31 : ฟังผมหน่อย(โว้ย)
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูทำให้ชายหนุ่มที่กำลังยกแก้วกาแฟดื่มชะงัก ผละหน้าจากจอคอมที่เต็มไปด้วยไฟล์งานไปทางประตู
“ใคร”
...ไม่มีเสียงตอบกลับมา อรรคเดชเดาได้ทันทีว่าเป็ลูกชายจอมสร้างปัญหา ทำให้เขาต้องลุกไปเปิดประตูเสียเอง
ทว่าพอเปิดดูแล้วกลับไม่มีใครอยู่เลยสักคน ชายหนุ่มเอือมระอากับการสร้างความรำคาญเหมือนเด็กไร้มารยาท แต่ก่อนที่จะปิดประตูลงนั่นเอง สายตาพลันหยุดลงที่ของสิ่งหนึ่งบนพื้น
มันมีรูปร่างหมาป่าขนสีฟ้าคราม ตัวใหญ่เท่าตุ๊กตาทั่วไปที่ไม่ใหญ่เทอะทะ ดวงตากลมโตของมันสะท้อนตัวชายหนุ่มราวกับจะออดอ้อนให้พามันเข้าไปด้วย ทำให้อรรคเดชต้องหยิบมันขึ้นมาพิจารณา
“ของเล็ทเหรอ” เขาว่าพลางจับหมุนรอบตัว “ให้ตาย โตจนป่านนี้แล้วยังเล่นอะไรเป็เด็กผู้หญิงอยู่ได้ เดี๋ยวก็เกิดพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศขึ้นมาหรอก”
ประโยคนี้ทำเอาคนซ่อนตัวอยู่ตรงหัวมุมแทบไถลตกบันได
แววตาจริงจังของอรรคเดชจ้องสิ่งที่คิดว่าเป็ตุ๊กตาในมือไม่วางตา ทำเอาตุ๊กตาตัวนั้นเหงื่อแตกพลั่กอย่างกลัวว่าจะถูกจับได้ พักใหญ่ทีเดียวกว่าอีกฝ่ายจะพูดขึ้น
“ทำเหมือนจริงเหมือนกันนี่ ท่าทางจะแพงใช่เล่น...ตัวก็หนัก ยัดอะไรไว้นะ” ว่าพลางเอามือลูบๆบริเวณท้องของเ้าตุ๊กตาสัตว์ประหลาด เป็สิ่งที่เล็ทกลัวที่สุดว่ามันจะเกิดขึ้นเพราะ...
“กรร!”
เสียงร้องราวกับกำลังหัวเราะอยู่ดังออกจากปากลิทอย่างอดไม่อยู่ ก่อนจะรีบหุบปากตัวเองทันทีเมื่อเจอเข้ากับสายตาตกตะลึงของคนอุ้ม อรรคเดชเหมือนไม่แน่ใจลองลูบท้องมันอีกทีก็ส่งผลแบบเดิมอีก แถมยังร้องเสียงไม่ได้คล้ายกับเมื่อกี้เลยด้วยทำให้เล็ทเครียดหนักกว่าเดิม เตรียมไว้อาลัยให้กับสัตว์เลี้ยง แต่สิ่งที่เล็ทได้ยินถัดมากลับผิดคาด
“ไม่นึกเลยว่าตุ๊กตาสมัยนี้จะทำได้เหมือนจริงขนาดนี้” น้ำเสียงชื่นชมก่อนสีหน้าที่เคยเคร่งเครียดตลอดเวลาจะอ่อนลง “พิมจะชอบมั้ยนะ”
