ตอนที่1
“หลิวอี้ ไท่จือเฟยให้เ้าตายอย่างสงบ ไม่ต้องทรมานหากเ้ายังแค้นเคืองไทจือเฟยอยู่อย่างนี้เกรงว่ายิ่งจะทรมาน”นางกำนัลข้างกายของไท่จือเฟยพูดเบาๆรอดไรฟันออกมา
“ข้าทำผิดอะไร” หลับตาลงช้าๆรู้สึกปวดแสบปวดร้อนท้องไส้ที่ปั่วป่วน กระอักเืสดๆออกมา
“ลากนางไปทิ้งนอกวังหลวง อย่าให้มาตายใน ตำหนักบูรพา”เสียงนางกำนัลคนสนิทสั่งขันทีและนางในดังลั่น หลิวอี้มองจอกชาที่ดื่มไปเมื่อครู่ทำให้พิษเข้าสู่ร่างกาย น้ำตาไหลรินเป็สาย ไม่มีทางแล้วสายไปเสียแล้ว โง่งม ยิ่้งนัก
ก่อนหน้านั้น
หลิวอี้ ก้าวเดินช้าๆในมือถือถาดชาร้อนระอุ ร้องเท้าที่ใส่ส้นสูงอีกทั้งยังหนักและหนา เข้ามาในวังหลวงด้วยการคัดตัวนางในแต่หาได้มีอะไรโดดเด่นไม่ ด้วยไม่อยากจะถวายตัวไม่อยากเป็ที่สะดุดตาไม่อยากเป็สนม กุ้ยเหริน กุ้ยเฟยอยากเป็แค่นางกำนัลตายไปอย่างนางกำนัล ถาดในมือร้อนเหลือทน ส้นรองเท้าก็ไม่เป็ใจเซถลาเกือบจะล้ม ร่างสูงชะลูดใบหน้าหล่อเหลาที่หลิวอี้พยายามหลบเลี่ยงกับคว้าเอวบางรวบไว้ในอ้อมกอดไม่ให้ล้มลงกับพื้น ถาดในเมือร่วงหล่น กระจายน้ำร้อนหกรดขาแม้จะมีอาภรณ์ปดปิดอยู่ แต่กบลับรู้สึกเจ็บแสบ
เสียงทุ้มนุ่มหูถามขึ้นเบาๆที่ข้างหูพร้อมกับลมหายใจร้อนที่รินรดให้ใจสั่น
“เป็อย่างไรบ้าง”ไท่จือนั่นเอง หลิวอี้นั่งลงเลิกอาภรณ์ขึ้นจนเห็นท่อนขาเนียนด้วยความร้อนรนไม่ทันระวังตัวขาเนียนสวยแดงระเรื่อไท่จือจ้องตาไม่กระพริบ
“น้ำร้อนลวกเ้า เจ็บมากไหม”
หลิวอี้ รีบใช้กระโปรงคลุมขาขาวเนียนไว้แต่อีกคนกลับย่อตัวลงข้างๆ เปิดอาภรณ์ที่ห่มคลุมไว้ออก ล้วงหยิบยาในอกเสื้อหยิบยาออกถูนวดให้อย่างอ่อนโยน
“ดีที่ไม่พอง คราวหลังระวังให้มาก”
หลิวอี้เผลอจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาอย่างลืมตัว
ไท่จือยัดยาในมือของเขาใส่ฝามือของหลิวอี้กำรวบไว้
“เอาไว้ใช้ เด็กๆใครก็ได้ช่วยพยุงนาง”นางกำนัลข้างกายสองสามคนรีบมาพยุงหลิวอี้ที่ได้แต่สะบัดมือแล้วย่อกายลงช้าๆ
“ขอบพระทัยไท่จือ”ร่างสูงชลูดก้าวขาจากไป จากไปโดยที่หลิวอี้ไม่ได้คิดอะไรเื่ราวนั้นผ่านแล้วผ่านเลย
ยังไมทันข้ามคืน ชาที่ผสมพิษก็ถูกยื่นส่งให้ด้วยแววตาโเี้
