไป สีหน้าเขาไม่ได้เปลี่ยนมากนัก "เพียงแค่หยกสื่อสารระดับต่ำ ระยะในการสื่อสารคงอยู่ในระยะแค่เพียงเขายอดหยก"
"แม้ตระกูลฉางจะมีรากฐานยาวนานกว่าเรา ทว่าฉางเทียนอีธรรมดา ๆ ผู้หนึ่งกลับมีหยกสื่อสาร ดูเหมือนจะมีบางอย่างผิดปกติ"