คุณ...แม่? เล็ทเป็อึ้งไป ตอนนั้นเองคนที่เขารอลุ้นอยู่ก็อุ้มเ้าสัตว์ประหลาดเข้าห้องไปด้วยเรียบร้อยแล้ว
ลิทในคราบตุ๊กตาสัตว์ประหลาดถูกวางลงบนเตียงอย่างทะนุถนอม ก่อนเ้าของห้องจะเข้าไปนั่งที่โต๊ะทำงานที่อยู่ใกล้ๆกันเพื่อเริ่มต้นทำงานอีกครั้ง โดยหารู้ไม่ว่าทันทีที่เขาหันหลังให้ ดวงตาของเ้าตัวประหลาดในคราบตุ๊กตาก็เหลือบมองถ้วยกาแฟบนโต๊ะอย่างมีวัตถุประสงค์ ในอุ้งมือกำซองบางอย่างไว้แน่น นึกถึงแผนการที่เ้านายฝากฝังมันมา
“ลิท แกต้องเอายานอนหลับนี่ไปใส่ในถ้วยกาแฟของพ่อฉันนะ”
ซองใส่ผงยาถูกยื่นมาตรงหน้า แต่ลิทกลับส่ายหน้าเต็มพิกัด ถอยห่างอย่างหวาดกลัวกับความคิดของเ้านายตัวเอง มันมองตาเด็กหนุ่มด้วยสายตาราวกับจะสื่อว่า ‘เ้านายจะให้ผมทำแบบนั้นจริงๆ เหรอครับ’
“เฮ้ย ฉันไม่ได้จะให้แกเอาไปฆ่าพ่อฉันนะเว้ย ฉันคำนวณ ตวง ปริมาตรอะไรมาดีแล้ว ว่ายานอนหลับขนาดประมาณนี้จะทำให้หลับไปอย่างน้อยก็สักชั่วโมงนึง แค่เื่แบบนี้ฉันไม่คิดทำปิตุฆาตพ่อตัวเองหรอกน่า” เขาพูดอย่างกับรู้ความคิดมัน ทำให้ลิทต้องยอมรับซองนั้นมา
แต่...ต้องทำยังไงกันล่ะถึงจะทำตามแผนที่ได้มอบมาโดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัวได้ อยู่ในสายตาซะขนาดนี้ แค่ขยับตัวนิดเดียวอรรคเดชก็รู้แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเื่จะเอายานอนหลับไปใส่ในถ้วยกาแฟนั่น
ราวกับฟ้าเห็นใจ เมื่อมีโทรศัพท์มือถือดังขึ้น อรรคเดชหยิบขึ้นมารับสายขณะยังนั่งอยู่หน้าจอคอม “ครับ...ใช่ กำลังดูอยู่ ดูเหมือนว่ากำไรเดือนที่แล้วจะสูงอยู่กว่าหน่อยนะ...ใช่ สักครู่นะ” อรรคเดชลุกไปที่ตู้เอกสารในห้องอันเป็ที่รวมแฟ้มงานของเดือนก่อนๆเพื่อเอาเทียบกับเื่ที่กำลังคุยอยู่ ซึ่งลิทก็อาศัยโอกาสทองนั้นะโเกาะที่พิงพนักเก้าอี้แล้วโยนตัวเองขึ้นไปบนโต๊ะทำงาน จากนั้นก็ฉีกซองในมือเทผงยานั้นลงไปในกาแฟ