“ดื่มมันเสีย”หลิวอี้ส่ายหน้าไปมา
“จับตัวนางกรอกชาลงไป”นางกำนัลร่างใหญ่สองสามคนจับตัวหลิวอี้ไว้ บีบที่ปากให้อ้าแม้จะดิ้นรนขัดขืนเพียงใดก็ไม่อาจทานทนได้ ชารสจืดเจือรสขมเพียงน้อยนิดไหลลงสู่ลำคอ ดวงตาของหลิวอี้เหลือกถลนเมื่อพบว่าเริ่มปวดแสบปวดร้อนและหายใจเหนื่อยหอบ
ร่างบางถูกลากไปทางประตูหลังของตำหนักบูรพา อย่างเร่งรีบและไร้ความปรานีเหมือนประหนึ่งร่างอ่อนปวกเปียกของหลิวอี้สิ้นลมไปแล้ว พวกเขาคิดว่าอย่างไรเสียหลิวอี้ก็ต้องตาย
หลิวอี้ไม่รู้ว่าตัวเอง ถูกพามาที่แห่งใดความมืดโรยตัวปกคลุมไปทั่วบริเวณเสี่ยงหมาจิ้งจอกเห่าหอนเยือกเย็น หากเป็เวลาปกติหลิวอี้คงกลัวจนต้องนอนคุลมผ้าห่มมิดชิดแต่ในยามนี้
ร่างที่ไม่อาจขยับนอนหายใจรวยริน ไม่เกรงกลัวสิ่งใดอีกแล้ว ไม่ว่าจะความมืดหรือเสียงหมาจิ้งจอกที่เห่าหอน
“ข้า ...ยัง..ไม่..อยาก..ตาย ...ข้าผิดอะไร”
ไร้สรรพเสียงใดๆเหมือนทุกอย่างกำลังเศร้าโศกหรือกำลังหาคำตอบสำหรับคำถามของหลิวอี้
สั่นสะท้านไปทั้งตัวความหนาวเหน็บและเ็ปจนแทบจะขาดใจตาย ยิ้มเย้ยหยันให้กับโชคชะตาของตัวเอง ยังไม่ทันไรก็จะตายเสียได้
ลมหายใจแ่เบา หัวใจเต้นช้าลงเรื่อยๆ เ็ปจนถึงที่สุดแล้วความเ็ปจะหายไปใช่ไหม
หลับตาลงช้าๆไม่ฝืนอีกต่อไปลมหายใจสะดุดลงแค่นั้นร่างบางสะท้อนขึ้นลงสองสามทีก่อนจะแน่นิ่ง
เหยียนหลัวหวางก้าวขาออกมาช้าๆจากความมืดมิด ใบหน้าหล่อเหลา รูปร่างสูงใหญ่ เท่าบุรุษองอาจผู้หนึ่ง ทว่าดวงตากลับมีสี ฟ้าสดใสต่างจากเทพทั่วไป
“แม่นางน้อยตื่นได้แล้ว แม่นาง แม่นางน้อย หลิวอี้ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้นี่คือคำสั่ง”
หลิวอี้ขยับตัวลุกขึ้นจากร่างที่นอนแน่นิ่ง ไม่มีอาการเ็ปอีกแล้วรู้สึกว่าร่างกายเบาหวิวเหมือนอากาศ หมุนซ้ายหมุนขวาหาต้นตอของเสียง
“ท่านเป็ใคร”
ร่างสูงชลูด หล่อเหลาดวงตางดงามดังเพชร ท่าทีดังเทพ์ล้วนไม่มีอะไรให้เป็ที่ติได้แม้แต่น้อย
“เฮ้อถามทุกที ทุกคนข้าเบื่อที่จะตอบคำถามเหลือเกินแล้ว”
ยกพัดขึ้นมาโบก ด้านหน้าของพัดมีอักษรจีนเขียนด้วยหมึกสีดำเป็คำว่า
“เหยียนหลัวหวาง”
หลิวอี้ อมยิ้มนึกขำเหมือนดังว่า คนผู้นี้เตรียมตัวมาอย่างดีเพื่อสิ่งนี้ แต่เมื่อนึกขึ้นได้กลับถอยหนี