เมื่อทำภารกิจเสร็จเรียบร้อย ขณะที่ลิทกำลังจะโดดกลับหาเตียงนั่นเอง สายตาของมันก็ไปหยุดอยู่หน้าพักจอคอมของอรรคเดชด้วยความสนใจ เมื่อเห็นรูปเ้านายมันในวัยเด็กถูกขนาบข้างด้วยหนุ่มเ้าของห้องนี้ กับผู้หญิงอีกคนที่มันไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน แต่มีเค้าโครงใบหน้าคล้ายกับเ้านายมันไม่น้อยเลย
ลิทตื่นเต้นที่ได้เห็นนายหญิงเป็ครั้งแรกจนกระทั่งหางฟูฟ่องของมันเผลอไปปัดโดนถ้วยกาแฟเข้า ขนสีครามชี้แน่วไปทุกทิศอย่างใ รีบกระโจนคว้าแก้วไว้ก่อนที่มันจะถึงพื้นทัน แล้วคุมน้ำกาแฟที่กระฉอกหกออกมาข้างนอกให้กลับมาอยู่ในถ้วยดังเดิม
ลิทถอนหายใจดังฟิ้ว แล้วต้องพบว่าอรรคเดชเสร็จธุระกับตู้เอกสารนั่นแล้ว และกำลังจะหันมาทางนี้ ทำให้มันรีบวางถ้วยกลับไปที่เดิม กระโจนเข้าใส่เตียงพร้อมๆกับที่อรรคเดชหันมาพอดี
ชายหนุ่มเดินกลับมาโต๊ะคอม แต่ยังไม่ทันได้นั่งสายตากลับสะดุดลงที่เตียง เมื่อตุ๊กตาที่ก่อนหน้านี้ยังอยู่ในท่านั่งดีๆแต่ตอนนี้กลับมีลักษณะหน้าคว่ำ ยิ่งไปกว่านั้นทิศทางยังเหมือนเพิ่งมาจากทางโต๊ะทำงานของเขาอีกต่างหาก สายตาสงสัยทิ่มแทงจนลิทอยากจะสลบไปตอนนี้ซะให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
อรรคเดชเงียบไปนานจนคู่สนทนาเรียก “เปล่า...ไม่มีอะไร ต่อเถอะ” เขาว่าขณะนั่งลงโดยที่ยังจับตามองลิทไม่เลิก แต่สุดท้ายเขาก็เลิกสนมันแล้วหันไปตั้งใจคุยต่อ
แม้จะเกือบถูกจับได้อยู่รอมร่อ แต่ก็นับว่าลิททำงานได้สำเร็จบรรลุเป้าหมาย ที่เหลือก็รอแค่เมื่อไหร่เป้าหมายจะยกกาแฟขึ้นดื่มเท่านั้น
ลิทแอบสาบานกับตัวเองในใจ ว่าชาตินี้ไม่ขอทำอะไรที่ไม่เป็ผลดีต่อสุขภาพหัวใจอีกแล้ว เพราะดูจากท่าทางแล้ว ถึงมันจะถูกสร้างขึ้นโดยธรรมชาติ แต่มันคงไม่ได้มีชีวิตยืนยาวเท่าผู้สร้างแน่นอน
พอรู้สึกตัวขึ้นมาอีกที อรรคเดชก็มึนหัวจนคิดอะไรไม่ออก เปลือกตาที่ดูหนักยิ่งในเวลานี้ค่อยๆ เปิดขึ้น เห็นเงาเลือนลางของใครบางคนยืนอยู่ตรงหน้า เขาสะบัดหัวไล่ความมึนออกไป และลืมตาขึ้นมองคนคนนั้นอีกครั้ง
“ตื่นแล้วเหรอฮะ” เล็ททัก หันไปดูนาฬิกาของห้องนี้แล้วยิ้ม “หนึ่งชั่วโมงพอดีเป๊ะเลย กะยานอนหลับได้ดีมาก”
ยานอนหลับ?
อรรคเดชงุนงงว่ากินไปั้แ่เมื่อไหร่ ลองนึกดูแล้วก็ไม่ได้กินอะไรนอกจากอาหารเย็นกับกาแฟถ้วยเดียวเลย เขาพยายามจะลุกถามลูกชาย แต่ทั้งแขนและขากลับไม่ขยับเขยื้อน ทำให้เขาก้มลงมองตัวเอง และต้องพบว่าตัวเองถูกจับมัดกับเก้าอี้ ถูกเชือกมัดแขนเข้ากับที่วางแขน และขาก็มัดเข้ากับขาเก้าอี้อย่างแ่า
“นี่มันอะไรกัน” อรรคเดชตื่นเต็มตาเลยทีเดียว “เล็ท นี่แกทำอะไร ปล่อยพ่อนะ”
“ไม่ฮะ” เล็ทปฏิเสธ “ถ้าผมปล่อย พ่อก็คงไม่ฟังผมเหมือนเดิม เพราะฉะนั้น...เป็ข้อแลกเปลี่ยน ถ้าพ่อยอมฟังผมพูดดีๆ ละก็ ผมจะปล่อยพ่อไป ตกลงมั้ยฮะ”
“เล็ท!พ่อสั่งให้ปล่อยไง ยังมีงานที่ต้องทำให้เสร็จในคืนนี้ด้วย มาปล่อยเดี๋ยวนี้” อรรคเดชเริ่มขึ้นเสียง
เล็ททำสีหน้าไม่ทุกข์ไม่ร้อนแม้นั่นจะเป็เื่งานบริษัทของบ้านตัวเอง “ทีพ่อยังปล่อยให้แม่หนีไปเฉยๆ ได้แบบนั้น แล้วทำไมผมจะต้องแคร์กับเื่พรรค์นี้ด้วยล่ะฮะ”
อรรคเดชจับที่วางแขนไว้แน่นเหมือนโดนคำพูดนั้นตอกใส่หน้า ก่อนจะกลับมานิ่งเฉยได้แบบทุกครั้ง “...อย่าบอกนะว่าเื่ที่จะพูดจะเป็เื่งานกีฬาไร้สาระนั่น ไม่ใช่เื่เลยนะที่จะต้องมาทำถึงขั้นนี้”
“นั่นเพราะพ่อไม่เคยฟังผมเลยต่างหาก” เล็ทเถียง น้ำเสียงเริ่มเหลืออด “ไม่ว่าจะเื่อะไรพ่อก็ไม่เคยฟังผมเลย สิ่งที่พ่อทำกับผมทั้งหมด มีแค่สั่ง เท่านั้น และก็ ห้าม ไม่ให้ทำเื่นู้นเื่นี้ โดยที่พ่อไม่ฟังเหตุผลผมเลยว่าทำไมถึงอยากทำ พ่อไม่เคยรับฟังเหตุผลเลยสักนิด คิดว่าตัวเองถูกอยู่เสมอ”
“ฉันแค่้าให้แกได้สิ่งที่ดีที่สุด...”
“ก็เพราะไอ้ความไม่ฟังใครนอกจากตัวเองของพ่อนี่แหละ ที่ทำให้แม่หนีไป” เล็ทสวนหมัดใส่จนอีกฝ่ายถึงกับจุกจนพูดไม่ออกเลยทีเดียว
“ทำไมเหรอฮะ เล่นกีฬามันผิดตรงไหน ผมไม่ได้ไปสูบบุหรี่ ไม่ได้เสพยา ไม่ได้ดื่มเหล้า ไม่ได้เล่นการพนัน ไม่ได้ทำอะไรที่มันจะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูลเลยแม้แต่น้อย แล้วทำไมพ่อต้องมาสั่งห้ามผมด้วย”
“มันทำให้แกเสียการเรียน ทำให้แกไม่สนใจที่จะเรียน เพราะมัวแต่เอาเวลามาหมกมุ่นอยู่กับเื่พวกนี้” อรรคเดชตอบ
“...ผมรู้ว่าหน้าที่สำคัญที่ต้องทำมากที่สุดในตอนนี้คือเรียนหนังสือ” เล็ทก้มหน้า มันคือความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ “แต่ว่า...พ่อฮะ ผมยังเป็แค่เด็กวัยรุ่นธรรมดาๆ คนนึงเท่านั้นเองนะฮะ ที่อยากจะใช้ชีวิตใน่นี้ให้คุ้มค่า ผมอยากมีอิสระที่เลือกได้เองว่าควรจะทำอะไร ควรจะไปทางไหน ไม่ใช่มัวแต่ให้คนอื่นมาคอยบงการอยู่แบบนี้...ผมอาจไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นมันดีที่สุด แต่นั่นก็คือตัวผม และหน้าที่ที่จะควบคุมไม่ให้ผมออกนอกลู่นอกทางเกินไปกว่าที่ควรจะเป็ก็คือ หน้าที่ของพ่อนะฮะ” เล็ทสบตาพ่อตัวเองเพื่อถ่ายทอดทุกสิ่งทุกอย่างออกไป
“ไม่ใช่ควบคุมหรือบงการว่าต้องทำอย่างนี้ ต้องทำอย่างนั้น แต่มันคือการสนับสนุนในสิ่งที่ควรจะสนับสนุน และควรจะห้ามในสิ่งที่มันผิด นั่นแหละคือสิ่งที่ผมอยากจะให้พ่อทำ...ได้มั้ยฮะ”
อรรคเดชอึ้งจนพูดอะไรไม่ออกเลยทีเดียว เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ ลูกๆในสายตาของพ่อแม่ก็ยังคงเป็เด็กอยู่เสมอ ที่ทำอะไรไม่เป็ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จึงอยากจะให้สิ่งที่คิดว่าดีที่สุดแก่ลูก อยากให้มีการศึกษาสูงๆเพื่อที่จะได้มีการงานดีๆ ทำ และพยายามห้ามสิ่งที่ไม่จำเป็ออกไป เพื่อไม่ให้ลูกต้องหลงผิด
แต่ดูเหมือนว่า...คนที่หลงผิดกลับเป็เขาเสียเอง...