“ท่านคือเหยียนหลัวหวาง “โบกพัดไปมาพยักหน้าขึ้นลง ทวงท่าสง่างามแต่แผงไว้ด้วย ความลึกลับดำทะมึนยากจะจับต้อง รวมๆแล้วก็คือความดำมืดน่ากลัวเกินจะเอ่ยคำบรรยาย
“ข้าตายแล้วอย่างนั้นหรือ”เสียงเบาหวิวดังลมพัดผ่านไม่อยากเชื่อว่าความตายช่างง่ายดายเพียงนี้
“ไม่ผิดไม่ผิด ตามข้าไปยมโลก”หลิวอี้หันหลังออกวิ่ง จะยอมไปง่ายดายหรือไร
“จะหนีไปไหน”
เหยียนหลัวหวางไม่ตาม เพียงแต่โบกพัดในมือเข้าหาตัวหลิวอี้ก็ซบที่อกเขา ทันที
“ไปรับโทษทัณฑ์ของเ้า”
“ข้าผิดอะไรข้าไม่ได้ทำอะไรผิด”ส่ายหน้าไปมาเปิดตำราในมือ
“หลิวอี้ อายุ16ปี สิ้นอายุไข 61ปี”เลิกคิ้วสูงมองตำราในมืออีกครั้งก่อนจะโบกมือให้เกิดแสงสว่าง
“ความผิดไม่มี..การลงทัณฑ์….ไม่มี”ส่ายหน้าไปมาก่อนจะปิดปากหาว
“ไปกับข้าไปดื่มน้ำแกง”
“ดื่มน้ำแกง”
“ดื่มทำไม”
“ก็เพื่อให้ไปเกิดใหม่อย่างไรเล่า อายุไขของเ้าคาดเคลื่อนไปเล็กน้อย ข้าให้โอกาสไปเกิดใหม่จนกว่าจะสิ้นอายุไข”คาดเคลื่อนเล็กน้อย หลิวอี้นับนิ้ว16กับหกสิบเอ็ด
“ให้ข้าเกิดใหม่ต้องเสียเวลาอีกหลายปีกว่าจะมีวันนี้ ข้ากลับเข้าร่างเลยไม่ได้หรือไร”เหยียนหลัวหวางลูบที่คางตัวเองไปมาทั้งๆที่ไม่มีเครา
โบกพัดให้เกิดแสงสว่าง
“ยังไม่เน่า แต่ ภายในเ้าเสียหายอย่างหนัก ปล่อยร่างนี้ไปเสีย”หลิวอี้คุกเข่าลงกับพื้น
“ท่านเซียน ท่านเทพ ท่านเง็กเซียน” กอดขาไปมาเหยียนหลัวหวางถอนหายใจยาว
“เฮ้ยข้าไม่ใช่เง็กเซียน”
“ท่านเมตตาข้าด้วย ข้าอยากกลับไปร่างเดิม”กอดแข้งกอดขาน่าสงสาร
“กลับไปทำไมร่างเดิม ข้าบอกแล้วภายในของเ้าเสียหายหมดแล้ว ไปเกิดในร่างใหม่ที่ดีกว่านี้ชาติตระกูลยิ่งใหญ่กว่านี้จะดีกว่า เชื่อข้าเถอะอีกไม่กี่ปี อีกสิบหกปีก็หน้าตางดงามเหมือนเดิม”
“ข้ามีแค้นต้องชำระ”ส่ายหน้าไปมา
“ไม่ใช่กงการอะไรของข้า แต่หากเ้าชำระแค้น บาปเคราะห์ยิ่งติดตัว ตอนนี้ไม่มีการลงทัณฑ์แต่หากเ้ามีแค้นชาระแค้น กลับมาพบข้าอีกครั้งย่อมไม่อาจหลีกหนีการลงทัณฑ์จากข้า”
กอดแขน เหยียนหลัวหวางแน่น
“สงสารข้าเถอะข้ายอมรับการลงทัณฑ์หากได้ ชำระแค้น” โบกพัดในมือมองเื่ราวที่ผ่านมาของหลิวอี้ ก่อนจะถอนใจยาว