“...เล็ท”
“ฮะ?”
“แกพูดเป็ผู้ใหญ่ขนาดนี้ได้ั้แ่เมื่อไหร่กัน”
“...ไม่รู้สิฮะ เพราะพ่อไม่เคยฟังผมมาก่อน ผมเลยไม่รู้ว่าตัวเองพูดได้แบบนี้ั้แ่ตอนไหน” ไม่วายแอบมีแขวะเล็กๆ ทำเอาคนเป็พ่อหัวเราะหึๆก่อนจะบอกให้ลูกชายมาปล่อยตัวเองออกไป
“แล้ว...” เล็ทพูดขณะช่วยแก้เชือก “ตกลงเื่งานกีฬาสีพ่อว่าไงฮะ”
คนถูกถามเงียบไป จนเล็ทเริ่มรู้สึกไม่ดี “พ่อฮะ?”
มือที่เป็อิสระแล้วยื่นมาวางลงบนหัวเกรียนๆ ของลูกชายตัวเอง รอยยิ้มจากคนที่ทำสีหน้าเคร่งเครียดตลอดเวลาเผยออกมา “ถ้าแกรับปากว่าผลการเรียนจะไม่ต่ำลง ฉันก็โอเค”
เล็ทยิ้มกว้างทันที ตอบรับเป็คำมั่น “ได้เลยฮะ!” ก่อนจะหันมองไปที่ระเบียงของห้องนี้แบบลุกลี้ลุกลน แล้วหันมาทางพ่อตัวเองอีกครั้ง “แล้ว...เื่แม่ล่ะฮะ”
รอยยิ้มหายไปจากหน้าอรรคเดช “..ขอโทษนะเล็ท ความจริงพ่อส่งคนออกไปตามหาแล้ว แต่...ยังไม่เจอตัวเลย” สีหน้าท้อแท้ของเขาทำให้เล็ทอดสงสารพ่อตัวเองไม่ได้ แต่ว่า...
“พ่อรู้ใช่มั้ยฮะว่าแม่หนีไปเพราะนิสัยหัวแข็งของพ่อ” เล็ทถาม และพูดต่อเมื่ออีกฝ่ายพยักหน้ายอมรับผิด “ผมรู้แล้วว่าตอนนี้พ่อเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนนี้เยอะเลย ไม่ใช่เปลี่ยนไปเพราะเพียงแค่ยอมฟังผมพูดในวันนี้เท่านั้น แต่พ่อลองพยายามเปลี่ยนตัวเองมาก่อนหน้านี้แล้ว” ไม่งั้นคงไม่ปล่อยให้เขาหนีออกจากบ้านตอนกลางคืนแบบนั้นโดยไม่ทำอะไรได้หรอก เพราะถ้าเป็สมัยก่อน คงจะเรียกบอดี้การ์ดมาจับกุมตัวเขาเอาไว้ แล้วเอายามมาเฝ้าทั้งในและนอกห้องแน่นอน
อรรคเดชมีสีหน้าดีขึ้น เมื่อความพยายามของเขาอย่างน้อยก็ยังมีลูกที่รับรู้ แต่ช่างน่าเสียดายเหลือเกิน...เขาถอนหายใจ “ถ้าแม่ของแกรู้ด้วย ก็คงจะดีสินะ”
“ก็ไม่แน่นะฮะ” เล็ทยิ้มเ้าเล่ห์ให้อรรคเดชที่ทำหน้างุนงงกับคำพูดของเขา แล้วก็ได้คำตอบกลับมาเป็ที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาในห้องจากทางระเบียง ใบหน้าที่มีละม้ายคล้ายคลึงกับลูกชายของเขา หากอ่อนหวานกว่า และถวิลหากว่ายิ่ง...
“...พิม” ริมฝีปากเอ่ยชื่อเธออย่างไม่อยากเชื่อขณะเดินเข้าไปใกล้
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ก่อนจะส่งยิ้มหวานมาให้ “ไม่ได้เจอกันซะนานเลยนะคะ คุณอรรคเดช”
ไม่จำเป็ต้องพูดอะไรออกมาอีก อรรคเดชก็ดึงตัวภรรยาเข้ามากอดทันที พร้อมกับพูด “เป็คุณจริงเหรอนี่”
พิมหัวเราะเสียงใส “ก็จริงน่ะสิคะ ฉันไม่ได้มีแฝดหน้าเหมือนให้เข้าใจผิดได้ซะหน่อย” เธอมองข้ามบ่ากว้างของสามีไปยังลูกชายที่ยืนอยู่ข้างหลัง เขากำลังส่งยิ้มยิงฟันพร้อมชูนิ้วโป้งกลับมาให้ ซึ่งเธอเองก็ทำมือเป็รูปว่า ok แล้วขยิบตาทีหนึ่งให้กับลูกชาย
เล็ทยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ขณะมองพ่อแม่กอดกันด้วยความคิดถึง นึกถึงแผนที่วางไว้
การให้อรรคเดชหลับไปถึงหนึ่งชั่วโมง ก็เพื่อจัดเตรียมทุกอย่างให้พร้อม ทั้งการจับมัดอรรคเดชไว้ และโทรเรียกให้พิม...แม่ของเขามาที่นี่ เล่าถึงเหตุการณ์คร่าวๆ ให้ฟัง แล้วให้เธอไปหลบตรงระเบียงก่อน เพื่อรอพิสูจน์ว่าพ่อของเขาได้พยายามเปลี่ยนตัวเองแล้วจริงๆ
แผนนี้คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม นอกจากจะขออนุญาตเื่งานกีฬาสีได้แล้ว ยังทำให้แม่กลับมาได้อีก
หึๆ คราวนี้แหละ จะขออะไร พ่อต้องใจอ่อนยอมให้แน่นอน
เล็ทรอจนทั้งคู่แยกออกจากกันแล้วก็ถือโอกาสพูด “มีอีกเื่ฮะที่ผมอยากจะขอ”
ทั้งคู่รอให้เขาพูดเอง
“เื่อาชีพน่ะฮะ ผมขอเป็คนตัดสินใจเลือกเองได้มั้ยฮะ เพราะผมเองก็อยากจะทำในสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำเหมือนกัน” เขาไม่ยอมให้ใครมาคอยสั่งให้เป็นู่นเป็นี่อีกแล้ว ในเมื่อมันคืออนาคตของเขา เขาก็ขอทำในสิ่งที่เขาอยากเป็จริงๆ
“ตามใจแกก็แล้วกัน” หลังจากนิ่งคิดไปพักหนึ่งอรรคเดชก็ให้คำตอบกลับมา ทำเอาเล็ทยิ้มร่าทันที ส่วนพิมก็ดูภูมิใจกับสิ่งที่อรรคเดชตอบออกมา “แล้ว...แกอยากจะเป็อะไรล่ะ”
คำถามนี้ทำเล็ทชะงักไปเล็กน้อย
“ ( -_- ) ” ...เล็ท
“ ( -_- )? ”...อรรคเดชกับพิม
“ ( --_____-- )
“...ผมเลือกหมอไปก่อนก็ได้ฮะ”